*/
  • กนิษฐ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kanis1@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 829
  • จำนวนผู้ชม : 2060032
  • จำนวนผู้โหวต : 2346
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2346 คน
<< มกราคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 16 มกราคม 2556
Posted by กนิษฐ์ , ผู้อ่าน : 4488 , 11:01:16 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน หมึกพระจันทร์ , Payont และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

ขยะยิปซัมจากมาบตาพุดกว่า 9 หมื่นตัน

ขนออกจากโรงงานไปทิ้งในชุมชน ไม่มีแม้แต่วัสดุกันซึมรองบ่อขยะ 

+++++++++++++++++

รองศาสตราจารย์ ดร.เรณู เวชรัชต์พิมล

อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ชุดโครงการสร้างเสริมสุขภาวะแวดล้อมและสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.)

.

เทศบาลเมืองมาบตาพุด ได้อนุญาตให้บริษัท ทีเออาร์เอฟ จำกัด ขนย้ายของเสียที่ผู้ขออนุญาตแจ้งว่า “เป็นของเสียจากงานก่อสร้าง การรื้อทำลายสิ่งก่อสร้างและวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว”ซึ่งวัสดุ 35,000 ตัน นั้น เป็นของเสียประเภทยิปซัม จากการดำเนินงานการผลิตโฮโดรเจน ฟลูออไรด์ ของบริษัทลาเพิร์ท โดยเอาไปปรับถมที่ลุ่มในที่ดินชาวบ้าน    (ตามหนังสือเลขที่ รย. 52205/6165 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2555)การอนุญาตของเทศบาลฯ ให้ขนย้ายครั้งนี้                   มีข้อกำหนดข้อความเข้มงวด คือ “ขนย้ายด้วย"

.

ชุมชนได้รับความเดือดร้อนจากฝุ่น เสียงและกลิ่น จึงร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ประชาชนจึงได้รับเอกสารประกอบการชี้แจงว่า การขนย้ายได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมแล้ว ให้ขนสิ่งปฏิกูลออกนอกโรงงานได้ ตั้งแต่ 7 ธ.ค. 2555 ซึ่งเป็นการอนุญาตก่อนทราบผลการตรวจการปนเปื้อนโลหะพิษทางห้องปฏิบัติการ เมื่อ 27 ธ.ค. 2555 ให้ขนย้ายไปทิ้งใน ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ซึ่งพื้นที่นี้ถูกประกาศเป็น “เขตควบคุมมลพิษ”

ตารางลำดับเหตุการณ์แสดงให้เห็นว่า การอนุญาตให้ขนยิปซัมฯ ออกนอกโรงงานฯ เป็นการอนุญาตก่อนทราบผลการตรวจว่ายิปซัมปนเปื้อนโลหะอันตรายในปริมาณเท่าใด มีการปนเปื้อนสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ แสดงให้เห็นว่าขาดมาตรการป้องกันผลกระทบต่อชุมชนที่ดี

******************************************************************************

7 ธ.ค. 2555 /ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมอนุญาตให้บริษัทลาเพิร์ท (ประเทศไทย) จำกัด ขนส่ง ปฏิกูลหรือเศษวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงาน

􀂘 รหัสวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว คือ 03 01 99 ยิปซัม

􀂘 ให้ใช้วิธีกำจัด 082

􀂘 อนุญาตให้นำไปกำจัดในที่ดิน 3 แปลง แปลงละ 33,333 ตัน

(รวม 3 แปลง 99,999 ตัน)

17 ธ.ค.2555/บริษัทลาเพิร์ท (ประเทศไทย) จำกัด ส่งตัวอย่างยิปซัม สลัดจ์ (gypsum sludge)ไปตรวจ โดยให้บริษัท แอนนาไลติคอล ลาบอราทอรีส์ เซอร์วิส จำกัด ตรวจหาโลหะและวัดความเป็นกรด-ด่าง ในยิปซัม

18 ธ.ค.2555/บริษัท ทีเออาร์เอฟ จำกัด มีหนังสือขออนุญาตเทศบาล โดยขอขนย้ายของเสียจากงานก่อสร้าง การรื้อทำลายสิ่งก่อสร้างและวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย ออกนอกพื้นที่งาน/โรงงาน ประเภทยิปซัม 35,000 ตันเศษ จากการดำเนินการผลิต โฮโดรเจน ฟลูออไรด์ ของบริษัทลาเพิร์ทฯ

25 ธ.ค.2555/เทศบาลอนุญาตการขนย้ายของเสียจากงานก่อสร้าง การรือ้ ทำลายส่งิ ก่อสร้างและวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ที่ไม่เป็นของเสียอันตราย ออกนอกพื้นที่งาน/โรงงาน

28 ธ.ค.2555/บริษัท แอนนาไลติคอล ลาบอราทอรีส์ เซอร์วิส จำกัด ส่งผลการตรวจหาโลหะอันตราย 10 รายการและค่าความเป็นกรด-ด่าง ให้บริษัทลาเพิร์ท ฯ

********************************************************************************

ข้อสังเกต ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรอธิบายให้สาธารณชนเข้าใจ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันและแสดงให้เห็นว่ามีการใช้มาตรการป้องกันไว้ก่อน ในการควบคุมมลพิษ เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน เพราะพื้นที่ทิ้งขยะยิปซัมนี้ ได้ถูกประกาศให้เป็น “เขตควบคุมมลพิษ”

1. หนังสืออนุญาตของเทศบาลเน้นว่า ต้องไม่ขนย้ายส่วนที่มีหรือปนเปื้อนด้วยสารอันตรายโดยเด็ดขาด แต่รายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบโลหะหนักที่เป็นสารก่อมะเร็งและโลหะอันตราย รวม 10 ชนิด ปนเปื้อนในยิปซัม ถึงแม้จะพบในปริมาณไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน แต่เมื่อคำนวณจากปริมาณของยิปซัมจากการดำเนินการผลิตของโรงงานที่มีปริมาณสูงถึง 99,999 ตัน ย่อมทำให้มีสารเคมีอันตรายตกค้างในบ่อดินของชุมชนสูง จึงสมควรหรือไม่ที่จะอนุญาตให้กำจัดโดยไม่มีมาตรการป้องกันการรั่วซึมลงสู่แหล่งน้ำใต้ดิน และไม่มีระบบตรวจติดตามเพื่อเฝ้าระวังผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม 

2. การพิจารณาอนุญาตให้ขนย้ายยิปซัม จากการดำเนินการผลิต โฮโดรเจนฟลูออไรด์ ของบริษัทลาเพิร์ทฯ ผู้รับผิดชอบได้ตรวจสอบหรือไม่ว่าบริษัทลาเพิร์ทฯ ผลิตสารเคมีหลายชนิด ดังนั้นกากยิปซัมจึงอาจมีโอกาสปนเป้อื นสารเคมีชนิดอื่น ๆ ที่อันตรายปนเปื้อนด้วย การตัดสินใจอนุญาตขนย้ายในปริมาณสูงเกือบหนึ่งแสนตัน ควรมีการสุ่มตรวจการปนเปื้อนสารพิษที่รอบคอบ โดยตรวจจำนวนตัวอย่างมากกว่า 1 ตัวอย่างยิปซัมและตรวจหาสารพิษตกค้างที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตของโรงงานให้ครบถ้วน ที่สำคัญการออกใบอนุญาตควรเกิดขึ้นภายหลังจากได้รับผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้ว เพราะเป็นเอกสารสำคัญประกอบการพิจารณาอนุญาต จึงสมควรหรือไม่ที่จะยุติการขนย้ายยิปซัมตามใบอนุญาตของผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมไว้ก่อน 

3. เหตุใดยิปซัมที่ใช้ปรับเสถียรในกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งผลิตสารเคมีอันตรายหลายชนิด จึงถูกแปลงจากกากของเสียอุตสาหกรรม ให้กลายเป็นของเสียจากงานก่อสร้าง การรื้อทำลายสิ่งก่อสร้างและวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ที่ไม่เป็นของเสียอันตราย สามารถขนย้ายออกนอกพื้นที่งาน/โรงงานได้ จึงสมควรหรือไม่ที่จะทบทวนมาตรการของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้รัดกุมกว่านี้ 

4. เหตุใดจึงระบุให้ยิปซัม จากการดำเนินการผลิต โฮโดรเจน ฟลูออไรด์ ของบริษัทลาเพิร์ทฯ ไว้ในหมวด 03 เพราะหมวดนี้ คือ “สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วจากกระบวนการแปรรูปไม้และการผลิตแผ่นไม้ เครื่องเรือน เยื่อกระดาษ หรือกระดาษแข็ง” และเหตุใดจึงอนุญาตให้ใช้วิธีการกำจัด 082 เพราะวิธีนี้ในแบบคำขออนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงานตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ระบุว่ากำจัดโดย “ถมทะเลหรือที่ลุ่ม เฉพาะของเสียไม่อันตรายเท่านั้น 

5. กากของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ถึงแม้จะผ่านการปรับเสถียรแล้ว แต่มีปริมาณเกือบหนึ่งแสนตัน และข้อมูลจากการศึกษาเอกสารในต่างประเทศ พบว่าการฝังกลบในที่มีน้ำอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีและปฏิกิริยาทางชีวภาพ ทำให้ยิปซัมที่มีโลหะหนักและสารอันตรายปนเป้อื นอยู่นี้ถูกละลายและย่อยโดยจุลนิ ทรีย ์ เกิดเป็นสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จึงควรนำไปกำจัดด้วยวิธีอื่น เช่น การเผาด้วยเตาเผาอุณหภูมิสูง แทนที่จะนำมาฝังกลบในชุมชน 

6. การผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมนี้ ก่อให้เกิดกากอุตสาหกรรมสูงมาก ทำให้มีปัญหาในการกำจัดกากของเสีย จึงควรที่จะมีมาตรการให้บริษัทผู้ผลิตปรับปรุงเทคโนโลยีเพื่อให้ลดกากของเสียลง รวมทั้งส่งเสริมให้มีการนำกลับไปใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องตามแนวทางอุตสาหกรรมนิเวศของกระทรวงอุตสาหกรรม 

7. กากอุตสาหกรรมจำนวนมากที่ได้รับอนุญาตให้ขนย้ายไปทิ้งในชุมชน ถึงแมจะผ่านการปรับเสถียรแล้วก็ตาม จึงควรหรือไม่ที่จะให้นำไปฝังในบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมเพื่อให้มีการออกแบบบ่อฝังกลบที่ได้มาตรฐานและมีระบบตรวจติดตามเฝ้าระวังที่ดี

จากรายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ แจ้งว่าพบโลหะที่เป็นพิษทุกชนิดในตัวอย่างยิปซัมที่ตรวจ แต่พบไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน สำหรับการเทียบเกณฑ์มาตรฐานนี้เป็นการเปรียบเทียบต่อหน่วยของสิ่งที่ตรวจ อธิบายเพื่อให้เข้าใจง่ายดังนี้ ถ้าเราใส่พริก 1 ช้อนลงในนํ้า 1 แก้ว เราดื่มแลว้ รู้สึกเผ็ดมาก เมื่อเอาไปใส่นํ้า 1 ลติ ร แล้วดื่ม เราไม่รู้สึกว่าเผ็ดเพราะพริกถูกเจือจางลงถึงแม้ปริมาณพริกในนํ้ายังคงมีอยู่ 1 ช้อนเท่าเดิม ดังนั้นกรณีของโลหะพิษถ้าถูกเจือจางลง เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานอาจไม่เกินเกณฑ์ แต่เมื่อคำนวณจากยิปซัมที่ปนเปื้อนโลหะพิษที่มากว่า 3 หมื่นตันต่อบ่อ รวม 3 บ่อ ที่อนุญาตให้ทิ้งยิปซัมกว่า 9 หมื่นตันเศษ ย่อมมีโลหะพษิ ปนเป้อื นอยู่มาก และบ่อนี้ไม่ได้มีการปูกันซึมรองบ่อด้วย จึงจัดว่าไม่มีมาตรฐานใดๆ ที่จะทำให้ชุมชนมั่นใจว่า น้ำที่ชะยิปซัมจะไม่ซึมลงสู่แหล่งน้ำใต้ดินผงยิปซัมที่ปนเปื้อนโลหะพษิ จะไม่ปลิวไปจับตามบ้านและพืชผล รวมทั้งไม่เข้าสู่ระบบหายใจก่อให้เกิดอันตรายทั้งต่อคน พืช สัตว์และสิ่งแวดล้อม 

ถ้าเปรียบเทียบการทิ้งยิปซัมในชุมชนแห่งนี้กับการฝังกลบขยะชุมชน ซึ่งจัดว่าปนเปื้อนสารพิษน้อยกว่า กรมควบคุมมลพิษได้กำหนดให้บ่อฝังกลบขยะชุมชน มีระยะห่างจากแหล่งน้ำสาธารณะและเอกชนในรัศมี 1 กม. มีระดับก้นบ่อฝังกลบต้องสูงกว่าระดับน้ำใต้ดินสูงสุดไม่น้อยกว่า 1 เมตร ปูรองก้นบ่อและรอบบ่อด้วยวัสดุกันซึมที่ทนการกัดกร่อน มีระบบรวบรวมนํ้าชะมูลฝอยเพื่อป้องกันซึมลงปนเป้อื นนํ้าใต้ดนิ และนำนํ้าชะมูลฝอยนี้ไปบำบัดก่อนทิ้ง ซึ่งต้องควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานนํ้าทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม ตาม พรบ. โรงงานและยังต้องมีระบบรวบรวมก๊าซ มีระบบจัดการน้ำฝนไม่ให้ลงไปยังบ่อฝังกลบและไม่ให้ชะน้ำเสียออกไปปนเป้อื นในพื้นที่อื่น ๆ ต้องอยู่ห่างจากแนวเขตที่ดิน 25 เมตร และปลูกต้นไม้ปิดกั้นสายตาและลดปัญหากลิ่นสู่ภายนอก

 (1)วัสดุที่นำมาทิ้งในชุมชนนี้เป็นของเสียประเภทยิปซัม จากการดำเนินงานการผลิตโฮโดรเจน ฟลูออไรด์ องค์การอิสระด้านการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ (อีพีเอ, EPA)ได้เผยแพร่ความเป็นพิษของโฮโดรเจน ฟลูออไรด์ (hydrogen fluoride) ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมผลิต อลูมิเนียม อิเล็กทรอนิกส์ กัดแก้ว คลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC) และอุตสาหกรรมเคมีอื่น ๆ กล่าวคือ เมื่อคนการหายใจเอาก๊าซจากการระเหยของโฮโดรเจน ฟลูออไรด์ เข้าไปในระยะเวลาสั้น ๆ จะทำลายทางเดินหายใจและเกิดการระคายเคืองและปอดบวมนำ้ ทำให้หายใจไม่ได้ตามปกติ ดวงตาและผิวหนังที่สัมผัสก๊าซนี้จะเกิดอาการระคายเคือง ถ้าได้รับก๊าซนี้ปริมาณมากจะเกิดพิษเฉียบพลัน คือ มีผลต่อการทำงานของหัวใจและตายจากการหายใจล้มเหลวได้ ในสัตว์ทดลองที่สูดก๊าซนี้เข้าไปมากพบว่าปอด ตับและไตถูกทำลาย แต่ถ้าคนที่ได้รับฟลูออไรด์ปนเป้อื นในนํ้าดื่มปริมาณน้อยอย่างต่อเนื่องจะพบว่าฟันเปลี่ยนสี  คือ พบว่าฟันตกกระ ยังพบว่าฟลูออไรด์สามารถผ่านจากแม่สู่ลูกได้ทางรกด้วย 

(2) ยิปซัมที่นำไปทิ้ง เป็นของเสีย จากการดำเนินงานการผลิตโฮโดรเจน ฟลูออไรด์ แต่ไม่มีผลการตรวจหา โฮโดรเจน ฟลูออไรด์ หรือสารประกอบฟลูออไรด์รูปแบบต่าง ๆ จึงไม่ทราบว่ามีการปนเปื้อนอยู่หรือไม่ และถ้ามีปนเปื้อนอยู่เท่าใด

ยิปซัม หรือแร่เกลือจืด คือ แคลเซียมซัลเฟต ซึ่งมีนํ้ารวมอยู่ 2 โมเลกุล (dihydrate) มีสูตรเคมี คือ CaSO4.2H2O หรืออาจเรียกว่าไฮดรัส แคลเซียมซัลเฟต (hydrous calcium sulfate)สามารถละลายน้ำได้ดี ยิปซัมในธรรมชาติเกิดจากการสะสมเป็นตะกอนจมลงใต้ท้องทะเลเก่าที่เป็นแอ่งใหญ่ ปัจจุบันมีการนำไปทำแผ่นยิปซัมบุผนังอาคาร ใช้ในการเกษตรเพื่อปรับปรุงดิน และใช้เพื่ออุตสาหกรรม สำหรับยิปซัมที่ไม่ได้เกิดตามธรรมชาติ แต่เกิดจากการสังเคราะห์นั้นเป็นผลผลิตจากอุตสาหกรรม ซึ่งอาจปนเปื้อนสารเคมีแตกต่างกัน ขึ้นกับกระบวนการผลิตของโรงงาน บางกรณีพบปนเปื้อนสารกัมมันตภาพรังสีเรดอน (radon) ด้วย

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยสามารถผลิตยิปซัมสังเคราะห์ได้ถึง 2 ล้านตันต่อปี 

(3) โดยโรงไฟฟ้าแม่เมาะลดการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ด้วยการนำหินปูน (calciumcarbonate, CaCO3) มาดูดซับไอเสียที่ปล่อยออกทางปล่อง (smokestacks) จากการเผาถ่านหินหรือเผาวัตถุอื่นที่มีกำมะถันปน เช่น ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ จึงได้ผลผลิตเป็นยิปซัม ในสหรัฐอเมริกาพบว่ามียิปซัมสังเคราะห์ 20 ล้านตันต่อปี นำไปผลิตเป็นแคลเซียมซัลเฟตได้ประมาณ 7 % แต่อาจมีส่วนผสมของเกลือโซเดียม แมกนีเซียมออกไซด์ แคลเซียมออกไซด์และสารประกอบฟลูออไรด์ ส่วนที่เหลือนำไปฝังกลบ ถ้านำยิปซัมไปใช้ปรับสภาพดินในรูปของแคลเซียมซัลเฟตนั้น อาจนำไปสู่การขาดแมกนีเซียมของดินและดินมีซัลเฟอร์สูงมากทำให้พืชไม่สามารถดูดแร่ธาตุอาหารจากดินได้ตามปกติ มีผลต่อการเจริญของพืชและผลผลิตของพืชนอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิด

การปนเปื้อนของโบรอน และโลหะหนักที่ปนเปื้อนอยู่ในยิปซัมด้วยดังนั้นอันตรายจึงขึ้นอยู่กับสารปนเปื้อนในยิปซัมทั้งชนิดของสารและปริมาณ 4 บ่อฝังกลบที่มีน้ำ ตามรูปที่ 2 ทำให้ยิปซัมสามารถละลายเป็นแคลเซียมและซัลเฟตและอาจปนเปื้อนลงสู่นํ้าใต้ดินและปนเปื้อนสู่บ่อนํ้าตื้นของชุมชน ซึ่งองค์การอิสระด้านการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ กำหนดค่ามาตรฐานน้ำดื่มให้มีค่าซัลเฟตไม่เกิน 250 มก.ต่อลิตร สูงกว่าค่าที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก คือ ไม่เกิน 200 มก.ต่อลิตร ในน้ำประปา ซึ่งถ้ามีซัลเฟตสูงเมื่อดื่มแล้วจะมีอาการคล้ายกินยาถ่าย นอกจากนี้ยังทำให้เกิดน้ำกระด้างถาวรด้วยและเกิดตระกรันในหม้อต้ม ประชาชนจึงสามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ในบ่อฝังกลบ ตามรูปที่ 2 ยังมีวัชพืชและน้ำขัง ถ้าบ่อถูกปิดลง เกิดภาวะออกซิเจนต่ำ จุลินทรีย์ที่เจริญเพราะได้อาหารจากเศษวัชพืช จุลินทรีย์จะเปลี่ยนซัลเฟตและยิปซัมเป็นก๊าซไข่เน่า หรือไฮโดรเจนซัลไฟด์ (hydrogen sulfide; H2S) ซึ่งเป็นก๊าซพิษ ไวไฟ ติดไฟได้ด้วยตัวเองที่อุณหภูมิ 260 °ซ มีกลิ่นคล้ายไข่เน่า มนุษย์สามารถจะได้กลิ่นก๊าซไข่เน่าได้ที่ความเข้มข้นเพียง 0.01 ส่วนในล้านส่วน (ppm) ในขณะที่ความเข้มข้นที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ คือ 10 ส่วนในล้านส่วน ถ้ามีก๊าซมากกว่า 250 ส่วนในล้านส่วน ทำให้ตายได้ ซึ่งพบก๊าซไข่เน่าสูงมากได้ในบริเวณบ่อฝังกลบ ด้วยเหตุนี้ในบางประเทศจึงไม่อนุญาตให้ฝังกลบยิปซัมในบางพื้นที่ (4, 5)

จากการศึกษาเอกสารวิชาการต่าง ๆ พบว่ายิปซัมสังเคราะห์ที่เป็นผลผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรม มีโลหะหนักและโลหะพิษปนเปื้อน ถ้าทิ้งไว้ให้เปียกน้ำหรือฝังกลบในสภาวะออกซิเจนต่ำ สามารถเกิดปฏิกิริยาทางเคมีและปฏิกิริยาทางชีวภาพ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน รวมทั้งผลผลิตทางการเกษตร และเกิดการปนเป้อื นโลหะอันตรายในสิ่งแวดล้อม 

ดังนั้นการขนกากของเสียยิปซัมจากกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 9 พันตัน ออกจากโรงงานและนำมาทิ้งในบ่อดินของชุมชน โดยไม่มีมาตรฐานของการฝังกลบที่ดีและมีการติดตามตรวจสอบที่ดีเช่นที่ทำอยู่นี้ อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของโรงงาน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เพราะอาจถูกเข้าใจว่ามีเจตนาจะหลีกเลี่ยงการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ (EIA) ได้ เพราะประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 126 ตอนพิเศษ 125ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2552 กำหนดให้โรงงานปรับคุณภาพของเสียรวมเฉพาะสิ่งปฏิกูล หรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานทุกขนาดต้องทำอีไอเอ (EIA)ในฐานะนักวิชาการที่ห่วงกังวลผลกระทบจากโลหะหนักที่ปนเปื้อนในยิปซัม ซึ่งมีหลายชนิดเป็นสารก่อมะเร็ง บางชนิดทำลายระบบประสาทและส่งผ่านรกไปยังทารกในครรภ์ได้ จึงเสนอให้

(1) สุ่มตัวอย่างยิปซัมจำนวนหลาย ๆ ตัวอย่าง เพื่อเป็นตัวแทนของประชากรที่ดีและส่งไปตรวจในห้องปฏิบัติการที่ชุมชนมั่นใจและเป็นที่ยอมรับของหน่วยราชการ

(2) ในระหว่างที่รอผลการตรวจ ควรยุติการขนยิปซัมมาทิ้งในบ่อดินของชุมชน

(3) หากผลการตรวจพบสารปนเปื้อนอันตราย ซึ่งอาจเกิดปฏิกิริยาเคมีและปฏิกิริยาชีวภาพ จนเกิดเป็นอันตรายต่อชุมชนต้องมีมาตรการลดผลกระทบต่อชุมชน ควรมีมาตรการติดตามตรวจและเฝ้าระวังผลกระทบต่อชุมชนอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแล

(4) การขนย้ายกากของเสียอันตรายปริมาณมากเข้ามาทิ้งในชุมชน สร้างผลกระทบต่อชุมชนทั้งด้านเสียงและฝุ่น รวมทั้งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ จึงควรดำเนินการรับฟังความเห็นของชุมชน เพื่อแสดงถึงความจริงใจในการอยู่ร่วมกันของอุตสาหกรรมกับชุมชน

(5) กากของเสียจากอุตสาหกรรมจำนวนมากควนนำไปกำจัดด้วยวิธีอื่น ๆ แทนการนำมาฝังในชุมชน เช่น การเผาในเตาเผาอุณหภูมิสูงหรือฝังกลบในบ่อขยะอุตสาหกรรม และ

(6) ในอนาคตบริษัทควรหาวิธีลดกากของเสียและนำกากของเสียไปใช้ประโยชน์ตามนโยบายอุตสาหกรรมนิเวศของกระทรวงอุตสาหกรรม 

เอกสารอ้างอิง

(1) เกณฑ์ มาตรฐาน และแนวทางการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน (2544) กรมควบคุม

มลพิษ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม คุรุสภาลาดพร้าว กรุงเทพ

(2) Hydrogen Fluoride. http://www.epa.gov/airtoxics/hlthef/hydrogen.html

เข้าเมื่อ 5 มกราคม 2556

(3) ก.อุตสาหกรรมจะทบทวนถอนยิปซัมสังเคราะห์ออกจากบัญชีกากอุตสาหกรรม

http://www.mcot.net/site/content?id=4ff671f50b01dabf3c011f81#.UOhFO6zt48w

เข้าเมื่อ 5 มกราคม 2556

8__ (4) GYPSUM (CaSO4), Nature’s Way Resources an organically based service company.

www.natureswayresources.com เข้าเมื่อ 5 มกราคม 2556

(5) ฐานความรู้การจัดการกลิ่น : ผลกระทบของกลิ่น

http://www.pcd.go.th/info_serv/Datasmell/P2.htm เข้าเมื่อ 5 มกราคม 2556

ขอขอบคุณ ภาพถ่ายจาก คุณธงไชย พรมนาค เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก

และการแจ้งข่าวจาก ลุงน้อย ใจตั้ง ซึ่งโทรศัพท์มาปรับทุกข์และขอให้ช่วยให้คำแนะนำและมาปรับทุกข์ ค้นหาข้อมูลเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชุมชน

***หมายเหตุเพิ่มเติม

- จากที่การนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.) / บริษัทARF / เทศบาลมาบตาพุด เลื่อนการมาชี้แจงชาวชุมชนกรอกยายชาที่ไปร้องเรียนขอให้หยุดเอากากอุตสาหกรรมมาทิ้งในชุมชน เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2556 และขอเลื่อนมาชี้แจงวันที่ 14 มกราคม 2556

ในการมาชี้แจงยอมรับในความผิดพลาดในการไม่ได้มาถามความคิดเห็นประชาชนในชุมชนก่อนว่าเห็นด้วยหรือไม่ และมีความปลอดภัยหรือไม่ เมื่อประชาชนได้รับผลกระทบตั้งแต่วันแรกที่นำกากอุตสาหกรรมยิปซั่มมาทิ้ง จึงขอยุติการนำมาทิ้ง และขอเก็บกากอุตสาหกรรมยิปซั่มกลับคืน พร้อมจะมาคอยตรวจสอบสารปนเปื้อนว่าจะมีการตกค้างอยู่หรือไม่ทุก 2 เดือน จนกว่าจะได้ผลเป็นที่ปลอดภัยของชุมชน

นิส.



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
chailasalle วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 01.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

พวกขยะ จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Payont วันที่ : 20/01/2013 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

ดีครับ ชุมชนเข้มแข็ง จะทำให้พวกทำงานชุ่ยๆสูญพันธุ์

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 19/01/2013 เวลา : 10.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

เมืองไทย
ชอบรอให้มากจนเกินแก้ไข
บริษัทเองก็ ควรทิ้ง พร้อมมีวิธีกำจัดไปก้วย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 17/01/2013 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง


เจ้าของบริษัทรับผิด หลังนำสารเคมีทิ้งกลางชุมชน
วันจันทร์ที่ 14 มกราคม 2556 เวลา 22:47 น.
http://www.dailynews.co.th/thailand/178194

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พิทักษ์ วันที่ : 16/01/2013 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

ลดการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ด้วยการนำหินปูน (calciumcarbonate, CaCO3) มาดูดซับไอเสียที่ปล่อยออกทางปล่อง (smokestacks) จากการเผาถ่านหินหรือเผาวัตถุอื่นที่มีกำมะถันปน เช่น ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ จึงได้ผลผลิตเป็นยิปซัม

ทุกแห่งของเตาเผาไหม้ที่ต้องการลดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซค์ ก็จะใช้วิธีนี้โดยกักควันแล้วฉีดน้ำปูนก่อนปล่อยออกข้างนอกทางปล่อง ซึ่งถ้าเตาเผานั้นไม่ใช้วิธีเผาวันไอเสียซ้ำด้วยอุณหภูมิสูงสารอันตรายบางตัวก็จะไม่สลายตัวแต่จะแทรกเข้าไปอยู่ในยิปซั่ม แล้วซึมลงแหล่งน้ำเมื่อมาชะล้างที่ยิปซั่ม

การคัดค้านของคุณนิษฐ์ผมเป็นอีกเสียงนึงที่ขอสนับสนุนในการกำจัดของเสียที่ถูกต้อง ไม่ใช่เอาของเสียมาทิ้งให้ชุมชนแล้วโกยผลประโยชน์กลับไปอย่างเดียว

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนเมืองพระชนกจักรี วันที่ : 16/01/2013 เวลา : 14.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chainoy70

เป็นอีกครั้งที่ชาวบ้านถูกกระทำอย่างไร้เมตตา

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 16/01/2013 เวลา : 12.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง


ชาวบ้านคลองน้ำหูหวั่น “ยิปซัม” นำมาถมที่ลุ่มในชุมชนอาจส่งผลกระทบ
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000005420

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน