• แพทพิรี่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pattamat@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-17
  • จำนวนเรื่อง : 148
  • จำนวนผู้ชม : 305866
  • ส่ง msg :
  • โหวต 81 คน
รักในหลวง หวงแผ่นดิน
ทัศนคติตัวเอง ทำลายตัวเราเอง @เพราะชีวิตไม่มียางลบ มีแต่เดินผ่านไปไม่ย่ำรอยเดิมเพื่อลืมเลือนความผิดพลาด@
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/khunpatt
วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤษภาคม 2555
Posted by แพทพิรี่ , ผู้อ่าน : 10553 , 16:26:01 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน มะอึก โหวตเรื่องนี้

TQA ซึ่งย่อมาจาก Thailand Quality Award ถือเป็นรางวัลระดับมาตรฐานโลก 

เนื่องจากมีพื้นฐานทางด้านเทคนิค และกระบวนการตัดสินรางวัลเช่นเดียวกับรางวัลคุณภาพแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ The Malcolm Baldrige National Quality Award (MBNQA) ซึ่งเป็นต้นแบบรางวัลคุณภาพแห่งชาติที่ประเทศต่างๆ กว่า 70 ประเทศทั่วโลกนำไปประยุกต์ใช้ 

TQA จึงถือว่ามีคุณภาพ “ระดับโลก” (World Class) เพราะใช้ "เกณฑ์การวัด" ตามมาตรฐานสากลทั้ง 7 คือ

1.การนำองค์กร 
2.การวางแผนเชิงกลยุทธ์ 
3.การมุ่งเน้นลูกค้าและตลาด 
4.การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ 
5.การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล 
6.การจัดกระบวนการ 
7.ผลลัพธ์ทางธุรกิจ

ความสำคัญของกระบวนการพัฒนาการบริหารกิจการ ตามเกณฑ์ TQA ก็คือการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน 

เพราะการขับเคลื่อนองค์กรตามเกณฑ์ทั้ง 7 ข้างต้นมีค่านิยมหลักและแนวคิด ส่งผลให้เกิดคุณค่าที่ดีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 
ในด้านต่างๆ มีมุมมองในการบริหารจัดการ คือ 
1.การนำองค์กรอย่างมีวิสัยทัศน์ 
2.ความเป็นเลิศที่มุ่งเน้นลูกค้า 
3.การเรียนรู้ขององค์กร และของแต่ละบุคคล 
4.การให้ความสำคัญแก่พนักงานและคู่ค้า 
5.ความคล่องตัวในด้่านต่างๆ รวมไปถึงการเงินและเทคโนโลยี 
6.การมุ่งเน้นอนาคต 
7.การจัดการเพื่อนวัตกรรม 
8.การจัดการโดยใช้ข้อมูลจริง 
9.ความรับผิดชอบต่อสังคม 
10.การมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์และการสร้างคุณค่า 
11.มุมมองในเชิงระบบ
 
ในปัจจุบันมีค่านิยมหลักและแนวคิดของเกณฑ์ TQA ให้คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งสภาวะโลกยุคใหม่หมายรวมถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย แต่ประเด็นความรับผิดชอบต่อสังคม หรือการจัดทำ CSR จะได้รับความสำคัญมากขึ้น มีความชัดเจนมากขึ้น นายสมภพ อมาตยกุล ประธานคณะกรรมการรางวัลคุณภาพแห่งชาติ เคยให้ความเห็นว่าการพิจารณาตรวจประเมินก็น่าจะอิงหลักการของ “ISO 26000” ซึ่งว่าด้วยเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยตรง
 
เช่นเดียวกับที่ ดร.โดนัลด์ ซี.ฟิชเชอร์ ผู้อำนวยการ Mid-South Quality and Productivity Center จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเคยได้รับเชิญจากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งประเทศไทยมาเป็นวิทยากรในการสัมมนา
 
ดร.ฟิชเชอร์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและการตรวจประเมินตามเกณฑ์การรับรองรางวัลคุณภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาได้เสนอกระบวนการ Baldrige Green ซึ่งเน้นสร้างความสมดุลใน "ผลสุดท้ายของการทำธุรกิจ" 

ให้มีความสมดุล 3 ด้าน (Triple Bottom Line) คือ
 
       1.ด้านเศรษฐกิจ คือกำไร หรือผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ 
       2.ด้านสิ่งแวดล้อม คือให้เกิดผลดีต่อทุนทางธรรมชาติ โดยมุ่งปกป้องโลกของเราใบนี้ 
       3.ด้านสังคม คือการคำนึงถึงทุนมนุษย์ทั้งในองค์กร ลูกค้า และคนในชุมชน เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี
 
 แนวคิด Baldrige Green ดังกล่าวซึ่งเป็นหลักการ CSR มีเป้าหมายไปสู่ความยั่งยืนขององค์กร(Corporate Sustainability)
 
 มีผู้เข้า่ร่วมรับฟังการบรรยายของ ศ.ดร.อัญญา ขันธวิทย์ ซึ่งเป็นดาวเด่นทางวิชาการของคณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระดับเป็น “นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ” ซึ่งนำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง “ACSR-Implementation Model for Value Creation” ก็ได้ยืนยัน องค์ความรู้เพิ่มขึ้น
 
       ตัวแบบจำลองที่เสนอให้ธุรกิจคำนึงถึง 3 ประการ คือ
 
       1.Performance คือ การบริหารเพื่อสร้างมูลค่าสูงสุด ก็ต้อง "มีความเก่ง"
 
       2.Conformance คือ กำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Governance หรือ CG) "ซื่อสัตย์"
 
       3.Responsibility คือ มีความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility หรือ CSR) "เชื่อถือได้"
 
 ศ.ดร.อัญญา ย้ำว่าต้องมีการบริหารเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น โดยไม่เบียดเบียนใคร รวมทั้งไม่ทำลายสังคมและสิ่งแวดล้อม กิจการก็จะเจริญอย่างยั่งยืน
 
 “CSR จึงเป็นกิจกรรมการบริหารจัดการองค์กรเชิงกลยุทธ์ ไม่ว่าการทำแผนจัดซื้อ การผลิตและการตลาด หลัก CSR ต้องแทรกอยู่ในทุกกระบวนการ”
 
แสดงว่าต้องมีทั้งความเก่งและความดี หรือมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และคุณธรรม เพื่อสร้างมูลค่าที่สูงขึ้นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทุกด้าน

อ้างถึง : 1. สุวัฒน์ ทองธนากุล
            2. ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ / 30 มีนาคา 2555
            3. สถาบันพิ่มผลผลิตแห่งชาติ 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน