• Dollaya
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : don.dollaya@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2015-04-18
  • จำนวนเรื่อง : 11
  • จำนวนผู้ชม : 18927
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
เล่าทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการศึกษา
วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม 2559
Posted by Dollaya , ผู้อ่าน : 931 , 17:32:50 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2559 เราได้ไปร่วมงานเสวนา ชื่อว่า “เรียนแบบฟินแลนด์ เลียนแบบได้ไหมในไทยแลนด์”

ในงานได้เชิญผู้ที่อยู่ในแวดวงการศึกษามาหลายคน

1 ในนั้น คือ คุณ Kirsti Westphalen (เอกอัครราชทูตฟินแลนด์ ประจําประเทศไทย)

งานนี้เราว่าเป็นประโยชน์มาก รู้สึกว่าได้ประเด็นสำคัญๆไปขบคิดมากมาย เลยอยากนำมาแชร์กัน

 

สำหรับใครที่ยังไม่ทราบ ฟินแลนด์นับเป็น 1 ในประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาดีที่สุดในโลก

ทั้งๆที่เรียนน้อยกว่าประเทศอื่นๆมาก โดยหากเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยและฟินแลนด์ จะพบว่า

เด็กประถมศึกษาในไทย เรียนอยู่ที่ 1,000 ชั่วโมงต่อปี ในขณะที่ประเทศฟินแลนด์เรียนเพียง 791 ชั่วโมงต่อปี

ในขณะที่ชั้นมัธยมศึกษา เด็กไทยเรียนอยู่ที่ประมาณ 1,200 ชั่วโมงต่อปี ในขณะที่เด็กฟินแลนด์เรียนอยู่ที่ 907 ชั่วโมงต่อปี

หรือพูดอีกแบบหนึ่งก็คือ เด็กไทยเรียนเยอะกว่าเด็กฟินแลนด์ประมาณ 20%

ทำไมเราเรียนเยอะกว่า แต่มีประสิทธิภาพน้อยกว่าล่ะ? น่าคิดต่อแฮะ

 

จากการเสวนา เราจับประเด็นมาเล่าต่อได้ประมาณนี้

 

1. ฟินแลนด์พัฒนาการศึกษาผ่านการยกระดับคุณภาพครู

ฟินแลนด์เชื่อมากว่า จะพัฒนาการศึกษาได้ ต้องยกระดับคุณภาพครู

ท่านทูตถึงขั้นพูดไว้เลยว่า “Teacher training is the key to make educational reform successful”

(การพัฒนาครูเป็นหัวใจหลักในการทำให้การปฏิรูปการศึกษาสัมฤทธิ์ผล)

 

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ ฟินแลนด์ยอมให้คนที่มีความรู้เฉพาะทาง เช่น เรียนมาทางด้านคณิตศาสตร์ หรือ ภาษาอังกฤษ โดยตรง (ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนที่มีวุฒิครู) มาสอบเป็นครูได้

ข้อดี คือ ทำให้ได้คนที่เก่งศาสตร์นั้นจริงๆมาสอน

ซึ่งแตกต่างจากเมืองไทย ที่คนที่จะสามารถเป็นครูได้ ต้องมีวุฒิครูเท่านั้น

 

นอกจากนี้ การสอบเป็นครูในฟินแลนด์ยังแข่งขันสูงมาก และจะรับได้เพียงแค่ 10% จากผู้สมัครทั้งหมด

การแข่งขันที่ท้าทายแบบนี้นี่เอง ที่ทำให้ฟินแลนด์สามารถคัดครูคุณภาพดีเข้ามาช่วยปฏิรูปการศึกษาจนสำเร็จ

 

2. ที่ฟินแลนด์ การศึกษา คือ การเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตจริง

ท่านทูตบอกว่า “The whole goal of education in Finland is to prepare you for real life, not to prepare you for the test.” (วัตถุประสงค์ของการศึกษาที่ฟินแลนด์ คือ เพื่อเตรียมความพร้อมเด็กสำหรับชีวิตจริง ไม่ใช่สำหรับการสอบ)

แนวคิดนี้ส่งผลให้การเรียนที่ฟินแลนด์สร้างความน่าตกใจหลายอย่าง เช่น

การเรียนไม่แบ่งเป็นวิชาๆ จนกระทั่งถึงเกรด 9 !!

หมายความว่ายังไง ?

ก็หมายความว่า การเรียนที่นี่… นักเรียนจะต้องจับกลุ่มกัน เพื่อทำโปรเจ็คที่แตกต่างกันออกไป

โดยใช้ทักษะต่างๆที่ได้เรียนมา เช่น เลข ภูมิศาสตร์ หรือความคิดสร้างสรรค์  

 

สมมุติว่าเด็กสนใจอยากทำเครื่องขยายเสียง เด็กต้องช่วยตั้งแต่การออกแบบ จนถึงการลงมือสร้าง

 ข้อดี คือ การได้ลงมือทำจริงทำให้เด็กสนใจเรียนมากขึ้น

เพราะเด็กเห็นภาพว่าสิ่งที่เรียนนั้นเกี่ยวข้องกับชีวิตพวกเขาอย่างไร

 

นอกจากการทำโปรเจ็คแบบนี้จะทำให้เด็กได้บูรณาการความรู้ทางวิชาการแล้ว

ท่านทูตยังบอกอีกว่า นี่เป็นวิธีให้เด็กได้ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น

เพราะในชีวิตจริง เราต้องทำงานเกี่ยวข้องกับผู้อื่นเสมอ

 

นอกจากนี้ เด็กยังได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ เพื่อค้นพบความชอบ และความสนใจของตัวเองอีกด้วย

 

อีกสิ่งหนึ่งที่เราว่าน่าตื่นเต้นมาก คือ เพราะฟินแลนด์ยึดหลักว่า การศึกษา คือ การจำลองชีวิตจริง

ดังนั้น ที่ฟินแลนด์จึงไม่มีการสอบ !!

การสอบใหญ่ครั้งเดียว คือ ตอนจบระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย นอกนั้น…ไม่มีสอบ

ถ้าเมืองไทย เป็นแบบฟินแลนด์ เด็กไทยคงงงว่าจะทำอะไรดี ในวันเสาร์-อาทิตย์

 

3. ครูไม่ใช่ศูนย์กลางความรู้

ที่ฟินแลนด์ คุณครูไม่ใช่ศูนย์กลางความรู้ แต่เป็นผู้ช่วยให้นักเรียนไปสู่จุดที่เขาต้องการ

ซึ่งจุดที่นักเรียนต้องการคือ

1. จุดที่นักเรียนมีความสุขกับการเรียนรู้

2. จุดที่นักเรียนแต่ละคนได้เรียนรู้ตามความสนใจของตัวเอง

 

เราต้องทำให้การเรียนเป็นเรื่องน่าสนใจ และที่สำคัญ เหมาะกับความสนใจของแต่ละคน

เราต้องไม่พยายามจับทุกคนยัดลงในกล่องเดียวกัน

และไม่สร้างให้ทุกคนกลายเป็นคนแบบเดียวกัน

 

ท้ายที่สุด ท่านทูตบอกว่า

“Changing education takes a generation to bring about the improvement results”

(การพัฒนาการศึกษาต้องใช้ระยะเวลา 1 ชั่วอายุคนในการสัมฤทธิ์ผล)

ความหมายคือ เราต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่าง ‘ต่อเนื่อง’ เป็นระยะเวลา ‘นาน’ พอ ที่จะให้มันเห็นผล

ฟินแลนด์เชื่อมากว่า การศึกษา จะเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆได้

ดังนั้น ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนรัฐบาล หรือสร้างนโยบายใหม่ๆ ก็จะตั้งการศึกษาเป็นแกนหลัก

ทำให้ทุกกลยุทธ์ออกมาในทิศทางเดียวกัน

เมื่อเกิดความต่อเนื่อง ท้ายที่สุด ฟินแลนด์ก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาดีที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง

 

 

หากสนใจดูการเสวนาฉบับเต็ม สามารถดูได้ตาม Link ด้านล่างนี้นะคะ

 https://www.youtube.com/watch?v=rmLrj7KDh5o




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน