• ประกายพฤกษ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-01-14
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 85394
  • ส่ง msg :
  • โหวต 60 คน
คนล้านนา
ความดี ความงาม ความเจริญ ของล้านนา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/khoncr
วันพฤหัสบดี ที่ 19 สิงหาคม 2553
Posted by ประกายพฤกษ์ , ผู้อ่าน : 1364 , 11:48:42 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กวีพินิจกวี : ๕ เล่มรอบรองซีไรท์

                       ผมเป็นกวี

                        ผมตอบตัวเองอยู่ทุกวัน

                        ไม่ว่าใครเขาจะวางกรอบ ครอบกรง

ให้ผมเป็นใครผมก็เป็นกวี  เป็นกวีมาตลอด....

                    ผมเป็นกวี

อยากเป็นทำไมกวี

ไม่เห็นมีดีที่ตรงไหน

ผลงานชิ้นกี่บาทประเทศไทย

แล้วทำไมถึงอยากเป็นกวี

โลกนี้เป็นยุคสัตว์เศรษฐกิจ

ไม่มีทรัพย์ไม่มีสิทธิ์มีศักดิ์ศรี

โลกาภิวัตน์ทับทวี

ใครจะมีเวลามาแรคำ

กว่าจะเขียนคำได้ดังใจคิด

บางครั้งนึกตรึกติดเช้ายันค่ำ

บางวรรคเข็ญเป็นเดือนก็เคยทำ

ร้อยลำนำฤาร้อยได้ในเวลา

เป็นกวีเป็นได้ถ้าใจภักดิ์

รู้และรักส้องเสพย์เสน่หา

สร้างความงามจากถ้อยคำธรรมดา

สุขเพียงฟ้าหากถ้อยคำไม่ลำเค็ญ

 กวีเจ็บอย่างไรใจย่อมรู้

กวีอยู่อย่างไรใครย่อมเห็น

หากเขียนได้ดังใจทุกประเด็น

ก็พร้อมเป็นกวีที่แท้จริง

                        เดือนสิงหาคมของทุกปี  เป็นเทศกาลซีไรต์  รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสายตาของคนวรรณกรรมทั้งผู้อ่าน  ผู้ผลิต และ คนเขียนหนังสือ  ซีไรต์ประกวดหนังสือ ๔ ประเภท คือ เรื่องสั้น  นิยาย    บทกวี  และสารคดี   งานสารคดียังไม่เคยมีการประกวดแต่ทราบข่าวว่าจะมีการประกวดเร็วๆนี้   ในปีนี้เป็นรางวัลซีไรต์ประเภทกวีนิพนธ์ มีผู้ส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น ๗๔ เล่ม  ผ่านเข้ารอบ ๒ เพียง ๖  เล่ม  คือ  เดินตามรอย  ของ วันเนาว์    ยูเด็น   เมืองในแสงแดด  ของ  โกสินทร์   ขาวงาม   ในความไหวนิ่งงัน  ของนายทิวา   ไม่มีหญิงสาวในบทกวี  ของ  ซะการีย์ยา   อมตยา   ฉันอยากร้องเพลงสักเพลง  ของ  ศิริวร   แก้วกาญจน์   และ รูปฉายลายชีพ  ของ โชคชัย  บัณฑิต  ใน ๖  เล่ม นี้ คณะกรรมการจะคัดเลือกเหลือเพียง ๑ เดียว เป็นกวีซีไรต์ ๒๕๕๓  ก่อนอื่นต้องขอบขอบคุณ ห้องสมุดขุนตาลวิทยาคมที่ให้หยิบยืมหนังสือเหล่านี้

                        ตอนแรกที่เขียนคอลัมน์นี้  ผมอยากแนะนำเฉพาะหนังสือที่เกี่ยวกับเมืองเชียงรายเท่านั้น  คนที่เกิดเมืองพาน  เชียงราย คนแรกที่ได้รางวัลนวนิยายซีไรต์ คือ มาลา   คำจันทร์  จาก เจ้าจันทน์ผมหอม  นิราศพระธาตุอินแขวน  แต่ฉบับนี้ขอแหกกฎเกณฑ์ทีเถอะ   เพราะผมเป็นกวี   และรู้จักผู้เข้ารอบสองอย่างน้อย ๓  คน  คือ โกสินทร์ , ศิริวรและโชคชัย    โกสินทร์น่ะผมไม่สนิทเท่าไรนัก แต่กับพี่ของเขาผมสนิทสนมเป็นอย่างยิ่ง  พี่เขาคือ ไพวรินทร์  ขาวงาม  กวีซีไรต์จาก ม้าก้านกล้วย   ศิริวร  และโชคชัย  ผมรู้จักในฐานะเป็นกวีรุ่นพี่  ผมเป็นกวีหญ่าย...มากถึงมากที่สุด โดยวัดจากรอบเอว ศิริวร น่าจะรองลงมา  กวีรอบเอวน้อยที่สุดในสามคนนี้น่าจะเป็นโชคขัย (ฮา)   หากโกสินทร์ได้รับรางวัล เขาจะเป็นกวีซีไรต์คนแรกที่เป็นกวีซีไรต์สองพี่น้อง   หากศิริวรณ์ได้รางวัลเขาจะเป็นกวีซีไรต์คนแรกที่มีผลงานเข้ารอบสองมากที่สุด เพราะเขาเขียนงานได้ดีทั้งเรื่องสั้น   นิยาย และบทกวี และเคยเข้ารอบสองทุกประเภทมาแล้วแต่  แห้ว...   หากว่าโชคชัยได้รางวัลซีไรต์  เขาจะเป็นดับเบิ้ลกวีซีไรต์คนแรก ของประเทศไทย

                        รูปฉายลายชีพ เป็นการนำบทกวีฉันทลักษณ์ ๕๖  ชิ้นมาไว้ด้วยกัน โดยบรรณาธิกร แบ่งเป็น ๓  ภาค  หรือ    ส่วนโดยเปิด คั่น  และปิด ด้วยบทกวีทีชื่อ รูปฉายลายชีพ ,รูปฉายลายชีพ : แอ็คชั่น และรูปฉายลายชีพ: แอนนิเมชั่น  การเปิด คั่น  และปิดด้วยบทกวีทั้งสามชิ้น น่าจะบ่งบอกเป็นนัยว่าบทกวีทั้งหมดนี้ มีบรรณาธิกรจัดทำรูปกวีให้ฉายในลายที่ต้องการ   ไม่ให้บทกวีที่มีเนื้อหานอกรูปที่ฉายมากรายใกล้ให้ฟั่นเฝือแนวคิดหลักไป   ส่วนจะดีหรือไม่ดีนั้นแล้วแต่ใครจะคิด  รูปฉายลายคำของโชคชัย จึงเป็นปรากฏการณ์ที่กวีรับรู้ รับทราบและฉายออกมาเป็นถ้อยคำที่กินใจ 

ขุดรากถากเหง้า

                                                แผ่นดินกลายเป็นแผ่นกระดาษ                                               มูลค่าสามารถเป็นพลาสติก

                                                พกพาอนาคตเพียงกดคลิก                                                     ไม่เคยตุกติกพลิกฝ่ามือ

                                                หยิบฝันวันหน้ายืมใช้                                                              เร่งปุ๋ยดอกใบจากหลายสื่อ

                                                เหงื่องานผ่านร่วงทุกช่วงซื้อ                                                    กระพือกิเลสเป่าเวทมนตร์

                                                อยากได้ใคร่ดีโถมชีวิต                                                            คว้าอภิสิทธิ์อยู่สับสน

ชวนซื้ชวนจ่ายได้แยบยล                                              บัตรดลบันดาลสำราญยุค..

                                               

                        ไม่มีหญิงสาวในบทกวี เป็นกวีนิพนธ์เพียงเล่มเดียวที่เขียนเป็นร้อยแก้ว  ไม่ได้อยู่ในรูปแบบของฉันทลักษณ์ไทยใดใด โดยรวมเอาร้อยกรองไร้ฉันทลักษณ์มาไว้ในเล่ม ๓๖  ชิ้นงาน   มีเนื้อหาสาระที่ค่อนข้างจะเป็นสากล  ข้ามพ้นขอบเขตขวานทองของไทยไปค่อนข้างไกล  งานกลอนเปล่า กลอนเปลือยบางชิ้นแม้ไม่บาดใจเท่า รูปที่ไร้ใจครอง ของ ละไมมาด  คำฉวี แต่ก็เล่นคำ คลุมความแถมยังจบแบบหักมุมได้สะใจวันรุ่น  เช่น กรณีวิวาทกับความเงียบ  ในบางชิ้นก็เล่นดัดแปลงแต่งเติมสัญลักษณ์และยืด หด ตัวอักษรในบทกวีคล้ายๆจะเป็นวรรณรูปอยู่ไหวๆ เช่น  จนกว่าพลทหารคนสุดท้ายจากแนวรบจะกลับมา  หากแต่มีเพียงชิ้นเดียว  หากมีหลากหลากรูปแบบเขา- ซะการีย์ยา   อมตยา  ก็อาจเป็นกวีคนสุดท้ายที่จะนฤมิตวรรณรูปให้ฉายโชนได้ต่อจาก ปรมาจารย์จ่าง  แซ่ตั้ง และ ทลายุ

ความรู้

                                                                                                                        หนังสือหนึ่งเล่ม

                                                                                                                        ต้องใช้ตัวอักษรกี่ล้านตัว

                                                                                                                        ต้องใช้ความรู้สึกกี่แสนความรู้สึก

                                                                                                                        ต้องใช้เหตุผลกี่หมื่นเหตุผล

                                                                                                                        ต้องค้นคว้ากี่พันชั่วโมง

                                                                                                                        ต้องกลั่นกรองกี่ร้อยรอบ

                                                                                                                        ต้องขบคิดกี่ค่ำคืน

                                                                                                                        ต้องใช้กระดาษกี่พันหน้า

                                                                                                                        ต้องตัดต้นไม้กี่ร้อยต้น

                                                                                                                        ต้องเสียหยาดเหงื่อกี่หยด

                                                                                                                        เพื่อบรรจุความว่างเปล่าของเรา

                        เมืองในแสงแดด  นำเอาบทกวี ๔๔ ชิ้นมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน  โดย แบ่งเป็น ๕  ภาค คือ จากลุ่มน้ำพลับพลาสู่เจ้าพระยา ,ชีวิตไม่สวยเหมือนในรูป,ซอยอยู่สุข,กลับไปสู่หมู่บ้านในแสงเงา และรอยขีดข่วนจากชีวิต  ด้วยความที่โกสินทร์ เป็นนักวาดรูปที่เขียนบทกวีเป็น  และเป็นกวีที่วาดรูปได้  งานศิลปะทั้งสองแขนงจึงเกี่ยวกอดกันอย่างเกลียวฝ้าย  ทำให้งานดูแปลกแปร่งจากบทกวีทั่วไป  เป็นสีสันอีกรูปลายหนึ่ง  งานบางชิ้น เช่น ชะตากรรมของวาสนา ก็เล่นคำ เล่นความ และแล่นเรื่องได้อย่างง่ายงาม อ่านทั้งเล่มเหมือนได้ดูรูปในแกลลอรี่ที่แบ่งแยกห้อง แบ่งฉาก  แต่นักวาดคำยังคงรูปเงาไว้ได้อย่างกลมกลืน

รอยสัก

                                                มากด้วยความเข้าใจไม่เชิงวิพากษ์                                            ลำดับฉากความหลังรินหลั่งไหล

                                                ชื่อคนในรอยสักจากพรากใคร                                                เนียนอ่อนใสบรรลุผิวผุพรุน

                                                เหนือเนินอกเผยภาพกุหลาบเหี่ยว                                          ท่องเที่ยว  ข้างทาง  คว้างหมุน

                                                มือยกไหว้ไหวจังหวะ ค่ะ  ขอบคุณ                                           ทารุณพายุโศก โชคดีร้าย

                                                  อาณาจักรรักทึมเทา                                                              ชีวิตเปื้อนเรื่องเล่า เงาหลากหลาย

                                                น้ำหนักความรักแรกกระแทกซ้าย                                           เปลี่ยวดายรูปรอยสักหน่วงหนักเนื้อ..

                        ฉันอยากร้องเพลงสักเพลง  นำบทกวีฉันทลักษณ์และไร้ฉันทลักษณ์  ๕๐ ชิ้นมารวมเล่ม  โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น ๒  ภาค คือ  ดวงอาทิตย์ทิศใต้ และ เหนือดินแดนใต้ลม ในบางชิ้นได้นำเพลงกล่อมเด็กและเพลงพื้นบ้านมาประกอบบทกวีด้วย  ตอนแรกที่เห็นชื่อเรื่องเข้าใจว่าเนื้อหาสาระจะเป็นสาระที่น่ารื่นรมย์แต่พอเสพกวีไปได้ครึ่งค่อนเล่มจึ่งรู้ว่าภาพฉายลายเรื่องไม่รื่นรมย์อย่างที่คิด  ด้วยการที่กวีเป็นคนใต้จึงฉายภาพเหตุการณ์ในแดนใต้ได้อย่างสลดหดหู่  แต่ทั้งหมดล้วนเป็นความจริงที่ไม่มีใครซ่อนเร้น บางชิ้นอ่านแล้วซึมเศร้า เช่น บทกวีจากตันหยงลิมอ และการประทะของแสงและเงา  เป็นต้น

หลักการเหนี่ยวไก

                                                อยากรู้,คุณรู้สึกอย่างไร?                                                          ทุกครั้ง หลังเหนี่ยวไกไปที่นั่น

                                                ร่างที่ล้มแต่ละร่างไม่ต่างกัน                                                    เลือดและเนื้อเหล่านั้น  กลั่นจากรัก

                                                อยากรู้,คุณรู้สึกอย่างไร?                                                          หลังเหนี่ยวไกไปยังผู้ไม่รู้จัก

                                                ไม่เคยโกรธ ไม่เคยแม้เอ่ยทัก                                                   แต่โทษทัณฑ์ ขั้นหนักกระนั้นเชียว...

                        เดินตามรอย  เป็นการนำโคลงโลกนิติมาเขียนล้อเป็นกลอนสุภาพคล้ายๆกาพย์ห่อโคลง แปลงเป็น กลอนขยายความโคลง จำนวน ๘๐ ชิ้น  โดยยกโคลงโลกนิติขึ้น ๑ บท แล้วแต่งอธิบายความด้วยกลอนสุภาพ ๕  บท ที่จริงกระบวนโคลงนั้นมีเสน่ห์คือการเก็บความ ผู้อ่านแปลความได้โดยใช้คำสั้นๆ เมื่อมาขยายความยาวยืดเป็นกลอนอีกชั้นหนึ่งจึงดูแล้ว อีหลักอีเหลื่อ ฝีมือกวีของ อาจารย์วันเนาว์นั้นฉมังนัก ใครๆที่เขียนกวีเป็น เสพกวีได้ย่อมรู้สึก  แต่พอนำเสนอรูปแบบประหลาดเช่นนี้ ทำให้ความโคลง คลุมคมกวีให้ผุกร่อนล่อนลายนักเลงกลอนไปอย่างน่าเสียดายเป็นยิ่งนัก

โคลงโลกนิติ

สมเด็จฯกรมพระยาเดชาดิศร

                                               แว่นตามาใส่ผู้            อันธการ

                                                                                                คนหนวกฟังสำนาน                ขับร้อง

                                                                                                คนใบ้ใฝ่แสดงสาร                  โคลงกาพย์

                                                                                                เฉกเครื่องประดับพร้อง           ใส่ให้วานร

ความสมควร

                                                                          เอาแว่นตามาใส่ให้ตาบอด                            มิอาจสอดตาส่องให้มองเห็น

                                                                        ใช่สิ่งที่ดีงามความจำเป็น                                  เหมือนล้อเล่นมากกว่าหาเป็นการ

                                                                        หูหนวกนั้นสรรสดับฟังขับร้อง                      ถึงเพราะพร้องยากสดับฟังขับขาน

                                                                        คนหนวกไหนใครมั่งฟังสำนาน                     ประโยชน์ด้านงานใดย่อมไม่มี...

                        ที่จริงผมอยากจะพินิจบทกวีทั้ง ๖  เล่มที่เข้ารอบรอง แต่ว่าหนังสือ ในความไหวนิ่งงัน  ของนายทิวานั้นทางผู้เขียนพยายามหาซื้อแล้วมิได้ จึงไม่อาจจะนำมาพินิจเพื่อยั่วเย้าให้อยากอ่านได้อย่างใจคิด   หนังสือทั้ง ๕  เล่มนี้ หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป ทั้งร้านนายอินทร์  ,ร้านซีเอ็ด และร้านดวงกมล   ทั้งนี้ร้านหนังสือเหล่านี้มีบริการจัดซื้อหนังสือที่ไม่มีบนแผงด้วย คงหาไม่ยากนะครับ.......

                         

   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 01/09/2010 เวลา : 06.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

กูนึกว่ามึงตายแล้ว ยังมีชีวิตอยู่อีกหรือ ตัวหนังสือนะทำให้มันใหญ่หน่อย อย่าขี้ถี่หลาย สบายดีนะเพื่อนรัก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
น้ำฝน วันที่ : 19/08/2010 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somkhitsin

ช่วยทำให้มันตัวโตกว่านี้อีกได้ไหม? พ่อคุณ
คนเฒ่าอ่านไม่ได้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน