• kantnews1
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kantnews1@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-24
  • จำนวนเรื่อง : 8
  • จำนวนผู้ชม : 13024
  • จำนวนผู้โหวต : 8
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน
วันอังคาร ที่ 23 กันยายน 2551
Posted by kantnews1 , ผู้อ่าน : 1517 , 14:35:14 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เนื่องจากมีน้องนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มาติดต่อขอให้เขียนบทสัมภาษณ์ (งงไหม?) ก็คือสัมภาษณ์โดยการตอบคำถามจากการเขียนตอบ เนื่องจากปัญหาด้านเวลาที่ไม่ตรงกัน แต่ก็กลายเป็นบทสัมภาษณ์ดิบ (แต่ไม่ห่าม) ชิ้นนี้ครับ

เชิญอ่านแล้วแสดงทัศนะวิจารณ์กันได้ตามอัธยาศัยครับ...

คำถาม สัมภาษณ์ กลวิธีในการทำข่าวและมุมมองวงการข่าว (ในมุมมองของผู้ประกาศข่าว)


PART 1
ชื่อ-สกุล
กานต์ จอมอินตา

หน้าที่ที่รับผิดชอบ
ผู้ประกาศข่าว สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV ช่อง News1
บริษัท ไทยเดย์ ดอท คอม จำกัด (ในเครือหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ)

ก่อนหน้านี้ ทำอะไรมาก่อน
-ผู้ดำเนินรายการวิทยุ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดลำปาง
-คอลัมน์นิสต์หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ประจำจังหวัดลำปาง
-ผู้สื่อข่าวสายเศรษฐกิจ-อสังหาริมทรัพย์ บริษัท วัฏฏะ คลาสสิฟายด์ส จำกัด

เหตุใด จึงรักที่จะทำงานข่าว
ด้วยพื้นฐานภายในที่เป็นคนชัดเจน เที่ยงตรง ซื่อสัตย์ต่อตนเองและสังคม รักในความถูกต้อง-ยุติธรรม จึงชอบที่จะทำหน้าที่ในการสื่อสาร ประกอบกับพื้นฐานภายนอก ที่เป็นคนชอบพูดคุย ซักถาม ชอบสื่อสารกับผู้คน มีความท้าทายเกิดขึ้นในทุกวินาทีที่ทำงานซึ่งทำให้ต้องใช้สติและสมาธิสูงในการทำข่าวที่สำคัญการประเมินผลการทำงานด้านข่าวไม่ต้องรอให้ถึงปลายปี เพราะทีที่พลาด การประเมินผลจากคนดูจะมาทันที บางทีถึงกับแสดงผลบนหน้าจอทีวีด้วยซ้ำไป ทำให้คนข่าวต้องระมัดระวังในการนำเสนอ แม่นยำในข้อมูลข่าวสาร ซึ่งทั้งหมดก็ทำให้เป็นการฝึกฝนตนเองไปในตัว

อาชีพ คนข่าว เป็นอาชีพที่ไม่มีเวลาตายตัว อยากทรายว่าคุณแบ่งเวลาระหว่าง งาน กับชีวิตส่วนตัวอย่างไร
แน่นอนว่า เมื่อเลือกแล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด ซึ่งธรรมชาติของคนข่าวที่ดีแล้ว 24 ชั่วโมงต้องยกให้กับข่าว เพราะข่าวเกิดขึ้นตลอดทุกวินาที ดังนั้นการเตรียมพร้อมเพื่อรับกับสถานการณ์ข่าวที่จะเกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นและคนข่าวไม่อาจเลี่ยงได้ นั่นจึงทำให้คนทำงานด้านข่าวสารจำเป็นต้องเชี่ยวชาญในด้านการบริหารจัดการตารางชีวิตของตนเอง ขณะเดียวกันก็ต้องทำความเข้าใจกับคนรอบข้างถึงหน้าที่รับผิดชอบของการเป็นคนข่าว ถ้าหากจะถึงขั้นจำเป็นต้องเลื่อนหรือยกเลิกนัด ก็ต้องทำ แต่โดยรวมแล้ว การทำงานข่าวก็ยังคงต้องการเวลาความเป็นส่วนตัวเหมือนกับอาชีพอื่นๆ ทั่วไปอยู่ดี เพียงแต่ไม่อาจแบ่งเวลาในแต่ละวันได้ชัดเจนนัก ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเวลาชีวิตของตนเองมากกว่า

งานชิ้นไหน ที่ภาคภูมิใจที่สุด
รายงานพิเศษ “กระบวนเรือพระราชพิธี พยุหยาตราชลมารค” เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เนื่องจากเป็นงานพระราชพิธีที่ทรงคุณค่า จึงต้องใช้ระยะเวลาในการเตรียมข้อมูลและรายละเอียดที่ถูกต้อง เพื่อลำดับถ่ายทอดโบราณราชพิธีให้ผู้ชมได้รับทราบ

PART 2
จะเป็นนักข่าว ได้ ต้องมีทักษะอะไร บ้าง
ทักษะคนข่าวอาจจะแบ่งออกเป็น 2 อย่าง คือคนที่เรียนมาทางด้านนิเทศศาสตร์ สื่อสารมวลชน ก็จะมีความรู้พื้นฐานด้านการเขียนข่าวทำข่าว ขณะที่คนที่จบมาเฉพาะทางอย่างรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถเป็นนักข่าวได้ ที่สำคัญคือเป็นได้ดีด้วยซ้ำเนื่องจากมีความรู้เฉพาะตามสาขาที่เรียนมา ซึ่งจะช่วยทำให้เข้าใจเนื้อหาสาระของข่าวสารได้ดีกว่า คนจำพวกแรก ขณะเดียวกันเรื่องการฝึกฝนทักษะด้านข่าวก็เป็นสิ่งที่ทำได้ แต่เหนืออื่นใด นักข่าวที่ดีควรมีทั้งความรู้ในเรื่องที่ต้องทำข่าวและพื้นฐานด้านการรายงานข่าว รวมไปถึงพื้นฐานลักษณะนิสัยอย่างเช่นการชอบตั้งข้อสังเกต ขี้สงสัย มีการเรียนรู้ที่ไม่จบสิ้น มีความละเอียดรอบคอบ มีความคล่องตัวสูง เป็นต้น ที่สำคัญต้องเคารพต่อจรรยาบรรณของการทำหน้าที่สื่อมวลชน

ในความคิดของคุณ อะไรควรจะเป็นข่าว หรือ ไม่เป็นข่าว (หลักเกณฑ์ในการตัดสิน)
ข่าวคือเรื่องราวข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ฉะนั้นทุกเรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นข่าวได้หมด เพียงแต่ว่าจะเป็นข่าวหนักข่าวเบา เท่านั้นเอง

แหล่งข่าว ของคุณ ได้จากไหนบ้าง
ทุกอย่างรอบตัวที่เกี่ยวข้องกับข่าวถือเป็นแหล่งข่าวทั้งสิ้น

เราจะตัดสินอย่างไร ว่าแหล่งข่าวที่ได้มา เชื่อถือได้
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าวเกิดจากวิจารณญาณของผู้ชมคนดูคนอ่าน เราในฐานะคนกลาง มีหน้าที่รายงานนำเสนอข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้นเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ตัดสินแทนคนดูได้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี

เวลาออกไปทำข่าวต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
เตรียมเนื้อหาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับข่าวหรือเรื่องที่จะต้องไปทำ ปกติเวลาก่อนออกไปทำข่าว เราย่อมทราบอยู่แล้วว่า ประเด็นข่าวมีอย่างไร เป็นการเตรียมประเด็นคำถามที่ต้องการทราบจากแหล่งข่าว ส่วนเรื่องบุคลิกภาพเสื้อผ้าหน้าผม เป็นเรื่องปกติที่ต้องเตรียมมาตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านแล้ว ที่สำคัญอย่าให้ความสำคัญกับปัจจัยภายนอกจนทำให้ดึงความน่าสนใจไปจากประเด็นเนื้อหาข่าวที่เราต้องการ

อุปกรณ์ที่จำเป็นในการทำข่าว
ทั่วไปเช่น ไมค์ กล้อง (อันนี้ช่างภาพเตรียมเอง) ปากกา กระดาษ เทปอัดเสียง ยาดม (ล้อเล่น) ฯลฯ

กับแหล่งข่าว เรา ต้องมีการทำงานการบ้านอย่างไร บ้าง
อย่างที่บอก คือการจะสัมภาษณ์หรือถามไถ่แหล่งข่าวต้องทำการบ้านด้วยการเตรียมข้อมูลของเรื่องที่จะออกไปทำ รวมถึงข้อมูลของแหล่งข่าวทั้งส่วนตัวหรือทั่วไป ทั้งนี้เพื่อให้การสัมภาษณ์พูดคุยเป็นไปอย่างธรรมชาติและแสดงถึงความเป็นมืออาชีพ

คุณมีหลักในการสัมภาษณ์แหล่งข่าวอย่างไร
ถามในสิ่งที่อยากรู้และเป็นประโยชน์ต่อเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอ

คุณมีวิธีการคิดประเด็นสัมภาษณ์ อย่างไร
ประเด็นมาจากเนื้อหาหลักที่ต้องการนำเสนอ ประมวลเข้ากับข้อมูลพื้นฐานที่เรามีอยู่ เรียงลำดับเป็นประเด็นคำถามอย่างถูกต้อง เหมาะสม

ประเด็นในการสัมภาษณ์ มีการกำหนดกรอบไว้แค่ไหน
หากเรื่องไหนที่ไม่จำเป็นและเป็นข้อมูลส่วนตัวมากเกินไปจนถึงขั้นละลาบละล้วงก็คงไม่ถาม แต่ถ้าหากว่าเรื่องส่วนตัวเกี่ยวข้องกับประเด็นข่าวก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องถาม

เคยมีไหม ที่แหล่งข่าวกล้าบอกข้อมูล และ ย้ำว่า ข้อมูลห้ามเปิดเผย
เป็นเรื่องปกติ ที่แหล่งข่าวจะเปิดเผยข้อมูลที่ย้ำว่าไม่ให้เราเปิดเผยต่อ อาจจะด้วยความสนิทหรือไว้ใจกันหรือต้องการโยนหินถามทาง ใช้สื่อเป็นกระบอกเสียงทดลองก็ตามแต่ แต่หากว่าข้อมูลนั้นเหมาะกับการเปิดเผยให้ผู้ชมได้รับทราบ ก็เป็นเรื่องที่ต้องกระทำ ซึ่งหากว่านักข่าวที่สัญญาว่าจะปิดชื่อแหล่งข่าวไว้เป็นความลับต้องรักษาสัญญา ถ้านักข่าวถูกบรรณาธิการขอให้ระบุชื่อแหล่งข่าว นักข่าวควรแจ้งให้แหล่งข่าวทราบ ถ้าแหล่งข่าวต้องการปิดบังชื่อของตนจากบรรณาธิการ นักข่าวและบรรณาธิการต้องตัดสินใจว่าจะ ใช้ข้อมูล ที่ได้มานั้นหรือไม่ แม้ว่าจะมีเพียงนักข่าวคนเดียว เท่านั้น ที่ทราบว่าแหล่งข่าวคือใคร ดังนั้นวิธีการในการนำเสนอจึงเป็นเรื่องสำคัญ ขณะเดียวกันการสงวนที่มาของแหล่งข่าวก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำ

หลังจากที่ได้ข่าวมาแล้ว ต้องทำอย่างไร ต่อ
เรียบเรียงแล้วเขียนข่าว ตามกระบวนการต่อไป

โดยปกติ ในการส่งข่าวของคุณ ทำโดยวิธีใด
การส่งข่าวเข้าสถานี ไม่มีอะไรแปลก ยกเว้นแต่ว่า เร่งด่วนที่ต้องส่งข่าวทางโทรศัพท์ ก็จะจดข่าวคร่าวๆ เพื่ออ่านส่งทางโทรศัพท์แล้วให้รีไรเตอร์หรือผู้เรียบเรียงข่าวหรือหัวหน้าข่าวเป็นคนเขียนข่าวเพื่อให้ทันในการออกอากาศ เนื่องจากการทำข่าวโทรทัศน์จะแตกต่างตรงที่มีเรื่องเวลามาเป็นปัจจัยหลัก

สูตรสำเร็จในการเขียนข่าว คือ
การเขียนข่าวไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่หลักการเขียนข่าวที่ถูกต้องคือรายงานตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

เขียนข่าวอย่างไร ให้ได้ดี
การเขียนข่าวไม่ใช่การเขียนเรื่องสั้นหรือ นวนิยาย แต่เป็นการเขียนที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง แต่สิ่งที่จะทำให้ข่าวนั้นน่าสนใจคือการใช้กลวิธีในการเขียน ให้ครบตามหลักในการสร้างประโยคในภาษาซึ่งก็มีเทคนิคแตกต่างกันออกไป

ปัญหาในการเขียนข่าวที่มักพบคือ
การเขียนข่าวภายใต้แรงกดดัน โดยเฉพาะเรื่องของเวลาซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการทำข่าวโทรทัศน์ ขณะเดียวกัน การเรียบเรียงเรื่องราวและนำเสนอออกมาให้ครบถ้วนตรงตามความเป็นจริงท่ามกลางเวลาที่กระชั้นชิดก็เป็นปัญหาที่ต้องเผชิญไปให้ได้

ความยากง่ายของการเป็นผู้ประกาศข่าว
คงต้องแบ่งออกเป็น 2 คำตอบย่อย คือ1.การจะมาเป็นผู้ประกาศข่าวได้มีความยากง่ายอย่างไร คำตอบก็คือมีทั้งง่ายและยากปะปนกันไป ขึ้นอยู่กับจังหวะ โอกาสและความสามารถ และคนข่าวตัวจริงเท่านั้นที่จะยืนอยู่ได้บนเวทีนี้ ขณะเดียวกันก็จะเกี่ยวพันกับคำถามข้อ 2. คือความยากง่ายของการเป็นผู้ประกาศข่าวมีอะไรบ้าง คำตอบคือ การเป็นแชมป์ว่ายากแล้ว การรักษาแชมป์ยิ่งยากกว่า กล่าวคือการจะเป็นผู้ประกาศข่าวที่ดีนั้น ต้องเต็มที่กับความรับผิดชอบทั้งหมดที่มีอยู่ ทั้งเรื่องการรายงานข่าวให้ถูกต้องตามหลักภาษา นำเสียงลีลาที่น่าติดตาม รวมถึงความรู้จริงที่มีต่อเนื้อข่าวนั้นๆ ซึ่งทั้งหมดจะถูกส่งผ่านมายังหน้าจอเพื่อให้คนดูเป็นผู้ตัดสินว่า คนคนนี้เหมาะกับการทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวหรือไม่

ประสบการณ์ ที่ผ่านมา เอื้อ ต่อการทำงานตรงจุดนี้ อย่างไร
โชคดีที่ตนเองมีประสบการณ์ในการทำข่าวหนังสือพิมพ์มาก่อน ซึ่งจะได้เปรียบตรงที่ได้ฝึกให้สร้างความลึกในข้อมูลและมีวิธีการนำเสนอที่น่าสนใจ อันเกิดจากการชอบอ่านหนังสือซึ่งจะทำให้เกิดคลังคำที่มากขึ้น สามารถหยิบจับมาใช้ได้แม้จะมีเรื่องเวลาเข้ามากดดัน เนื่องจากเป็นความคุ้นชินในการใช้คำอยู่แล้ว

ปัญหาที่พบกับรายการสด คือ
อาจจะแบ่งได้เป็นปัญหาทางเทคนิค กับปัญหาส่วนตัว
ปัญหาทางเทคนิค เช่น เรื่องเสียง เรื่องภาพ สัญญาณการออกอากาศ การให้คิว ซึ่งแม้จะไม่ได้เป็นปัญหาที่เกิดจากเรา แต่ก็ทำให้เราคือผู้ประกาศซึ่งเป็นคนเบื้องหน้าต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ทันท่วงที


ขณะที่ปัญหาส่วนตัว ก็มีทั้งการขาดความรู้ในข้อมูลเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอหรือนำเสนอข้อมูลที่คาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง อาจจะเป็นเพราะไม่มีการเตรียมตัวที่ดีพอ หรือการจัดการควบคุมสภาวะทางอารมณ์ในขณะนั้นให้เป็นปกติที่สุด แม้ว่าเพิ่งจะคุกรุ่น โมโหแบบสุดขีดมาก็ตามแต่ ซึ่งต้องเข้าใจว่า คนดูไม่ได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรามาก่อนหน้านี้ ดังนั้นโชว์ก็ต้องโกออนต่อไปแบบไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น

มองรายการข่าวต่างจากรายการประเภท อื่น อย่างไร
รายการข่าว คือรายการที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และความน่าเชื่อถือ ดังนั้นการแสดงความคิดเห็นหรืออากัปกิริยาที่ไม่เหมาะสม เป็นสิ่งที่พึงระวัง

อุปสรรค ในการทำงาน ในฐานะผู้ประกาศข่าว คือ
การทำงานแข่งกับเวลาและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ส่วนเรื่องข้อมูลข่าวสารรอบตัวที่ต้องนำมาใช้ในการนำเสนอข่าวนั้นอาจไม่ถือเป็นอุปสรรค เพียงแต่เป็นความยากที่รอการพิสูจน์เพื่อให้ฝ่าฝันไปได้มากกว่า

สูตร สำเร็จ ในการทำงานของผู้ประกาศข่าว คือ
ทุกอาชีพไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ผู้ประกาศข่าวก็เช่นกัน ที่สำคัญผู้ประกาศข่าวต้องรักษาความสดของข้อมูลและติดตามตรวจสอบความเป็นไปของข้อมูลข่าวสารอยู่อย่างเสมอ

สิ่งสำคัญที่สุด ของคน ข่าวเบื้องหน้า คือ
เคารพในหน้าที่การงาน เคารพในแหล่งข่าวข้อมูล เคารพคนดูซึ่งเป็นผู้รับสารและส่งสารกลับมาได้ในทันท่วงทีและที่สำคัญ เคารพตนเอง


PART 3
มองวงการ ข่าวโทรทัศน์ ทุกวันนี้เป็นอย่างไร
ทุกวันนี้โทรทัศน์หลายช่องพยายามทำให้ข่าวเป็นเหมือนรายการโชว์รายการหนึ่ง ที่อาศัยรูปแบบในการนำเสนอโดยขาดพื้นฐานของการทำหน้าที่ “ข่าว” เนื่องมาจากเหตุผลทางธุรกิจ และยกเหตุผลเรื่องความง่ายในการเสพข่าวสารของคนดูมาเป็นข้อง่าย เช่นการอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ เลยเถิดไปถึงขั้นอ่านข่าวจากนิตยสารให้ฟังเพื่อให้ครบๆ ตามเวลาที่กำหนด ทำให้ขาดการนำเสนอที่สะท้อนความเป็นจริงที่ต่างจากข่าวบนหน้ากระดาษทั่วไป นอกจากนี้ข่าวโทรทัศน์ในปัจจุบันยังไม่มีวิจารณญาณมากพอว่า ข่าวนั้นมีตื้นลึกหนาบางเพียงใด มีประเด็นที่กระทบต่อสังคมมากกว่านี้หรือไม่ เพียงแต่อ่านออกเสียงได้ก็นำมาอ่านข่าวให้คนฟัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง คนข่าวควรทำหน้าที่ในการไตร่ตรอง ศึกษา ข้อมูลอย่างถ่องแท้ก่อนนำเสนอเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ระดับสติปัญญาของคนดู

คิดว่า การทำงานข่าวของ สื่อโทรทัศน์ กับ สิ่งพิมพ์ ต่างกัน หรือไม่ อย่างไร
ถ้าในแง่ของหัวใจหลักในการนำเสนอข่าวคือข้อเท็จจริง การทำงานข่าวของสื่อโทรทัศน์กับสื่อสิ่งพิมพ์คงไม่แตกต่างกันมากนัก เพียงแต่ข่าวจากสื่อสิ่งพิมพ์จะมีเนื้อหารายละเอียดที่มากกว่า มีประเด็นที่ลึกและหลากหลายกว่า ซึ่งก็เป็นการต่อเนื่องไปจากข่าวโทรทัศน์ที่ต้องอาศัยความสด รวดเร็ว กระชับ ฉับไว บนเนื้อที่และเวลาที่จำกัด ทำให้ไม่อาจลงลึกในรายละเอียดได้มากเท่าข่าวจากสื่อสิ่งพิมพ์

มองเรื่องการบริโภคข่าวของคนไทย อยู่ในระดับใด
ปัจจุบันคนไทยให้น้ำหนักกับการบริโภคข้อมูลข่าวสารมากขึ้น เห็นได้ชัดเจนจากเรตติ้งรายการข่าวแต่ละรายการ ขณะเดียวกันพฤติกรรมการบริโภคข่าวของคนก็เปลี่ยนไป เนื่องมาจากการที่แต่ละช่องปรับวิธีการนำเสนอข่าวโดยให้เหตุผลว่าย่อยข่าวเพื่อให้คนดูรับได้ง่ายขึ้น โดยขาดความลึกซึ้งและประเด็นต่อไปของข่าว ซึ่งก็ทำให้เป็นทั้งข้อดีและข้อเสียในคราวเดียวกัน

มีความคิดอย่างไร เกี่ยวกับ รายการข่าว แบบ เล่าข่าว
อย่างที่บอกไปว่าการนำเสนอข่าวบนพื้นฐานของความง่ายในการรับข้อมูลข่าวสารที่ผ่านการย่อยมาแล้วรอบแรกจากทีมงาน รอบสองจากพิธีกรผู้ประกาศ ซึ่งทั้งหมดจะคำนึงถึงรูปแบบการนำเสนอแบบง่ายๆ สบายๆ อะไรที่ลึกเกินกว่าคนดูจะเข้าใจก็ไม่ต้องพูด ซึ่งก็ทำให้ก่อนที่ข่าวสารนั้นจะมาถึงคนดู ก็คงไม่เหลือคุณค่าใดๆ นอกจากกาก ก็เลยทำให้คนดูขาดมิติในการไตร่ตรองข้อมูลประเด็นข่าวสารอื่นๆ ที่มากกว่านั้น

คุณคิดว่าอะไร ที่ทำให้ รายการข่าว ของ ASTV มีฐานผู้ชม เหนียวแน่น
ASTV มีความต่างจากฟรีทีวีตรงที่ก่อนจะดูได้ต้องเสียเงินหรือต้องสรรหามาดู ดังนั้นคนที่ดู ASTV จึงเกิดจากความตั้งใจที่ต้องการข้อมูลทางเลือกที่ต่างจากที่สื่อฟรีทีวีไม่ได้นำเสนอ และโดยพฤติกรรมของคนดูแล้ว เมื่อเกิดความพยายามในการสรรหามาดู ก็ทำให้ยืนหยัดในการดู ASTV มากกว่าสถานีโทรทัศน์อื่นๆ ที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารแทบไม่มีความแตกต่างกัน และข้อมูลจากเอซี เน็ลสัน บอกว่าคนที่ดู ASTV ในแต่ละวันจะดูประมาณ 3 - 4 ชั่วโมงติดต่อกัน เรียกว่าเปิดแช่ไว้เลยทีเดียว

มองจรรยาบรรณ สื่อไทย ในปัจจุบัน นี้ เป็นอย่างไร
กุหลาบ สายประดิษฐ์ เคยกล่าวไว้ว่าผู้ใดไร้จรรยาและธรรมะก็จะกลายเป็นผู้ไร้เกียรติยศ โดยเฉพาะอาชีพสื่อที่ต้องอาศัยจรรยาในการประกอบสัมมาชีพ ขณะเดียวกันปัจจุบันจรรยา ของสื่อไทยถูกทำลายลงไปมาก เนื้อหาหลักๆ อย่างการปกป้องข้อมูลแหล่งข่าว หรือการเขียนข่าวเพื่อตอบสนองผู้มีอุปการคุณตามรายการคุณขอมา หรือรายการคุณลงโฆษณา จะเห็นได้ว่ามีมากขึ้น ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่สื่อเพื่อตนเอง ขัดกับจรรยาที่บอกว่าต้องใช้พื้นที่สื่อเพื่อให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าสูงสุดต่อประชาชนและสังคม นอกจากนี้สื่อในปัจจุบัน นิยมแสดงความคิดเห็นลงไปในข้อมูลข่าวสาร อันเนื่องมาจากเทรนด์ของรายการที่เป็นรูปแบบการเล่าข่าวสบายๆ ก็ทำให้ไม่ทันได้คิดไตร่ตรองว่าความคิดเห็นที่ส่งออกไปนั้นจะกระทบกับประชาชนและสังคมอย่างไรบ้าง ซึ่งแท้จริงแล้วจรรยาบรรณสื่อข้อหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการแยกความเห็นออกจากข้อเท็จจริง และระมัดระวังในรูปแบบและการใช้ถ้อยคำที่สื่อสารออกไปยังคนดู


คิดอย่างไร กับเสรีภาพ ของสื่อ ในยุครัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งอยู่ภายใต้ระบบเผด็จการ
คิดว่าสื่อในยุคปัจจุบันค่อนข้างมีเสรีกว่าเมื่อประมาณปีที่แล้วย้อนหลังไปอีก 5 ปี เนื่องจากรัฐบาลก่อนการรัฐประหารให้น้ำหนักกับความเป็นสื่อมากจนทำให้ต้องเกิดความพยายามในการแทรกแซงสื่อ ซื้อสื่อ และกุมอำนาจสื่อไว้ในมือ โดยเฉพาะสื่อที่ทำตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อความมั่นคง (ของตนเอง) ถ้าเป็นสื่อของรัฐอย่างวิทยุและทีวี คงไม่มีปัญหาสักเท่าไร เพราะกุมไว้ได้ อยากสั่งปลดใครหรือรายการใดก็ทำได้ (เหมือนที่รายการเมืองไทยรายสัปดาห์เคยเผชิญมาแล้ว) แต่ถ้าเป็นสื่อสิ่งพิมพ์มักมีกระบวนการแปลกๆ เกิดขึ้น เช่นการให้เงินคอลัมน์นิสต์เพื่อเขียนเชียร์ การพยายามขู่ด้วยการงดลงโฆษณา เหล่านี้ถือว่าเป็นกระบวนการในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อทั้งสิ้น ซึ่งหากเทียบกับปัจจุบันนี้ ยังไม่มีความรุนแรงที่คุกคามเสรีภาพสื่อถึงขั้นนั้น

มองอนาคตสื่อไทยเป็นอย่างไร
หลังจากหมดยุคของ อดีตนายกฯ ทักษิณ ที่ได้ชื่อว่าแทรกแซง-แทรกซื้อ สื่อมากที่สุด ก็ทำให้สื่อกลับมามีบทบาทอีกครั้ง และสื่อเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งเรื่องรูปแบบและความคิด หนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกันอาจจะมีความเห็นที่แย้งกันมากในตัวก็เป็นได้ ขณะที่รูปแบบก็จะแปรเปลี่ยนไปตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่ไม่ได้จำกัดเพียงหน้ากระดาษหรือฟรีทีวีอีกต่อไป ทำให้สื่อแท้และสื่อเทียมมีการตรวจสอบซึ่งกันและกันได้ เพื่อจะได้คานกัน ขณะเดียวกันประชาชนซึ่งเคยเป็นผู้รับสาร ก็จะกลายเป็นผู้ส่งสารได้ในเวลาเดียวกัน คือสามารถทำสื่อเองได้ ง่ายๆ ก็เช่นการโพสข้อความลงในอินเทอร์เน็ต เพื่อแสดงความคิดเห็น แสดงข้อเท็จจริงที่มีอยู่ ตลอดจนการหลอมรวมกันของสื่ออย่างเช่น ASTV ที่ผนวกเข้ากับคลื่นวิทยุยามเฝ้าแผ่นดิน และเว๊ปไซต์ แมเนเจอร์ออนไลน์ เพื่อขยายการรับรู้ข้อมูลข่าวสารให้มากขึ้น ซึ่งนั่นก็จะทำให้อนาคตของสื่อและประชาชนมีส่วนร่วมซึ่งกันและกันมากขึ้น

มอง อนาคต ทีวีผ่านดาวเทียม ในไทยไว้อย่างไร
ในปัจจุบันเมืองไทยมีทีวีผ่านดาวเทียมเกิดขึ้นมากมายหลายสิบช่องที่เกิดขึ้นในช่วงสุญญากาศ กสช. ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเลี่ยงบาลีกฎหมายและมีต้นทุนที่ไม่สูงมากนัก โดยมีข้อดีตรงที่ลดเรื่องต้นทุนค่าเช่าเวลาจากสถานีฟรีทีวีได้ รวมถึงการเปิดกว้างทางเนื้อหาสาระที่ไม่ถูกจำกัดมากเท่ากับฟรีทีวี อันจะทำให้สามารถสื่อสารกับคนดูได้ตรงกลุ่มเป้าหมายในลักษณะของนิชมาร์เก็ตได้มากกว่า แม้ว่าตอนนี้ทีวีผ่านดาวเทียมจะยังไม่เป็นที่ยอมรับของเอเยนซี่โฆษณาพอที่จะเทเม็ดเงินโฆษณาลงมา แต่ก็ยังมีสินค้าบางตัวที่ให้การสนับสนุนบางรายการในทีวีดาวเทียมอย่างเช่น ASTV ที่มี DTAC เข้ามาลงโฆษณาเพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่ไม่ชอบทักษิณและ AIS ซึ่งเป็นกลุ่มคนดูหลักของ ASTV ขณะเดียวกันก็เชื่อว่าหาก กสช.มีความชัดเจน ก็จะยิ่งทำให้ธุรกิจทีวีผ่านดาวเทียมได้รับความสนใจทั้งจากผู้ประกอบการสื่อ คนดูและเอเจนซี่โฆษณาอย่างแน่นอน

มองเรื่อง อนาคต ทีวี สาธารณะ ของไทย ไว้ อย่างไร
คงมองอย่างที่หลายคนเป็นห่วงโดยเฉพาะเรื่องหลักประกันในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารว่าจะปลอดการแทรกแซงจากรัฐและทุนได้ ซึ่งก็คาดว่าคณะกรรมการที่จะมีการแต่งตั้งขึ้นทั้ง 5 ชุด ตลอดจนการวางรูปแบบที่มาของรายได้ของทีวีสาธารณะคงสร้างหลักประกันความอุ่นใจให้กับทีวีช่องนี้ได้พอสมควร แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือจะทำอย่างไรให้ทีวีสาธารณะช่องนี้ไม่เป็นสุสานรายการ เหมือนที่พูดๆ กันไว้ถึงช่อง 11 ขณะเดียวกันรายการต่างๆ ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อออกอากาศให้คนได้ชมกันทั้งประเทศนั้น ทำอย่างไรถึงจะเป็นรายการที่ประชาชนชื่นชอบที่จะติดตามดูกันอย่างต่อเนื่อง ครบถ้วนทั้งสาระข่าวสาร ข้อมูลในทุกด้าน รวมไปดึงมีความบันเทิงเกิดขึ้นในการรับชมด้วย

คุณมองว่านักข่าวรุ่นใหม่ ควรเป็นอย่างไร
นักข่าวไม่ว่าจะรุ่นไหนจะใหม่หรือเก่า ย่อมต้องก้าวสู่บนพื้นฐานเดียวกันคือการทำหน้าที่ตีแผ่ รายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นให้กับประชาชนและสังคมได้รับทราบ มีการขวนขวานหาความรู้ข้อมูลใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ศึกษาประเด็นเนื้อหาข่าวโดยเฉพาะในสายข่าวที่เราประจำอยู่ ซึ่งถ้าหากเข้าใจในสถานภาพของตัวเองแล้ว จะทำให้ยืนอยู่บนถนนสายนี้ได้นานและได้รับการยอมรับจากสังคมมากกว่านักข่าวที่ไม่มีไฟ ไม่มีความกล้า ไม่ชอบตั้งคำถาม ซึ่งลักษณะเช่นนี้นักข่าวรุ่นไหนก็มีปะปนไปด้วยกันทั้งสิ้น

สิ่งที่อยากฝากถึง น้องๆ นักศึกษา ที่กำลังจะก้าวมาทำงานในวงการข่าว นี้
อันดับแรกคือเรื่องของใจ ใจที่รักและอยากทำงานที่เป็นสะพานเชื่อมความรู้ ข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน หลายคนคิดเพียงว่าจะใช้บันไดของการเป็นผู้ประกาศข่าวเพื่อกรุยทางสู่ความมีชื่อเสียงเงินทอง ซึ่งต้องบอกว่าเป็นความคิดที่ผิด เพราะอาชีพผู้ประกาศยืนหยัดอยู่บนภาพของความน่าเชื่อถือ เมื่อใดที่ความน่าเชื่อถือถูกลดทอนลง เมื่อนั้นคุณค่าในตัวผู้ประกาศข่าวก็จะลดตามลงไป และทำให้วงกลมนั้นเล็กลงทุกที



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
ณดาว วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 16.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/petpetpe

(0)
พี่เคยเจอแหล่งข่าวแบบที่ว่า...ขนาดมีเสียงสัมภาษณ์เรคคอร์ดมันยืนยัน มันยังกล้าว่าไม่ใช่เสียงมันเลย... แหล่งข่าวแบบนี้ เจอครั้งเดียว แล้วเลิกให้ราคามันทันทีไม่ว่ามันจะมีตำแหน่งสูงส่งแค่ไหน...
ความคิดเห็นที่ 1
ส้มค่ะ วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 14.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/som1512

(0)
สุดยอดเลยค่ะ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน