*/
  • เคนจิ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-08-11
  • จำนวนเรื่อง : 8
  • จำนวนผู้ชม : 9081
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน 2552
Posted by เคนจิ , ผู้อ่าน : 1525 , 09:35:44 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในทุกๆ วันนี้ ไม่ว่าการจะเป็นการลงทำอะไรก็แล้วแต่  ที่เรามักจะหวังผลกำไรหรือผลประโยชน์ที่เราจะได้แน่นอนและมีอัตราที่คงที่  การลงทุนผมคิดว่าดีที่สุดในตอนนี้นี้  คงไม่พ้น การลงทุนอีกรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า "การลงทุนทางด้านสุขภาพ" หรือ "การทำประกันชีวิต" 

การทำประกันชีวิตนั้นหลายท่านอาจจะสงสัยว่า  ทำไมถึงเรียกว่าเป็นการลงทุน  ใช่ไหมครับ.. 

ก็เพราะว่า การทำประกันชีวิตนั้นสามารถที่จะให้ผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลแก่เราหรือผู้ทำในทุกๆปี  ซึ่งเปอร์เซ็นต์ที่จะได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับแบบประกันหลักแต่ละชนิดและจำนวนเงินคุ้มครองชีวิต  อีกทั้งการลงทุนทางด้านนี้ก็ยังคุ้มครองสุขภาพและชีวิตของเราได้อีกด้วย

การลงทุนทำธุรกิจอย่างอื่น  ยกตัวอย่างเช่น  การทำร้านอาหาร  คุณลงทุนทำธุรกิจไปด้วยเงินจำนวนหนึ่ง  แต่นั่นก็ไม่ได้ประกันได้ว่า  คุณจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า  เพราะล้วนต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง  ดังเช่น ทำเล หรือการบริการ 

แต่ในเรื่องของการทำประกันชีวิต  ถึงแม้ว่าคุณจะรู้สึกว่าเงินที่คุณจ่ายเบี้ยประกันต่อปีนั้น  เหมือนจ่ายเปล่า  แต่ไม่เลย  หากคุณลองคิดดูดีๆ ตามที่ผมว่า  คุณคงจะเริ่มนึกภาพในด้านดีของประกันที่บางครั้งคุณมองไม่เห็นมัน

ยกตัวอย่างนะครับ..  คุณตกลงทำประกันชีวิตในเงินคุ้มครองจำนวน หนึ่งล้านบาท  คุณเลือกที่จะคุ้มครองทางด้านสุขภาพและอุบัติเหตุอย่างครบวงจร  ในจำนวนเบี้ยที่ต้องจ่ายต่อปีเพียง 70,000 บาท แต่สิ่งที่คุณจะได้รับนั้นก็คือ

หากคุณป่วยด้วยโรคต่างๆที่ไม่ร้ายแรง  เช่นหวัด  ปวดท้อง  ปวดหัว หรืออุบัติเหตุเล็กน้อย เช่น ถูกมีดบาท  เตะท่อนเหล็ก  หรือถูกค้อนทุบที่นิ้ว  คุณสามารถที่จะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือคลีนิคได้ทั่วประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  อีกทั้งหากคุณ  ป่วยด้วยโรคที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลและต้องนอนอยู่บนเตียงคนป่วยในโรงพยาบาลอีกหลายวัน  คุณก็ยังสามารถที่จะเบิกค่ารักษาพยาบาล ค่าผ่าตัด ค่าวางยาสลบ ค่าตรวจ ค่าหมอ หรือแม้แต่เงินชดเชยรายได้รายวันที่คุณไม่ได้ทำงานตามปกติได้อย่างเต็มจำนวนตามที่คุณตกลงทำประกันเพื่อรับความคุ้มครองในส่วนนั้นด้วย

ไม่เพียงแค่นั้น  ประกันชีวิตยังคุ้มครองคุณในเรื่องของโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนมากที่สุดอย่าง โรคมะเร็ง โรคหัวใจ  หรือแม้กระทั่ง โรคเบาหวาน   คุณก็สามารถที่จะได้รับสิทธิในการรักษาฟรีจนกว่าคุณจะหาย  และอีกซ้ำคุณยังจะได้รับเงินชดเชยในกรณีที่คุณเป็นโรคร้ายแรงเหล่านี้อีกด้วย

เพิ่มเติมอีกนิดนะครับ  และหากผู้ที่ทำประกันชีวิตไว้  เกิดเหตุที่ต้อง "โคม่า" หรือ ถึงขั้นต้องรักษาในไอซียู  คุณจะก็ได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

เรื่องแบบนี้ใครๆก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้ล่วงหน้าหรอกครับว่า "มันจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่" เพราะมีหลายๆเคสที่เด็กอายุยังน้อย (และน้อยมากๆ) เป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือว่าโรคร้ายแรงอื่นๆที่ผู้ใหญ่ยังไม่เคยเป็น  ผมเคยเห็นเคสหนึ่ง  เป็นเด็กอายุแค่สี่ขวบ  เขาเป็นมะเร็งสมอง  ซึ่งผมเองก็ยังไม่เคยคิดว่า  โรคแบบนี้จะเจอในเด็กๆ ที่อายุเพียงแค่นี้  และยังมีอีกหลายๆเคสที่คุณๆ คงจะเคยผ่านหูผ่านตามาบ้าง อย่างเช่น มะเร็งเม็ดเลือด

อย่าคิดนะครับว่า  "โรคเหล่านี้คุณจะไม่มีวันได้เป็นมัน  และคนรอบข้างคุณจะไม่มีใครได้เป็น" เพราะ "สิ่งที่เราคิดไม่ถึง มันมักจะมาถึงคุณเสมอ"

แล้วคุณลองคิดดูสิครับว่า  หากคุณไม่ได้ทำประกัน เงินที่คุณอุตส่าห์เก็บสะสมมาเป็นเวลานาน เพื่อที่จะได้ใช้ในการพักผ่อนกายา เมื่อยามเหนื่อยล้า  แต่ต้องนำมาใช้ในการรักษาตัวเองในยามเจ็บป่วย  เพียงเพราะไม่รู้จักการลงทุนหรือเก็บออมวันละนิดเพื่อความคุ้มครองที่เราได้ประโยชน์มากกว่าเงินที่เราจ่ายเป็นเบี้ยไป  คุณจะต้องใช้มันไปเท่าไหร่

บางคนคิดว่า  การทำประกันชีวิตนั้นทำไปแล้วก็ไม่คุ้ม  อันนี้ผมเจอกับตัวเลยครับเพราะคนที่พูดแบบนี้เป็นเพื่อนสนิทของผมเอง  บ้านมีฐานะ  แต่ไม่ชอบการทำประกันชีวิต  บอกว่าทำแล้วไม่คุ้ม  บ้านรวยอยู่แล้วป่วยเท่าไหร่ก็มีตังค์จ่าย  พอถึงเวลาเอาเข้าจริงๆ คนในครอบครัวเป็นมะเร็ง  สิบล้านที่รักษายังไม่พอเลยครับ  จนปัจจุบัน เค้าก็แทบจะไม่เหลืออะไรเลย  แล้วก็มานั่งนึกถึงที่ผมพูดเรื่องประกันชีวิตให้เค้าฟัง  เค้าก็มานั่งเสียใจทีหลัง  ว่าทำไมไม่เชื่อที่ผมพูด

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อีกกรณีหนึงที่ผมเจอ  ก็เป็นคนใกล้ตัวผมเอง  คล้ายๆกับเพื่อนสนิทของผมที่เล่าให้ฟังเมื่อกี๊  พอพูดถึงเรื่องประกันทีไร  ก็เป็นต้องเปลี่ยนเรื่องหรือไม่ก็เดินหนีไปเลย  บอกว่าไม่ชอบทำ  ทำแล้วไม่คุ้ม(เหมือนกัน) ที่คิดแบบนี้ก็เพราะว่า ไอ้เรื่องอย่างนั้น ใครที่ยังไม่เจอกับตัวก็ไม่รู้หรอกครับว่า  "เป็นยังไง"  จนน้องชายกับน้องสะไภ้ประสบอุบัติเหตุ   น้องสะไภ้เสียชีวิต  ส่วนตัวน้องชายเองพิการ  คนในครอบครัวก็ต้องมานั่งดูแลไม่เป็นอันทำอะไร  เงินทองที่เก็บสะสมมาก็ต้องเอามารักษาน้องชาย  ซื้อของใช้ที่จำเป็นสำหรับคนป่วย  รักษาอยู่หลายปี  หมดเงินไปก็เยอะ  คุณลองคิดถึงเรื่องค่ารักษาพยาบาลดูสิ่ครับว่ามันจะเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่   

คิดไม่ถูกเลยใช่มั๊ยครับ...??

 นี่แหล่ะผมถึงอยากเล่าถึงเรื่องของการทำประกันชีวิตให้กับเพื่อนๆ ในโอเคฯ บล็อคได้รู้  หรือหากเพื่อนๆคนใดที่อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกันชีวิต  ผมก็ยินดีให้คำปรึกษานะครับ

ลองคิดที่จะปันเงินส่วนหนึ่งที่คุณหามาได้  มาลงทุนในเรื่องนี้กันดีกว่านะครับ  "ทำวันนี้แล้วยังไม่ได้ใช้  สักวันนึงก็ต้องใช้มัน  ดีกว่าที่จะต้องใช้  แต่ไม่มีให้ใช้".....จริงมั๊ยครับ??

 

 อีเมลล์ของผมหากเพื่อนๆ สงสัยหรืออยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับการประกันชีวิตครับ..

 >>  kaki_kung_@hotmail.com


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เคนจิ วันที่ : 03/09/2009 เวลา : 11.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kenblog

ครับ...แต่ก็สำหรับหลายๆท่านที่ยังข้องใจหรือยังมีทัศนคติในด้านลบเกี่ยวกับประกันชีวิต ก็ยังได้ข้อคิดดีๆกลับไปให้นั่งขบคิดครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
rantang วันที่ : 03/09/2009 เวลา : 10.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rantang

ทุกวันนี้คนมีทัสคติที่ดีกับการประกันมากขึ้นแล้วนะขอรับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน