• อ้วนกลมมาแร้ว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sugandac@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 9
  • จำนวนผู้ชม : 52456
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
รู้อะไร ไม่สู้ รู้ ...เรื่องชาวบ้าน
หลากหลายเรื่องราว ที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องชาวบ้าน แต่งานนี้ ไม่ได้เอามาเม้าท์ ให้ขาดความสมานฉันท์ แค่ขอเผาให้เกรียมนิดนึงงงง ก้อพอ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/khatii
วันอังคาร ที่ 23 ตุลาคม 2550
Posted by อ้วนกลมมาแร้ว , ผู้อ่าน : 1123 , 13:32:02 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                 ผมเกิดและโตที่จังหวัดนราธิวาสครับ แต่ระยะ 4-5 ปีมานี้ ผมไม่มีโอกาส ได้กลับไปเหยียบแผ่นดินอันเป็นมาตุภูมิ  ส่วนหนึ่งมาจากภาระหน้าที่การงานที่หนักหนาสาหัส  แต่ผมและคนไทยทุกคนตระหนักดีว่า  ตั้งแต่ต้นปี 2547 จนถึงปัจจุบัน พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลายเป็นสมรภูมิรบของสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือเจ้าหน้าที่รัฐ อีกฝ่ายหนึ่งคือโจรใต้  แน่นอนว่าเมื่อเกิดสงคราม ความสูญเสียก็เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน หรือแม้กระทั่งชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งมีการรวบรวมยอดผู้เสียชีวิต ตั้งแต่ 4 มกราคม 2547  ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2550 มีจำนวน 2056  ราย  

              ไม่น่าเชื่อ เพียง 3 ปีเท่านั้น  กว่า 2 พันชีวิตที่ต้องสังเวยความขัดแย้ง ทั้งที่เป็นคนไทยด้วยกัน !!!

 

ต้นปี 2550 ผมและทีมงานได้รับมอบหมาย ให้ไปทำข่าวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้  หลังได้รับคำสั่งจากบรรณาธิการ ผมรู้สึกทั้งดีใจและหวาดหวั่น  เพราะในขณะนั้นสถานการณ์

ไฟใต้คุโชน ทั้งการลอบวางระเบิด  ลอบยิงเจ้าหน้าที่รัฐและชาวบ้าน แต่ในฐานะคนคุ้ยเคยกับพื้นที่ ผมจึงยิ้มรับกับงานที่ถูกมอบหมาย ปลอบใจตัวเองว่า อย่างน้อยวัฒนธรรมและภาษาท้องถิ่น เราก็ได้เรียนรู้และสัมผัสมาแล้ว  ที่สำคัญ โดยเนื้อแท้ของชาวบ้าน ผมกล้ารับประกันว่า พวกเขามีจิตใจที่ดี มีมิตรไมตรี และรักความสงบ

 

ค่ำของวันที่ 6 มกราคม รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ นำพาผมและทีมงาน จากกรุงเทพมหานคร ผ่านระยะทางเกือบ 1 พันกิโลเมตรไปถึงอำเภอหาดใหญ่ ประตูสู่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ตอนเช้ามืดของวันที่ 7  ผมหารือกับทีมงาน ตกลงกันว่าเราจะพักรถ รอเวลาให้พระอาทิตย์ขึ้น เพื่อความปลอดภัย จึงเดินทางสู่จังหวัดยะลาเป้าหมายแรก ทันทีที่เราขับรถเข้าสู่เขตจังหวัดยะลา  ท้องฟ้าที่สว่างสดใสกลับกลายเป็นสีหม่นปนเทาและมีเค้าว่าฝนจะตก แม้จะรู้ว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติ

                 แต่คิดอีกแง่หนึ่ง นี่อาจเป็นลางบอกเราว่าผืนแผ่นดินนี้กำลังถูกปกคลุมด้วยหมอกสีหม่นแห่ง เปลวไฟและความขัดแย้ง

                ผมเริ่มงานด้วยการประสานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายะลา ขออนุญาตไปถ่ายทำวิถีชีวิตของคุณครู เพื่อสะท้อนชีวิตของ “เรือจ้างกลางสมรภูมิ”  ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี   ระหว่างที่รอ ข้อมูล ผมในฐานะคุ้ยเคยพื้นที่ได้นำทีมงานเที่ยวชมรอบเมืองยะลา ซึ่งเคยได้รับรางวัลผังเมืองดีเด่นและเป็นเมืองสะอาด3 ปีซ้อน แต่วันนี้เมืองทั้งเมืองดูเงียบสงบ ผู้คนต่างเก็บตัวแต่ในบ้าน แทบไม่เห็นรอยยิ้มหรือได้ยินเสียงหัวเราะ ผิดกับในอดีต ทำให้ทีมงานที่มาด้วยถึงกับเอ่ยปากว่า เราหลงเข้ามาเมืองร้าง !!!

                วันรุ่งขึ้น ผมกับทีมงานต้องรีบตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อไปดักถ่ายภาพการเดินทางไปสอนหนังสือของคุณครู ที่ส่วนใหญ่พักอาศัยในเมือง       

                คุณครูจึงต้องมารวมกันบริเวณเส้นทางออกนอกเมือง เพื่อเดินทางไปด้วยกัน  คุณครูหลายคนบอกว่า ตั้งแต่เหตุการณ์ไม่สงบ ต้องปรับวิถีการดำเนินชีวิตหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนอนไม่หลับเพราะเครียดเรื่องความปลอดภัย 

สิ่งยึดเหนี่ยวยามนี้ จึงหนีไม่พ้นเครื่องรางของขลัง สำหรับครูที่นับถือศาสนาพุทธ ส่วนครูที่นับถือศาสนาอิสลาม ก็ยึดหลักคำสอนของพระเจ้า  แต่คุณครูทั้งหมดมีจิตใจเดียวกันนั่นคือจิตใจที่เสียสละ มุ่งมั่นเพื่อให้อนาคตของเด็ก ๆ และเยาวชนไทยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

 

“เป็นแม่พิมพ์ เป็นเรือจ้าง กลางไฟใต้

ถูกทำร้าย กลายเป็นเป้า น่าเศร้าหมอง

ขอสละ ชีพพลี เพื่อขวานทอง

อยากกู่ร้อง ให้โลกรู้ คือครูไทย”



                ผมมีโอกาสไปเยี่ยมคณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านตาสา ในเขตอำเภอเมืองยะลา เด็ก ๆที่นั่นนับถือศาสนาอิสลาม แต่พูดภาษาไทยได้ชัดเจน ส่งรอยยิ้มให้กับพวกเราอย่างเป็นกันเอง พร้อมวิ่งกรูเข้ามารุมล้อมเมื่อเห็นช่างภาพแบกกล้องโทรทัศน์  ภาพของเด็ก ๆ ไร้เดียงสาหัวเราะออกมา ทำให้ฟ้าที่แลดูหม่นหมอง สดใสขึ้นทันตา เฉกเช่นเดียวกับปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ที่ยังมีหนทางแก้ไข

 คุณครูวิโรจน์ สุวารักษ์  ครูอาวุโสที่สุดในโรงเรียนแห่งนี้ เล่าว่า  ครูเป็นกลไกของรัฐที่ง่ายต่อการถูกทำร้ายและไม่มีทางสู้  สิ่งที่เป็นเกราะกำบังหรือเครื่องเตือนภัยให้กับครู คือเด็กๆ และชาวบ้านในชุมชน  ซึ่งในทรรศนะของครูวิโรจน์ ความเป็นครูไม่ได้จบลงแค่ที่โรงเรียน แต่ครอบคลุมถึงการปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้าน ความห่วงใยระหว่างกันไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดก็ตาม เพราะนั่นคือวิถีชีวิตของคนพื้นที่ชายแดนใต้ที่ยึดถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาตลอด

                ด้วยความเป็นครูในพื้นที่นี้มายาวนาน ทำให้ครูวิโรจน์มีลูกศิษย์มากมาย การเอาใจใส่ดูแล ระหว่างครูกับลูกศิษย์ไม่เคยห่างหาย แม้เวลาจะเปลี่ยนไป  โดยเฉพาะวัยรุ่นในพื้นที่  ครูวิโรจน์ได้แนะนำให้รวมกลุ่มตั้งเป็นกลุ่มเยาวชนช่างไม้ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ โดยที่พวกเขาไม่ต้องจากบ้านไปทำงานต่างถิ่น

               

 พวกเขามีท่าทีตื่นเต้นและเขินอายกล้องโทรทัศน์ ตามแบบฉบับของคนที่นี่  จึงขอเล่านอกรอบ ว่า ชาวบ้านเองก็หวาดกลัวกับเหตุการณ์ไม่สงบที่เกิดขึ้น โดยไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร  แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนห่วงใย คือการทำร้ายครู ซึ่งเป็นผู้ให้การศึกษากับเด็ก  หากเด็กๆ เหล่านั้นไม่มีความรู้ก็ไม่มีอาชีพ เมื่อไม่มีอาชีพก็ถูกชักจูงให้หลงผิดคิดร้ายกับชาติได้ง่าย

                

                การสะท้อนปัญหาแบบตรง ๆของคนพื้นที่ ทำให้พอมองเห็นต้นเหตุแห่งปัญหา ที่ถูกปล่อยปละละเลยมานาน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหน แนวทางการแก้ปัญหาที่สวยหรู เป็นแค่นามธรรมที่จับต้องไม่ได้  

                แม้ว่าผมจะเกิดและโตในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้  แต่ผมจากพื้นที่มานาน  

นานจนผมรู้สึกว่า หลาย ๆ อย่างได้เปลี่ยนไปจากสมัยผมเป็นเด็ก   แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนคือรอยยิ้มของคนที่นี่  ซึ่งรู้สึกได้ถึงความจริงใจ  โดยเฉพาะรอยยิ้มของเด็กๆไร้เดียงสา  แต่ใครจะมั่นใจได้ว่ารอยยิ้ม ในวันนั้น จะไม่กลายเป็นเสียงร้องไห้ในวันต่อมา.

 

“อีกกี่ปี กี่ศพ จึงพบสุข

พ้นจากทุกข์ เปลวไฟ -ใต้เผาผลาญ

บ้างสูญเสีย ทิ้งถิ่น ทนทรมาน

ถูกรุกราน บนแผ่นดิน ถิ่นเกิดกาย

 

อีกกี่วัน กี่เดือน ได้เปื้อนยิ้ม

ใจเอิบอิ่ม พร้อมหน้า ไม่ห่างหาย

ใครจะดับ เปลวไฟ ให้มลาย

สมรภูมิ กลับกลาย เป็นสายลม”

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
nat33 วันที่ : 27/10/2007 เวลา : 12.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nat33

อันนี้พี่โน๊ตเขียนป่าว สะเทือนใจมิใช่น้อย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ladybug วันที่ : 24/10/2007 เวลา : 18.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ladybug

เรื่องเยี่ยม เห็นภาพเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้คนทำงาน ที่ถ่ายทอดเรื่องราวสู่สาธารณชน และเป็นกำลังใจให้ครู เด็กนักเรียน และทุกคนในพื้นที่ภาคใต้ ไม่ว่าจะศาสนาใด อย่าลืมว่าเราเป็นคนไทยด้วยกัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน