• พู่กันสีน้ำ53
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : taleadaw@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-18
  • จำนวนเรื่อง : 28
  • จำนวนผู้ชม : 31387
  • จำนวนผู้โหวต : 29
  • ส่ง msg :
  • โหวต 29 คน
วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2552
Posted by พู่กันสีน้ำ53 , ผู้อ่าน : 728 , 00:54:41 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ชุมชนจะดีได้คงไม่ได้ขึ้นอยู่แค่เพียงทรัพย์ในดินสินในน้ำที่อุดมสมบูรณ์เพียงอย่างเดียว  แต่แน่นอนว่าจะเกิดชุมชนดีได้ก็ต้องประกอบกับการมีคนดีอาศัยอยู่ในชุมชนนี้ด้วยเช่นกัน

“อาเยาะห์” เป็นคำเรียกขานที่คนเป็นลูกใช้เรียกผู้เป็นพ่อ  แต่นอกจากความหมายที่แปลว่า “พ่อ” แล้ว  คำๆนี้อาจได้ยินผู้คนในชุมชนนี้หรือชุมชนอื่นๆใช้เรียกขานผู้ที่เขารู้สึกเคารพนับถือ  ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว “อาเยาะห์” มักจะเป็นโต๊ะครูที่เปิดปอเนาะ (โรงเรียนที่สอนหนังสือและอบรมศาสนาอิสลาม : พจนานุกรมไทย,2543) 

ปอเนาะในอดีตจะมีลักษณะเป็นการเปิดสอนโดยเน้นไปที่ผู้ที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนาเป็นหลัก โดยจะเป็นโรงเรียนกินนอนประจำที่นั่นมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หญิงและชายแต่จะไม่มีการปะปนกัน  เพื่อป้องกันปัญหาเชิงชู้สาวที่อาจเกิดขึ้นได้  จากจุดนี้ก็จะก่อให้เกิดศิษย์-อาจารย์กันหลายรุ่น  และเป็นความนับถือที่ส่งต่อถึงรุ่นลูกหลานแผ่ขยายไปถึงการช่วยเหลือแบ่งปันกัน 

หมู่บ้านซากอแห่งนี้ก็เช่นกัน  เรามี “อาเยาะห์” ที่คนในหมู่บ้านเคารพนับถือ  ซึ่งไม่ได้เกิดแค่จากความอาวุโสของวัยเท่านั้น  แต่เป็นเพราะความรู้ ความดีที่ประจักษ์แก่ใจของคนที่นี่ 

อาเยาะห์มีชื่อจริงว่านายมามุ  ดือเระ    ท่านมาตั้งรกรากและให้ความรู้เรื่องศาสนากับคนในชุมชนนี้ 

ความรู้ถือเป็นสิ่งล้ำค่า  เพราะจะทำให้ชุมชนอยู่กันอย่างสงบสุข  โดยเฉพาะความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องศาสนา  เพราะศาสนานอกจากจะเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจของคนในสังคมแล้ว  ยังทำหน้าที่หล่อหลอมให้คนผู้หนึ่งเป็นคนดี 

จากอดีตอาเยาะห์เปิดเพียงปอเนาะเล็กๆ  ชื่ออัตเตาฟีกียะห์ อิสลามียะห์  แล้วพัฒนากลายเป็นโรงเรียนที่เปิดสอนตามหลักสูตรเทียบเท่าโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาทั่วไป 

เริ่มสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2519  และได้รับใบอนุญาตในวันที่ 26 มีนาคม 2523  จากอาคารเรียนไม้ชั้นเดียว 1หลัง ปัจจุบันมีอาคารเรียนเพิ่มขึ้นเป็นอาคารเรียนคอนกรีตเสริมชั้นเดียว 4 ห้อง  โดยสร้างในที่ดินของท่านที่อุทิศที่ดินเป็นสมบัติของโรงเรียน 4 ไร่  เพื่อสร้างเป็นโรงเรียนและอาคารเรียนอื่นๆเพิ่มเติม  

ในปี พ.ศ. 2546 โรงเรียนแห่งนี้ได้เข้าร่วมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี  ปัจจุบันเปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย 

นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2549ได้เปิดการสอนในระดับชั้นอนุบาลเพิ่มเติมในโครงการ “โรงเรียนอนุบาลชีวิตสดใส”   เป็นโครงการในพระราชดำริของทูลกระหม่อมหญิงอุบลราชกัลยาสิริวัฒนาพรรณวดี   และในปี พ.ศ. 2551  ได้จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐานช่วงชั้นที่ 1 และ 2 เพิ่มขึ้นด้วย  

แม้ว่าในปัจจุบันงานส่วนใหญ่ในเรื่องการจัดการบริหารโรงเรียนอยู่ในความรับผิดชอบของผู้เป็นลูกเขย  แต่แนวทางในการบริหารงานก็ยังคงยึดมั่นตามเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งดังเดิม 

จากการเริ่มต้นเล็กๆในการทำความดีของคนผู้หนึ่ง  โดยการมอบความรู้ที่มีต่อผู้อื่น  ปัจจุบันนอกจากเป็นแหล่งเผยแผ่ความรู้แล้ว  ยังเป็นการกระจายรายได้และสร้างงานในชุมชนอีกทางหนึ่ง  เพราะบุคลากรส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่  ไม่เพียงแค่ในหมู่บ้านซากอแต่ขยายไปถึงหมู่บ้านใกล้เคียง 

เนื่องจากเดิมหมู่บ้านซากอมีโรงเรียนแค่ 1 โรง  ซึ่งเป็นเพียงโรงเรียนของรัฐที่เปิดขยายโอกาสจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น  ที่ต้องรองรับจำนวนนักเรียนจากหลายๆหมู่บ้านละแวกนั้น  แต่เมื่อมีโรงเรียนแห่งนี้เกิดขึ้น  ทำให้เพิ่มผู้ที่มีการศึกษาในชุมชนมากขึ้นไปโดยปริยาย  เพราะนักเรียนส่วนใหญ่ที่เรียนในโรงเรียนแห่งนี้  คือนักเรียนที่มีฐานะทางบ้านลำบากยากจน  และมีนักเรียนที่เดินทางมาจากชุมชนอื่นไกลออกไปก็มี  เพราะนักเรียนที่จบออกไปแล้วบอกกันปากต่อปากนั่นเอง 

ที่นี่ให้ความรู้แบบไม่ต้องเสียสตางค์  แต่ต้องแลกด้วยความตั้งใจและอดทน  เพราะหลายๆคนต้องมาเรียนแบบกินนอนประจำ  ซึ่งก็ต้องยอมรับในความลำบากของที่พักและเรื่องเทคโนโยลีอื่นๆเป็นธรรมดา  แต่สำหรับผู้ที่ตั้งใจจริงก็ย่อมได้รับรางวัลเป็นผลตอบแทนที่มีค่านั่นคือ ความรู้  ซึ่งจะติดตัวคนเราไปในทุกที่  และสามารถงอกเงยออกดอกผลให้ผู้ที่นำไปใช้ในหนทางที่ดีงาม 

ความดีงามที่เสียสละต่อส่วนรวมเหล่านี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ทำให้เวลาที่ในชุมชนจะมีกิจกรรมใดๆหรือแม้กระทั้งเป็นเรื่องส่วนตัว เช่น การทำบุญขึ้นบ้านใหม่  การเจ็บป่วย หรือแม้กระทั่งการตั้งชื่อสมาชิกใหม่ภายในบ้าน คนในชุมชนก็มักจะเข้าไปขอคำปรึกษากับท่านเสมอ 

แน่นอนว่าไม่ใช่การตั้งตนเป็นผู้รู้  ผู้มีอำนาจเหนือคนอื่น  หรือความเชื่อที่งมงาย  แต่เป็นความเคารพที่ผู้น้อยมีต่อผู้ใหญ่มากกว่า  น้อยที่ว่าคือน้อยทั้งวัยเพราะปัจจุบันท่านมีอายุถึง 81 ปี  และน้อยประสบการณ์ความรู้นั่นเอง  ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไรที่จะเกิดความเคารพนับถือกันมาอย่างยาวนาน

ความดีแม้ทำได้ยากโดยเฉพาะความดีที่ถือได้ว่าเป็นการปิดทองหลังพระด้วยแล้ว  หลายครั้งหลายคนย่อมเกิดความท้อถอยได้และอาจล้มเลิกไปในที่สุด  แต่เมื่อความดีเหล่านั้นได้ถูกกระทำจนบรรลุความสำเร็จได้ในระดับหนึ่งแล้ว  เชื่อว่ารางวัลที่ได้คือความสุขกายสบายใจ  และย่อมมีผู้สรรเสริญกันปากต่อปาก  โดยไม่จำเป็นต้องติดป้ายประกาศโฆษณาแต่อย่างใด 

อาเยาะห์ก็เช่นกันในปัจจุบันไม่ใช่แค่คนในชุมชนที่รู้จักท่าน  แต่ผู้คนจากที่อื่นๆมากมายทั้งที่เป็นศิษย์และเกิดจากการได้รับความช่วยเหลือต่างก็รู้จักท่าน  ทำให้ทุกวันนี้หากใครต้องการพบพูดคุยปรึกษากับท่าน  ในบางวันต้องรับบัตรรอคิวกันเลยทีเดียว 

เพราะในแต่ละวันจะมีผู้คนจากที่อื่นเดินทางมาพบเพื่อพูดคุยปรึกษาอยู่เป็นประจำแทบทุกวัน  และหากท่านไม่ป่วยจนล้มหมอนนอนเสื่อ  ก็จะออกมาพบมาให้คำปรึกษากับคนที่มาโดยไม่ได้เลือกกระทำเฉพาะบุคคลเลย  แม้แต่ในวันนี้ที่ผู้เขียนเดินทางไปเยี่ยมท่านถึงบ้าน  ก็ได้เห็นผู้คนมากมายจากที่ต่างๆเดินทางมาพบท่านอยู่ไม่ขาดสาย  และได้เห็นอาคารเรียนที่กำลังก่อสร้างเพิ่มเติ่ม 

นักเรียนปิดเทอมแล้ว  แต่อาคารเรียนที่ยังสร้างไม่เสร็จนั้น  หมายถึงโอกาสของเด็กๆในชุมชนที่กำลังจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม 

หลายครั้งเวลาที่ผู้เขียนเดินทางไปที่อื่นแล้วได้พูดคุยกับผู้คนระหว่างการเดินทาง  เมื่อถามถึงหมู่บ้าน  เพียงเอ่ยชื่อว่าศรีสาคร  สายตาที่มองตอบกลับมาอาจจะแปลกแตกต่างกันออกไป 

บางคนที่กล้าหน่อยก็จะเอ่ยออกมาเลยว่า “ที่นั่นน่ากลัวไหม

อาจเป็นเพราะชื่อเสียงของเหล่าเสือในอดีต  และด่านตรวจมากมายที่มักจะกลายเป็นโลโก้ของอำเภอไปแล้วก็เป็นได้  และเมื่อเอ่ยถามต่อว่าอยู่หมู่บ้านไหน  น้อยคนนักที่จะนึกออกเมื่อเอ่ยถึงชื่อหมู่บ้านซากอ  เพราะเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆที่เรียบง่าย 

แต่ถ้าถามกลับไปว่า “รู้จักบ้าน อาเยาะห์ปอเนาะ ไหม 

น่าแปลกที่คนต่างที่ต่างถิ่นกลับรู้จัก  บางครั้งอีกฝ่ายเป็นผู้ถามถึงด้วยซ้ำไป  สิ่งเหล่านี้ทำให้ตัวผู้เขียนตระหนักได้ในเรื่องหนึ่งนั่นคือ สิ้นชื่อเมื่อสิ้นชีพแต่ไม่สิ้นเกียรติหากเราพฤติตนอยู่ในความดีงาม  และความงามเหล่านั้นจะส่งเสียงได้ไกลกว่าสื่อใดๆหลายเท่า

ระหว่างทางที่ผู้เขียนออกมาจากบ้านอาเยาะห์เพื่อกลับบ้าน  ภูเขาสูงใหญ่ที่เรียงรายอยู่สุดปลายสายตา  และเมื่อนึกย้อนกลับไปถึงผู้ที่เพิ่งจากมา  แม้ว่าวันนี้จะไม่ได้พูดคุยกับอาเยาะห์เนื่องจากคนมารอพบท่านเยอะ  แต่ก็ทำให้นึกครึ้มใจจนกลั่นออกมาเป็นความรู้สึกง่ายๆ ที่ว่า

“ เทือกเขายังเก่าแก่   ผู้คนเล่าจะยืนยง   ไม้ใหญ่ยังล้มลง   เราจะมั่นคงถ้าดำรงในความดี ”

การเคลื่อนไหวของชีวิตที่เริ่มต้นตั้งแต่เช้าจรดค่ำ  ต่างแยกย้ายคืนสู่รัง  ฝูงนกสีขาวบินเฉียงตัดกับสีท้องฟ้า  ที่อาบไล้ไปด้วยแสงสุดท้ายของกลางวันเพื่อเปิดทางให้กลางคืนเข้ามาแทนที่  แมลงกลางคืนเริ่มออกมาร่ายรำกลางแสงไฟสลัวๆริมถนน  รวมถึงผู้คนที่จะอยู่แต่ในบ้านเมื่อดวงอาทิตย์เวียนวนไปสู่อีกซีกหนึ่งของโลก 

หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ดำเนินชีวิตกันไปในลักษณะนี้มาเนิ่นนาน  ไม่ได้เกิดขึ้นตามเหตุการณ์หรือสถานการณ์ภายนอกแต่อย่างใด      

เมื่อประตูใจถูกเปิดนั่นก็หมายถึงการยอมรับถึงด้านดีๆที่ชุมชนมี  และเมื่อนั้นการแลกเปลี่ยนของมิตรภาพต่างถิ่นก็ย่อมเกิดขึ้นได้ไม่ยาก...อีกครั้ง 

การเดินทางของลูกยางจะไม่มีวันสิ้นสุด  ในวันนี้คงไม่สำคัญว่าที่นี่จะยังคงมีรอยเท้าเสือหรือไม่  เพราะถึงอย่างไรสิ่งที่น่ากลัวคงไม่ใช่ “เสือ” อย่างในอดีตอีกต่อไป 

แต่เป็นความเห็นแก่ตัวของกลุ่มคน  และกระแสสังคมจากเมืองใหญ่ที่ไหลเชี่ยวไปในหนทางที่ห่างไกลศีลธรรมขึ้นทุกที 

สิ่งเดียวที่ฉันในฐานะลูกหลานและคนในชุมชนพอจะทำได้บ้าง  ก็คงเป็นเพียงการพยายามดำรงตนในสังคมนี้ด้วยหนทางที่ถูกต้องดีงามนั่นเอง 

 

                                วาดอักษร


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
พู่กันสีน้ำ53 วันที่ : 05/09/2009 เวลา : 22.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khrukee

(0)
ไม่ได้หายไปไหนค้าแค่กำลังยุ่งกะงานราช

แล้วก็ถือโอกาสเก็บเกี่ยวความรู้สึกนึกคิดใหม่ๆ

เพื่อปั่นออกมาเป็นงานหลวงให้ทุกคนได้ติ-ชมกันค้า
ความคิดเห็นที่ 6
J1214 วันที่ : 03/09/2009 เวลา : 23.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jittima1214

(0)
หายไปไหนแย้วววววว....
ความคิดเห็นที่ 5
Matahari22 วันที่ : 02/09/2009 เวลา : 11.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Matahari

(0)
อ่านเนื้อเรื่องราว บวกกับภาพ เป็นนักเขียนที่มีฝีไม้ลายมือ
เขียนต่อไปน่ะ จะรออ่าน
ความคิดเห็นที่ 4
พู่กันสีน้ำ53 วันที่ : 01/09/2009 เวลา : 11.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khrukee

(0)
ความเห็นที่ 1 คะ เป็นอยู่คำเดียวแต่ก็สบายไปหลายอย่างนะ กิกิ เพราะ "ตะเดาะดูวิ"แปลว่าไม่มีตัง พูดไปแล้วผสมลูกอ้อนนิดๆไปไหนก็คงไม่อดแล้วละคะ กิกิ
ความคิดเห็นที่ 3
หนุมานชาญสมร วันที่ : 01/09/2009 เวลา : 09.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wintawan
บนเส้นทางการเดินทาง มีเรื่องให้ค้นห มีความงามให้จดจำ มีมิตรภาพที่ล่องลอยอยู่รายทาง

(0)
ไม่เปลี่ยน ยังรักษาคุณภาพไว้ได้
ความคิดเห็นที่ 2
ปราณชลี วันที่ : 01/09/2009 เวลา : 07.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

(0)
หนึ่งในเรื่องราวที่สะท้อนความเป็น 'ครูกี' ได้ชัดเจน
เยี่ยมยอดเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 1
J1214 วันที่ : 31/08/2009 เวลา : 14.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jittima1214

(0)
มาตามอ่าน



เคยหัดพูดยาวี
จำแม่นสุดก็"ตาเดาะดูวิ"อิอิ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน