• kasem2003
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kasem2003@msn.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-05
  • จำนวนเรื่อง : 18
  • จำนวนผู้ชม : 41566
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
kasem2003
เรื่องราวของประสบการณ์ ที่ได้พบเห็น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kasem2003
วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม 2552
Posted by kasem2003 , ผู้อ่าน : 997 , 13:55:11 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                       ภัยแล้ง ส่งผลต่อสุขภาพ

ภัยแล้งเป็นภัยธรรมชาติอย่างหนึ่งที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะนำความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมมาสู่ประเทศชาติและประชาชนเป็นอย่างมากทั้งทางด้านการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและด้านการเกษตรที่ต้องต้องพึ่งพาธรรมชาติ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณท์แปรรูปทางการเกษตรที่สำคัญในตลาดโลกแต่ในช่วงที่ผ่านมาผลผลิตสินค้าเกษตรของประเทศลดลงซึ่งอาจกล่าวได้ว่าภัยแล้งมีผลกระทบโดยตรงต่อการลดลงของผลผลิตทางด้านการเกษตร และมีผลกระทบทางอ้อม ได้แก่ การทิ้งร้างที่ดินทำกิน การอพยพละทิ้งที่อยู่อาศัยไปหางานทำในเมือง ซึ่งได้ก่อให้เกิดปัญหาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  สำหรับภัยแล้งในประเทศไทยส่วนใหญ่เกิดจากฝนแล้งและทิ้งช่วงซึ่งฝนแล้งเป็นภาวะปริมาณฝนตกน้อยกว่าปกติหรือฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลโดยแต่ละปีจะเกิดขึ้นได้ 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงฤดูหนาวต่อเนื่องถึงฤดูร้อน ซึ่งจะเริ่มจากครึ่งหลังของเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ซึ่งภัยแล้งลักษณะนี้จะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี และมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ

ข้อมูลจาก กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วิเคราะห์สถานการณ์ภัยแล้งจากสภาพขาดแคลน น้ำ ปี 2552 พบว่า มีถึง 40 จังหวัดที่จะเสี่ยงภัยแล้งในระดับต่างๆ8 จังหวัดที่เสี่ยงภัยแล้งมาก ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน บุรีรัมย์ สุรินทร์ อำนาจเจริญ ปราจีนบุรี ชลบุรี และระนอง ส่วนอีก 32 จังหวัดที่เสี่ยงภัยแล้งปานกลาง คือ ลำปาง แพร่ พะเยา สุโขทัย ตาก อุทัยธานี เพชรบูรณ์ ลพบุรี สระแก้ว จันทบุรี ระยอง นครนายก ประจวบคีรีขันธ์ นครราชสีมา อุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ หนองคาย มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต ชุมพร สงขลา สตูล ตรัง และนราธิวาส

ขณะที่ กรมป้องกันภัยและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ก็ระบุว่า ภัยแล้งจะเกิดใน 14 จังหวัด 61 อำเภอ 353 ตำบล 2,290 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 20.06 ของหมู่บ้าน ที่ประสบภัยแล้ง และ 3.06 ของหมู่บ้านทั่วประเทศ แยกเป็น ภาคเหนือ 7 จังหวัด 43 อำเภอ 245 ตำบล 1,736 หมู่บ้าน ได้แก่ กำแพงเพชร ตาก พิจิตร ลำปาง แพร่ น่าน และพิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 จังหวัด 2 อำเภอ 12 ตำบล 156 หมู่บ้าน ได้แก่ ชัยภูมิ ภาคกลาง 3 จังหวัด 11 อำเภอ 79 ตำบล 174 หมู่บ้าน ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี และเพชรบุรี และภาคตะวันออก 2 จังหวัด 4 อำเภอ 12 ตำบล 196 หมู่บ้าน ได้แก่ ตราด และสระแก้ว ภาคใต้ 1 จังหวัด 1 อำเภอ 5 ตำบล 28 หมู่บ้าน

          

              ปัญหาภัยแล้ง ส่งผลต่อสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชนเช่นกันโรคติดต่อสำคัญที่อาจเกิดขึ้นระหว่างฤดูร้อนและภัยแล้งมี 2 กลุ่มใหญ่     

กลุ่มที่ 1  ได้แก่ โรคติดต่อทางอาหารและน้ำ มี 6 โรค ประกอบด้วย อุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ บิด อหิวาตกโรค ไข้รากสาดน้อยหรือไทฟอยด์  และ โรคตับอักเสบชนิด เอ  จากการติดตามเฝ้าระวังทางด้านระบาดวิทยาของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี   ตั้งแต่เดือนมกราคม-5 มีนาคม 2552 พบอัตราป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันจำนวน 1,079 ราย อัตราป่วยเท่ากับ 236.59 ต่อประชากรแสนคน ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต  ส่วนใหญ่ในกลุ่มอายุ 0-4 ปี  อัตราป่วย 1900.0 รองลงมา คือ กลุ่มอายุ 15-24 ปี อัตราป่วย 1500.0 ต่อประชากรแสนคน

กลุ่มที่ 2 คือโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ได้แก่ โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ ซึ่งเป็นโรคที่พบว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้เกือบทุกเดือน โดยเฉพาะในหน้าร้อน ซึ่งเป็นโรคที่รักษาไม่ได้ เมื่อป่วยแล้วจะเสียชีวิตทุกราย หากถูกสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัด ให้รีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง และรีบไปพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการฉีดวัคซีนป้องกัน

ช่วงหน้าแล้ง หน้าร้อนเช่นนี้ จึงขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังความสะอาดของอาหารและน้ำดื่มเป็นพิเศษ โดยยึดหลัก กินร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ คือกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ หากยังไม่กินต้องเก็บในตู้เย็นและอุ่นให้ร้อนก่อนกิน ใช้ช้อนกลางในการกินอาหารร่วมกัน ล้างมือทุกครั้งก่อนกินอาหารและหลังใช้ห้องน้ำห้องส้วม และดื่มน้ำที่สะอาด

.....................................................................................

 

 

 

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน