• กระถางธูป
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : inya_an@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-09
  • จำนวนเรื่อง : 34
  • จำนวนผู้ชม : 39400
  • ส่ง msg :
  • โหวต 65 คน
กระถางธูป
คลิ๊กแล้วมีเพื่อน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/katangtup
วันพุธ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2551
Posted by กระถางธูป , ผู้อ่าน : 1071 , 19:10:10 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

ทุ่งทานตะวัน

                  ผมได้ยินเรื่องการปลูกดอกทานตะวันในแถบจังหวัดสระบุรีและลพบุรี นานราวสิบกว่าปีมาแล้ว ครั้งแรกที่ได้ยินก็ไม่ค่อยจะเชื่อหูนัก เป็นไปได้หรือที่เมืองไทยจะปลูกกันนับเป็นร้อยๆไร่ และเหลืองอร่ามกันแบบที่เห็นในต่างประเทศ เค้าปลูกไปทำอะไรกันหรือว่าปลูกเพื่อความสวยงาม ตอนนั้นพรรคพวกที่นั่งรถผ่านสระบุรีเล่าให้ฟัง ซึ่งเจ้าตัวยังแปลกใจและดูจะตื่นเต้นไม่น้อย

นึกไม่ออกว่าเจ้าเมล็ดดอกทานตะวันจะเอาไปทำอะไรได้บ้าง เคยเห็นก็แต่เพียงเมล็ดแห้งที่คั่วหรืออบสำหรับทานเล่นๆเหมือนเมล็ดแตงโม หรือว่าเอาไปเป็นอาหารนก หรือว่าเอาไปทำอาหารสัตว์ ก็สงสัยกันอยู่นาน กว่าจะรู้ความจริงกันในเวลาต่อมา

จังหวัดลพบุรี เคยไปถ่ายภาพในทุ่งทานตะวัน เจ้าของบอกว่าเป็นที่เช่า แปลงนี้เนื้อที่ประมาณ 70 กว่าไร่ แปลงติดๆกันก็เป็นที่เช่าเหมือนกัน ลักษณะด้านหน้าจะแคบแต่จะยาวลึกไปข้างหลังจนเกือบถึงเชิงเขา เจ้าของรายนี้บอกว่าตนเองอาศัยอยู่ห่างจากนี้ไปราวสิบกิโล เช้ามาก็จะมาดูไร่ ตอนเย็นหรือบ่ายๆก็จะกลับ

ปลูกแล้วไม่ต้องกลัวขายไม่ได้เพราะบริษัท ซีพี เค้ารับซื้อทั้งหมดในราคาประกันที่ทราบล่วงหน้า โดยจะส่งเจ้าหน้าที่มาดูแล มาแนะนำวิธีการต่างๆ และยังมีการอบรมให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ใครเข้าฟังก็จะมีของแจกเป็นที่ระลึกเพื่อดึงดูดให้เข้าอบรม เรื่องการลงทุนอื่นๆ เช่นปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ดูเหมือนว่า ซีพีเค้าจะให้ไปก่อน แล้วไปหักหนี้กันภายหลังเมื่อขายผลผลิตได้ ดูๆแล้วก็น่าจะดี ที่ชาวบ้านมีแค่ที่ดินกับแรงงาน อย่างอื่นก็มีคนช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้ ได้ยินว่าเกษตรกรที่เคยปลูกข้าวฝ่างหรือข้าวโพดต่างหันมาปลูกทานตะวันกันมากขึ้น

เวลาจะเก็บเมล็ดดอกทานตะวันก็ต้องรอจนแห้งกันทั้งต้น ดอกไหนใหญ่ก็จะโค้งงอเหมือนคาระวะแผ่นดิน วิธีการเก็บก็เหมือนกับการเกี่ยวข้าว คือใช้เคียวเกี่ยวมาทีละดอก กองๆกันไว้เป็นระยะๆ ได้มากพอแล้วก็จะเอาถุงมาใส่ มัดให้แน่นแล้วแบกไปใส่รถอีแต๋นหรือรถปิ๊คอัพ ส่วนจะสีออกเป็นเม็ดแบบข้าวเปลือก จะทำกันที่บ้านหรือที่โรงงาน ผมก็ไม่ทราบได้ แต่จะว่าไปแล้ว พืชเกษตรหลายชนิด มีเครื่องสีกันเกือบจะทุกชนิด ยกใส่รถไปทำงานกันที่ไร่ได้ทันที รายไหนไม่มีเครื่องสีก็จะมีผู้รับเหมาบริการด้านนี้

โรงงานของซีพีเป็นโรงงานขนาดใหญ่ อยู่บนถนนสายสระบุรี – เพชรบูรณ์ มองเห็นแปลงดอกทานตะวันรายล้อมเกือบรอบด้านผลผลิตจากโรงงานแปรรูปเมล็ดดอกทานตะวันมีหลากหลาย ทำเป็นขนมก็หลายแบบ ที่ผมชอบทานก็เป็นเมล็ดอบแห้ง เค็มๆมันๆ อร่อยดี กินแบบเผลอๆ เพลินๆ ก็ล่อไปซะหลายซอง

น้ำมันที่สะกัดได้จากเมล็ดดอกทานตะวันแห้งคิดว่าน่าจะเป็นผลิตภัณฑ์หลัก ส่วนผลิตภัณฑ์อย่างอื่นน่าจะเป็นตัวรอง หรืออาจเป็นผลพลอยได้จากกากที่เหลือ ซึ่งนำไปแปรรูปทำเป็นผลิตภัณฑ์อาหารอื่นได้อีกมากมาย

น้ำมันที่ได้จากดอกทานตะวันจะมีราคาสูงกว่าน้ำมันพืชทั่วไปเล็กน้อย แต่มีประโยชน์ตรงที่ช่วยลดความดัน ซึ่งน่าจะเหมาะนำไปปรุงอาหารสำหรับผู้มีปัญหาเรื่องสุขภาพ คนไทยในระยะหลังๆนี้สนใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น น้ำมันพืชชนิดต่างๆที่ไม่ค่อยนิยมในอดีต กลับมีลูกค้ามากขึ้นเช่นน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก(จากต่างประเทศ) หรือน้ำมันงาจากบ้านเรา บางชนิดมีราคาสูงมากแต่เพื่อสุขภาพระยะยาว ก็คงต้องจำใจต้องซื้อ

ดอกทานตะวันปลูกเพื่อแปรรูปในทางอุตสาหกรรมการเกษตร แต่ภาพของแปลงดอกทานตะวันที่เห็นกันสุดลูกหูลูกตา ผู้คนส่วนใหญ่จะรู้จักและให้ความสนใจกันในด้านความสวยงาม และด้านการท่องเที่ยวมากกว่า จนทางจังหวัดอาศัยจุดนี้ดึงดูดให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว มีการจัดงานเพื่อส่งเสริมกันเป็นประจำทุกปี ทำให้สองจังหวัดนี้เป็นที่รู้จักกันในฐานะที่เป็นจังหวัดของท้องทุ่งทานตะวัน เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีในจังหวัดอื่น ใครที่เคยเห็นเป็นครั้งแรกก็บอกได้เลยว่า เป็นภาพที่ตื่นตาตื่นใจไม่น้อยมันเหลือง มันสดใสมากทีเดียว เห็นที่อื่นแค่ต้นสองต้นมันก็งั้นๆ แต่นี้เป็นร้อยๆไร่ หรือหลายร้อยไร่ติดกันเป็นพืด ดูแล้วมีความอลังการมากมีเดียว

เมื่อถึงเดือนตุลาคม ดินแดนแถบนี้จะมีบรรยากาศที่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว ต่างอยากเห็นอยากสัมผัสกับความสวยงามของดอกสีเหลืองดอกโตๆ ภาพของนักท่องเที่ยวที่จอดรถตามริมทาง และพากันไปถ่ายรูปในทุ่งทานตะวันเป็นกลุ่มๆ จึงเป็นภาพที่เห็นเป็นปกติในย่านนี้

ใหม่ๆใครจะถ่ายภาพในแปลง ใครจะเดินชมก็ไม่มีใครว่าอะไร เพราะเจ้าของสวนคงไม่มานั่งเฝ้า แต่มาภายหลังชาวสวนชักจะหัวเสธฯ คือฉลาดขึ้นและมีหัวคิดในทางการค้า มีการกั้นรั้วด้านหน้า และตั้งโต๊ะเก็บเงินจากผู้ที่ต้องการเข้าไปเห็นอย่างใกล้ชิดใครไม่อยากเข้าไปก็ชะเง้อเอาเองที่นอกรั้ว ค่าผ่านประตูวันๆหนึ่งคงได้เงินไปไม่น้อย เผลอๆอาจได้เงินมากกว่าขายเมล็ดแห้งๆด้วยซ้ำไป แรกๆก็เก็บค่าชมคนละ 2 บาท แต่ ณ วันนี้ก็น่าจะขยับราคาสูงขึ้นกว่าแต่ก่อน ผ่านไประยะหลังๆ เห็นมีสร้างนั่งร้านสูงราว 3 - 4 เมตร เพื่อให้เห็นทุ่งกว้างได้ชัดขึ้น แต่ก็ต้องรอคิวกันนานหน่อย เพราะช่างภาพและนางแบบจำเป็น ขึ้นไปถ่ายภาพกันมากมาย

เมื่อถึงฤดูที่ดอกบาน ย่านนี้จะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว แปลงไหนที่กำลังออกดอกบานสะพรั่ง ก็จะมีตลาดนัดชั่วคราวจากชาวบ้านไปปักหลักขายของกันเป็นที่ครื้นเครง ครั้นเมื่อดอกวายก็จะย้ายไปยังแปลงอื่น หมุนเวียนกันไปแบบนี้ตลอดเทศกาล

จากกรุงเทพถึงทุ่งทานตะวัน ระยะทางเพียงแค่ร้อยกว่ากิโลเมตร เที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับกันแบบสบาย จุดแวะเที่ยวตามเส้นทาง มีหลายแห่ง เช่นตลาดนัดมวกเหล็กเจ้าของสโลแกนว่า นมดี กระหรี่ดัง ที่นี่เป็นตลาดนัดขนาดใหญ่ ที่ขึ้นชื่อและต้องยกนิ้วให้ก็ต้องเป็นกระหรี่พับ ได้มาสักลูกสองลูกร้อนๆจากเตา ทานกับกาแฟร้อนสักถ้วย รับรองทั้งอิ่มทั้งอร่อย

แวะน้ำตกเจ็ดสาวน้อย ชมไร่อรุ่น และชิมไวน์จากไร่ ก็ไม่เลว หรือจะหาอะไรเย็นๆทานพร้อมกับนั่งชมธรรมชาติของไร่องุ่นก็เข้าท่า จากนี้เลยไปหน่อยก็มีถ้ำต้นไม้ ที่เห็นต้นไม้สองฝากถนนโค้งเข้าหากันจนแน่นและดูร่มรื่น

ที่พลาดไม่ได้ก็คือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งเป็นเขื่อนโครงการพระราชดำริ และเขื่อนป่าสักนี้แหละที่ช่วยให้กรุงเทพพ้นจากน้ำท่วมมาได้จนถึงทุกวันนี้ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2542 เป็นวันทำพิธีเปิดเขื่อนป่าสัก จนถึงวันนี้ก็ 5 ปีพอดี

หรือใครอยากเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจก็คือนั่งรถไฟผ่ากลางทุ่งทานตะวัน และจอดให้ลงไปถ่ายภาพ ขบวนนี้จะไปสิ้นสุด ที่สถานีเขื่อนป่าสัก ออกจากหัวลำโพงราว 7 โมงเช้า ขากลับถึงกรุงเทพก็ตอนเย็นๆ ขบวนพิเศษนี้มีเฉพาะเดือน พฤศจิกายน ถึง ธันวาคม เท่านั้น เป็นขบวนพิเศษจริงๆ เพื่อการชมทุ่งทานตะวันโดยเฉพาะ ติดต่อสอบถามที่ได้การรถไฟแห่งประเทศไทย




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กิต วันที่ : 06/02/2008 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

มีประกันราคา


ดีกว่าปลูกข้าวอีกเนาะ



แถมได้การท่องเที่ยวเป็นของแถม



ที่บ้านปลูกข้าว ขาดทุนแล้ว ขาดทุนอีก


แถมชวนใครมาเที่ยวทุ่งนาก็ไม่มีใครไป



แย่จัง


55555+



ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กิต วันที่ : 06/02/2008 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

เปิดซอง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29  



[ Add to my favorite ] [ X ]