• สี่ตา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : khaohom007@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-27
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 123250
  • ส่ง msg :
  • โหวต 6904 คน
ข้าวหอม
เรื่องในใจของเด็กที่อยากให้ผู้ใหญ่ได้รู้ด้วย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/khaohom
วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤศจิกายน 2550
Posted by สี่ตา , ผู้อ่าน : 2147 , 10:38:06 น.  
หมวด : Blog Kids

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผมก็ชอบกินส้มตำเหมือนกันครับ ติดมาจากคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่ว่าจะพาผมไปที่ไหนก็ชอบสั่งส้มตำมากิน คุณพ่อคุณแม่ผมเขาชอบกินส้มตำไทยครับ เวลาสั่งเขาจะบอกว่าตำไทยเปรี้ยวหวานเผ็ดกลาง

ส่วนจานของผมต้องพิเศษครับ พิเศษตรงที่ว่าต้องไม่เผ็ดไงครับ เวลาสั่งต้องบอกว่า ตำไทยเปรี้ยวหวาน ไม่ใส่พริก ล้างครกด้วย ถ้าไม่ได้ล้างครกถึงจะไม่ได้ใส่พริก แต่ผมเคยกินแล้วก็ยังเผ็ดอยู่เลยครับ ผมชอบเอาข้าวเหนียวจิ้มกับน้ำส้มตำกินครับ อร่อยดี

คุณพ่อคุณแม่พาผมเดินทางไปด้วยหลายครั้ง คงจะครบทั่วทุกภาคของประเทศไทยแล้วครับ แต่ยังไม่ครบทุกจังหวัด แต่ไม่ว่าจะไปที่ไหน ผมก็เห็นคุณพ่อคุณแม่สั่งส้มตำมากินได้ มีขายอยู่ทุกที่ ซึ่งบางทีผมก็ได้ยินบางคนเรียกกลับกันว่า ตำส้ม

ผมเห็นส้มตำขายกันแทบทุกที่เลยนะครับ มีทั้งที่เป็นรถเข็น ร้านเล็ก ๆ ไปจนถึงร้านใหญ่ ๆ ในศูนย์การค้าใหญ่ ๆ ก็ยังมีขายเลย แต่ขายราคาแพงมาก บางร้านก็ยกมาให้กินในครกเลย ผมว่ากินส้มตำจานละ 20 บาท บางทียังอร่อยกว่าอีก

ที่สยามสแควร์ตรงที่ผมไปเรียนพิเศษ ก็มีร้านขายส้มตำครับ เห็นคนไปยืนรอโต๊ะว่างกันอยู่หน้าร้านเต็มไปหมด เขาให้สั่งได้ก่อนแล้วให้ยืนรอ เก้าอี้นั่งรอก็ไม่มีครับ ผมยังไม่เคยได้ไปลองกินส้มตำที่ร้านนี้เลยครับ เพราะคุณพ่อคุณแม่เขาไม่ชอบรออะไรนาน ๆ 

ในเมื่อส้มตำมีขายกันอยู่ทั่วไปทุกที่ ไม่เหมือนกับอาหารบางอย่างที่มีขายอยู่เฉพาะบางที่เท่านั้น ผมก็เลยสงสัยว่าส้มตำเป็นอาหารพื้นเมืองของคนภาคไหนกันแน่ครับ

แล้วถ้าจะไปสั่งส้มตำให้เด็กกิน อย่าลืมบอกคนขายด้วยนะครับว่า ไม่ใส่พริก ล้างครกด้วย

ข้าวหอมเองครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
สี่ตา วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 20.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khaohom

ขอบคุณป้าเจี๊ยบที่ให้ความรู้มากเลยครับ ผมจะได้ไปเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังต่อครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 19.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

ป้าเจี๊ยบเคยอ่านค่ะ เลยเอามาให้หลานข้าวหอมอ่านอีกที คงพอหายสงสัยได้บ้างนะคะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 19.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

ของนอก: สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

ในฐานะ "คนอีสาน" ค้างคาใจมาตลอด ว่า ตำบักหุ่ง หรือตำหมักหุ่ง หรือ ตำส้ม ซึ่งเป็น "อาหารจานหลัก" บ้านเฮา และแพร่ไปทั่วประเทศในวันนี้ มีความเป็นมาอย่างไร ใครเป็นเจ้าตำรับ

คนคนนี้น่าจะได้รับการยกย่องให้เป็น "มหาขวัญใจคนอีสาน" ตลอดกาล

ที่ผ่านมา มีข้อสันนิษฐานต่างๆ มากมาย ซึ่งก็รับฟังเอาไว้ แต่ยังไม่ "แซ่บหลาย" สักที

อ่านหนังสือ "พรรณพืช ในประวัติศาสตร์ไทย" ของ ดร.สุรีย์ ภูมิภมร แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ข้อมูลเพิ่มขึ้นมาอีกหลายส่วน สำหรับเมนูตำบักหุ่ง

เพราะในหนังสือได้พูดถึงพืชที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของอาหารจานนี้ คือ มะละกอ และพริก เอาไว้มากพอสมควร

แม้ยังไม่รู้อยู่นั่นเองว่า ตำบักหุ่ง มันเริ่มขึ้นมาเมื่อใด

แต่ก็พอเห็นเค้า ๆ อยู่

ทั้ง "มะละกอ" และ "พริก" ถือเป็น "ของนอก" ทั้งคู่

ดร.สุรีย์ ให้ข้อมูลว่า คนที่ทำให้พริกแพร่หลายในโลกคือ ปีเตอร์ มาร์ทิล ซึ่งเป็นลูกเรือของ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ผู้ค้นพบทวีปอเมริกา นั่นเอง โดย ปีเตอร์ มาร์ทิล ได้เอาพริกจากทวีปอเมริกาซึ่งเป็นแหล่งต้นกำเนิด ไปปลูกที่สเปน เมื่อประมาณปี พ.ศ.2096 ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบที่ 3 แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิของกรุงศรีอยุธยา

ต่อมาชาวสเปนและชาวโปรตุเกส ได้นำพริกเข้ามาเอเชีย โดยปลูกในอินเดียประมาณปี พ.ศ.2143 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระมหาธรรมราชาแห่งราชวงศ์สุโขทัย ของกรุงศรีอยุธยา

อินเดียเป็นประเทศที่ร่ำรวยในวัฒนธรรมการกินได้ผลิตอาหารรสจัด และเป็นเจ้าตำรับเครื่องแกง พริกที่มีรสเผ็ดก็คงถูกปรับเข้าไปเป็นองค์ประกอบของอาหารเหล่านั้น และได้เผยแพร่วัฒนธรรมการกินไปยังผู้คนในประเทศใกล้เคียงในเวลาต่อมา

ดร.สุรีย์ บอกว่า ในปี พ.ศ.2143 พริกจากอินเดียได้แพร่หลายเข้าไปในประเทศจีนและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งคงรวมถึงไทยด้วย

ถ้ายึดถือตามข้อมูลดังกล่าว ก็น่าจะสันนิษฐานว่า คนไทยรู้จัก "พริก" เมื่อประมาณ 405 ปีที่ผ่านมา

ฉะนั้น คนในสมัยสุโขทัยและอยุธยาตอนต้น ไม่น่าจะรู้จักพริก และคงไม่ได้ลิ้มรสเผ็ดของพริกแต่อย่างใด

อาหารของคนสมัยนั้นจึงน่าจะ "จืด" ไม่เผ็ดร้อนเหมือนทุกวันนี้ ?!?

ส่วนมะละกอนั้น ดร.สุรีย์ บอกว่า เข้ามาประเทศไทย หลัง "พริก" อีก

ทั้งนี้ ตามเอกสารของกระทรวงต่างประเทศโปรตุเกส ได้ระบุชัดเจนว่า มะละกอมีถิ่นกำเนิดที่เทือกเขาแอนดีส แต่บางเอกสารบอกว่ามะละกอมาจากเม็กซิโก หรือหมู่เกาะอินเดียตะวันตก บ้างก็ว่ามะละกอมีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกากลาง บริเวณประเทศเม็ซิโกตอนใต้และคอสตาริกา

อีกเอกสารหนึ่งยืนยันว่าสเปนได้นำมะละกอมาจากฝั่งทะเลแคริบเบียนของปานามาและโคลัมเบีย เมื่อปี พ.ศ.2069 เอกสารของสเปนได้ให้รายละเอียดว่า ค็อนควีสทะดอร์ส หรือเหล่านักรบสเปนที่มีชัยเหนือเม็กซิโกและเปรู เป็นผู้นำมะละกอจากสเปนไปปลูกที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเรียกว่า เมลอน ซาโปเต้

ในช่วงปี พ.ศ.2314 อันเป็นช่วงที่กรุงธนบุรี เป็นราชธานี ได้มีรายงานของ นายลินโซเตน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวดัตช์ว่า คนโปรตุเกสได้นำมะละกอมาปลูกที่มะละกา จากนั้นจึงนำไปปลูกที่อินเดีย

ส่วนอีกทางหนึ่งได้ขยายไปปลูกที่อินโดนีเซีย มาเลเซียและไทย

สำหรับประเทศไทยนั้นคาดกันว่ามะละกอจะเข้ามาหลายทาง อาจจะเข้ามาภาคใต้ หรือเข้ามาทางอ่าวไทย

ซึ่ง ดร.สุรีย์ชี้ว่า ดูตามหลักฐานต่างๆ แล้ว น่าจะเชื่อได้ว่า มะละกอจะเข้ามาประเทศไทยในช่วงต้นของกรุงรัตนโกสินทร์

จึงน่าจะฟันธงได้ว่า คนสมัยอยุธยาขึ้นไป ไม่เคยได้ลิ้มรส "ส้มตำ" เลย !

ดร.สุรีย์ ให้ข้อมูล "พริกและมะละกอ" เอาไว้เท่านี้

ก็เลยต้องหลับตานึกเอาต่อไปว่า เมื่อมะละกอเข้ามาในประเทศไทยในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ โดยเข้ามาทางภาคใต้และทางด้านอ่าวไทย นั่นก็แสดงว่า กว่าที่มะละกอจะแพร่ไปสู่ภาคอีสาน ก็คงใช้เวลาอยู่สมควร

และแพร่ไปแล้วก็คงต้องผ่านการลองผิดลองถูก กว่าที่จะนำมาปรุงเป็นอาหาร และกลายเป็นสูตรส้มตำที่สุด

จึงเป็นไปได้หรือเปล่า ที่ส้มตำ จะเพิ่งมาเกิดจริง ๆ ในช่วงกลางสมัยรัตนโกสินทร์ นี้เอง

อย่างไรก็ตาม ดร.สุรีย์ ได้ให้ข้อมูลว่า คนอีสานอาจจะรู้จักมะละกอก่อนก็ได้โดยผ่านทางญวน ทั้งนี้ ที่เวียดนามนั้น มีอาหารที่ชื่อ GO DDU DDU BO KHO คล้ายกับส้มตำเป็นอย่างมาก คนเวียดนามกินเล่น และกินกับเส้นขนมจีน

ซึ่งก็ไม่รู้ว่า ใครได้รับอิทธิพลจากใคร

แต่จากข้อมูลตรงนี้ ทำให้เรารู้ขึ้นมาชัดเจนอย่างหนึ่งว่า "ตำบักหุ่ง" หรือ "ส้มตำ" ไม่ใช่อาหารดั้งเดิมของภูมิภาคนี้ และไม่ได้เก่าแก่อย่างที่นึก

คนอีสานอาจมีเมนู "ตำส้ม" ของตัวเองอยู่ก่อนแล้ว

ส้ม ก็คือเปรี้ยว

ตำส้ม ก็คงหมายถึง ตำอะไรก็ได้ที่เปรี้ยว ๆ อยู่มาวันหนึ่งอาจมีคนลองฝานมะละกอดิบลงไปตำหรือคลุก ชิมดูแล้ว อาจจะเห็นว่าเข้าท่า ยิ่งเติมน้ำปลาแดก ลงไปยิ่ง "นัวมากขึ้น" สูตรก็คงติดตลาด จากนั้นก็คงแพร่หลาย แทรกเข้าไปเป็นหนึ่งในเมนูอาหารจานหลักของคนอีสาน ในที่สุด

"ของนอก" ก็กลมกลืนกลายเป็นของถิ่น

ทุกวันนี้คนอีสานและตำบักหุ่ง รวมเป็นเนื้อเดียวกันจนแยกไม่ออก

แยกไม่ออก จนหลายคนไม่เชื่อเอาเสียเลย ว่า ตำบักหุ่ง ที่แซ่บกันอีหลีนี้ เป็น "ของนอก"

ที่มา มติชนสุดสัปดาห์ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2548 ปีที่ 25 ฉบับที่ 1278

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
วัชรากร วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 19.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/watcharakorn

ร้านที่คุณไปรอน่ะ รสชาติใช้ได้นะคะ
ถ้าอยากลองชิมต้องไปก่อนเที่ยงสัก 11 โมงกว่าค่ะ
พอถึงเวลาเที่ยงก็เป็นอย่างที่คุณเห็น เป็นอย่างนั้นทุกวัน
ราคาก็ไม่ได้ถูกนะคะ ส่วนรสชาติแล้วแต่ชอบ
เพียงแต่มีหลากหลายเมนูให้เลือกค่ะ
ส่วนส้มตำเป็นอาหารพื้นเมืองภาคไหน ก็เห็นกินกันทุกภาคค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
อู่ วันที่ : 08/11/2007 เวลา : 19.24 น.

ป้าสังเกตว่าช่วงนี้หลานข้าวหอมดูจะสมบูรณ์ขึ้นนะคะ แก้มเป็นพวง และสูงขึ้นมาก เป็นผลพวงมาจากรายการอาหารอร่อย ๆ ที่มานำเสนอหรือเปล่าคะ
ปล. ครั้งต่อไปอย่าส่งแต่ภาพ ขอกลิ่นด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ป้ารุ วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 10.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

ข้าวหอมมีของฝากเด็ดๆมาอีกแล้วนะคะ ช่างสังเกตจัง ป้ารุว่าน่าจะเป็นอาหารคู่กับคนไทยทุกภาค
แล้วแต่ว่าจะเปลี่ยนเครื่องปรุงและรสชาติให้ถูกปากคนในพื้นที่นั้น ๆ
อย่างภาคกลางก็นิยมทานกับข้าวมัน ถ้าเป็นทางอิสานก็จะเพิ่มรสอร่อยด้วยปลาร้าแล้วก็ทานกับข้าวเหนียว
แต่ประเด็นปัญหาของข้าวหอมชวนคิดจริง ๆ ค่ะ ป้ารุชอบ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ตาเรน วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 15.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sammaapii
เรียนฟรีจริง ๆ  ขอเชิญแวะเยี่ยมตาเรนที่  >>> http://www.webudon.net

ขอ..ไก่ย่าง กับ ปลาย่าง ..ด้วย....
ซี๊ด..น้ำยายยยยหยั๋ยยย...กินทีไร..อร่อยทุกที....อิ..อิ..
ตำมั่วมีไม๊......ซี๊ด ด..ด..ด..เผ็ดอะ...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
วิทย์แดงจันศรี วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wit
witdaeng.tarad.com : หนังสือเก่าหนังสือมือสอง 

เคยอ่านในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับไหนจำไม่ได้แล้ว

อาหารที่ชื่อ "ส้มตำ" จริงๆแล้วเป็นอาหารทางภาคกลางและมีประวัติมายาวนานพอควร มีลักษณะที่ไม่เหมือนส้มตำอย่างที่เรากินอยู่ทุกวันนี้

ส่วน "ส้มตำ" ที่เรากินอยู่ทุกวันนี้ ผมคิดว่าน่าจะเป็นอาหารของทางภาคอิสาน แต่ภาษาถิ่นเขาเรียก "ตำบักหุ่ง" บังหุ่งก็คือมะละกอ

ไม่แน่ใจข้อมูลเหมือนกันครับ ลองตรวจสอบดูอีกทีก็แล้วกัน แต่ที่แน่ๆเห็นทีไรก็น้ำลายสอทุกที ผมคนละรสกับน้องข้าวหอมแฮะ ของผมต้องเผ็ดๆจัดๆสะใจไปเลย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Supawan วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 12.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

เห็นแล้วหิวค่ะ ....

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
buppha วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 11.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supermom

เห็นแล้วหิวค่ะ แต่ต้องเป็นส้มตำปูค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 10.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMueSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

เห็นส้มตำแล้วน้ำลายสอ ชอบทานเหมือนกันค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณชอบภาพเขียนสีที่ผนังถ้ำภาพไหนมากกว่ากันครับ
ภาพที่เขาเขียน จ.พังงา
333 คน
ภาพที่ภูพระบาท จ.อุดรธานี
328 คน
ภาพที่ผาแต้ม จ.อุบลราชธานี
329 คน

  โหวต 990 คน