• khunphiphat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : khunphiphat@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-01
  • จำนวนเรื่อง : 87
  • จำนวนผู้ชม : 178776
  • ส่ง msg :
  • โหวต 45 คน
khunphiphat
หวังว่าจะมีคน มอง คิด เห็น เหมือนๆกันบ้าง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphiphat
วันอังคาร ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2550
Posted by khunphiphat , ผู้อ่าน : 2119 , 00:30:58 น.  
หมวด :

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มีคนถามผมว่าทำไม ไม่เข้าเรื่อง “Lateral Thinking” ซักที!!




ยังครับ..อ่านเรื่องนี้ก่อน






ณ มหาวิทยาลัย”โคเปนเฮเกน”



มีโจทย์ข้อหนึ่งในข้อสอบวิชาฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัย ดังนี้...






"จงอธิบายว่าท่านจะใช้ “บารอมิเตอร์” วัดความสูงของตึกระฟ้าได้อย่างไร?" 





รู้จักกันนะครับ...

 


ว่า ”บาร์รอมิเตอร์”นี่ก็คือเครื่องมือวัดความกดอากาศนั่นเอง 


(อธิบายเพิ่มเติมก็คงต้องบอกว่า อากาศนั้นมันมีน้ำหนักหรือมีแรงกดนั่นเอง 


และแรงกดของอากาศนั้นเมื่ออยู่ในระดับความสูงที่เปลี่ยนไป 


ความกดอากาศก็เปลี่ยนไปด้วย ที่ระดับน้ำทะเล ความกดอากาศคือ 1013) 





นักศึกษาคนหนึ่งเขียนคำตอบลงไปว่า... 






"เอาเชือกยาวๆ ผูกกับบารอมิเตอร์แล้วหย่อนลงมาจากยอดตึก 


แล้วก็เอาความยาวเชือกบวกความสูงบารอมิเตอร์ก็จะได้ความสูงของตึก" 






ฟังดูเป็นอย่างไรครับคำตอบนี้? ผมฟังครั้งแรกผมยังอมยิ้มเลยครับ!!! 





แต่อาจารย์ที่ตรวจข้อสอบไม่นึกขำด้วย


อาจารย์ตัดสินให้นักศึกษาคนนั้น ”สอบตก” 



นักศึกษา”ผู้นั้น”ยืนยันต่ออาจารย์ที่ปรึกษาว่า 


คำตอบของเขาควรจะถูกต้องอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง 


และคำตอบของเขาก็สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์




ทางมหาวิทยาลัยจึงตั้งกรรมการชุดหนึ่งมาตัดสินเรื่องนี้


และในที่สุดคณะกรรมการก็มีความเห็นตรงกันว่า 


คำตอบนั้น ”ถูกต้อง” อย่างแน่นอน!!! 



แต่!! เป็นคำตอบที่ไม่แสดงถึงความรู้ความสามารถทาง”ฟิสิกส์” ดังนั้น 



เพื่อเป็นการแก้ข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น 


ทางคณะกรรมการจึงให้เรียกนักศึกษาคนนั้นมา 


แล้วให้สอบข้อสอบข้อนั้นอีกครั้งหนึ่งต่อหน้า โดยให้เวลาเพียง 6 นาที 


เท่ากับเวลาในการสอบข้อสอบเดิม 


เพื่อหาคำตอบที่แสดงให้เห็นถึงความรู้ทางด้าน”ฟิสิกส์” 




หลังจากผ่านไป 3 นาที นักศึกษาคนนั้นก็ยังนั่งนิ่งอยู่ 


กรรมการจึงเตือนว่า เวลาผ่านไปครึ่งหนึ่งแล้วจะไม่ตอบหรืออย่างไร? 


นักศึกษาหัวรั้นจึงตอบว่า เขามีคำตอบมากมายที่เกี่ยวกับฟิสิกส์ 




แต่ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะใช้คำตอบไหนดี? 




และเมื่อได้รับคำเตือนอีกครั้ง 


นักศึกษาจึงเขียนคำตอบลงไปดังนี้... 




“ให้เอาบารอมิเตอร์ขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกและทิ้งลงมา จับเวลาจนถึงพื้น, 


ความสูงของตึกหาได้จากสูตร H=0.5g*t กำลัง 2” 




หรือถ้าแดดแรงพอ 


“ให้วัดความสูงบารอมิเตอร์แล้วก็วางบารอมิเตอร์ให้ตั้งฉากพื้น 


แล้ววัดความยาวของเงาบารอมอเตอร์ 


จากนั้นก็วัดความยาวของเงาตึก 


แล้วคิดด้วยตรีโกณมิติก็จะได้ความสูงของตึกโดยไม่ต้องขึ้นไปบนตึกด้วยซ้ำ” 





หรือถ้าเกิดอยากใช้ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์มากกว่านี้ 


“ก็เอาเชือกเส้นสั้นๆ มาผูกกะบารอมิเตอร์แล้วแกว่งเหมือนลูกตุ้ม 


ตอนแรกก็แกว่งระดับพื้นดิน แล้วก็ไปแกว่งอีกทีบนดาดฟ้า 


ความสูงของตึกจะหาได้จาก ความแตกต่างของคาบการแกว่ง 


เนื่องจากความแตกต่างของแรงดึดดูดจากจุดศูนย์กลางของมวล 


คำนวณจาก T = 2 พาย กำลัง 2 รากที่ 2 ของ l/g” 




ถ้าตึกมีบันไดหนีไฟ นอกตึก...ก็ง่ายๆ 


“เดินขึ้นไป แล้วเอาบารอมิเตอร์ทาบแล้วก็ทำเครื่องหมายไปเรื่อยๆ 


จนถึงยอดตึกนับไว้คูณด้วยความสูงของบารอมิเตอร์ก็ได้ความสูงตึก” 





แต่ถ้าคุณเป็นคนที่น่าเบื่อและยึดถือตามแบบแผนจำเจซ้ำซาก 


“คุณก็แค่เอาบารอมิเตอร์วัดความดันอากาศที่พื้นและที่ยอดตึก 


คำนวณความแตกต่างของความดันก็จะได้ความสูง” 





ส่วนวิธีสุดท้ายง่ายและตรงไปตรงมาก็คือ 


ไปเคาะประตูห้องภารโรง...แล้วบอกว่า 



“คุณภารโรงครับ.. 

อยากได้บารอมิเตอร์ สวยๆ ใหม่เอี่ยมสักอันไหม.. 

ช่วยบอก”ความสูง”ของตึกให้ผมทีแล้วผมจะยกให้” 






นักศึกษาคนนั้นคือ นีล โบร์ 


ผู้ได้รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปีค.ศ.1922




เนียแหละครับ...ตัวอย่าง

"การคิดแนวกว้าง"หรือ"การคิดแนวข้าง"หรือ“Lateral Thinking”

เมื่อเกือบร้อยปีมาแล้ว..!!! 



ที่ผมอธิบาย ทฤษฎี “Lateral Thinking” แบบนี้


เรียกว่าเป็นการ “อธิบายแนวขวาง” หรือเปล่า?? ฮิฮิ 




พรุ่งนี้ค่อยว่ากันต่อ...ในตอนต่อไป 


ในรายละเอียด!! ที่ว่าด้วยทฤษฎี “Lateral Thinking” ละกัน






ก่อนจาก...มีการบ้านซักหน่อย





"จงลากเส้นตรง4เส้น ให้ผ่านจุดทั้งหมด... ข้างบนนี้ 

โดยไม่ยกปากกาขึ้นแม้แต่นิดเดียว"




คำถามนี้ มิได้แปลกใหม่ แต่ประการใด มีมากว่าร้อยปีแแล้ว...


ไม่ต้องไปค้นหาหาคำตอบ หรอกครับ เดี๋ยวไม่สนุก...่ลองคิดเล่นๆดู


ถูกผิด..ไม่มีคะแนน






แล้วค่อยมาว่ากัน!!!!!!







อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
khunphiphat วันที่ : 06/02/2007 เวลา : 16.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphiphat

เห็นด้วยครับ โลกนี้...ไม่ว่าจะตาสีอะไร
”ไม่มีใครโง่ และใครฉลาด ไปทุกเรื่อง”

และเห็นด้วย อย่างยิ่งครับ...
กับการทำอะไรแล้วตัวเอง “อิ่มเอม” มีความสุข
ทำไปเถอะ...
นั่นเป็นสิ่งที่ ”สุดยอด” ของชีวิตแล้วครับ..

ถ้าให้เลือก ว่าจะไปสนามหลวงทางไหน?
“ผมคงตอบว่า ผมไม่ไป!! เพราะผมไม่ชอบไปสนามหลวง”
นั่นทำให้ผมมีความสุขมากกว่า..


แต่ถ้าวันหนึ่ง ผมได้รับโทรศัพท์มาว่า “พ่อผมไม่สบายอยู่ที่ นั่น...!!!”


ผมควรจะไปไหม? ไปอย่างไร? ไปทางไหน????


ที่แน่ๆ ในขณะนั้น ผมคงไม่ “อิ่มเอม” กับการไป ทางอ้อม.. เป็นแน่แท้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
sound วันที่ : 06/02/2007 เวลา : 15.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sound

คุณพยายามจะบอกว่า คนเราต้องคิดนอกกรอบใช่เปล่า

แต่ผมว่า ความคิดของฝรั่งตาน้ำข้าวเหล่านี้ ไม่ใช่ว่าจะดีเลิศเสมอไป

การคิดแนวกว้าง แนวขวาง หรือแนวดิ่ง

ผมไม่ทราบว่า แนวคิดไหนจะดีที่สุด มีผลลัพธ์ถูกใจสังคมที่สุด หรือ ถูกใจคุณที่สุด

ตรงนี้เอาอะไรมาวัดครับ

ok ว่า บรรทัดฐานเหล่านี้ ถูกอ้างอิงตามทฤษฎีมานานแล้ว

แต่กับโลกปัจจุบัน โลกจริง ที่ความคิดนอกกรอบแตกยอดไปจนไม่รู้กิ่งก้านสาขา

ผมว่า ไม่มีใครบอกได้ว่า แนวคิดนั้นถูกที่สุด ดีที่สุด หรอก

คำตอบจะ กิ๊บเก๊ ปิ๊ง จะคม เช่นไร

แต่มันไม่สามารถทำให้คน(ส่วนใหญ่ หรือจะส่วนรวม หรือส่วนน้อย) "ถูกใจ"ได้เสมอไป

สังคมมนุษย์ กำลังสอนให้คนเรา "กังวล" ต่อคำตอบที่ทำให้คนส่วนใหญ่ พอใจ มากที่สุดมากกว่า

โจทก์ที่คุณเสนอมา ผมไม่ปฏิเสธ ว่า ได้ลับสมอง (มากๆ)ครับ

แต่อยากจะให้คิดในมุมกลับกันหน่อย

แน่นอนทางไป"สนามหลวง" ไม่ได้มีหลายเส้นทาง

แต่ทางไหนล่ะ ที่คุณไปแล้ว อิ่มเอมที่สุด

แม้มันจะเป็นทางอ้อม ทางที่ทุกควรแซวคุณว่าโง่

แต่เมื่อคุณเลอืกแล้ว สบายใจ

ทำไปเถอะครับ


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Naive@KnowledgeValley วันที่ : 06/02/2007 เวลา : 08.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/WeeklyExperience

1.อ่านแล้วสรุปได้ว่า ทางไปสนามหลวงไปได้หลายทาง
2.การตอบโจทย์ข้อนี้ต้องคิดนอกกรอบครับ!

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28      



[ Add to my favorite ] [ X ]