• kasem2003
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kasem2003@msn.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-05
  • จำนวนเรื่อง : 18
  • จำนวนผู้ชม : 41568
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
kasem2003
เรื่องราวของประสบการณ์ ที่ได้พบเห็น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kasem2003
วันจันทร์ ที่ 12 กรกฎาคม 2553
Posted by kasem2003 , ผู้อ่าน : 2119 , 09:15:31 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในช่วงที่มีการจัดเทศกาลฟุตบอลโลก 4 ปี มีครั้งเดียว ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ติดตามการแข่งขัน แต่ไม่ได้ดูทุกคู่ หรอกนะครับเนื่องจากอดนอนไม่ค่อยไหว หากนอนน้อยกลางวันจะไม่ค่อยสดชื่น เป็นงงๆ คงเป็นไปตามอายุขัยกระมัง  ก็เลยดูข่าวฟุตบอลตามหลังเอาบ้างเพื่อไม่ให้ตกข่าว จะได้พูดคุยกับเพื่อนที่ทำงานได้ ไม่ตกยุคโดยเฉพาะคู่ชิง สเปนเจอฮอล์แลนด์ไม่พลาดครับ พูดได้คำเดียวว่าสุดยอดจริงๆ พอมีโอกาสได้ดูฟุตบอลซึ่งพอดีติดตั้งจานรับดาวเทียมใหม่ เพื่อดูบอลโลกได้ชัดแจ๋ว ไม่ซ่าพร่ามัวเหมือนเสาก้างปลาในอดีต เปิดดูช่องโน้นช่องนี้ไปเรื่อย ดูๆแล้ว ทีวีผ่านดาวเทียมจานดำ มีเป็นร้อยๆช่องเลยทีเดียว แต่มากกว่าครึ่งจะเป็นการโฆษณาขายสินค้าเป็นส่วนใหญ่ มีตั้งแต่ไม้ถูพื้น เครื่องใช้ในครัว เครื่องสำอางค์ จนถึงหยูกยารักษาโรค มีการนำประสบการณ์จากผู้ที่เคยใช้มาเล่าผ่านหน้าจอ ถ้าฟังบ่อยๆเข้า ก็คงจะขายได้บ้างละ ขวดหนึ่งๆ เป็นหลักร้อยจนถึงเป็นพันบาทเลยทีเดียว เรียกได้ว่าหากเราไม่รู้เท่าทันกลยุทธ์การขายตรงผ่านสื่อแบบนี้ก็คงตกเป็นเครื่องมือสื่อเข้าจนได้ ผู้ที่ดูแลในเรื่องการโฆษณาอาหารและยาก็คือ อย. ได้กวดขันในเรื่องนี้ ได้มีหนังสือแจ้งเตือนให้ระงับการโฆษณาไปแล้วในบางยี่ห้อที่มีการโฆษณาเกินจริง นอกจากนี้ศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพอย. ยังได้รับรายงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคายว่า พบผู้ป่วยหญิง อายุ 81 ปี เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลด้วยอาการไข้ ไอ เหนื่อย เพลีย หลังตรวจร่างกายพบรอยจ้ำเลือดทั่วตัว ต่อมามีอาการท้องเสีย ถ่ายมีมูก ส่งตรวจอุจจาระพบเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเลือดปนในอุจจาระ ซักถามผู้ป่วยพบว่าดื่มน้ำมังคุดยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งโฆษณาว่ารักษาโรคปวดขา วันละ 1 ช้อนโต๊ะ ประมาณเกือบ 1 เดือน อาการปวดขาหายหลังหยุดดื่ม 2-3 วัน มีอาการปวดทั่วตัว ขยับไม่ได้ ทุรนทุราย แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นภาวะไตบกพร่อง และคาดว่าน้ำมังคุดยี่ห้อดังกล่าวอาจมีสารสเตียรอยด์ผสมอยู่โดยจะมีการสุ่มเก็บตัวอย่างส่งวิเคราะห์หาสเตียรอยด์และสิ่งปนเปื้อนอื่นต่อไป ซึ่งทางเลขาธิการอย.ชี้แจงว่า มังคุดมีสารแซนโทน (xanthones) เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ ลดความดันโลหิต ต้านมะเร็ง และแก้แพ้ แต่อย่างไรก็ตาม ยังขาดข้อมูลการทดลองทางคลินิกสนับสนุนว่าการบริโภคมังคุดสามารถมีฤทธิ์รักษาดังกล่าวได้ ทั้งนี้ เคยมีรายงานในวารสารทางการแพทย์ พบผู้ป่วยชาย อายุ 58 ปี ดื่มน้ำมังคุดทุกวัน เป็นเวลา 12 เดือน เกิดภาวะเลือดเป็นกรดจากกรดแลกติกคั่ง ในขณะนี้ ถึงแม้ยังไม่มีรายงานการศึกษาความเป็นพิษในมนุษย์ และยังไม่พบรายงานการแพ้ที่มีผลถึงชีวิต แต่พบอาการไม่พึงประสงค์ได้หลากหลายในแต่ละคน เช่น ผิวหนังบวม แดง ผื่น คัน ปวดข้อชั่วคราวหรือเล็กน้อย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ มีอาการแพ้ทั่วไป ถ่ายเหลว ลำไส้แปรปรวนและท้องผูก ที่ต้องระวังคือ ผู้ป่วยที่อยู่ในระหว่างการฉายรังสี ผู้ป่วยที่กำลังใช้ยาคูมาดิน ยาต้านมะเร็ง ผู้ป่วยที่มีภาวการณ์สร้างเม็ดเลือดแดงมากเกินไปทำให้เลือดข้น ผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากมีการผสมน้ำตาลจำนวนมากในผลิตภัณฑ์ ผู้ที่กำลังได้รับยารักษาโรคอื่นๆ เนื่องจากยังไม่ทราบถึงการเกิดปฏิกิริยาระหว่าง น้ำมังคุดกับยาที่ได้รับและไม่ควรปฏิเสธการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน นอกจากนี้ องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาได้เคยออกคำเตือนผู้ขายผลิตภัณฑ์น้ำมังคุดที่โฆษณาว่าสามารถรักษาโรคได้ ในขณะที่ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิผล นอกจากนี้น้ำมังคุดบางยี่ห้ออาจมีปริมาณสารสำคัญไม่เหมือนที่ระบุไว้บนฉลาก หรือบางครั้งอาจมีสารอื่นเจือปน และที่สำคัญยังไม่มีการทดสอบการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา อาหาร สมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดอื่น
            ดังนั้นพี่น้องประชาชนผู้บริโภคได้โปรดอย่าหลงเชื่อการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง โดยเฉพาะการหวังผลในการบำบัดรักษา หรือบรรเทาอาการของโรค อาจทำให้เสียเงินและเสียโอกาสในการรักษาที่ถูกต้อง ทั้งนี้ หากได้รับอันตรายจากการบริโภคน้ำมังคุด สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ อย. โทรศัพท์ และโทรสาร 0 2590 7253 เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th/vigilance หรือร้องเรียนที่สายด่วน อย. 1556 เพื่อ อย.จะได้ดำเนินการเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคต่อไป

....................................................................

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ITPro วันที่ : 12/07/2010 เวลา : 19.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/itpro


ผมเจอโฆษณาเหล่านี้เยอะจริงๆ โดยเฉพาะตามชนบทจะมีการโฆษณาผ่านวิทยุชมชนเสริมเข้าไปด้วยยิ่งทำให้ชาวบ้านเชื่อถือเข้าไปใหญ่...ใครที่เป็นโรคร้ายต่างๆ ต้องเสียเงินมิใช่น้อยแต่ก็ไม่เคยเห็นใครได้ผล (...ถ้าเราเข้าไปแนะนำหรือห้ามปรามดีไม่ดีจะพาลโกรธกันอีก)

ผมว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะตรวจสอบอย่างแข็งขันและมีมาตรการต่างๆ ที่เข้มข้นกว่าปัจจุบัน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนบ้านใหม่ วันที่ : 12/07/2010 เวลา : 16.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krunoppol
ครูบ้านทุ่งชายทะเล

สังคมไทยเป็นเหยื่อของการโฆษณาชวนเชื่อ..ไม่ว่าจะเป็น
เรื่องการเมือง สุขภาพ และการศึกษา..ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมบ้าน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน