• kantnews1
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kantnews1@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-24
  • จำนวนเรื่อง : 8
  • จำนวนผู้ชม : 13030
  • จำนวนผู้โหวต : 8
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน
วันจันทร์ ที่ 6 ตุลาคม 2551
Posted by kantnews1 , ผู้อ่าน : 742 , 11:46:53 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บรรยากาศการหารือร่วม 4 ฝ่ายอันประกอบด้วย ประธานสภาผู้แทนราษฎร (ปู่ชัย ชิดชอบ) ประธานวุฒิสภา (อาจารย์ประสพสุข บุญเดช) ผู้นำรัฐบาล (นายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์) และผู้นำฝ่ายค้าน (เดอะมาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) เมื่อบ่ายวานนี้ ตามข่าวบอกว่าทั้ง 4 เห็นฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในการต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 291 ก่อน เพื่อเปิดทางไปสู่การตั้ง ส.ส.ร.3 เพื่อยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่และปฏิรูปการเมือง เพื่อให้เกิดจากประชาชนเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การสมานฉันท์ในภายภายหน้าได้

เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะฝ่ายการเมืองมองว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปี 2550 นั้น มาจากการร่างโดย ส.ส.ร. ที่มาจากการแต่งตั้งของฝ่ายทหาร คมช. ที่เป็นผู้รัฐประหารยึดอำนาจ และจัดการอุดรูรั่ว ช่องโหว่ที่เกิดขึ้นจาก รัฐธรรมนูญปี 40 ที่เปิดทางให้ฝ่ายการเมืองปู้ยี้ปู้ยำประเทศชาติและประชาชนได้โดยง่าย อันนำไปสู่ระบอบทักษิณที่ฝังรากลึกอยู่ในปัจจุบันนี้

ขณะที่ รัฐธรรมนูญปี 50 เองก็มีจุดอ่อนจุดด้อยที่ฝ่ายการเมืองเห็นว่าเป็นการ “แช่แข็ง” พวกเขามากเกินไป จนทำให้ต้องกระเหี้ยนกระหือรือ รับลูกทันทีที่สังคมโยนคำถามกลับไปว่า “ถึงเวลาปฏิรูปการเมืองแล้วหรือยัง?”

และถึงแม้จะไม่ได้เป็นไปตามแนวทาง "การเมืองใหม่" ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่การได้เปิดรูระบายอากาศให้ได้หายใจบ้าง ก็ดูเหมือนจะเป็นเพียงไม่กี่ทางเลือกเพื่อที่จะดิ้นรนต่ออายุให้กับรัฐบาล (ไม่) สมชาย จรดปลายเท้าชุดนี้

แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจคาดหวังแต่คาดคิดได้ ในแง่มุมของศิลปวัฒนธรรมที่ต่อเนื่องมาจาก รัฐธรรมนูญปี 40 ถึง รัฐธรรมนูญปี 50 ก็คือ การละเลย ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องศิลปวัฒนธรรมของชาติมากเท่าที่ควร เห็นได้จาก รัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับที่ผ่านมา ยังบัญญัติสิทธิเสรีภาพของคนไทยในด้านศิลปวัฒนธรรมเพียงน้อยนิดเท่านั้น นั่นคือ บอกเพียงว่า

“...บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมย่อมมีสิทธิอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะหรือวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติ และมีส่วนร่วมในการบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน...”

สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสังคม โดยเฉพาะผู้มีอำนาจในการกำหนดทิศทางของประเทศนี้ ให้ความสำคัญ เรื่องศิลปวัฒนธรรม น้อยมาก!! ถ้าให้เรียงลำดับความสำคัญจากมากไปหาน้อยก็อาจจะเป็น เรื่องการช่วยเหลือพวกพ้องพี่น้องตนเอง การช่วยเหลือตนเองด้วยการกุมอำนาจรัฐและเงิน การช่วยเหลือประชาชนเรื่องปัญหาปากท้อง และหากมีช่องว่างเพียงเล็กน้อย ก็จะเติมคำว่า การให้ความสำคัญกับศิลปวัฒนธรรม ลงไป

ทั้งๆ ที่เอาเข้าจริง การให้ความสำคัญกับเรื่องศิลปวัฒนธรรมและดำเนินการศึกษาอย่างจริงจัง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเป็น "อุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรม" นั้น เป็นขุมทรัพย์ที่สร้างมูลค่าให้กับประเทศได้อย่างมหาศาล

ไม่อยากจะเปรียบก็ต้องเปรียบ ดูอย่างเกาหลี นั่นปะไร ที่ส่งออกวัฒนธรรมจนติดตลาดโลก และทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมไทยคนไทยที่สนใจจะตามรอย “แดจังกึม” ขนเงินเข้าประเทศเกาหลีได้ไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร

คนไทยเหมือนมีสมบัติเจ้าคุณปู่ล้ำค่า แต่ว่าติดตรงไม่อยากทำตามพินัยกรรมระบุไว้

พลิกไปดูร่าง 10 มาตราที่มูลนิธิศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครและเครือข่ายศิลปิน เคยเสนอไว้ อักครั้ง มีดังนี้

มาตรา 1 บุคคลมีหน้าที่ในการพิทักษ์ ปกป้องและสืบสาน พัฒนา ศึกษาศิลปะและวัฒนธรรมของชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น

มาตรา 2 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิด การพูด การเขียน การสื่อความหมายโดยวิธีการทางด้านศิลปวัฒนธรรม

มาตรา 3 บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมย่อมมีสิทธิในการระบุว่าสิ่งใดคือมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ควรรักษา และมีสิทธิในการปกป้อง สืบสาน

มาตรา 4 บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการร่วมกันจัดตั้งเครือข่าย กองทุนศิลปวัฒนธรรม เพื่อดูแลมรดกและนวัตกรรมทางศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้น เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามวรรคแรก รัฐต้องให้การสนับสนุนงบประมาณและมาตรการทางกฎหมาย ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ

มาตรา 5 บุคคลย่อมมีสิทธิที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการบำรุงรักษา การใช้ประโยชน์จากมรดกทางศิลปวัฒนธรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะย่อมได้รับการคุ้มครอง การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อมรดกทางศิลปวัฒนธรรมจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบจากองค์กรอิสระที่ประกอบด้วยองค์กรเอกชนและตัวแทนสถาบันอุดมศึกษาและจัดให้มีการประชาพิจารณ์

มาตรา 6 รัฐมีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และจัดสรรงบประมาณให้กับการบริหารงานเพื่อการค้นคว้า วิจัย การศึกษา การเผยแพร่ในด้านศิลปวิทยาการต่างๆ รวมทั้งการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะและวัฒนธรรมทุกสาขาอย่างเสมอภาค ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของบุคคล กลุ่มบุคคล องค์กรภาครัฐและเอกชนในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ รวมถึงการแลกเปลี่ยนทางศิลปะและวัฒนธรรมในระดับนานาชาติ

มาตรา 7 รัฐมีหน้าที่อนุรักษ์ฟื้นฟูโบราณสถาน มรดกสถาปัตยกรรมระดับท้องถิ่นและระดับชาติ แหล่งอารยธรรม ภูมิทัศน์วัฒนธรรม โบราณวัตถุ ผลงานของช่าง ศิลปิน ที่มีความสำคัญต่อภูมิปัญญา อันเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรม

มาตรา 8 รัฐต้องให้การคุ้มครอง สนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพด้านสิทธิทางศิลปวัฒนธรรมและเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งผลงาน ความคิดสร้างสรรค์แก่บุคคล กลุ่มบุคคล องค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดความสอดคล้องต่อสภาวะความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี การสื่อสาร และวัฒนธรรม

มาตรา 9 รัฐมีหน้าที่ส่งเสริมและจัดให้มีศิลปวัฒนธรรมในครรลองของสังคม โดยจัดโครงสร้างพื้นฐานรองรับทางศิลปวัฒนธรรม ในส่วนของทรัพยากร การศึกษา กฎหมาย ส่งเสริมให้เกิดการสนับสนุนจากภาคเอกชน และกำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายทางศิลปะและวัฒนธรรม

มาตรา 10 รัฐต้องยอมรับความหลากหลายของชุมชน กลุ่มชนในทางศิลปวัฒนธรรม จัดให้มีการอนุรักษ์ สืบสาน พัฒนา สร้างสรรค์ สนับสนุนเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอย่างเสมอภาคในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ทั้งนี้ ต้องตระหนักถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมอันเป็นวิถีชีวิตทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง

อ่านแล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ เห็นทองที่ห่อไว้ในผ้าไหมขี้ริ้วผืนนี้หรือไม่

หากทำได้จริง เชื่อว่า จีดีพีหรือดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมของไทยพุ่งทะยานแน่นอนครับ และของแถมที่ได้ คือ ดัชนี้ความสุขก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย แบบที่ไม่ต้องไปสนว่า วิกฤติการเงินสหรัฐจะกระทบกับบ้านเรามากน้อยแค่นี้ เพราะเหล่านี้ คือสิ่งที่ปูย่าตาทวด ส่งไม้ต่อกันมา เราในฐานะคนรุ่นลูกรุ่นหลาน ก็รับไว้และสานต่อให้เกิดศิลปะและวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่ทรงคุณค่า และทรงมูลค่า เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่ต้องลงทุนมาก

ไม่ต้องห่วงด้านศิลปินเขาหรอกครับ เขาและเธอเหล่านี้ พร้อมเสมอที่จะโกอินเตอร์รับหน้าที่พรีเซนเตอร์ให้กับชาติเรา ในการขาย ทุนทางวัฒนธรรม เหล่านี้ และนำรายได้เข้าสู่รากหญ้า รากแก้ว รากเพชร ทั้งหลาย ขอเพียงให้โอกาสแจ้งเกิดแก่พวกเขาและสนับสนุนให้ไปได้ไกลแสนไกล รับรองได้ว่าแล่นฉิววววว

จะเหลือก็เพียงแต่เราๆ ท่านๆ ที่ทำหน้าที่กำหนดทิศทางนโยบายของบ้านของเมืองนี้แหละ ที่จะเหลียวมองมิติทางศิลปวัฒนธรรม อันจะนำไปสู่การพัฒนาเป็นอุตสาหรรมเพื่อสร้างรายได้ในอนาคตหรือไม่ ก็อยากฝากไว้ใน รัฐธรรมนูญฉบับที่จะมีใหม่ให้แก้ไขเพิ่มเติมบรรจุเรื่องศิลปวัฒนธรรมลงไปด้วย รวมทั้งปรับปรุงและออกกฎหมายให้สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวทางศิลปวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปตามพลวัตของสังคม (ไม่ใช่เอากฎหมายเมื่อปี 2473 ก่อนมี รัฐธรรมนูญ เสียอีกมาใช้เซ็นเซอร์หนัง อย่างกรณีแสงศตวรรษ โดยปราศจากรสนิยมและความชอบธรรมเช่นนี้ – มันอายเขา)

รัฐธรรมนูญเป็นตัวกำหนดทิศทางของชาติ ศิลปวัฒนธรรมเป็นเครื่องบ่งชี้อารยะของชนในชาติ หากไม่ประสานสอดรับกันให้ดี เห็นที ส.ส.ร. 3 ที่กำลังจะตั้งขึ้นมาเพื่อแก้รัฐธรรมนูญของประชาชนฉบับที่ 2 กับการเริ่มต้นนับ 1 ในด้านความสำคัญกับเรื่องศิลปวัฒนธรรม อาจถึงคราวดับสูญ จนเรียกได้ว่าไม่ต้องนับนิ้วอะไรกันแล้ว เพราะหันไปทางไหนก็เจอแต่เลข 0



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
เรือนข้าหลวง วันที่ : 08/10/2008 เวลา : 05.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/banklangtung

(0)
ชุมชน..ศิปวัฒนธรรม
ไม่สำคัญ..เพราะไม่ก่อให้เกิดรายได้นี่นา
ความคิดเห็นที่ 1
ไปรษณีย์ วันที่ : 06/10/2008 เวลา : 15.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wor1789

(0)
สสร.3 กับ แก้ รธน.มาเป็น ฉบับ นปช.
สังคมไทย ทำไม มีทางเลือกแค่นี้
แล้วการเมืองใหม่ จะเกิดได้ยังไง
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน