*/
  • KBD_1
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nareetrecon@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-06-05
  • จำนวนเรื่อง : 254
  • จำนวนผู้ชม : 439308
  • จำนวนผู้โหวต : 237
  • ส่ง msg :
  • โหวต 237 คน
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 27 กันยายน 2553
Posted by KBD_1 , ผู้อ่าน : 20528 , 12:11:06 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ฟ้าน่าน , พญาสุขุม และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

บ้านดินสร้างได้ด้วยมือเรา ตอนที่ ๕ การทำโครงหลังคา และการมุงหลังคาบ้านดิน

          หากท่านได้ติดตามขั้นตอนต่างๆ ในการสร้างบ้านดินหลังนี้มาตั้งแต่ต้น จะเห็นว่าการสร้างบ้านดินนี้ ก็คล้ายกับการปลูกต้นไม้ ในขั้นตอนการทำก้อนอิฐดิน เปรียบได้กับการเสาะแสวงหาเมล็ดพันธุ์ที่ดี การทำฐานรากบ้านดิน คือการเตรียมหลุมปลูก การก่อผนังทีละชั้นๆ ก็คือการนำกล้าไม้ลงดิน เฝ้าดูแล รดน้ำ พรวนดิน จนต้นกล้าเจริญเติบโต และขั้นตอนต่อไปนี้คือการทำโครงหลังคาและการมุงหลังคาบ้านดิน หมายความว่าต้นไม้ของเราได้เติบใหญ่ขึ้นพร้อมให้ร่มเงาแก่เราแล้ว

          องค์ประกอบหลักของบ้านดิน ก็คือดินและแกลบที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปใดๆ เพียงนำมาผสมกันแล้วเหยียบย่ำจนเหนียว ตากทิ้งไว้กลางสายลมแสงแดด จนแห้งสนิท ในส่วนวงกบประตู หน้าต่าง และโครงหลังคา เราจะใช้ไม้ ซึ่งหากวางแผนดีๆ เราสามารถปลูกต้นไม้ไว้ใช้เองได้ โดยไม่ต้องเบียดเบียนต้นไม้ในผืนป่าธรรมชาติ และต้นไม้ที่ปลูกเองนี้ เราก็นำมาใช้ได้ทั้งต้น โดยไม่ต้องผ่านการแปรรูปด้วยเหมือนกัน นั่นคือการลดพลังงานที่ใช้ในการแปรรูปนั่นเอง ต้นไม้เมื่อล้มลง จะผุกร่อน เปื่อยยุ่ย กลายเป็นปุ๋ยดิน บ้านดินก็เช่นเดียวกัน เมื่อถึงวันดับสูญ(อาจอีกร้อย หรือสองร้อยปีข้างหน้า) องค์ประกอบหลักคือดิน ก็จะกลับคืนสู่ผืนดินดังเดิม และที่เล่ามาตลอดสามสี่ตอนนี้ คือการตอบคำถามของลุงสมคิด สิงสง ที่ว่า บ้านดินช่วยลดสภาวะโลกร้อนได้อย่างไร

          นับแต่เริ่มต้นสร้างบ้านดินหลังนี้อย่างจริงจัง บ้านดินได้สอนอะไรแก่เราบ้าง...? อาจสรุปได้สองสามประการ เท่าที่คิดได้ตอนนี้คือ

          ประการแรก บ้านดินต้องอาศัยปัจจัยธรรมชาติเป็นหลัก เราต้องการสายลม ต้องการแสงแดดแรงๆ ในจังหวะและโอกาสที่เหมาะสมเพื่อช่วยให้บ้านดินแห้งสนิท เราต้องการอากาศร่มรื่นเย็นสบายในช่วงการก่อผนัง และฝนก็มิใช่สิ่งน่ากลัวสำหรับบ้านดิน หากมีฝนตกลงมาหลังจากเรามุงหลังคาเสร็จแล้ว จะทำให้เรารู้ว่าหลังคาบ้านดินของเรามีรูรั่วตรงไหนบ้าง

          ประการที่สอง เงินทอง หรือสมบัติล้ำค่าใดๆ ไม่สามารถเนรมิตให้ต้นไม้เติบโตได้ในพริบตา ฉันใด เงินทองก็ไม่สามารถเนรมิตบ้านดินที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของผู้สร้าง มิตรภาพแห่งมิตร ความอบอุ่น ความรัก และความเข้าใจของคนในครอบครัวได้ ฉันนั้น หากแต่ต้องใช้เวลา ใช้ความอดทน การแสวงหาและรักษาไว้ซึ่งมิตรภาพ และการปรึกษาหารือ การพูดคุยทำความเข้าใจกันระหว่างคนในครอบครัว

          ประการที่สาม ซึ่งอาจยังไม่ใช่ประการสุดท้าย แต่ขอพูดไว้เป็นประการสุดท้ายไว้ก่อน นั่นคือ ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานในการสร้างบ้านดินหนึ่งหลังให้สำเร็จลงได้ ทำให้เรามีเวลาได้ทบทวนตัวเอง ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า และเกิดคำถามเพื่อเอาไว้ถามตัวเองว่า เราอยากมีบ้านดินเพราะเราเห็นคุณค่าของดิน อยากอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และเรารักในงานศิลปะ หรือเพียงแค่อยากมีบ้านดินตามแฟชั่น? นั่นเป็นคำถามที่หนึ่ง เราเรียกตัวเองว่าเป็นนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะเราห่วงใยอนาคตของลูกหลาน ห่วงใยเพื่อนร่วมโลก เรากำลังฟื้นฟูโลกปัจจุบัน และกำลังออกแบบโลกอนาคตที่ดีไว้ให้กับลูกหลาน ใช่หรือไม่? หรือเพราะว่าเรากำลังใช้วิกฤตการณ์ของโลก วิกฤตของธรรมชาติมาเป็นโอกาสเพื่อสร้างค่าให้กับตัวเอง และมุ่งแสวงหาผลกำไร นี่คือคำถามที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องถามตัวเองบ่อยๆ ซ้ำๆ เพราะนักอนุรักษ์กับนักฉวยโอกาส สามารถเดินเคียงกันไปได้อย่างแยกไม่ออก และเราเองก็อาจไม่รู้ตัว

          เอาละค่ะ พักเรื่องขรึมๆ ไว้ก่อนดีกว่า มาดูกันว่าจะทำโครงหลังคา และมุงหลังคาบ้านดินได้อย่างไร

..

          ภาพข้างบนนี้ คือโครงหลังคาบ้านดินที่ทำเสร็จแล้วค่ะ ทำได้อย่างไรนะ...? เราย้อนกลับไปดูที่มาพร้อมกันเลยนะคะ

..

เริ่มจากตรงนี้ค่ะ หลังจากพูดคุยเจรจากับช่างไม้ได้แล้ว ว่าเราต้องการหลังคาทรงไหน ใช้วัสดุอะไรมุง ก็ให้พี่ช่างเขาช่วยคำนวณขนาดของไม้ และจำนวนไม้ที่จะใช้ แล้วก็ไปสั่งซื้อมาค่ะ เพราะต้นไม้ที่เราปลูกไว้มันโตไม่ทันใช้ และไม้ที่เราใช้คือไม้สนค่ะ

..

          หลังจากได้ไม้มาแล้ว ก็ไประดมพลมาช่วยค่ะ คนที่กำลังแบกต้นซุงต้นเบ่อเริ่มนี้คือพี่สาวเราเอง ห้าวหาญ บึกบึน ยิ่งกว่าตัวเราเสียอีก บรรดาเพื่อนๆ อาสา จึงยกให้พี่แกเป็น “คนบ้าดี” ตัวแม่

..

..

..

          นี่คือหลักแห่งสมดุล ที่เราจะนำมาใช้กับบ้านที่ไร้เสา ผนังดินของเราต้องทำหน้าที่เป็นเสารับน้ำหนัก จินตนาการกับวิชาช่างจึงต้องนำมาผสมผสานกันให้ลงตัว น้องคิด - พี่ทำ ครอบครัวของเรา จึงคล้ายกับว่าเกิดมาเพื่อบ้านดินหลังนี้จริงๆ (พี่ชายบอกว่า บ้านดินหลังนี้สร้างเสร็จ จะขอปลดเกษียณตัวเองแล้วค่ะ)

..

นี่คือพี่ชายคนเก่ง อายุห้าสิบต้นๆ ช่วยทำตั้งแต่ฐานราก จนกระทั่งปีนขึ้นไปอยู่เป็นยอดหลังคา เพื่อสร้างฝันของน้องสาวให้เป็นจริง พี่ชายทำให้ได้ทุกอย่าง (ซึ้งค่ะ ซึ้ง...)

..

สับไม้ให้เป็นท่อนๆ นำไปวางไว้บนกำแพงดิน ใช้ลวดมัดไม้ให้ติดกับดินเพื่อความมั่นคง ไม่ต้องงงหรอกค่ะ ใช้สว่านเจาะกำแพงดินให้เป็นรูก่อน แล้วสอดลวดเข้าไปน่ะ

..

การมัดลวด... จากประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมัด แต่หลังจากนั่งประชุมกันแล้ว เสียงข้างมากบอกว่าควรจะมัด ก็เลยต้องยอม เพื่อความสบายใจของทุกคน ไม้ท่อนๆ ที่เอาไปวางเรียงบนกำแพงดินนั้น ก็เพื่อจะเอาไว้รองรับไม้โครงหลังคาอีกทีหนึ่ง และนี่คือหลังคาสไตล์ Log Cottage ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ

..

ฟางกับโคลน เหยียบย่ำให้เข้ากัน เอาฟางไปแช่น้ำทิ้งไว้สักคืนก่อนก็ได้ ให้เน่า เอ้ย .. ให้นิ่ม จะย่ำได้ง่ายขึ้น (เอ๋... ภาพนี้เคยให้ดูแล้วนี่นา ไม่เป็นไรบอกใหม่ก็ได้ กันลืม...)

..

เอาฟางชุบโคลนที่เหยียบย่ำเข้ากันดีแล้ว มาโปะทับบนไม้ แล้วใช้โคลนปกติปิดทับอีกรอบ เมื่อแห้งสนิทแล้ว คนจะเห็นเหมือนกับว่าไม้ถูกวางพาดไว้กับดินเฉยๆ (ยังกะเล่นกลเลย)

..

ภาพใต้หลังคา (อันนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว)

..

ภาพมุงสูง ปีนต้นมะม่วงถ่ายลงมา ภาพโครงหลังคาเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ

..

บ้านดินหลังนี้เราจะมุงหลังคาสองชั้น ชั้นแรกจะมุงสังกะสี เพื่อความคงทนถาวร ส่วนชั้นบนจะมุงด้วยวัสดุธรรมชาติเพื่อกันความร้อน และเราก็ตกลงกันว่าจะมุงด้วยใบไม้ที่เรียกว่า “ตองตึง” ค่ะ เมื่อโครงหลังคาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มมุงสังกะสีแผ่นแรกได้เลย

..

พี่ชายคนเดียวเริ่มไม่ไหว จึงไประดมเพื่อนบ้านมาช่วย

..

ภาพใต้หลังคา อีกครั้งหนึ่ง

..

          เสร็จแล้วค่ะ บ้านดินหลังคาสังกะสี และโครงไม้ข้างบน เอาไว้รองรับตับตองตึงที่จะมุงเป็นชั้นที่สอง (ตอนนี้เราเก็บใบไม้มาสะสมไว้ได้จำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะใช้มุงหลังคาทั้งหลัง ในส่วนของหลังคาจึงขอพักไว้ก่อนนะคะ และถ้าหากมุงเสร็จเมื่อไหร่จะนำภาพมาให้ดูอีกครั้งค่ะ)

พบกันใหม่ตอนหน้า การทาสีบ้านดินค่ะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ฟ้าน่าน วันที่ : 15/01/2013 เวลา : 15.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NamnanFanan

ตามติดตอนที่๕ บ้าเห่อไปกับเขามากๆ อยากมีจัง เออ!เนาะ อยากมีเพราะอะไร โดยส่วนตัวไม่ได้เป็นนักอนุรักษ์ แต่ก็ไมาทำลาย ชอบธรรมชาติมากกว่าเมือง อ่านต่อๆเพื่อไปสร้างให้ได้ สู้ๆๆ โหวตตามหลังคา

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
พฤจิกา วันที่ : 29/09/2010 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."

ติดตาม ๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เช่นนั้นเอง วันที่ : 27/09/2010 เวลา : 16.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kbd
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้, ใครจะรู้ความตาย แม้พรุ่งนี้

>> ความคิดเห็นที่ 5 พญาสุขุม, ขอบคุณค่ะ เสียใจกับต้นไม้ แถวๆ บ้านด้วยนะคะ เขาคงไปสู่สุขคติแล้วหละ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เช่นนั้นเอง วันที่ : 27/09/2010 เวลา : 16.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kbd
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้, ใครจะรู้ความตาย แม้พรุ่งนี้

>> ความคิดเห็นที่ 4 jason ขอค้านค่ะ !! บ้านดินจริงๆ ไม่น่าจะฉีดน้ำเพื่อทำความสะอาดได้ค่ะ คิดว่าต้องเข้าใจอะไรผิดพลาดแน่ๆ บ้านดินเป็นบ้านที่ไม่ค่อยชอบน้ำเท่าไหร่ค่ะ ประมาณว่าจะถือเนื้อถือตัวกับน้ำสักหน่อย เพราะชั้นสุดท้ายที่ใช้ฉาบผนังจะใช้ทรายละเอียด ดินร่อนละเอียด และกาวแป้งเปียก ซึ่งเมื่อแห้งสนิทแล้วมองเผินๆ จะแข็งเหมือนปูนเลยค่ะ แต่ถ้าถูกน้ำนานๆ มีหวังร่อนแน่ๆ ค่ะ .... อย่างไรก็ หาข้อมูลมาแลกเปลี่ยนกันนะคะ เผื่อว่าเขาจะทำได้จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พญาสุขุม วันที่ : 27/09/2010 เวลา : 16.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangrak

ชอบ
โหวตครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
jason วันที่ : 27/09/2010 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/RU-MBA

ผมเคยไปนอนแถวๆ รีสอร์ทวังน้ำเขียว(จำชื่อไม่ได้อ่ะครับ) ตอนสายๆจะมีคนงานลากสายยางมาฉีดใส่บ้านดินที่พักอยู่ คล้ายๆกับทำความสะอาดประมาณนั้นล่ะครับแต่แล้วพอเข้าไปข้างในอากาศไม่ร้อนอย่างที่คิดครับ สงสัยเกิดจากการปรับอุณภูมิโดยการใช้น้ำฉีดพรมให้ทั่วก็เป็นได้นะครับ ความเห็นที่2

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เช่นนั้นเอง วันที่ : 27/09/2010 เวลา : 13.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kbd
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้, ใครจะรู้ความตาย แม้พรุ่งนี้

>> ความคิดเห็นที่ 1 พิชช่า ขอบคุณค่ะ คุณครูตุ๊ก เวลาพี่ชายแกเหนื่อยๆ ก็จะขอปลดเกษียณ เมื่อวันเสาร์ไปช่วยกันทำบานประตู แกก็เสนอไอเดียว่า หลังต่อไปต้องทำแบบนี้ๆๆ จนพี่สาวแซวว่า ไหนว่าจะเกษียณแล้วไง? นี่แหละค่ะ ตั้งแต่ทำบ้านดินมานี้ หนูรู้สึกอิจฉาตัวเองมากค่ะ ที่เกิดมาโชคดี มีพ่อแม่ที่เข้าใจ และมีพี่ๆ คอยช่วยเหลือทุกอย่าง

>> ความคิดเห็นที่ 2 รำพึง@ริมเล เขาว่ากันว่าบ้านดินนี้จะเย็นสบายในหน้าร้อน และอบอุ่นในหน้าหนาว แต่สำหรับตัวเองยังไม่กล้าเขียนฟันธงไปแบบนั้นค่ะ เพราะว่ายังไม่เคยพักอาศัยอยู่ในบ้านดินจริงๆ จังๆ จนครบสามฤดูสักที แต่ที่สัมผัสได้คือ ในสภาวะอากาศร้อนๆ มีบ้านดินหลังหนึ่งตั้งอยู่กับบ้านปูนอีกหลังหนึ่ง บ้านดินจะเย็นสบายกว่าแน่นอน แต่ก็ไม่ถึงกับเหมือนอยู่ในห้องแอร์หรอกค่ะ การแก้ไขเรื่องพักอยู่ในบ้านดินแล้วรู้สึกร้อน ... ต้องถามก่อนว่าบ้านดินที่ไปพักรูปทรงเป็นอย่างไร เพราะถึงแม้จะเป็นบ้านดิน ก็ต้องเป็นบ้านดินที่เหมาะกับเขตร้อนด้วยค่ะ ถ้าหากเป็นบ้านดินที่ออกแบบสำหรับชาวเอสกิโม (เคยเห็นบ้านดินในเมืองไทยบางหลัง ข้างในปั้นเตาผิงไว้ด้วย) ยังไงก็ร้อนค่ะ ... อีกอย่างคือ ถ้าบ้านดินหลังนั้นออกแบบเหมาะสมกับเมืองร้อน แล้วยังร้อนอยู่... คงต้องปรับแก้ที่ความรู้สึกค่ะ แต่อย่างไรเสีย ก็ไม่มีข้อบังคับว่าบ้านดินห้ามติดแอร์นะคะ ร้อนนักจะอยู่บ้านดินที่มีแอร์ก็ได้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
รำพึง@ริมเล วันที่ : 27/09/2010 เวลา : 12.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kodarayong

เคยไปพักบ้านดินและไม่มีแอร์ทำไมจึงร้อนครับ
มีวิธีแก้ใหม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พิชช่า วันที่ : 27/09/2010 เวลา : 12.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovelearnlife

มุงหลังคาเสร็จแล้ว ..คลาสสิกมากค่ะหนูแจง
น้องคิด .....พี่ทำ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน