• จิรานนท์คนข่าว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kayinfocentre@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-19
  • จำนวนเรื่อง : 28
  • จำนวนผู้ชม : 63784
  • ส่ง msg :
  • โหวต 26 คน
มุมมองขบถสื่อ สไตล์จิรานนท์คนข่าว
ร่วมวิพากษ์ เสวนาอย่างสร้างสรรค์ ในมุมมองจากประสบการณ์ข่าว แบบนักข่าวขบถสื่อ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kayviewpoints
วันอาทิตย์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2550
Posted by จิรานนท์คนข่าว , ผู้อ่าน : 9725 , 01:22:34 น.  
หมวด :

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วิพากษ์สื่อ : วัฒนธรรมข่าวรายวัน สร้างสรรค์หรือทำลาย สังคมไทยในวันนี้

         “ก่อนอื่นขอขอบพระคุณ ท่านผู้อ่านและผู้แสดงความคิดเห็นมาให้กับ kayviewpoints ในตอนที่ 3 ซึ่งทำให้ยอดรวมผู้เข้ามาอ่านบล๊อคมีจำนวนมากกว่า 300 คน ภายในระยะเวลาเพียง 2 วันเท่านั้น จิรานนท์คนข่าวหวังว่าตอนที่ 4 นี้ คงจะสามารถทำลายสถิติยอดผู้ชมมากว่าตอนที่ผ่านมานะครับ”


        ไหนๆ ก็เปิดประเด็นเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสื่อมวลชนมาอย่างต่อเนื่องแล้ว สำหรับครั้งนี้ก็ขอเปิดประเด็นวิพากษ์สื่อ โดยเฉพาะวัฒนธรรมการทำข่าวรายวันของทั้งหนังสือพิมพ์และทีวีในปัจจุบัน ว่าสงเสริมหรือทำลายสังคมไทยกันแน่??? 


         ในฐานะของผมก็เป็นส่วนหนึ่งของผู้สื่อข่าวรายวัน หลายครั้งผมรู้สึกอึดอัดกับการทำงานในแต่ละวัน ที่ต้องการให้เรื่องราวของข่าวสารเน้นความขัดแย้งและภาษาที่ห่ำหั่นซึ่งกันและกัน จากการสั่งงานของบรรดาเหล่าหัวหน้าข่าวหรือบรรดาบรรณาธิการข่าวที่มีธงตั้งกันไว้ก่อนแล้ว


         และผมก็คาดว่าผู้อ่านอาจจะรู้สึกอึดอัดกับการรายงานข่าวของสื่อแต่ละวันเหมือนกันว่า “กำลังถูกยัดเยียดเนื้อหาที่ต้องคิดตามและหากคิดต่างแล้วหละก็ เท่ากับหมายความว่าต้องมีการแบ่งพรรคแบ่งพวกเริ่มเกิดขึ้น”


          ผมย้อนกลับไปคำพูดของ Marshall McLuhan อีกครั้ง ขออธิบายรูปแบบของหนังสือพิมพ์รายวันในฐานะสื่อ จะถูกกำหนดด้วยเงื่อนเวลาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นผลทำให้ผู้สื่อข่าวรายวันจำต้องกระหายข้อมูลข่าวอย่างมาก เนื่องจากระยะเวลาทำงานมีไม่ถึง 12 ชั่วโมงก่อนการตีพิมพ์ในแต่ละวัน ซึ่งกลายเป็นข้อด้อยของสื่อรายวัน เมื่อเทียบกับสื่อราย 3 วัน หรือรายสัปดาห์ แต่ข้อเด่นก็คือ ข่าวที่ออกไปในกระแสรายวันจะมีผลกระทบหรือศัพท์ทางการตลาดเรียกว่า อิมแพค (Impact) มากกว่า สื่ออื่นๆ


          คำว่า Impact นี้แหละคือ กุญแจสำคัญต่อสังคม ซึ่งอาจจะออกมาในเชิงบวกหรือแนวสร้างสรรค์ หรือว่าออกมาในเชิงลบ หรือแนวทำลายสังคมก็เป็นได้....


          ก่อนอื่นต้องยกความดีความชอบให้กับรัฐบาลชุดที่แล้ว ที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ที่เล็งเห็นจุดอ่อนจุดด้อยของสื่อรายวัน และรู้จักใช้สื่อรายวันเป็นเครื่องมือในการทำงานด้านการประชาสัมพันธ์นโยบายประชานิยมและการครอบครองพื้นที่สื่อ


           โดยเฉพาะการที่ทักษิณและผองเพื่อนรู้ว่า “นักข่าวรายวันกระหายข่าวอยู่เสมอ และที่สำคัญกลัวการตกข่าวเป็นสรณะ” เพียงเท่านี้ทักษิณก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว


           เมื่อเป็นเช่นนั้น จึงไม่เป็นที่น่าประหลาดใจ ที่นักข่าวรายวันบางส่วนต่างหันมาให้ความสนใจกับลมปากของรัฐมนตรี แทนการหาข้อเท็จจริงของข่าว โดยเกรงว่าจะตกข่าวฉบับอื่น แต่ปราศจากการไตร่ตรอง กรองข้อมูล ก่อนการตีพิมพ์ และต้องยอมรับอีกว่า ระยะเวลาการทำข่าวเพียง 5 ปีภายใต้รัฐบาลทักษิณได้สร้างวัฒนธรรมการทำข่าวแบบใหม่ให้กับสื่อมวลชนรายวันของบ้านเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


          และล่าสุดไม่เพียงสื่อมวลชนไทยเท่านั้นที่หลงไปกับ กลยุทธ์เหนือชั้นด้านการข่าวทักษิณ สื่อต่างชาติไม่ว่าจะเป็นนิตยสารไทม์ หรือว่า ซีเอ็นเอ็น ยังกลายเป็นช่องทางของทักษิณในการสร้างปรากฏการณ์สื่อด้วยยึดแนวความคิดว่า “นักข่าวกระหายข่าวอยู่ตลอดเวลา ใครพูดเป็นข่าวได้ ก็ขายข่าวได้” หรือไม่ก็ “คนมีเงินก็เป็นข่าวได้”


          ดังนั้น ผมจึงต้องการส่งสัญญาณเตือนไปยังเพื่อนๆ นักข่าว ผู้ที่รัก นักอ่าน ทุกท่าน ว่าการรู้ทันแหล่งข่าวอย่างเดียวไม่พอ ต้องรู้ลึก รู้อย่างถ่องแท้ และรายงานอย่างรู้รับผิดชอบสังคม ไม่เพียงเชื่อและรายงานคำพูดของแหล่งข่าวเพียงอย่างเดียว 


           ยกตัวอย่างกรณี ที่ฮอตอย่างมากในขณะนี้  คือ “ข่าวสนามบินสุวรรณภูมิ” 


           คุณรู้หรือไม่ว่า ขณะนี้ภาพลักษณ์ประเทศ ภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ตลอดจนความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยของมนุษย์ในเมืองไทย ในสายตานานาชาติตกต่ำลงอย่างมาก ซึ่งไม่เพียงเป็นเหตุผลจากเหตุการณ์โรคระบาดร้ายแพร่กระจาย คลื่นยักษ์สึนามิถล่มชายฝั่งภาคใต้ การวางระเบิด 8 จุดในช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ยังรวมถึงข่าวการรายงานข่าวเปิดปิดสุวรรณภูมิที่ยังไม่ชัดเจน


           ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่า ข่าวสุวรรณภูมิ สื่อมวลชนรายงานข่าวในแง่ลบเกือบทั้งหมด และต้องยอมรับอีกว่า ส่วนหนึ่งก็ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศเช่นกัน


           ในขณะที่ วัฒนธรรมการทำข่าวแบบทักษิณยังคงอยู่ ทำให้สื่อรายวันต้องอาศัยคำพูดของบุคคลสำคัญในภาครัฐและทอท. ในการรายงานข่าวแบบวันต่อวัน แต่ข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และบางครั้งก็ไม่ใช่ข้อมูลที่ชัดเจน ทำให้เกิดการขยายความไปแบบไร้ทิศทาง เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการฉวยโอกาสใช้สถานการณ์ความไม่แน่นอน ความวุ่นวายนี้เป็นเครื่องมือในการโต้แย้งกันไปมา โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของชาติ แทนที่จะหันหน้าเข้ามาร่วมกันคิดหาทางออก ซึ่งสื่อมวลชนจะต้องเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นกลางแก่ประชาชนและธุรกิจสายการบิน เพื่อให้เขามีส่วนร่วมในการวิพากษ์วิจารณ์ตามแนวทางประชาธิปไตย เพราะสนามบินสุวรรณภูมิไม่ใช่เป็นเพียงธุรกิจของทอท.เท่านั้น แต่เป็นทรัพย์สินของประชาชนทั้งประเทศ และที่ทำมาหากินของผู้ประกอบการสายการบินทั้งของไทยและต่างชาติ

อะไร...คือข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นกลาง???
             สำหรับกรณีนี้ กองบรรณาธิการข่าว จำเป็นต้องทำการบ้านอย่างหนัก และศึกษาหาความรู้เรื่องการบริหารจัดการอากาศยานและท่าอากาศยาน สถาปัตยกรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอากาศยานและท่าอากาศ เทคนิคการบิน กฏการบินพาณิชย์ทั้งระดับประเทศและนานาชาติ และกรณีศึกษาของสนามบินหลักของโลก ตลอดจนการบริหารการบินของสายการบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อที่จะทราบว่าการบริหารงานสนามบินที่เหมาะสมทำอย่างไร และจะได้กำหนดทิศทางการทำข่าวรายวันให้มีคุณภาพทิศทาง พร้อมกับมุ่งเล็งเห็นการค้นหาข้อมูลที่แท้จริง และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
              แต่... ที่ผ่านมา นักข่าวมักใช้คำพูดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก แล้วนำข้อมูลบางส่วนมาสนับสนุนแนวความคิดของแหล่งข่าว ทำให้ข่าวที่ได้มีความไม่แน่นอนและไม่ชัดเจน
            โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า แหล่งข่าวบางคนมีวาระซ้อนเร้น (Hidden Agenda) ทำให้ข้อมูลข่าวสารถูกบิดเบือนไป และการรายงานคำพูดหรือข้อคิดเห็นดังกล่าวมีประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือไม่ นี่คือประเด็นที่กองบรรณาธิการข่าว จะต้องคิดให้จงหนัก อย่าหวังเพียงใช้แหล่งข่าวเป็นเครื่องมือในการหักล้างความคิดของอีกฝ่ายเท่านั้น แต่จงคิดถึงส่วนรวมเป็นหลัก

นี่...ถึงเวลาที่ปฏิรูปการทำข่าวแล้วหรือยัง....

-------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ-การวิพากษ์สื่อในครั้งนี้ เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมเท่านั้น ซึ่งผมเชื่อว่าสื่อที่ดีจะต้องมีการตรวจสอบการทำงานของตัวเอง (Self-evaluation) เพื่อค้นหาจุดอ่อน ซึ่งจุดอ่อนนั้นอาจจะเกิดขึ้นได้เนื่องจากสภาพแวดล้อมการทำข่าวที่เปลี่ยนแปลง





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
กลั้งพังงา วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 03.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/klang

ผมก็เป็นคนข่าวในภาคสนามคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับคุณเรื่องเวลาและกรอบของการทำงาน โดยที่หลายๆครั้งต้องเอาใจ กองบก.ด้วยการรีบป้อนข้าว การรีบป้อนข่าวพอหากเกิดการผิดพลาดมา เรานักข่าวพื้นที่ก็อยู่ลำบาก แม้ทุกวันจะยังไม่เคยผิดพลาด แต่ด้วยการตีความหมายข่าวของกองบก.ทำให้ผู้ตกเป็นข่าวเกลียดชังและเคียดแค้นผู้สื่อข่าวภาคสนามหาว่าส่งข้อมูลผิดพลาดให้โรงพิมพ์

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 16/07/2008 เวลา : 14.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

มีทั้งสองด้านครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ธมกร วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 21.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krugarn

...ทางสื่อ...

จุดอ่อนของคนทำข่าว
มักเน้นเรื่องราวร้าวฉาน
โดยไร้ทางออกอุดมการณ์
สร้างจิตวิญญาณปัญญา

แม้ข่าวคือข่าวควรบอก
คืบศอกล้ำลึกต้องศึกษา
เส้นแบ่งศีลธรรมนำพา
คิดหน้าคิดหลังชั่งใจ

สร้างสรรค์นั้นทำได้ยาก
ทำลายง่ายมาก...ทุกสมัย
ทุกข์ยากขวากขวาง "ทางไท"
สื่อต้องส่องไฟให้ทาง

"ธมกร"
* * * *

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
นาฬิกาสีเงิน วันที่ : 03/12/2007 เวลา : 15.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pirapnews

ผมเชื่อว่าคนทำสื่อจะทำงานตามความรับผิดชอบของสื่อมวลชนอย่างแท้จริง มีบางส่วนเท่านั่นที่ทำเพื่อการค้า ขอเป็นกำลังใจให้คนที่ทำงานตามจรรยาบรรณของสือมวลชนไทย

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
เสียงอักษร วันที่ : 01/12/2007 เวลา : 17.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/myass

สุรา นารี ดนตรี แฟร์ชั่น ชีวิต โหวดให้ด้วย

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
Phoebus วันที่ : 24/10/2007 เวลา : 13.50 น.
จะไล่นายกฯถามกูหรือยัง...หืมมม ถามยัง !?!

ขอแค่สื่อ ฯ ทุกสื่อ รายงานได้อย่างเนชั่น ก็พอแล้ว


ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
Phoebus วันที่ : 24/10/2007 เวลา : 13.50 น.
จะไล่นายกฯถามกูหรือยัง...หืมมม ถามยัง !?!

ขอแค่สื่อ ฯ ทุกสื่อ รายงานได้อย่างเนชั่น ก็พอแล้ว


ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
sakdachai วันที่ : 12/10/2007 เวลา : 14.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khwanfah
สร้างวัฒนธรรมที่ดีๆค่านิยมที่ถูกต้อง   สืบทอดสู่ลูกหลานเยาวชนแต่สิ่งดีๆเท่านี้ประเทศชาติก็จะไม่ขาดคนดี   คิดดี ทำดีพูดดี ไม่เห็นแก่ตัว ไม่โกงกิน นะครับ 

เห็น ด้วยนะครับ กับ เรื่อง post มาครับ
แต่ ฟอนต์ สีเหลือง อ่านได้ไม่นาน อะครับ ปวดตาแสบตา

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
physigmund_foid วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buddhabath

อยากให้นักข่าวสื่อมวลชนทุกท่านคิดได้อย่างนี้
มีจริยธรรมสื่อ ไม่คิดแค่หาเงินเพือสนองการตลาด


เยี่ยมมากครับ ขอให้ลังใจ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
LIBERTY วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/libertyposci


เห็นด้วยกับเนื้อหาข้างต้นมากๆค่ะว่างๆกรุณามาแวะชมบล็อกมือใหม่หัดทำอย่างเราบ้างนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
sixty วันที่ : 22/07/2007 เวลา : 11.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/4teen
อย่านำความขาดแคลนมาเป็นอุปสรรคในการทำงาน

สื่อ ๆ ๆ ๆ
คำนี้มันบ่งบอกความหมายในตัวเองแล้ว สื่อ หรือสื่อสาร นั้นมัก็คือเอาเรื่องราวที่คนไม่รุ้จากเรื่องที่เกิดมาเขียน มาบอกต่อ ให้คนที่ไม่รู้ได้รู้ ส่วนการสื่อสารมานั้นมันผิดข้อเท็จจริงหรือไม่อันนี้คนรับสื่อไม่มีทางรู้ได้.... แต่สื่อก็อ้างว่าได้รับข่าวมาจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ (ของคนข่าว หรือของใครไม่รู้)

ดังนั้นมันจึงอยู่ที่จรรยาบรรณของคนสื่อข่าว บรรณาธิการข่าว จะต้องร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงไปพร้อม ๆ กัน เพื่อนำเสนอให้ตรงตามความเป็นจริงที่สุด

แต่เท่าที่เป็นอยู่นี้... และจากที่อ่านจากบทความนี้ ... ผมเห็นด้วยที่สื่อ(อาจ)จะทำให้เกิดการแบ่งฝ่ายชัดเจน จนนำมาซื่งความแตกแยกในสังคม ที่เห็นชัดเจนขณะนี้คือการเสนอข่าวของสื่อ (ขอโทษที่ต้องระบุนาม) ASTV TV5 ผู้จัดการรายวัน และหรือแม้กระทั่งบล็อกบางบล็อกใน OK Nation เอง

รู้สึกได้เมื่ออ่าน เมื่อดู เมื่อฟัง ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นในสังคมหลังการเสพสื่อเหล่านี้

ทำให้ระยะหลังคนที่เสพสื่ออย่างผมคนหนึ่ง ต้องละทิ้งสื่อ ปิดหูปิดตาบ้าง ... นานๆจะโฉบเข้าไปดูตรงนั้นตรงนี้ ก็พบว่ามันยังเหมือนเดิม ซ้ำร้ายจะหนักเอาการในระยะหลัง

ทีนี้ว่าด้วยข่าวเรื่องสนามบินสุวรรณภูมิ..... ที่บทความอ้างถึง.... ผมเห็นด้วยที่สื่อควาทำหน้าที่ตรวจสอบรอบด้านเพื่อนำเสนอข้อเท็จจริง มากกว่าฟังจากผู้บริหารระดับสูง ทั้งบอร์ด ทอท. และผู้บริหารของ ทอท. เอง ที่พูดออกมาแล้วไม่รับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นในภาพรวม.... บางคนพูดโดยไม่มีข้อมูลที่ถูกต้องในมือ เพียงมองเห็นแบฉาบฉวยทางกายภาพ ก็เหมารวมว่ามันกำลังจะพินาศลงในพริบตา ดังที่ปรากฏในหน้าข่าวทุกสื่อที่ผ่านมา

ก็หวังไว้ครับว่าสื่อจะลดอคติต่อข่าวที่เกิด มุ่งประเด็นข้อเท็จจริงเพื่อนำเสนอ.... คุณภาพสื่อคงเกิดขึ้นเมื่อถึงเวลานั้นครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ต้นฝ้าย วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 21.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/123shoot
“If we are to teach real peace in this world, and if we are to carry on a real war against war, we shall have to begin with the children.” Mahatma Gandhi

เรื่องของสื่อ พูดกันยากนะ เรื่องการทำหน้าที่ เพราะมันมีปัจจัยมากมายที่ส่งผลกระทบในการทำหน้าที่นั้นๆ
สื่อทำหน้าที่อย่างหนึ่ง มันอาจจะเป็นประโยชน์ แต่ก็อาจจะแฝงโทษ หรือการปลูกฝังทัศนคติแย่ ๆ บางอย่างก็ได้
สื่อในโลกเสรี ...คนทำสื่อ เจ้าของสื่อ คนรับสื่อ คงต้องมีสามัญสำนึกต่อสังคม ต่อประเทศมากๆ ล่ะมั่ง มันถึงจะไปรอดนะ... ประเทศนี้

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
JUIIUJ วันที่ : 30/06/2007 เวลา : 00.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui110

http://www.oknation.net/blog/jui110/2007/06/25/entry-1 ติชมด้วยน่ะคร๊าฟฟฟฟ แสดงความเห็นเลยคร๊าฟฟฟพี่น้อง เต็มที่

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
memano.b วันที่ : 26/06/2007 เวลา : 23.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/journalism

เผอิญเพิ่งได้เข้ามาเจอ.....อยากจะคุยเรื่องนี้มากๆ เพราะมี"หลายประเด็น"ที่ "ต้องกล้าวิพากษ์ วิจารณ์...สื่อ"
ที่ใช้ blog/journalism ไม่ใช่จะสื่อว่้าเป็น "นักหนังสือพิมพ์" แต่คำๆนี้ต้องการสื่อว่า "เป็นนักบันทึกการเดินทาง"
คิดว่าคงได้ติดตาม "วิธีคิด" ในประเด็นต่างๆอีก

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
giggsy วันที่ : 21/05/2007 เวลา : 21.26 น.

ผมประเทศที่เป็นประชาธิปไตยนี่ สื่อมักจะมีอิทธิพลมากๆๆถ้าใช้ในทางสร้างสรรค์มันก็เยี่ยมนะ ขณะที่ผมกำลังเเสดงความคิดเห็นนี้ยังไม่ได้อ่านบทความหรอกคับแต่ก็พอเดาออก(ไม่ได้โม้)

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
จอมใจ วันที่ : 15/04/2007 เวลา : 09.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jomjai
ตาสว่างทั่วแผ่นดิน

เราก็ไม่ทราบเหมือนกันนะว่าสื่อลงข่าวเกินจริงไปรึเปล่า เรื่องสุวรรณภูมินะ ว่าเสียหายมาก แต่ก็ยังสงสัยอยุ่ว่า เบื้องบนเสด็จไปไหนมาไหน ทำไมใช้สุวรรณภูมิละครับ ก็ในเมื่อรันเวย์มันไม่ปลอดภัย ดูข่าวแล้วก็งงๆๆๆ กับเรื่องแบบนี้

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
มาลัยอิสรา วันที่ : 12/04/2007 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/womenfreedom
Another World is Possible!

เชิญแวะเยี่ยมwww.oknation.net/blog/womenfreedom ด้วยค่ะ
ธรรมศาสตร์ต่อเวลาเปิดรับสมัครนักศึกษาปริญญาโท "สตรีศึกษา" รุ่นที่ 5


เพื่อการเสริมศักยภาพสตรีสู่การเป็นผู้นำ
ในทุกวงการ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต่อเวลาเปิดรับสมัครนักศึกษา
ปริญญาโท "สตรีศึกษา" รุ่นที่ 5 (รอบ2)

สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้อนุมัติการเปิดสอนหลักสูตรปริญญาโทศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาสตรีศึกษา มาตั้งแต่ปีการศึกษา 2544 ปัจจุบันการวางแผนและการกำหนดนโยบายของหน่วยงานทุกระดับและทุกภาคส่วนจึงต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจด้านสตรีและบทบาทหญิงชายศึกษา (Women's หรือ Gender Studies) ไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานเท่านั้น สตรีศึกษายังเป็นการเรียนรู้ซึ่งจะทำให้ผู้ศึกษาเกิดการหยั่งรู้และเกิดความเข้าใจในตนเองและผู้อื่นอย่างลึกซึ้งอีกด้วย เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำ และเคียงบ่าเคียงไหล่อย่างเสมอภาคสร้างสรรค์
ในวงวิชาการระดับสากลเท่าที่สำรวจได้ มีมหาวิทยาลัยกว่า 500 แห่ง ที่เปิดสอนวิชาสตรีและบทบาทหญิงชายศึกษาในระดับปริญญาตรี โท เอก ส่วนในประเทศไทย สตรีและบทบาทหญิงชายศึกษายังเป็นสาขาวิชาใหม่ที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง



ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ติงลี่ วันที่ : 23/03/2007 เวลา : 13.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/think-ting

ข่าวนี้ขายหรือขายข่าวนี้
ข่าวนี้อยากขายหรือข่าวนี้ขายได้
อยากเสนอข่าวนี้หรือคนดูอยากอ่านข่าวนี้
เสนอแต่ข่าวที่อยากขายและรู้ว่าขายได้เคยซักครั้งไหมที่เสนอข่าวที่คนควรรู้
ก็เข้าใจว่าคนขายข่าวก็ต้องกินต้องใช้
มันก็ต้องเป็นอย่างนี้แหละประเทศที่ถูกสาป

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
kasok วันที่ : 16/03/2007 เวลา : 11.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kasok

ดีใจที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีโอกาสเป็นสื่อมวลชน เหมือนมีโอกาสได้เติมความฝันให้กับตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Fine_Sand วันที่ : 14/03/2007 เวลา : 14.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/FineSand

ถ้าข่าวเป็นอาหารประเภทหนึ่ง นักข่าวเป็นผู้ปรุงอาหาร ถ้าวัตถุดิบที่นำมาปรุงมีพิษ ผู้รับประทานเข้าไปคงได้รับอันตราย ดังนั้นผู้บริโภคข่าวเองต้องดูแลตนเองเพราะอาหารประเภทนี้จะหวังพึ่ง อย. คงไม่ได้ .....

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
pp965 วันที่ : 11/03/2007 เวลา : 21.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pitsanu

เห็นด้วยอย่างยิ่งยวด

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Nuttaa วันที่ : 03/03/2007 เวลา : 10.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nuttaa

I agree with you and I'm glad that we have a good reporter like you in Thailand.

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Jeffrey Leachman ( guest ! ) วันที่ : 28/02/2007 เวลา : 17.55 น.
http://google.com

Google is the best search engine

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
การะเวก วันที่ : 26/02/2007 เวลา : 12.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/garaweg

เห็นด้วยอย่างยิ่งในสิ่งที่หลายคนแสดงความคิดเห็น หน้าที่ของสื่อคือทำหน้าที่ "เป็นหมาเฝ้าบ้าน" ซึ่งหมายถึงเป็นผู้ที่คอยดูแลสอดส่องความปลอดภัยของสังคมไม่ใช่เป็นผู้ที่ทำให้สังคมแตกแยกเสียเอง สื่อมีหน้าที่ท้วงติงและตีแผ่เรื่องราวที่ถูกต้องข้อมูลที่เขียนขึ้นมาต้องเป็นข้อมูลที่กรั่นกรองและคัดกรองมาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือและข้อมูลมูลที่ได้นั้นต้องไม่ใช่มาเพื่อวาระซ่อนเร้นของแหล่งข่าวเองหรือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สื่อที่ดีต้องมีความเห็นที่เป็นกลาวงและเป็นธรรมต่อสังคม

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
จิรานนท์คนข่าว วันที่ : 26/02/2007 เวลา : 01.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kayviewpoints

ขอบคุณ "นอกคอก" นะครับที่เห็นตรงกัน และคอมเมนต์ที่ดีมากๆ ผมก็รออ่านผลงานของคุณ"นอกคอก" นะครับ แล้วจะผลิตผลงานออกมาตอนไหน ก็บอกนะครับผมจะตามไปอ่าน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
nokisara วันที่ : 22/02/2007 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nokisara

วันนี้ฟังคำถามของผู้สื่อข่าวคนหนึ่งถามนายกว่า "ทำไมนายกบอกว่าสมานฉันท์แต่ทุกวันนี้สังคมยังแตกแยก"

คำถามคำนี้เพิ่มความเบื่อในสื่อทุกวันนี้อย่างมาก สื่อเคยมองตัวเองไหมว่าตนเป็นคนทำให้สังคมแตกแยก สื่อไม่ต้องไปเรียกคำสมานฉันท์จากคนอื่นเพราะทุกวันนี้สื่อกัดกันเอง เหมือนหมาบ้า ไร้สิ้นจิตสำนึกของการทำงานแบบมืออาชีพ ที่พอพิ่งพาได้ตอนนี้เห็นมีแต่เนชั่นที่ยังพอเป็นกลาง ทำงานแบบมืออาชีพพอรับได้ นักข่าวแต่ละคนไม่ทำหน้าที่ที่ตนควรทำสะท้อนภาพและปัญหาในแง่มุมต่างๆ แต่กลับใช้คำถามที่เสี้ยมให้เกิดการแบ่งฝ่าย
พอเนชั่นเข้าไปทำข่าว ASTV เข้าไปทำรายการ ก็กัดเป็นหมาบ้า คุณทำหน้าที่ของคุณได้ไหม คนฟังเขารูว่าใครเป็นใคร คนฟังคิดเองเป็น แล้วนักข่าวสายทำเนียบมารยาทเลวมาก ใช้คำถามแต่ละคำถามไม่มีการให้เกรียติคนที่ถูกถาม ถามคำถามเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนคนปัญญาอ่อนอยากให้ออกกฎเลยว่าก่อนถามต้องบอกชื่อ นามสกุล สังกัดให้ชัดแล้วถาม จะได้รู้ว่าใครที่เลวมากอย่างนั้น ทุกวันี้สื่อนั่นแหละเป็นตัวการที่ทำให้สังคมเป็นแบบนี้ รู้ตัวหรือเปล่า? พวกคุณแยกข้างชัดเจน ไม่ยอมกัน แล้วมีหน้ามาถามหรือว่าทำไมสังคมแตกแยก ก้มหน้าดูตัวเองเสียบ้าง อย่าชี้มือไปที่คนอื่น รู้บ้างพิจารณาตัวเองบ้าง ว่าเลวตรงไหน เสียตรงไหน แล้วแก้ไขบ้าง สังคมน่ะอยู่ดี สื่อเป็นตัวการรู้ตัวหรือเปล่า????

เราไม่ใช่พวกทักษิณ หรือสนธิ คมช.หรือรัฐบาล แต่เป็นคนที่บริโภคสื่อก็เท่านั้น

ขอย้ำว่าสื่อนั่นแหละตัวการทำให้สังคมแตกแยก

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นอกคอก วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 13.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/temp-gen

อยากทราบบทบาทของสื่อต่อความสงบสุขของโลก กรณีการนำเสนอข่าวการฆ่ารายวัน วางระเบิด ฯลฯเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่3-4จังหวัดภาคใต้ ดังนี้
1. ประชาชนทั่วไปได้อะไรจากการได้รับรู้ข่าว ช่วยให้ความสงบเกิดขึ้นได้หรือไม่ ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่อยู่อย่างปลอดภัยแค่ไหน ถ้ารู้ว่าวันนี้เผาโรงเรียน ระเบิดโรงแรม ยิงชาวบ้าน ตัดหัวประจาน ฯลฯ
2. ใครจะได้ประโยชน์จากการนำเสนอข่าว ฝ่ายก่อการร้าย หรือฝ่ายชาวบ้านที่เดือดร้อน
3. ถ้ารัฐจะรับรู้แต่ข้อมูลความเลวร้ายที่เกิด แล้วเร่งแก้ไข โดยไม่ต้องนำเสนอข่าวได้หรือไม่ อะไรจะเสียหายกว่ากันกับการปิดข่าว
4. การดำเนินการแก้ไข หรือตอบโต้ใด ๆ จากรัฐจำเป็นหรือไม่ที่ต้องประกาศให้โลกรู้ เช่น การเกิด ศอบต.อีกครั้ง การติดกล้องวงจรปิด (โดยเฉพาะติดกล้อง ทำไมต้องบอก) ฯลฯ
5. ในฐานะสื่อระหว่างการนำเสนอข่าวมีมุมใดที่จะสอดแทรกความตื่นตัว หรือปลุกกระแสของคนไทยด้วยกันที่จะออกมาปกป้องคนใน 3-4 จังหวัดภาคใต้ เพื่อแสดงพลังให้ฝ่ายกบฎเกิดความกลัวเกรง
6. มีทางใดที่สื่อจะช่วยกระชากศีลธรรมขององค์กรศาสนาต่าง ๆ ในโลกนี้ได้ออกมาช่วยพี่น้อง 3- 4 จว.ภาคใต้ โดยเฉพาะศาสนาที่เคยออกมาประนามกรณีตากใบ ได้แสดงบทบาทอย่างเท่าเทียบกับผู้ถูกกระทำอย่างโหดเหี้ยมจากคนไร้ศาสนา ทำไมองค์กรเหล่านี้ถึงไม่ออกมาเต้นแร้งเต้นกา กับคนที่แอบอ้างพระเจ้าของพวกเค้า ทำไมคนดีถึงมีสิทธิ์ตายโดยไม่ได้รับการปกป้องจากใครเลย นอกจากฝ่ายรัฐ (เป็นข้อสงสัยอย่างแท้จริง ถ้าได้คำตอบถือว่าจะได้อาหารสมองชั้นดี จะเลิกโมโห และสงสัยเสียทีว่าสื่อมาบอกทำไม วันนี้ฆ่าอีกแล้ว ระเบิดอีกแล้ว ก็เราช่วยอะไรไม่ได้เลย จะมาบอกเราทำไม)

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นอกคอก วันที่ : 21/02/2007 เวลา : 13.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/temp-gen

เป็นแง่มุมที่ดีสุดๆ อยากให้สื่อลองอ่านทุกตัวอักษร ตีความตามนั้นอย่างรับผิดชอบ ในส่วนตัว หมายถึงเป็นพิเศษกรณีข่าวที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ภาพพจน์ของประเทศ ซึ่งควรกรองอย่างละเอียด ไม่จำเป็นต้องใช้หลักการเดียวกับสื่อต่างชาติ หากแต่ถ้าเรื่องที่นำเสนอ หรือตีแผ่จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศ ควรตระหนัก เช่น กรณีตากใบ ไม่เห็นต้องละเอียดขนาดจะพิพากษาใครถูกผิด น่าผ่านการพิจารณาก่อนนำเสนอ เพราะว่าคนพวกนี้ทำผิดกฏหมายที่รัฐห้ามชุมนุม หากคนพวกนี้ไม่เริ่มก่อน ความรุนแรงภาครัฐคงไม่เกิด กรณีสุวรรณภูมิก็เช่นกัน เหมือนกับเจ้าของบทความว่าไว้ ความชัดเจนในข้อมูล ไม่ใช่เพียงความฉับไว ส่วนการตีแผ่ความชั่วของพวกโกงกินการก่อสร้างก็ตีแผ่ไป แต่ควรสรุปให้ได้ก่อน ไม่ใช่ใส่สีตีข่าวไปวัน ๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kittinunn วันที่ : 11/02/2007 เวลา : 04.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kittinunn
Fight for what we believe in.

เห็นด้วยในแง่ภาพรวม แต่แท้จริงแล้ว สื่อก็ทำหน้าที่ไปตามเรื่องตามราว ส่วนแง่มุมเกี่ยวกับส่วนได้เสีย ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละสำนัก

ผมว่าถ้าเป็นข่าวบิดเบือน ประเภทพีอาร์โกหกให้ดูดี ยังร้ายแรงกว่าข่าวที่เปิดเผยเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล

สังคมที่ดีต้องมีการตรวจสอบ สื่อก็เช่นกันครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

พักเบรกโฆษณากันก่อนครับ

ไหนๆ ติดตามเรื่องราวของทีวีมาพอสมควรแล้ว พกชมโฆษณาทีวีเด็ด น่าสนใจจาก ต่างประเทศก่อนนะครับ Title : Choir Brand Name : Honda Agency : Wieden + Kennedy UK Ltd,United Kingdom Advertiser : Honda

View All