• keya
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : keya6782@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-07
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 138313
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11 คน
keya
keya นำความหลากหลายทางชีวิต...มาเล่าสู่กันฟังด้วย"ใจชื่นบาน"...ในสวน"อักษร"ของฉัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/keya
วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม 2555
Posted by keya , ผู้อ่าน : 1731 , 20:37:06 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน แม่มดเดือนMarch โหวตเรื่องนี้

   ...ปล่อยวางอดีต  ปลดปล่อยชีวิต ลื่นไหลตามสายน้ำแม่แตง @ เชียงใหม่ เรื่องราวการเดินทางทิ้งทวนปีเก่า กอบเกี่ยวพลังจาก

พงไพรมาใช้ในป่าเมือง...

 ^^ เลยถือโอกาสแอบเอาเรื่องเล่าของ "ณณณณา เทพารักษ์ "..เพื่อนร่วมทาง

มาเล่าสู่กัน^^   

  เพราะวันนั้น...วันที่สายลมแปรปวนช่วงส่งท้ายปลายปีกระต่ายแสนกล
อากาศในเมืองหลวงประเดี๋ยวหนาวประเดี๋ยวร้อน บางช่วงฝนโปรยปรายราวฟ้าวิกลจริต
ชวนให้อารมณ์ขุ่นมัวคล้ายจะฟั่นเฟือน อยากติดปีกบินเร้นกายในเมืองแห่งม่านหมอกและไอเย็น
แม้เกิดขึ้นเพียงในความฝันทว่ายังดีกว่าไม่รู้สึกถึงมันเลย..
       นั่นคือเหตุผลสำคัญที่นำเรา (หลายชีวิต) ตัดสินใจแบกเป้เดินทางสู่
"ม่อนตะวันพันดาว" เมืองเชียงใหม่
         ม้าเหล็กค่อยๆ โขยกบดรางเหล็กดังกึกกัก กึกกัก กึกกัก เคลื่อนจากสถานีหัวลำโพง
ผ่านตะวันแสงสุดท้าย นำหนุ่มสาวหลายชีวิตมาทันจิบกาแฟดำหอมกรุ่นรับแดดเช้ากลางเมืองเชียงใหม่
         ก่อนยกพลขึ้นรถยนต์แบบเอสยูวีเพียง 1 ชั่วโมง ก็ถึงตลาดแม่มาลัย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสายแม่มาลัย-ปาย
        เมื่อถึง ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ถนนลาดยางมะตอยสิ้นสุดลงเช่นกัน
เส้นทางเบื้องหน้าเลียบไหล่เขาสูงต่ำสลับกัน รถยนต์แล่นทวนสายน้ำแม่แตง
ดั่งงูพญาใหญ่ 2 ตัว เลื้อยสวนทางกัน บางช่วงสายน้ำเชี่ยวซัดโขดหินดังก้อง
สะท้อนเข้ามาได้ยินถึงในรถ จนต้องลดกระจกฟังเสียงพงไพร-สายน้ำ
แล้วสูดกลิ่นอายอากาศแสนบริสุทธิ์ให้ชุ่มปอด...


         64 กิโลเมตร คือระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงบ้านสบก๋าย
ถ้ารถแล่นบนเส้นทางปกติอย่างช้าที่สุดไม่น่าจะกินเวลาถึง 1 ชั่วโมง
แต่คณะของเราใช้ชีวิตบนรถเอสยูวีร่วม 4 ชั่วโมง เป็นช่วงเวลาที่อิ่มเอมด้วยทิวทัศน์
สะท้อนภาพความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นทุ่งนาโล่ง สวนลำไย สวนลิ้นจี่ สลับข้าวแบบขั้นบันได
         ชาวบ้านยิ้มแย้ม วิถีเกษตรกรรมส่งผลให้ชีวิตคนบนดอยหมุนตามโลกใบนี้ช้าลง
 ความเมื่อยล้าจากการเดินทางหายสิ้น เมื่อเจ้าสี่ล้อจอดนิ่งบนหาดทราย
ริมน้ำแม่แตง บ้านสบก๋าย เหนือศีรษะมีสะพานไม้ทอดยาวข้ามฝั่งเหมือนฉากหนังรักโรแมนติก
ที่นี่มีโฮมสเตย์ให้เลือกพอสมควร เราแบกสัมภาระเข้าพักที่บ้านอนัตตารีสอร์ท
เรือนไม้ซ่อนสงบในราวป่าริมน้ำ เจ้าบ้านต้อนรับคนมาไกลด้วยข้าวไข่เจียวสูตร "บ้านเรา"
ทีเด็ดอยู่ที่ใส่ใบโหระพาลงไปตีไข่ให้ละเอียด แล้วเจียวจนฟูเต็มกระทะโชยกลิ่นหอมกรุ่นยั่วใจ
ไม่รู้ว่ารสมือแม่ครัวหัวป่า หรือความเหนื่อยล้าจากการเดินทางทำให้เรากินจนเกลี้ยงจาน
กระทั่งเจ้าเหมียวเดินเลียบๆ เคียงๆ ส่งสายตาค้อนหลายหน


         ถ่อสังขารมาถึงบ้านสบก๋ายทั้งที หากไม่ล่องแพไม้ไผ่ถือว่าเสียโอกาสไม่น้อย
ยิ่งหน้าหนาวระดับความเชี่ยวของน้ำไม่มากนัก เหมาะสำหรับมือใหม่หัดล่อง
 โดยเริ่มต้นนั่งท้ายรถกระบะไปที่โป่งเดือดในอาณาเขตอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง
เดินเท้าต่อไปที่บ้านป่าข้าวหลาม ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง แลเห็นภูมิประเทศเป็นทิวเขาซ้อนกันไกลสุดตา


         เราลงแพไม้ไผ่ขนาด 15 ลำมัดต่อกัน รองรับนักผจญสายน้ำได้ราว 7-9 คน
 ทันทีที่หัวแพถูกไสลงน้ำพุ่งทะยานไปตามสายน้ำเคลื่อนตัวหลบหลีกแก่งหิน
สองฝั่งปกคลุมด้วยไม้ใหญ่นานาชนิด เสียงนกกู่ประชันกันสร้างสีสันตลอดเส้นทาง
ยิ่งแพล่องเข้าหาจุดหมายยิ่งสัมผัสความมีชีวิตชีวาของแม่คงคา
จากป่าต้นน้ำสะสมน้ำต้นทุนตามรายทางผ่านป่าเขา


         ภาพของเด็กชาวเขาชายหญิงหน้าตามอมแมมวิ่งไล่จับส่งเสียงหัวเราะสดใส
พวกเขาหยุดชั่วครู่โบกทักทายขบวนคนแปลกหน้าอย่างคุ้นเคย
พลอยกระตุ้นหมู่คนเมืองหัวใจพองโตยิ้มกว้างตอบแทนด้วยบริสุทธิ์ใจ
แปลงเป็นความฮึกเหิมกล้าท้าเผชิญกับสายน้ำเบื้องหน้าอย่างท้าทาย
          แดดบ่ายส่องทะลุใบไม้ปรากฏลำแสงทองนับร้อยส่องกระทบผิวน้ำ
ทอประกายระยิบระยับราวผืนกำมะหยี่ปูทอดนำทาง โขดหินใหญ่น้อยสงบนิ่งดำทะมึน
รอทดสอบนักผจญแก่ง ลูกเรือไม้ไผ่พร้อมใจโถมแรงบังคับทิศทางให้พ้นแก่งหินเหล่านั้น
แก่งแล้วแก่งเล่าอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ทุกคนรอยยิ้มเปื้อนหน้า
ทุกครั้งที่หัวแพมุดสู้กับคลื่นเรียกเสียงกรีดร้องสะใจลั่นป่า
ความสุข สนุก ตื่นเต้นเกิดขึ้นตลอดเวลาร่วม 4 ชั่วโมง จากบ้านป่าข้าวหลามถึงบ้านสบก๋าย
           แม้ร่างกายอ่อนล้าจากการล่องแพ ใช่ว่าลดทอนความมุ่งมั่นของนักเดินทาง
เช้าวันรุ่งขึ้นเราหิ้วกระบุงขึ้นสะพายบ่าไปเก็บกาแฟ "อราบิก้า" ของบ้านอนัตตา
สูดหายใจรับอากาศเช้าแล้วทอดน่องเดินตาม "ลุงคำ" เจ้าถิ่นนำข้ามสะพานไม้
เดินลัดเลาะไปตามทางเล็กๆ ขึ้นดอย ทางสายนี้รกชัฏไม้ใหญ่ปกคลุมแน่นหนากิ่งก้าน
แต่ละต้นสอดประสานกันจนยากที่แสงเช้าจะส่องถึงยอดหญ้า ชวนให้รู้สึกกำลังเดินเข้าโพรงไม้
             ชายชราผู้ชำนาญทางย่ำเท้าช้าๆ วนสู่ป่ากาแฟ ที่เรียกว่า "ป่ากาแฟ"
เพราะเขาปลูกกันแบบปล่อยให้เทวดาเลี้ยง คือขุดหลุมปลูกแซมไม้ใหญ่เพื่ออาศัยร่มเงาไปในตัว
 แล้วรดน้ำเฉพาะช่วงแรก พอมั่นใจว่าพ้นขีดอันตราย รากของมันสามารถดูดซับอาหารได้
ก็มอบภาระให้ธรรมชาติรับหน้าที่ดูแลต่อไป
           กล่าวได้ว่ากาแฟอราบิก้าบนดอยแห่งนี้ เป็นผลิตผลออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์
ถึงผลผลิตต่อไร่ไม่สูงนักเมื่อเทียบกับการปลูกตามหลักวิชาการ แต่การยึดธรรมชาติเป็นแกนกลาง
ในการดำเนินวิถีแห่งเกษตรกรรมย่อมเป็นหนทางที่ยั่งยืนยิ่งกว่า...วีถีคน วิถีป่าใช่ว่าจะอยู่ร่วมกันไม่ได้,
          ภาพพวงกาแฟสดสุกเบ่งสีแดงเข้ม สลับด้วยเม็ดสีเขียวรอวันสุกไล่เฉดสีสวยงาม
จนต้องลั่นชัตเตอร์บันทึกความประทับใจไว้หลายแชะ ก่อนบรรจงเด็ดเม็ดกาแฟที่ละเม็ด ที่ละเม็ด
ใส่กระบุงกลับเรือนพักสบายอารมณ์
           กว่าจะเป็นกาแฟในถ้วยหอมกรุ่นให้เราได้ลิ้มรสไม่ง่ายเลย ลุงคำเล่าว่า
ต้องผ่านหลายขบวนการ ตั้งแต่นำเม็ดกาแฟสุกนำไปรีดเอาเนื้อออกล้างน้ำให้สะอาด
ตากแดดจนแห้ง คั่วให้เกรียม ส่วนการบดใช้วิธีโบราณออกแรงตำในครกเรียกว่า "กาแฟแฮนด์เมด"
ด้วยเหตุนี้กาแฟที่เราดื่มกันในเย็นวันนั้นจึงหอมกรุ่นเป็นพิเศษ


          คืนนั้นฟ้าคลี่ม่านสีนิลเหนือผืนป่าทำให้พระจันทร์เสี้ยวทอแสงเด่น
ท่ามกลางแสงดาวนับล้านดวง เรา (หลายชีวิต) ล้อมวงจิบเมรัยบริสุทธิ์สายพันธุ์ "หมาใจดำ"
 กระตุ้นเลือดในกายให้คลายหนาว แกล้มการแสดง ”เต้นจะคึ” ของหนุ่มสาวชาวเขาในชุดพื้นเมือง
สร้างบรรยากาศความครื้นเครงระหว่างก้าวสู่ศักราชใหม่ "ปีพญางูใหญ่" ด้วยชีวิตรื่นรมย์
         เสียงสายน้ำกระเซ็นกระทบโขดหินราววงออเคสตาบรรเลงเพลงทำนองหลากหลาย
บ้างเศร้า บ้างครื้นเครง แมลงกลางคืนกรีดร้องราวไวโอลีนแสนเศร้าสื่อบทเพลงเย้ยหยันชีวิต
 บทเพลงแห่งสายธารชีวิตบรรเลงท่วงทำนองถิ่นเถื่อนไม่เคยมีวันหยุด แม้นว่าไม่มีใครได้ยิน
ก็ไม่เคยหยุดทำหน้าที่ของธรรมชาติซึ่งกำนัลไว้สำหรับมวลมนุษย์


            เว้นแต่ว่าพวกเราปิดหูปิดตาถอยห่างจากไพรพง หรือได้ยินแต่ไม่รู้สึกสัมผัสถึงไออุ่นแห่งมนต์เพลงป่าอาจด้วยมนต์มืดเมืองมายาครอบงำจนไม่อาจถอนพิษร้าย
          เราโบกมือลาชานชาลาแห่งความสุข "ม่อนตะวันพันดาว" ริมน้ำแม่แตง
ขณะเคลื่อนกายสู่พันธนาการของป่าเมืองแว่วเสียงบทเพลงจากสายน้ำบรรเลงก้องในมโนสำนึก
ถอดรหัสเป็นอักษรได้ว่า...


          จันทร์เสี้ยวทอแสงพริบพราย
           เจ้าก้อนหินแสนเหงาละเมอในลมหนาว
           สายน้ำเชี่ยวเคลื่อนโอบให้คลายโศกสลด
          ลำเนาบทเพลงแห่งป่าปลอบประโลมคนเมือง
         คือ...จุดเริ่มต้นความสุขในอ้อมกอดพฤกษ์พนา
         แสนนานการเดินทางจากป่าเมือง
         เคลื่อนขบวนชีวิตเปลือยเปลือกมายา
         เมื่อเท้าก้าวสู่ดอยสูงดอกไม้สะพรั่งบาน
          คือ... ความงามแห่งน้ำมิตรพร่างพราว
 เรือนไม้ริมน้ำหลังนั้น...งามสงบงัน
 รอยยิ้มอบอุ่นท่ามกลางเรือนไพร
 ดั่งหยุดห้วงยามความสุขแขวนไว้ตรง ณ จุดนั้น
 คือ...สายใยแห่ง "บ้านอนัตตา" เกี่ยวโยงสัมพันธ์


  - ณณณณา เทพารักษ์ -


แล้วแวะชมงาน"พืชสวนโลก"จนชุ่มปอด ^^ ++++++++++++++++++++++++++++++++++++



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 30/01/2012 เวลา : 22.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

น่ารักทั้งเรื่องทั้งรูปเลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

สหาย...

พบเพื่อนที่ดีแล้วลาจาก...

View All