*/
  • กนิษฐ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kanis1@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 829
  • จำนวนผู้ชม : 2045745
  • จำนวนผู้โหวต : 2345
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2345 คน
<< กันยายน 2013 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 13 กันยายน 2556
Posted by กนิษฐ์ , ผู้อ่าน : 3288 , 13:27:51 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน Payont , พิทักษ์ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 
 
ดื่มน้ำผัก ผลไม้ให้ได้ประโยชน์ทั้งที ทางที่ดีอย่าคั้นแบบแยกกาก 

น้ำผลไม้แยกกาก จัดเป็นเครื่องดื่มทางเลือกเพื่อสุขภาพในยุคปัจจุบัน ที่หาทานกันได้ง่ายทั้งตามหน้าออฟฟิศ ร้านขายน้ำผักผลไม้ในห้างสรรพสินค้า ตามชั้นตู้แช่เย็นในซุปเปอร์มาเก็ตชั้นนำ ไปจนถึงผู้รักสุขภาพหลาย ๆ ท่าน ซื้อเครื่องคั้นน้ำผลไม้แยกกากมาทำเอง

สารพัดผลไม้ที่นำมาทำได้มีตั้งแต่ ส้ม แอปเปิ้ล สับปะรด กีวี มะม่วง แคนตาลูป สตอเบอรี่ ฝรั่ง กล้วย กีวี ไปจนถึงผักตั้งแต่ มะเขือเทศ แครอท บีทรูท มะนาว ต้นหอมฝรั่งหรือเซอเลอรี่ ไปจนถึงใบบัวบก สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่อุดมไปด้วยสารพัดวิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย และเป็นสารต้นอนุมูลอิสระ (สารต้านมะเร็ง) จากธรรมชาติชั้นดีที่ไม่ต้องสรรหาวิตามินเสริมที่ไหนทาน แต่นอกจากวิตามิน และแร่ธาตุที่มากมายแล้ว ยังมีประโยชน์จาก กากใย หรือ เส้นใยอาหาร (Fiber) กันอีกด้วย

กากใย หรือ เส้นใยอาหาร บางคนก็อาจเรียกทับศัพท์ ว่า ไฟเบอร์ นั้น เป็นสารที่ประกอบกันเป็นส่วนต่าง ๆ 

โดยเฉพาะผนังเซลล์ของพืช ที่มีโมเลกุลซับซ้อนมากจนน้ำย่อยในร่างกาย ไม่สามารถย่อยเส้นใยเหล่านี้ได้ เส้นใยจึงไม่ถูกดูดซึม ไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย เมื่อเรากินพืชผักที่มีเส้นใยอาหารเข้าไป ร่างกายจะทำหน้าที่ย่อยสารอาหารในพืชผัก ซึ่งได้แก่ วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ส่วนกากใยที่เหลืออยู่ที่ร่างกายย่อยไม่ได้จะผ่านออกไปยังลำไส้ใหญ่ และถูกขับออกมาพร้อมกับอุจจาระ โดยกากใยจะไปทำหน้าที่ช่วยเพิ่มปริมาณของเสีย และเมื่อรวมกับอาหารอื่นที่ถูกย่อยและดูดซึมแล้ว ทำให้สามารถเคลื่อนตัวไปตามลำไส้ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยอุ้มน้ำ ซึ่งน้ำเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้อาหารที่ผ่านการย่อยและดูดซึมแล้ว (ขณะนี้คือของเสีย) อ่อนนุ่มขึ้น จึงง่ายต่อการกำจัดออกจากร่างกาย แม้กากใยจะไม่ใช่สารอาหารที่ช่วยในการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย อย่างวิตามิน และ แร่ธาตุ และไม่ได้ให้พลังงานแก่ร่างกาย อย่างคาร์โบไฮเดรต โปรตีน หรือไขมัน แต่กากใย ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเหลือเกินในระบบขับถ่ายดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ดังนั้น ร่างกายเราก็ขาดกากใยไม่ได้เช่นกัน

งานวิจัยอีกหลายชิ้นที่ได้พยายามค้นหาประโยชน์ของเส้นใยอาหาร จนปัจจุบันได้คำตอบที่แน่ชัดแล้วว่า เส้นใยอาหารช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ โรคความดันเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคมะเร็งต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และโรคอื่น ๆ อีกหลายโรค

นักโภชนาการได้แนะนำให้คนเรากินเส้นใยอาหารวันละประมาณ 25-30 กรัม แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนส่วนใหญ่กินอาหารที่มีเส้นใยเพียง 2 ใน 3 ของปริมาณที่ร่างกายต้องการเท่านั้น ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขก็ได้พยายามรณรงค์ให้คนไทยกินผลไม้ให้หลากหลาย ซึ่งหากจะคำนวณออกมาเป็นตัวเลขดูเป็นเรื่องยุ่งยาก ดังนั้นหลักการง่าย ๆ ในการปฏิบัติ เพื่อที่ร่างกายจะได้รับปริมาณเส้นใยอาหารทั้ง 2 ชนิด ในสัดส่วนที่เหมาะสม คือ

- ควรกินข้าวเป็นอาหารหลัก โดยเฉพาะข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ หรือผลิตภัณฑ์จากข้าวที่ไม่ขัดสี เช่น ขนมปังโฮลวีต (ซึ่งมีกากใยอาหารมากกว่าขนมปังขาวถึง 3 เท่า)
- กินผักผลไม้ให้มาก ๆ และกินพืชตระกูลถั่วให้หลากหลาย
- ควรกินผลไม้ทั้งเปลือก เช่น แอปเปิ้ล องุ่น ฝรั่ง
- กินผลไม้สดหรือผลไม้ปั่นแทนการดื่มน้ำผลไม้คั้น (ส้มสด 1 ผล มีกากใยอาหารมากกว่าน้ำส้มคั้นถึง 6 เท่า)
- พยายามกินผักที่กินทั้งต้นและก้านได้ให้มากขึ้น เช่น ผักคะน้า ผักบุ้ง กวางตุ้ง
- เติมถั่วต่าง ๆ ลงในอาหาร เช่น ในสลัด ต้มจืด หรือแกงต่าง ๆ
- ดื่มน้ำมาก ๆ เพราะเส้นใยอาหารจะทำงานได้ดีต้องมีน้ำช่วย
- สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นชินกับการกินผักสด ผลไม้มาก ๆ มาก่อน ควรจะเพิ่มปริมาณอาหารที่มีกากใยทีละน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบย่อยอาหารเกิดอาการปั่นป่วน

เห็นไหมว่า เส้นใยหรือไฟเบอร์นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายขนาดไหน ดื่มน้ำผัก ผลไม้ครั้งต่อไป เลือกดื่มแบบที่ได้เส้นใย หรือไฟเบอร์ หรือทานสด ๆ กันดีกว่า
 
ผู้เขียนเห็นทั้งร้านขายน้ำผลไม้แยกกากทีไรนึกเสียดายของดี ๆ ทุกที ทานเส้นใยหรือไฟเบอร์สม่ำเสมอ เพียงแค่นี้เราก็จะมีระบบขับถ่ายที่มี ปราศจากปัญหา ท้องผูก อึดอัดเพราะถ่ายไม่ออก โรคริดสีดวงทวารหนัก และโรคอื่น ๆ จากระบบลำไส้ เริ่มใส่ใจกับการเลือกรับประทานอาหารที่มีกากใยกันเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพของเราเอง และคนที่เรารัก

อย่าลืมประโยคสำคัญที่ว่า You are what you eat กันนะคะ

ขอบคุึณ  http://variety.teenee.com/foodforbrain/56030.html



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Payont วันที่ : 22/09/2013 เวลา : 21.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

ครับ You are what you eat

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พิทักษ์ วันที่ : 22/09/2013 เวลา : 10.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

กินง่ายถ่าย...สบายท้องด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chailasalle วันที่ : 14/09/2013 เวลา : 04.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

ระบบกวาดล้างลำไส้อย่างดีทีเดียว..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน