• สี่ตา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : khaohom007@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-27
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 123165
  • ส่ง msg :
  • โหวต 6904 คน
ข้าวหอม
เรื่องในใจของเด็กที่อยากให้ผู้ใหญ่ได้รู้ด้วย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/khaohom
วันอังคาร ที่ 7 กันยายน 2553
Posted by สี่ตา , ผู้อ่าน : 1697 , 10:21:16 น.  
หมวด : Blog Kids

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สี่ตา , ชาร โหวตเรื่องนี้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้ดูข่าวทางโทรทัศน์ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไปชมงานมหกรรมโลกที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามข่าวบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปขึ้นรถไฟความเร็วสูงด้วย โดยได้ใช้เดินทางจากสนามบินไปที่นครเซี่ยงไฮ้ ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 นาทีเอง

ในข่าวยังบอกว่าประเทศไทยกับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนจะมีการจัดทำกรอบการเจรจาที่จะร่วมมือกันสร้างรถไฟที่มีความเร็วสูงกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในประเทศไทย ซึ่งกรอบการเจรจานี้น่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ใน 2 สัปดาห์

เด็ก ๆ อย่างผมไม่ค่อยเข้าใจคำว่ากรอบการเจรจานักหรอกครับ รู้แต่ว่าน่าจะเป็นการพูดคุยกัน ถ้าพูดคุยกันรู้เรื่องแล้วทำไมยังต้องมีขั้นตอนต่าง ๆ ยุ่งยากอีกตั้งมากมาย ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เด็ก ๆ อย่างผมอยากให้เมืองไทยมีรถไฟความเร็วสูงใช้เร็ว ๆ ครับ ไปไหนมาไหนจะได้เร็วดี ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมากครับ

รถไฟความเร็วสูงที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปขึ้นมาที่นครเซี่ยงไฮ้ คุณพ่อผมเพิ่งจะพาผมไปขึ้นมาเมื่อตอนปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี่เองครับ แต่ไม่ได้เป็นเที่ยวที่ไปจากสนามบิน คุณพ่อพาผมไปขึ้นที่สถานีถนนหลงหยาง ในเขตผู่ตง ของนครเซี่ยงไฮ้ เพื่อเดินทางมาที่ท่าอากาศยานนานาชาติผู่ตงตอนวันที่จะเดินทางกลับประเทศไทยครับ

ชื่อเรียกรถไฟความเร็วสูงที่นครเซี่ยงไฮ้นี้ ผมเห็นจากป้ายเขียนไว้ว่า Shanghai Maglev Train คุณพ่อบอกว่า maglev เป็นชื่อเรียกย่อ ๆ มาจากคำว่า magnetically levitating ส่วน Maglev Train ถ้าจะเรียกให้เป็นคำภาษาไทยที่เข้าใจได้ง่าย ๆ คุณพ่อบอกว่าน่าจะเรียกว่า รถไฟพลังแม่เหล็กก็ได้ เพราะรถไฟจะขับเคลื่อนด้วยแรงของแม่เหล็กไฟฟ้า

รถไฟพลังแม่เหล็กที่นครเซี่ยงไฮ้เขาจะวิ่งระหว่างสถานี 2 สถานีครับ คือสถานีที่ท่าอากาศยานนานาชาติผู่ตง กับสถานีถนนหลงหยาง ระยะทาง 30.5 กิโลเมตร ค่าตั๋วโดยสารแบบขึ้นเที่ยวเดียวคนละ 50 หยวน หรือประมาณ 250 บาท แต่ถ้าแสดงตั๋วเครื่องบินที่จะใช้เดินทางค่าโดยสารก็จะลดลงเหลือคนละ 40 หยวน หรือประมาณ 200 บาท

รถไฟเขาจะวิ่งตั้งแต่เวลาประมาณ 06.45 น. ไปจนถึงเวลาประมาณ 22.00 น. ก่อนเวลา 19.00 น. รถไฟจะออกทุก ๆ 15 นาที หลังจากนั้นจะออกทุก ๆ 20 นาทีครับ

คุณพ่อเล่าให้ฟังว่ารถไฟพลังแม่เหล็กที่นครเซี่ยงไฮ้นี้เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ.2544 ใช้เวลาก่อสร้างอยู่ 2 ปีครึ่ง แล้วเปิดให้บริการเมิ่อปี พ.ศ.2547 ใช้ค่าก่อสร้างไปเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 10,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 50,000 ล้านบาทครับ

คุณพ่อยังอธิบายอีกว่าการทำงานด้วยพลังแม่เหล็กช่วยให้รถไฟสามารถเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วสูง และไม่มีเสียงขณะที่วิ่งอยู่บนราง เพราะเป็นรถไฟที่ไม่มีล้อ คุณพ่อบอกว่าตามสถิติที่ได้มีการบันทึกไว้ รถไฟพลังแม่เหล็กของญี่ปุ่นเคยทำความเร็วได้สูงที่สุดในโลกคือ 581 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง

ถ้าเป็นอย่างนี้ผมได้ลองเอามาคิดคำนวณดูแล้ว จังหวัดเชียงใหม่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 700 กิโลเมตร ผมจะใช้เวลาเดินทางแค่ 1 ชั่วโมงกับ 13 นาที เท่านั้นเองครับ เร็วพอ ๆ กับการเดินทางโดยเครื่องบินเลยนะครับ

พอรถไฟเข้ามาจอดเทียบที่ชานชาลาสถานี เขาจะเปิดประตูให้ผู้โดยสารลงทางอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งเป็นฝั่งตรงกันข้ามกับทางที่มีคนยืนรอที่จะขึ้น พอคนในรถไฟลงจนหมดแล้ว จึงจะเปิดให้คนขึ้นไปใหม่ได้ ซึ่งรถไฟเที่ยวที่ผมขึ้น ผมเห็นมีคนรอขึ้นอยู่ไม่ถึง 100 คนเลยครับ อย่างนี้เขาจะคุ้มทุนหรือมีกำไรไหมครับ

คุณพ่อสอนผมว่าให้เลือกนั่งหันหน้าไปทางเดียวกันกับที่รถไฟจะวิ่งไป เพราะถ้านั่งสวนทางแล้วจะรู้สึกเวียนหัวได้ครับ โดยเฉพาะถ้ามองทางหน้าต่างออกไปนอกรถขณะที่รถวิ่ง ถ้ารถไฟความเร็วสูงที่เมืองไทยสร้างเสร็จแล้ว ไม่รู้ว่าจะเก็บค่าโดยสารแพงหรือเปล่าครับ อย่างรถไฟฟ้าผมว่าค่าโดยสารก็ยังแพงอยู่นะครับ

คุณพ่อเคยพาผมไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินที่นครปักกิ่ง เขาเก็บค่าโดยสารแค่ 2 หยวน หรือประมาณ 10 บาทเองครับ แล้วจะลงต่อรถไฟฟ้าอีกกี่สายก็ได้ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม จนกว่าจะขึ้นออกมาจากสถานี หรืออย่างรถเมล์ที่นั่นก็เก็บค่าโดยสารคนละ 1 หยวน หรือ 5 บาทเองครับ ยกเว้นระยะทางไกล ๆ จึงจะเก็บ 2 หยวน คนไทยเรามีรายได้น้อย ก็ควรที่จะมีรายจ่ายที่น้อยลงด้วยนะครับ

บนรถไฟพลังแม่เหล็กที่นครเซี่ยงไฮ้เขาจะมีป้ายบอกเวลาและระดับความเร็วของรถไฟไว้ให้ดูด้วยครับ รถไฟขบวนที่ผมนั่งออกจากสถานีเวลา 19.00 น. แล้วรถไฟก็จะค่อย ๆ เพิ่มทำความเร็วมากขึ้นเรื่อย ๆ

คุณพ่อเล่าว่ารถไฟพลังแม่เหล็กที่นครเซี่ยงไฮ้นี้ตอนที่ทดลองวิ่งเคยทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 501 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อมาวิ่งให้บริการจริงก็จะทำความเร็วสูงสุดอยู่แค่ที่ 431 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 301 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วแต่ช่วงเวลาครับ

แต่รถไฟก็ไม่ได้วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดที่ว่านี้ไปตลอดเส้นทาง เพราะช่วงที่ออกจากสถานีความเร็วของรถไฟจะเริ่มจาก 0 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก่อน แล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มความเร็วขึ้น และก่อนที่รถไฟจะเข้าสถานีก็จะต้องค่อย ๆ ลดความเร็วลง

รถไฟขบวนที่ผมนั่งวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 301 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้เวลาเร่งเพิ่มความเร็วจาก 0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประมาณ 2 นาทีครับ

คุณพ่อบอกว่าหน้าต่างรถไฟความเร็วสูงจะต้องมีการออกแบบมาเป็นพิเศษครับ เพื่อให้มีการถ่วงดึงภาพที่มองเห็นจากภายนอกทำให้มีความช้าลงกว่าปกติ ผู้โดยสารจะได้ไม่มีอาการเวียนหัวจากภาพที่ผ่านสายตาไปในเวลาที่รวดเร็วมาก

ใช้เวลาไปประมาณ 8 นาที กับ 10 วินาที รถไฟก็มาถึงท่าอากาศยานนานาชาติผู่ตง ถ้าเป็นรถไฟขบวนที่วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 431 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็จะใช้เวลาแค่ประมาณ 7 นาที กับ 20 วินาทีครับ

คุณพ่อบอกว่าถึงรถไฟพลังแม่เหล็กจะมีประโยชน์อย่างมาก แต่ในการทำงานก็ต้องมีการปล่อยรังสีหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา ซึ่งแต่ละช่วงคลื่นก็จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภายในของโมเลกุล อย่างเตาไมโครเวฟก็ทำให้อาหารสุกได้ ในหนังสือวิทยาศาสตร์ที่ผมเรียนเรียกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านี้ว่า Electromagnetic Radiation ครับ คุณพ่อยังเล่าต่อว่าการสร้างทางรถไฟพลังแม่เหล็กจากนครเซี่ยงไฮ้ไปเมืองหังโจว ก็ถูกคัดค้านจากคนที่มีความหวั่นกลัวจากรังสีหรือคลื่นที่ว่านี้ด้วยครับ จนมีคนเสนอให้สร้างทางรถไฟที่อยู่ใต้ดินแทน 

ในข่าวโทรทัศน์ที่ผมดูไม่ได้บอกด้วยว่ารถไฟความเร็วสูงที่ท่านนายกรัฐมนตรีอยากจะให้เมืองไทยมีนั้น จะเป็นรถไฟพลังแม่เหล็กแบบนี้ด้วยหรือเปล่า ผมอยากให้เมืองไทยมีรถไฟความเร็วสูงใช้เร็ว ๆ นี้เลยนะครับ แต่ไม่ต้องเร็วมากก็ได้ครับ เด็ก ๆ อย่างผมจะได้ออกไปกอดเมืองไทยอย่างปลอดภัยต่อสุขภาพครับ

ข้าวหอมเองครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
หน่อผุด วันที่ : 07/09/2010 เวลา : 20.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

น้องข้าวหอมเป็นหนุ่มคงได้นั่งรถไฟความเร็วสูงของไทยมั้ง
ส่วนป้าหน่อผุด ไม่รู้จะรอไหวมั้ยนิ
ถ้าเมืองไทยปลอดคอรัปชั่น เราคงได้นั่งกันตั้งนานแล้วล่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
lim วันที่ : 07/09/2010 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meema

ทุกอย่างล้วนอนิจจังเนอะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
neti วันที่ : 07/09/2010 เวลา : 18.14 น.

ได้ใช้แน่นอนภายใน 5 ปี(เผื่อไว้) หากนักการเมืองไม่ปล้นเอาไปกินเสียก่อน คงไม่ต้องรอกว่าจะเสร็จ 20 ปี เหมือนสนามบินสุวรรณภูมินะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
BlueHill วันที่ : 07/09/2010 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ลุงก็อยากนั่งเหมือนกันครับ เพราะัให้่เร็วยังไง รถไฟก็ปลอดภัยที่สุดครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปรัตยา วันที่ : 07/09/2010 เวลา : 16.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

รถไฟความเร็วสูง เป็นรางแม่เหล็กทั้งนั้นครับ ปัจจุบันเทคโนโลยีตัวนำยิ่งยวด ยังไม่ก้าวหน้าพอที่จะนำมาใช้กับระบบรถไฟ และระบบรางธรรมดาก็ไม่สามารถรองรับความเร็วที่รถไฟความเร็วสูงใช้ครับ



ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลุงวอ วันที่ : 07/09/2010 เวลา : 15.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Joseph วันที่ : 07/09/2010 เวลา : 15.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Joseph
God Bless You, Michael Joseph

ดีใจด้วยครับ... เก็บเปนความทรงจำที่ดีไว้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณชอบภาพเขียนสีที่ผนังถ้ำภาพไหนมากกว่ากันครับ
ภาพที่เขาเขียน จ.พังงา
333 คน
ภาพที่ภูพระบาท จ.อุดรธานี
328 คน
ภาพที่ผาแต้ม จ.อุบลราชธานี
329 คน

  โหวต 990 คน