• พู่กันสีน้ำ53
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : taleadaw@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-18
  • จำนวนเรื่อง : 28
  • จำนวนผู้ชม : 31398
  • จำนวนผู้โหวต : 29
  • ส่ง msg :
  • โหวต 29 คน
วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2552
Posted by พู่กันสีน้ำ53 , ผู้อ่าน : 802 , 00:48:28 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ถ้าเอ่ยถึงศรีสาครเราอาจจะเคยได้ยินคำจำกัดความที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับยุคสมัย  ในยุคต้นๆที่แห่งนี้ถูกเรียกว่า “ชุมเสือ” ทั้งเสือจริงๆที่เป็นสัตว์สี่เท้าและเสือในคราบสองเท้าทั้งหลาย  ด้วยลักษณะพื้นที่ๆรายล้อมด้วยภูเขาน้อยใหญ่ 

 

เมื่อเวลาผ่านไปการเปลี่ยนแปลงก็เข้ามามีบทบาทต่อชุมชนในอำเภอแห่งนี้  การเปลี่ยนแปลงที่มาจากทั้งทางด้านเทคโนโยลีและการศึกษาทำให้ร่องรอยเสือจางลงและค่อยๆหายไปจากชุมชน  ป่าเขาถูกแทนที่ด้วยป่ายางและสวนผลไม้ต่างๆ 

นานๆครั้งเราจึงจะได้ยินเสียงเสือกลับมาคำรามซักครั้ง   ให้พอได้ระลึกถึงอดีต 

 

จนกระทั่งเหตุการณ์ความไม่สงบเข้ามาอีกครั้ง  เสือที่เคยคิดว่าสิ้นลายก็ถูกปลุกขึ้นมาเพื่อดูแลป่าดูแลบ้านที่อาศัยอยู่อีกครั้ง  อาจจะทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ 

อย่างเช่นกลุ่ม “ชรบ.” ที่ย่อมาจากชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านนั่นเอง!! 

 

ชุมชนคนใกล้ภูเขาคงพอจะทำให้คนที่ไม่เคยมา ณ ที่แห่งนี้ได้มโนภาพความเป็นเราได้บ้าง  “หมู่บ้านซากอ” เป็นชุมชนคนมุสลิมอีกแห่งหนึ่งในอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส  จากตรงนี้ทำให้พอจะอธิบายถึงความหมายของชื่อชุมชนได้ว่า “ซากอ หมายถึง มรดก” ตามรูปศัพท์จากภาษามลายู  และหมู่บ้านนี้เปรียบเสมือนทางผ่านจากตัวตลาดอำเภอศรีสาครเพื่อเข้าสู่หมู่บ้านใหญ่อย่างหมู่บ้านบีโล๊ะ 

 

ในวัยเยาว์ผู้เขียนมักได้ฟังนิทานก่อนนอนจากผู้เป็นแม่เสมอๆ  ในมุ้งสีตุ่นๆแสงสว่างจากตะเกียงน้ำมันทำให้นิทานกลายเป็นตำนานที่ยิ่งใหญ่  และหนึ่งในเรื่องที่ผู้เล่านิยมนำกลับมาฉายใหม่ได้ทุกค่ำคืนก็คือเรื่องราวความเป็นมาของหมู่บ้าน  ที่มีผู้เล่าต่อๆกันมาว่า

ในสมัยก่อนมีผู้พบเด็กทารกคนหนึ่งนอนดูดนมวัวอยู่  โดยที่ไม่มีใครรู้ว่ามีที่มาอย่างไร  และเมื่อเรื่องรู้ไปถึงหูกษัตริย์ปัตตานี  พระองค์เลยทรงรับเลี้ยงไว้เป็นเหมือนบุตรบุญธรรม 

เมื่อเติบโตขึ้นก็ช่วยเหลืองานราชการต่างๆจนเป็นที่พอพระทัยมาก  ทำให้ได้รับความเอ็นดูและไว้เนื้อเชื่อใจจนมอบหมายให้กลับมาดูแลชุมชนแห่งนี้  แต่แน่นอนว่าเมื่อมีคนรักก็คงต้องมีคนชังบ้าง  ซึ่งคงเป็นเรื่องปกติก็มนุษย์ที่มีความอิจฉาริษยา  ทำให้ถูกล่อลวงไปสังหารอย่างทารุณด้วยการตัดศีรษะทิ้งลงไปในสายน้ำ  และเมื่อเรื่องทราบถึงพระองค์ก็สั่งให้สืบสวนจนนำคนผิดมาลงโทษและจัดการเรื่องศพ  แต่ส่วนของศีรษะช่วยกันหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ 

สุดท้ายเมื่อจะทำการฝังเลยสั่งให้คนนำเอาลูกมะพร้าวมาวางไว้แทนในตำแหน่งศีรษะเพราะถือว่าลูกมะพร้าวอยู่ในที่สูงถือเป็นการให้เกียรติ  และเมื่อท่านเสียชีวิตลงทรัพย์สมบัติของท่านก็หายสาบสูญไปด้วย 

จนกระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานที่ชุมชนนี้ก็มีผู้พบเจอโอ่งใบใหญ่สองใบที่เชื่อกันว่าน่าจะเป็นสมบัติที่หายไปเหล่านั้นอีกครั้งในป่าละเมาะละแวกหมู่บ้าน  แต่เก็บไว้ได้ไม่นานก็หายไปชาวบ้านที่อ้างว่าได้พบเห็นนั้นเล่ากันต่อๆว่า  เหมือนมันมีความนึกคิดเป็นของตัวเองเพราะเมื่อไม่ได้ล่ามโซ่ไว้  ตกดึกก็จะได้ยินเสียงเหมือนมีของหนักๆกลิ้งอยู่บนถนน  ซึ่งในสมัยนั้นถนนยังไม่ได้ลาดยางแบบปัจจุบัน 

ครั้งสุดท้ายที่มีคนเห็นคือที่ป่าละเมาะแห่งนั้นที่ๆเคยมีคนไปพบเจอมันมานั่นเอง  ทำให้ชาวบ้านต่างพากันช่วยขุดดินบริเวณนั้น  เพราะคิดว่าอาจจะมีมรดกหรือสมบัติของท่านที่หายไปอยู่ใต้ผืนดิน  เมื่อหลายคนหลายแรงช่วยกันขุดด้วยความหวังที่ต่างเหตุผลกันไป  สุดท้ายนอกจากจะไม่ได้พบเจอสมบัติซักชิ้นเดียวแล้ว  จากหลุมเล็กๆก็ถูกขุดจนลึกกลายเป็นบ่อน้ำ  และผู้คนก็ล้มเลิกความสนใจในเรื่องราวของสมบัติเหล่านั้นไปในที่สุด 

 

แท้จริงแล้วสมบัติที่ว่านั้นอาจจะไม่ได้จำเป็นว่าต้องมาในรูปแบบของเงินทองเสมอไป  แต่อาจหมายถึงพืชพันธ์ที่งอกเงยจนใช้หล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนในชุมชน  ตลอดจนชั่วลูกหลานในปัจจุบันก็เป็นได้  เพราะสภาพพื้นดินของที่นี่  ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์สามารถปลูกต้นไม้ได้หลากหลายชนิด  เปรียบเสมือนสมบัติที่ไม่มีวันหมดหากรู้จักใช้และดูแลให้คงอยู่ต่อไป   

 

ชุมชนบ้านซากอแม้ว่าจะเป็นเพียงชุมชนเล็กๆที่ถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของอำเภอศรีสาคร  แต่เราก็อยู่กันอย่างพอเพียงและพอใช้มาโดยตลอด  อาชีพหลักของที่นี่คือเกษตรกรรม 

 

หากเป็นในสมัยก่อนตอนที่ผู้เขียนเองยังเป็นเด็ก  ที่นี่มีการทำสวนแบบทฤษฎีใหม่  เพราะพื้นที่โดยรอบใกล้ภูเขาทำให้เรามีทั้งสวนยาง  สวนผลไม้  ทุ่งนา  และวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่เรียบง่าย  โดยมีรายได้หลักจากการกรีดยาง  ซึ่งกรีดได้ตลอดทั้งปียกเว้นในหน้าฝน  ถือว่าเป็นช่วงพักร้อนของต้นยางไปโดยปริยาย 

 

แต่เจ้าของสวนก็ไม่ได้หยุดพักเพราะมีงานอื่นๆให้ได้ทำได้ดูแลอยู่ตลอด  เช่น การทำนา  ทำสวนผลไม้ต่างๆ  หรือเลี้ยงสัตว์ให้เนื้อให้งานจำพวกวัว ควาย  ในส่วนนี้เป็นเหมือนงานเสริมที่เลือกทำกันแล้วแต่ความถนัดของแต่ละบ้านไป 

 

สวนยางที่ถึงระยะเวลาเปลี่ยนต้น  ลำต้นก็จะถูกรับเหมาตัดออกไป  เงินที่ได้นอกเหนือจากเป็นทุนในการหาต้นกล้าใหม่มาลงแล้ว  ก็ยังเหลือพอให้ได้ลงทุนต้นกล้าผลไม้มาปลุกแซมตามระหว่างแถวของต้นยางแต่ละแถว  ถือเป็นภูมิปัญญาของคนรุ่นเก่าที่เราอาจจะเคยคิดว่าเป็นความขี้เกียจที่ปล่อยให้สวนรกร้าง  แต่นั่นคือความฉลาดในการวางแผน 

เพราะกว่าต้นยางรุ่นใหม่จะเจริญเติบโตก็ได้อาศัยร่มเงาของต้นผลไม้ต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน  มังคุด  มะปรางหรือสะตอเป็นเสมือนพี่เลี้ยงคอยดูแล  นอกจากนี้ยังมีผลออกมาให้ได้กินได้แบ่งปันกันภายในชุมชน 

 

นอกจากต้นไม้ยืนต้นแล้ว  ระหว่างแถวต้นยางยังปลูกพืชระยะสั้นหลากหลายชนิดได้อีกมากมาย  เช่น ถั่ว  มันขี้หนู  มันเทศ  ผักต่างๆ และยังเผื่อแผ่ให้คนในชุมชนหรือคนจากชุมชนใกล้เคียงเข้ามาปลูกกันตามความชอบ  รวมทั้งการช่วยกันทำนาไร่ที่ไม่ต้องเสียเวลาดำนา  แต่คนในชุมชนจะช่วยกันหยอดเมล็ดข้าวเปลือกทีละหลุมๆจนเต็มพื้นที่ว่างระหว่างแถวของสวนยาง  และข้าวเปลือกใหม่ๆที่ส่งไปยังโรงสีในหมู่บ้านใกล้เคียงก็ถือเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน 

 

ในช่วงเวลานั้นแต่ละบ้านแทบจะไม่ต้องหุงข้าวกลางวันเลยทีเดียว  เนื่องจากในแต่ละวันจะมีการหุงข้าวเลี้ยงทำบุญข้าวใหม่กัน  โดยเป็นการเลี้ยงแบบช่วยกันทำช่วยกันกิน  ไม่ได้ยึดถือพิธีรีตองอะไรมากมายเน้นความสุขกายสบายใจเป็นที่ตั้ง  เหมือนเป็นการแทนคำขอบคุณต่อน้ำใจที่ช่วยเหลือกัน

จนก่อเกิดเป็นผลิตผลโดยที่ไม่ต้องตีราคาค่าแรงเป็นเม็ดเงิน  แต่กลับทำให้อิ่มใจไปได้หลายวันเลยทีเดียว 

 

ต่อมาในระยะหลังๆนี้นิยมนำเอาข้าวสารที่ได้แปรรูปเป็นขนมจีน  ซึ่งคนที่รับทำก็อาจจะเป็นคนในหมู่บ้านหรือต่างหมู่บ้าน  ความเหนียวนุ่มและขาวใสของเส้นขนมก็คงไม่ต่างจากมิตรภาพที่เหนียวแน่นเป็นสายสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์ซึ่งส่งต่อรุ่นสู่รุ่นไปไม่ขาดสาย 

นี่ต่างหากกระมังสมบัติที่มองไม่เห็นแต่มีค่ามากมายต่อคนในชุมชน

 

                               (ติดตามตอนจบได้ในเอนทรี่หน้านะคะ : วาดอักษร)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
ปราณชลี วันที่ : 01/09/2009 เวลา : 07.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

(0)
ความคิดเห็นที่ 2
J1214 วันที่ : 31/08/2009 เวลา : 13.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jittima1214

(0)
เป็นกำลังใจจ้า..

สลามจ้ะ
ความคิดเห็นที่ 1
พู่กันสีน้ำ53 วันที่ : 31/08/2009 เวลา : 00.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khrukee

(0)
ตอนนี้ครุกีกำลังหัดแต่งงานเขียนแนวเรื่องสั้น นิยายอยู่

แล้วถ้าสำเร็จออกมาจะมาลงให้ได้ติ-แนะนำกันนะคะ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกกำลังใจและคำแนะนำค่ะ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน