*/
  • เคนจิ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-08-11
  • จำนวนเรื่อง : 8
  • จำนวนผู้ชม : 9084
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
วันอังคาร ที่ 18 สิงหาคม 2552
Posted by เคนจิ , ผู้อ่าน : 563 , 18:10:06 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(เค้ารู้ว่าเค้าทำแบบนั้นไม่ได้  เพราะเธอก็มีคนของเธอ)

เราจูบกัน  มันทำให้เราทั้งคู่ต่างกลับสู่จุดเริ่มต้นเมื่อครั้งที่รักเราเริ่มต้น (ใช่มั๊ย???)

แล้วเราก็คุยกันมาตลอด.......

เค้ารอให้คุณอิสระ... เรากลับมาคุยกันจริงจังได้สักพัก  ประมาณหนึ่งเดือน

สิ้นเดือนพฤศจิกายน  เธอบอกฉันว่า....

“เธอตัดสินใจแล้ว  ที่จะจบเรื่องของเราไว้แค่นี้”  แล้วเธอก็กลับไปคบกับคนๆนั้นของเธอ...เหมือนเดิม

ตอนนั้นฉันเสียใจมาก.........แล้วก็ไม่ติดต่อกับเธออีกเลย

และอีกอย่าง.....ฉันพยายามที่จะให้เราใกล้กัน  มีเรื่องที่ต้องได้ติดต่อกัน

เลยแนะนำให้น้องไปอยู่กับเธอ  เพื่อจะได้เป็นเพื่อนเธอ  แล้วเราก็จะได้เจอกันบ่อยๆ (นิสัยไม่ดีเลยเน๊อะ) เพราะน้องเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับเธอ  แล้วก็เอกเดียวกันด้วย

จนวันนึง....เหมือนว่า “พรหมลิขิต”..... (รึป่าว?? )  (11/03/07)

ฉันไปเดินแมคโครกับก๊ะ  จนฉันไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์  ตอนที่กำลังคิดเงินแล้วก็กำลังจะจ่ายเงิน 

ฉันเงยหน้าขึ้นมาเห็นเนย.... ตอนนั้นฉันยังคิดไม่ออกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร  รู้แต่ว่า.. “คุ้นหน้ามาก”...

แล้วก็ก้มลงมาหยิบเงินส่งให้แคชเชียร์  ก็เงยหน้ามาเจอเธออีก

เธอก็กำลังเงยหน้าขึ้นมา......

เงยขึ้นมามองตากันพอดี....

(ตอนนี้..ฉันฟังเพลง “ใคร ของ บอยด์ โกสิยพงษ์” อยู่... มันเหมือนกำลังมีความสุขยังงัยไม่รู้...ที่นึกถึงเรื่องราวของเราแล้วก็ฟังเพลงนี้พอดี)

เราต่างคนต่างก็งง (ใช่มั๊ย??) ตอนนั้นฉันคิดว่า

“ใคร(ว๊ะ??) หน้าตาคุ้นๆ”  ก็แบบว่า.. ไม่คิดว่า เราจะได้เจอกัน 

พอฉันนึกออกว่าเป็นเธอ  เธอรู้มั๊ยว่า..

“เหงื่อมันแตกพลั่กๆ สั่นแบบถามตัวเองก่อนเลยว่า (กุ)จะเอายังไงดี(ว๊ะ)??”

ก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหาเธอ แล้วก็ทักทาย  จนได้เบอร์ใหม่เธอมานั่นแหล่ะ...

แล้วฉันก็ชวนเธอไปเดินโรงเกลือวันรุ่งขึ้น

วันรุ่งขึ้น... เธอเล่าให้ฟังว่า....

เธอตื่นมารอฉันแต่เช้า.....ข้าวปลาไม่กิน  เพราะรอว่าฉันจะมาเมื่อไหร่  จนเนยโมโหไม่อยากไปด้วยแล้ว  แต่ก็เพราะว่าวันนั้นฉันมีงานยุ่งไปหน่อย  ก็เลยผิดเวลา  จนกว่าจะไปถึงบ้านเธอก็เที่ยงพอดี.....

แล้วเราก็ไปโรงเกลือกัน 

แล้ววันนั้นก็บังเอิ๊ญ.......

ไปเจอคนๆนึง..... (ช่างมันเหอะ...ไม่สำคัญหรอก....)

พอเรากลับมาบ้าน  พ่อกับแม่ยังไม่กลับมา  เพราะว่ามัวแต่ไปนั่งกินเหล้า  เราอยู่บ้านกันสองคน 

เรานั่งอยู่ข้างๆกันที่โซฟาตัวเดิม  ฉันโอบเธอไว้  (ความรู้สึกเริ่มพุ่งพล่าน) เรานั่งดูทีวีกันสองคน แอบจุ๊บกันบ้าง.... (ก็รักง่ะ)...

จนซักพัก...ฉันก็ขอตัวกลับ  เพราะมีแววว่า  พ่อกับแม่เธอจะกลับบ้านแล้ว

แล้วเราก็คุยกันมาเรื่อยๆ  แล้วฉันก็ขอเธอกลับมาคบกันอีกครั้ง

คราวนี้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมจริงๆซักที..

(ขอบคุณสำหรับโอกาสนะคะ)

ฉันตั้งใจและพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นจริงๆ จนเธอก็อดทึ่งในตัวฉันไม่ได้ใช่มั๊ยล่ะ????

อย่างนึงที่เห็นชัดก็คือ....

ฉันพูดเพราะกับเธอทุกคำ...(จริงมั๊ย???) 

คบกันคราวนี้เราได้อยู่ด้วยกันมากกว่าครั้งแรกเยอะเลย  อาจจะเป็นเพราะว่า  พอเราโตขึ้น  เราต่างก็ได้รับอิสระในการใช้ชีวิตมากขึ้น  ก็เลยไปไหนมาไหนได้สะดวกกว่าเมื่อก่อน

เราเจอกันเกือบทุกอาทิตย์  บางทีฉันก็จะไปอยู่กับเธอเกือบอาทิตย์เลยก็มี

และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันพาเธอเข้าบ้าน  แนะนำให้พ่อกับแม่รู้จักอย่างเป็นทางการ  แม่ของฉันดูท่านจะชอบและรักเธอมากเลย..รู้มั๊ย???  อาจจะรักมากกว่าฉันอีก  อะไรๆ..ก็เธอ  เป็นเธอไปหมด  (เฮ้อ...!!)

ไปเดินที่ไหนทีไรนะ  ก็จะต้องมีของ “สำหรับเธอ” ทุกทีเลย... (ฉันไม่เห็นได้มั่งเลยง่ะ)

อีกคนที่ดูว่าจะรักเธอไม่น้อยหน้าแม่เลย..  ก็คือ “ยายทรัพย์” เธอมาทีไรจะต้องมีนู่นนี่นั่นมาให้กินอยู่เรื่อย  เธอไม่มา หรือว่าหายไปนานๆ แกก็ถามหา ไม่รู้ว่าเธอมียาเสน่ห์ดีรึป่าวน๊า....???

รู้สึกดีเน๊อะ....เวลาที่คนที่บ้านเรา  รักคนที่เรารักแบบนี้

แต่สำหรับที่บ้านเธอ....

ฉันก็คงเหมือนคนๆนึง.......ที่ไม่ได้อะไรเลย

...................................................

ทั้งๆที่แม่เธอก็รับรู้มาตลอดว่าเรารักกันและคบกัน  แต่ฉันก็พยายามเข้าใจนะว่า 

“เป็นเพราะฉันเคยทำให้เธอเจ็บปวดมาก่อนเมื่อครั้งแรกที่เรารักกัน  แม่ก็เลยไม่อยากให้เธอเจออะไรแบบนั้นอีกแล้วมั๊ง.... อีกอย่าง  เค้าก็คงอยากให้ลูกสาวของเค้ามีครอบครัว  มีหลานให้เค้าอุ้มเหมือนครอบครัวคนอื่นๆ...”  ใช่มั๊ย?????

ถึงแม้ว่าเราจะห่างกัน...แต่ฉันว่า “ระยะทางมันก็เป็นแค่มาตราเท่านั้น  ไม่สามารถมาคั่นกลางหรือว่าเป็นอุปสรรคระหว่างเราได้เลย”

เธอไม่สบาย....ถึงแม้ว่าจะไม่มาก  แต่ฉันก็ยังเป็นห่วงเธอ...ไม่อยากให้เธออยู่คนเดียว  กังวลนู่นนี่นั่นมากมาย  ถึงแม้ว่าจะต้องเดินทางไปหาเธอทุกวัน  ระยะทางจากสระแก้ว-กรุงเทพฯ  เลิกงานตอนเย็น สี่ห้าโมงเย็นออกจากบ้าน  ถึงนู่นสองทุ่ม  ไปอยู่กับเธอ  เช้ามืดตีสี่-ตีห้าขับรถกลับบ้าน  ถึงบ้านเจ็ด-แปดโมงเช้า  ทำงาน แล้วเย็นก็ขับรถไปหาเธออีก  เป็นอย่างงี้อยู่ประมาณอาทิตย์นึงก็ยอม  ก็เพราะว่ารัก... ถึงแม้จะเหนื่อยขนาดไหน  แต่ถ้าเพื่อเธอ  ฉันโอเคหมด

บางครั้งที่เธอกลับบ้าน  ฉันก็ขับรถไปส่งเธอกลับกรุงเทพ  แล้วก็ขับรถกลับ  ก็เพียงเพราะไม่อยากให้เธอเหนื่อยแล้วก็นั่งเบียดกับใครบนรถตู้  นี่ก็เพราะว่า..รัก...เหมือนกัน

เราไปนู่นนี่ด้วยกันบ่อยกว่าครั้งแรกที่เราคบกัน  ถึงแม้ว่า  ช่วงแรกๆ ที่เรากลับมาหากัน  จะมีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย  ไม่ว่าจะมีคนสอดแนมคอยจ้องว่าเธอไปไหนกับฉัน  อยู่ที่ไหนกัน  ยังไง  มันทำให้เรารำคาญมาก  แต่อย่างน้อย  “เราก็สามารถข้ามพ้นมันมาได้”

ฉันไปช่วยเธอทำกิจกรรมเฟรชชี่ของคณะ  ช่วยตีกลอง  ช่วยทำฉาก  สอนน้องร้องเพลง  จนได้รู้จักน้องๆ หลายคนที่มอ. แล้วก็สนิทกันในที่สุด

จนมาถึงวันนึง.... ที่ฉันรู้ว่า “เธอแอบปันใจ” ให้เพื่อนเธอคนนึง  ฉันรู้เพราะ..... ช่วงนั้นเธอจะพูดถึงคนๆนี้แล้วก็ชื่นชมนั่นนี่มากมายบ่อยเหลือเกิน  นี่แหล่ะ  ที่ฉันรู้ได้เลยว่า... “เธอแอบชอบเค้า”

แต่เธอก็ยังไม่รับสารภาพ  จนวันที่มีงานเลี้ยงของคณะอั้ยหมอนั่น  ตอนแรก  เราตกลงกันว่า  เธอจะให้ฉันไปด้วย  แต่พอถึงเวลาจริงๆแล้ว  กลับตรงกันข้ามกันเลย

คืนนั้น  ฉันรอเธอทั้งคืน  เธอบอกว่า  จะกลับไม่เกินเที่ยงคืน  แต่เพื่อนในคณะนั้นเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน  ทางฉันด้วยความที่กลัวว่าเธอจะกลับเข้าห้องไม่ได้  ก็เลยลงไปนั่งรอเธอข้างล่างตั้งแต่ตีสอง  เพราะวันนั้นลุงยามแกจะไปต่างจังหวัดพอดี  แกเลยกลับเร็วกว่าปกติมาก  พอกลับมาถึงห้อง  ไม่วายที่เธอจะพูดถึงเค้าอีก  ว่าเอาเสื้อคลุมให้ใส่คลุม  งั้นงี้  ......

แล้วเราก็เป็นอันต้องถึงเวลาที่เลิกกัน  แต่ฉันก็ยังพยายามดึงรั้งเธอไว้  เพราะว่าไม่อยากเสียเธอไปอีกแล้ว 

ช่วงนั้นฉันถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ  เพราะไม่อยากเสียเธอไปจริงๆ  เพราะการกลับมาครั้งนี้  ฉันตั้งใจที่จะไม่ให้เราจากกันไปไหนอีกแล้ว  แต่มันก็ต้องเป็นไป

เราไปเที่ยวเสม็ดกัน (30-1/4/2008) เป็นเหมือนทริปส่งท้ายรักของเรา  เรามีข้อตกลงกันคือ  ทำให้เราทั้งคู่มีความสุขที่สุดเท่าที่จะทำได้  เพียงเพราะฉันอยากเก็บความทรงจำครั้งนี้ไว้ตลอดไป

มันเป็นอะไรที่ทำให้ฉันมีความสุขมาก  และพยายามที่จะไม่คิดว่า “เป็นครั้งสุดท้าย” ที่เราจะมาเที่ยวกันในฐานะ “คนรัก” 

รูปถ่ายที่เราถ่ายกันมาทั้งหมด ก็เกือบพันสี่ร้อยรูป  ถึงกับไรท์ซีดีไม่ได้  ต้องจบที่ดีวีดีเลยทีเดียว 

เราเช่ารถมอไซค์ขับไปเที่ยวตามที่ต่างๆของเกาะ  ตามที่พี่ที่บังกะโลแกแนะนำ  มีวีรกรรมเกิดขึ้น  จนเราไม่อาจลืมได้เลย 

เราแวะไปกินชา-กาแฟแล้วก็ถ่ายรูปกันที่ร้านกาแฟที่หาดทรายแก้ว  พี่ที่ร้านก็ใจดี  ช่วยเราจัดทำเลสำหรับถ่ายรูปซะเหมือนเราไปถ่ายกันที่สตูฯ แถมยังแนะนำให้เราขึ้นไปถ่ายข้างบนของร้าน  ซึ่งเดิ้ลมากๆ.... วิวสวยจริงเชียว  เอาแอคเซสนู่นนี่มาจัดวางให้เรา  ทำให้เราลืมที่นี่ไม่ลงจริงๆ  เราถ่ายกันเกือบทุกมุมของร้าน  ขนาดห้องน้ำ  ก็ยังมีคนบ้าเข้าไปถ่ายรูปกันเล้ย....คิดดู..!!!

คืนวันสุดท้ายก่อนที่เราจะเดินทางกลับกรุงเทพฯในวันรุ่งขึ้น  เราไปนั่งกินกันริมหาดหน้าวงเดือนวิลล่า  เธอเมามาก  ขึ้นขนาดฉันต้องอุ้มสลับกับหามเธอกลับห้อง  เธองอแงมาก  ฉันไม่เคยเห็นเธอเป็นแบบนี้เลยรู้มั๊ย????   เธอแพล่มว่าที่บ้านไม่รักอย่างงั้นอย่างงี้  รักแต่น้อง  อะไรๆก็น้อง  น้อยใจ  เสียใจ....นู่นนี่นั่น

พอมาถึงห้องเธอก็ยังไม่วายที่จะโวยวายไม่ให้เพื่อนกลับห้อง  เพื่อนก็ทั้งงงทั้งขำ  นึกแล้วก็อดยิ้มแล้วก็ขำเบาๆไม่ได้....(เอิ๊กส์)


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน