• โมไนยพจน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : raphind@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-11-11
  • จำนวนเรื่อง : 64
  • จำนวนผู้ชม : 80271
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16 คน
Khondenthang
เดินทางไกล อ่านโลก เขียนแผ่นดิน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/khondenthang
วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม 2552
Posted by โมไนยพจน์ , ผู้อ่าน : 2005 , 05:30:32 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จตุรัสพาเลส (Palace Square ) แค่เสาก็เสียวแล้ว

เมื่อ Lena นางเอกในเรื่องของการเดินทาง (เพราะมีเธอคือผู้นำพาชีวิตข้าพเจ้าตลอดสามตอนที่ผ่านมา) พาเดินผ่านอาคารคณะเสนาธิการทหาร  ที่ด้านบนมีรูปม้าชัยและขุนพล โดยสถาปนิก Yuri  Velten ได้ออกแบบอาคารโดยรอบเป็นรูปครึ่งวงกลม เพื่อให้ลานจัตุรัสแห่งนี้มีความสวยงามกลมกลืนกันมากขึ้น

มองทะลุประตูทางเข้าถามสาวเจ้า ได้ความว่า “จตุรัสพาเลซ” ในความหมายก็คือ เป็นลานกว้าง ๆ หน้าพระราชวังเฮอมิเทจ ที่วางด้วยหินแกรนิต  สร้างสมัยพระนางแคเธอรีนมหาราช เมื่อ ค.ศ.1763-1767  ถ้าคิดง่าย ๆ ก็เริ่มทำในสมัยรัชกาลของพระเจ้าเอกทัศน์ แห่งราชวงศ์พลูหลวง กษัตริย์องค์สุดท้ายของอาณาจักรอยุธยา และทำเสร็จก็ตรงกับปีที่กรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 เสียแก่พม่า (พ.ศ.2310)

จตุรัสพระราชวังนี้ออกแบบโดยสถาปนิก Carlo  Rossi มีเป้าหมายเพื่อเป็นสถานที่ให้พระเจ้าแผ่นดินฟังเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน  ได้แต่คิดในใจว่า “ไม่รู้ว่ากษัตริย์รัสเซียจะต้องสั่นระฆังเหมือนพ่อขุนรามคำแหงมหาราช หรือตีกลองร้องทุกข์แบบท่านเปาไหมหนอ  ? 

ที่เด่นในระดับต้องแหงนหน้ามอง ก็คือ เจ้าเสาที่คนรัสเซียเรียกว่า “อเลกซันโดรพสกายา โคโลนนา” หรือ  “เสาหินอเล็กซานเดอร์” ที่สูงตระหง่าน ที่ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสออกุสต์ เตอ มองต์แฟร์รอง(Aguste Montferrand) ในระหว่าง ค.ศ.1830-1834  ตรงกับช่วงสมัยรัชกาลที่ 2 ของสยาม และปีที่เริ่มทำ ค.ศ.1830 ตรงกับปีที่โบลิเวียร์ (Simon Bolivar)เสียชีวิต เขาเป็นผู้นำการปลดปล่อยเอกราชจากสเปนให้แก่ประเทศเปรู ปานา โบลิเวียร์  โคลัมเบีย เวเนซุเอล่า  เมื่อเขาตายแล้วชื่อจึงถูกนำไปตั้งดินแดนที่เขาปลดปล่อยว่า “ประเทศโบลิเวียร์”

การจัดทำเสาหินนี้ก็เพื่อเป็นอนุสรณ์ของชัยชนะต่อกษัตริตย์นโปเลียน ในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1   มีข้อมูลว่าสูง 47.5 เมตร  หนัก  600  ตัน  เทียบง่าย ๆ ก็สูงประมาณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (50 เมตร)  หรือเทพีสันติภาพที่ตั้งอยู่ปากอ่าวแมนฮัตตัน นิวยอร์ก เฉพาะเท้าจรดมงกุฎ ไม่รวมส่วนอื่น (46.4 เมตร)  แต่ที่พิเศษคือหินที่ใช้ในการสกัดเป็นหินแกรนิตก้อนเดียว นำมาจากริมฝั่งทิศเหนือของอ่าวฟินแลนด์ ตั้งตระหง่านอยู่ด้วยน้ำหนักของตัวเสาหินเอง ไม่มีอะไรยึดโยง....ว้าว...จะล้มไหมนั่น...ถ้าล้มก็ตัวใครตัวท่านละ...เสียวเกินกว่าบรรยาย...

มองทะลุไปด้านซ้ายจะมองเห็นโดม ถามไกด์คู่ขา (ชักเริ่มสนิท) ได้ความว่าเป็นยอดโดมมหาวิหารไอแซกค์ ไว้เที่ยวเฮอมิทาจเสร็จจะพาไปเที่ยวชมและปีนป่ายอีกที  และใกล้ ๆ กันก็จะมีกองบัญชาการกองทัพเรือ ที่อยู่ไม่ไกลจากจตุรัสพระราชวังมากนัก

มองทะลุไปทางด้านซ้ายจะเห็นหนุ่มรูปงามหรือยักษ์ไททันไกล  ๆ ในชุดนุ่งเตี่ยว(เรียกไม่ถูกขอเรียกเตี่ยวแล้วกัน) ในเทพนิยายกรีก  แบกรับมุกยื่นของวังเฮอมิเทจใหม่ ตรงส่วนของถนนมิลลิโอนนายา(Millionnaya) ที่ให้รายละเอียดของการแกะสลักร่างกาย ที่สวยงามได้สัดส่วน  ที่มีมัดกล้าม และเส้นเลือดตามสัดส่วนของร่างกาย หินแกรนิตเนื้อดีสีเขียวนวลวิจิตรงดงาม    

นอกจากนี้ ไกด์สาว(มาก) ยกมือทำท่าเป็นไมล์แบบนักร้อง และเต้นประกอบ นึกอยู่ตั้งนานว่าสาวเจ้าในรูปร่างที่บอบบางจะชักดิ้นทำไม สักพักได้ความว่าในช่วงฤดูร้อนมิถุนายน กรกฎาคม บริเวณจตุรัสจะถูกจัดกิจกรรมกลางแจ้งเช่น คอนเสิร์ต แต่ช่วงนี้ไม่เห็นเพราะหน้าหนาว   ก็คงไม่อยู่รอจนได้เห็นดนตรีกลางแจ้ง   เดินผ่านไปก็เหมือนตัวเองเล็กไปถนัดตา กับสิ่งที่ก่อสร้าง    ก็ลองดูรูปเปรียบเทียบเอา  เพราะว่าแต่ละอย่างใหญ่อลังการ  สำหรับสิ่งก่อสร้างในบริเวณจตุรัสพาเลชแห่งนี้

       สำหรับเจ้าเฮอมิเทจนี้ เท่าที่สังเกตจากภายนอกประกอบกับข้อมูลที่หาเพิ่มเติมได้ข้อมูลว่า  
      
 Hermitage ประกอบด้วยอาคาร 5 หลัง  คือ (1) พระราชวังฤดูหนาว (Winter Palace)  เป็นอาคารแรกสร้างเพื่อเป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน  ประกอบด้วยห้องหับสำหรับที่พักของราชวงศ์ จุดเด่นคือท้องพระโรงใหญ่ ที่ชื่อว่าเซ็นต์จอร์จ (St.George Hall) สถาปนิกบาร์โตโลเมโอ  รัสเตรลลี เริ่มก่อสร้างพระราชวังฤดูหนาวในปี 1754  ในรัชสมัยของพระนางเจ้าอลิซาเบธ “เพื่อความรุ่งโรจน์ของรัสเซียทั้งปวง” ราชวงศ์ทุกพระองค์ ยกเว้นซาร์พอลที่ 1 ประทับอยู่ที่นี่จนถึงปี 1917  จึงกลายเป็นทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว
         
(2) ตำหนักเฮอมิเทจเล็ก (Small Hermitage) พระนางแคทเธอรีนมหาราช โปรดให้สร้างขึ้น ใน ค.ศ.1764-1775  ประกอบด้วยพลับพลา 2 หลัง และสวนลอยฟ้า  บนพื้นห้องโถงมีการนำหินสีมาเรียงกันแบบโมเสก ตกแต่งเป็นเรื่องราวเทพนิยายของกรีกโบรา
         (3) เฮอร์มิเทจเก่า (Old Hermitage) สร้างใน ค.ศ.1771-1778 ออกแบบโดย Yury  Velten ปรับปรุงใหม่ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใหม่
       
(4) อาคารใหม่ (New Hermitage) สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ประกอบด้วย ห้องโถงเล็กอิตาเลียน และห้องโถงใหญ่ 
         (5) อาคารโรงหนัง (Hermitage Theatre) สร้างในสมัยพระนางแคทเธอรีนมหาราช  ใน ค.ศ.1783  เป็นรูปทรงครึ่งวงกลม  กำแพงและเสาเป็นหินอ่อน มีโรงละครที่ทันสมัยของยุคสมัยนั้น ที่กษัตริย์และเชื้อพระวงศ์มาหาความสำราญกัน
            เมื่ออยู่ด้านหน้าที่ล้อมล้อมรอบด้วยพระราชวังฤดูหนาว และอาคารบริวาร อาคารเสนาธิการทหาร และเสาหินอเลกซานเดอร์ ให้รู้สึกเหมือนตัวเองเล็กกระจิ๋ว  นอกเหนือจากจะเป็นกระเหรี่ยงดำแล้ว ยังจะเป็นกระเหรี่ยงแคระไปถนัดตา..
           เมื่อถ่ายรูป และตั้งท่าประกอบการถ่ายรูปกันอย่างพออกพอใจแล้ว  สาวเจ้าในฐานะไกด์จำเป็น ช่างกล้องจำเป็น  นางแบบจำเป็น และอีกสารพัดของการเดินทางร่วมกัน     ก็พาเดินเข้าไปเพื่อเข้าไปยังอาคารเฮอมิเทจ ที่วันนี้ผู้คนหนาตา และมุ่งหน้าสู่พิพิธภัณฑ์เช่นกั  
           ล้วงควัก(ตัง) ซื้อตั๋ว ถอดเสื้อผ้า (ชม) เดินทางไกล
21 กิโลเมตร รออยู่ข้างหน้า (โปรดติดตามตอนต่อไป)                  


เสาเห็นอเล็กซานเดอร์ตรงบริเวณจตุรัสเฮอมิเทจ ที่มองเห็นไกล ๆ จากมุมถนนเนพสกี้

รูปปั้นประดับอยู่กับซุ้มประตูอาคารเสนาธิการทหาร ที่สวยงามแบบมีสไตล์
ทวารบาล ที่มีทั้งสองฝั่งของทางเข้าด้านถนนเนพสกี้

ชุดเกราะที่ติดกับผนัง
ม้าชัยกับขุนพลที่อยู่ด้านบนมองจากจุดไหนก็สามารถเห็นได้ไกล ๆ
ชุมประตูโค้งตกแต่งอย่างสวยงามอลังการ
อันนี้ก็อีกมุมหนึ่งมุมจากจุดกึ่งกางจตุรัสเฮอมิเทจ
Palace Square จตุรัสพระราชวัง
Alexander Column เพือแสดงถึงชัยชนะของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ทีมีเหนือกองทัพของพระเจ้านโปเลียนแห่งฝรั่งเศส  หรือจะเรียกว่าอนุสาวรีย์แห่งชียชนะคงไม่ผิด
เสาหินอเล็กซานเดอร์ ที่สูง 47.5  หนัก 600 ตัน สูงพอ ๆ กับอนุสาวรีย์ชัยสมภูมิ(50 M)ของไทยเรา ทำจากหินแกรนิตก้อนเดียวจากอ่าวฟินแลนด์ตั้งอยู่ด้วยน้ำหนักของเสาหินเอง


Hermitage พระราชวังของกษัตริย์ราชวงศ์โรมานอฟ ที่ครั้งหนึ่งรัชกาลที่ 5 และยุวกษัตย์ไทยเคยมาพำนัก  ณ พระราชวังแห่งนี้


เสาหินตรงกลางจตุรัสเฮอมิเทจ จากมุมสูง

ทางเข้าพิพิธภัณฑ์เฮอมิเทจ ที่นักท่องเที่ยวต้องผ่าน แล้วจะพาเข้าไปชม

Hermitage  มองไปตามถนน Milionnaya จะมองเห็นรูปปั้นยักไททันที่ New Hermitage ไกล ๆ

อาคารเสนาธิการทหาร



จากจตุรัสพระราชวัง ที่มองเห็นธงไกล คือ ตึกบัญชาการกองทัพเรือ ติดแม่น้ำเนวา

เฮอมิทาจจากมุมกลางแม่น้ำเนวา ในช่วงฤดูหนาวที่แม่น้ำเนวาเป็นน้ำแข็งจนคนเดินข้ามได้


ยักษ์ไททัน ที่สวยงามแบกรับน้ำหนักของมุกที่หน้าเฮอมิเทจใหม่

ยักษ์ไททันที่นักท่องเที่ยวมายืนถ่ายรูปเป็นที่ระลึก





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
toondee วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 11.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

เข้ามาติดตามตอน 6 และตอนต่อๆไป สนุกจริงๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เล็กโตไว วันที่ : 18/04/2009 เวลา : 10.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lektoewai

ขอบคุณยักษ์ไททันอุตส่าห์แบกมุกไว้นานๆ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
รักพงษ์ วันที่ : 12/03/2009 เวลา : 00.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong

ตึกสวยดี ให้สีสบายตา บวกกับประติมากรรมชั้นยอด

แวะมาเที่ยวรัสเซียด้วยคน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Surrealism วันที่ : 02/03/2009 เวลา : 08.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chumpon
จินตนาการ สำคัญกว่าความรู้ (อัลเบิร์ต ไอสไตน์) ........... S u r Real i s m นำเสนออย่างเดียว เที่ยวอ่าน blog ของชาวบ้าน นานๆจะทิ้ง"หลักฐาน"ไว้ให้ใคร และไม่สนใจในเรื่องของปริมาณ ........... Just one man, Just one nobody

แวะมาทักทาย และต้อนรับวันใหม่ของสัปดาห์การทำงานที่ 9 ครับ
おはよう ございます

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chedtha วันที่ : 02/03/2009 เวลา : 06.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)


สวัสดีครับ คุณโมไนยพจน์

มาติดตามต่อครับ เที่ยวรัสเซีย Palace Square ในฤดูหนาว
ยังไม่เคยไปรัสเซียเลยครับ ได้เที่ยวกับบล๊อกก็ยังดี

โหวตให้ด้วยความขอบคุณ สำหรับภาพจากรัสเซียและ บทความ


http://www.oknation.net/blog/chedtha/2009/02/26/entry-1

ขอเชิญไปชมภาพจากเมือง Radolfzell am Bodensee เยอรมนี
สถานที่ตากอากาศและพักฟื้น ริมทะเลสาบ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]