• khunphiphat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : khunphiphat@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-01
  • จำนวนเรื่อง : 87
  • จำนวนผู้ชม : 178912
  • ส่ง msg :
  • โหวต 45 คน
khunphiphat
หวังว่าจะมีคน มอง คิด เห็น เหมือนๆกันบ้าง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphiphat
วันจันทร์ ที่ 27 สิงหาคม 2550
Posted by khunphiphat , ผู้อ่าน : 1936 , 10:05:20 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


มาค้นหา พลังส่วนขับเคลื่อนที่แท้จริง จาก กฎความไม่สมดุล กันเถอะ



วันก่อนอ่านเจอผลการ research ครั้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ที่ลงขันโดยมาเฟีย ยักย์ใหญ่  หลายๆเจ้า
สั่งทำการวิจัยครั้งใหญ่ที่สุด แล้วแชร์ผลวิจัยกัน

มหากาพย์ การวิจัย ครั้งนี้ ทำการสำรวจธุรกิจ พฤติกรรม ผู้บริโภค
ทั่วโลก ด้วยจำนวน "แซมปลิ้ง ไซด์" มากเป็นล้านๆคน
ทุกพื้นที่ในโลก

เสียเงินขนาดนี้ ผลที่ได้แบบละเอียด ไม่เอามาแจกฟรีครับ
แต่มีตัวเลขอันหนึ่งที่น่าสนใจมากๆๆๆๆๆ

การวิจัยครั้งนี้ พบว่า...

“80% ของยอดขาย ในทุกธุรกิจ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่แค่ไหน มักจะมาจากลูกค้า จำนวน 20%”

เข้าใจไหมครับ!!!

ไม่เป็นไร....อ่านต่อกันเถอะ


80 : 20 เลขนี้ ชวนให้ผมนึกถึง.. ทฤษฎีอันหนึ่ง


“Pareto principle 80-20 rule”

มารูจักกันนิดหนึ่ง...
เมื่อปี 1906 ร้อยปีมาแล้ว “Vilfredo Pareto” ชาวอิตาลี่
ได้ตั้งข้อสังเกตุ อันโด่งดัง ในยุคนั้นไว้ว่า...

“20% of the population owned 80% of the property in Italy”

Pareto ได้สังเกตความสัมพันธ์ระหว่างรายได้และความมั่งคั่งกับสัดส่วนประชากร
ของประเทศอิตาลีในศตวรรษที่ 19 พบว่าร้อยละ 80 ของรายได้และความมั่งคั่งของ
ประเทศท้งหมดมาจากประชากรร้อยละ 20 ของประเทศ

ครับ 80% ของทรัพย์สิน ในอิตาลี่ ถูกครอบครองโดย คน 20% (คุ้นๆนะ)

และ Pareto ยังแสดงข้อมูลนี้ ในหลายช่วงเวลาของอิตาลี และไม่น่าเชื่อประเทศอื่นๆ 
ในเวลานั้น ในทุกๆแห่ง ก็เป็นไปในลักษณะเดียวกัน Pareto จึงตั้งชื่อปรากฎการณ์นี้ว่า


“Pareto principle 80-20 rule”


80 : 20 ก็ไม่เห็นแปลก... !!

ยังครับ ยังมีปรากฎการณ์อื่นที่สอดคล้องกับสิ่งที่ Pareto ค้นพบ มาดูกันต่อ

ต่อมานักวิชาการหลายๆคนค้นพบความสัมพันธ์
ของสัดส่วน 80 : 20 ในทุกๆเรื่องอย่างน่าทึ่ง เช่นว่า...

สินค้า จำนวน 20 % จะกินพื้นที่ 80 % ใน warehouse

เพื่อนหรือญาติ 20% เค้าใช้คำว่า..มีส่วน "nurturing support and satisfaction" เรา 80%

ข้อบกพร่อง 20 % เป็นเหตุของปัญหา 80%

งาน 20% กินเวลา 80% ของเรา

มีคำศัพท์เพียง 700 คำในภาษาอังกฤษที่ใช้กันอยู่ถึงสองในสามของการสื่อสารพูดคุยในชีวิตประจำวัน และ 700
คำเป็นรากศัพท์ของคำในภาษาอังกฤษทั้งหมดกว่าร้อยละ 80

Twenty percent of your activities will account for 80 percent of your success.

หรือเสื้อผ้าสุดสวยในตู้เสื้อผ้าเรา..ลองดูซิว่าเราใช้กี่เปอร์เซนต์


และอื่นๆอีกมากมาย


80/20 จึงเชื่อว่าเป็นตัวเลขมหัศจรรย์
ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยที่สุดในความไม่สมดุลของสิ่งต่างๆ ในโลก 


ต่อมากฎของ Pareto ถูกมาประยุกต์ และถูกเรียกว่า


“กฎของการออกแรงน้อยที่สุด” (Principle of Least Effort) เป็นกฎยอดนิยม ตอลดกาลของผม



“ในสิ่งที่เรา ใส่ไป 20% จะให้ผลออกมาให้เรา 80%”



บริษัทใหญ่ๆ ในสหรัฐอเมริกาหลายแห่งได้นำเอาข้อสังเกตของความไม่สมดุล หรือกฎ 80/20 นี้ มาประยุกต์ใช้ เช่น บริษัทจะทราบว่ายอดขาย กำไร หรือการใช้งาน ไม่ได้มาจากส่วนใหญ่ (จำนวนสินค้า จำนวนคน กลยุทธ์) อย่างเท่าเทียม แต่มาจากุส่วนน้อยที่มีคุณภาพ ต่างหาก


หรือ ในปี 1963 บริษัท IBM สำรวจพบว่าร้อยละ 80 ของเวลาและทรัพยากรในการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดจะเป็นการใช้งานจากโค้ดของ Operating System เพียงร้อยละ 20 เท่านั้น ดังนั้น IBM จึงได้ปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้ใช้ประโยชน์จากส่วนร้อยละ 20 นี้ให้ดีขึ้น ทำให้ส่วนนี้สามารถถูกใช้งานได้อย่างสะดวก ง่ายขึ้น และมีประสิทธิภาพ


...จึงทำให้คอมพิวเตอร์ของ IBM ในยุคนั้นทำงานเร็ว และมีประสิทธิภาพกว่าคู่แข่ง



อย่าลืม!! เค้าค้นพบว่า... “ในสิ่งที่เรา ใส่ไป 20% มักจะให้ผลออกมาให้เรา 80%”



นอกจากนั้นวิศวกรอเมริกันชื่อ Dr.Joseph Juran ได้นำ
“Pareto principle 80-20 rule” มาต่อยอดให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Quality Revolution
ระหว่าง 1950 – 1990 ต่อมาได้พัฒนากลายเป็นแนวคิดของ
Total Quality Control และ Six Sigma ในเวลาต่อมา


ผลงานส่วนใหญ่ จะมาจากการทำงานที่เกิดขึ้นในการใช้เวลาส่วนน้อยในแต่ละวัน
หรือเวลาทำงานทั้งหมดของเรามิได้มีผลต่อความก้าวหน้าในงานของเรา

ดังนั้นเราต้องทราบว่าเวลาที่สำคัญส่วนน้อยที่เป็นประโยชน์มากนั้นอยู่ตรงไหน
และจะใช้มันให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไรต่างหาก


“ในสิ่งที่เรา ใส่ไป 20% มักจะให้ผลออกมาให้เรา 80%”


เคยไหม?

ทำงานสายตัวแทบขาด แต่ไม่เห็นได้งานสมกับแรงกายแรงใจที่ทุ่มเทไป

การตัดสินใจไม่กี่ครั้งกลับมีความสำคัญมากกว่าการตัดสินใจส่วนใหญ่

เราอาจจะประหลาดใจที่ได้เห็นเพื่อนบางคนไม่ได้เรียนหนัก แต่มีความรู้และได้คะแนนดี ซึ่งเราจะพบว่าหนังสือที่ต้องอ่าน หรือเนื้อหาการบรรยายที่ต้องทำความเข้าใจทั้งหมดมีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้นที่เป็นหัวใจในการตอบคำถามในการสอบ ประเด็นอยู่ตรงที่...


"ร้อยละ 20 นั้นคืออะไร ? และอยู่ตรงไหน?" 



หาให้เจอ... !!



“You know 20 percent of you stock takes up 80 percent of your warehouse space


ดังนั้น!!!


.......and that 80 percent of your stock comes from 20 percent of your suppliers. Also 80 percent of your sales will come from 20 percent of your sales staff. 20 percent of your staff will cause 80 percent of your problems, but another 20 percent of your staff will provide 80 percent of your production.”



ลองคิดต่อ...!!!

เห็นไหมครับ ตรงกับผลวิจัยเฉยเลย!!!



ลองประยุคสัดส่วนแห่งความไม่สมดุล

Pareto principle 80/20 rule นี้มาใช้ดูครับ

ทั้งงาน ธุรกิจ และ ส่วนตัว...

อะไรก็ได้ 70//30, 90/10, 85/15.....


หาจุด "sweet spot" ของคุณให้เจอ!!!


start "living the 80/20 way"













เพราะ

your input...

20% จะมีความสำคัญ 80% อีก 30% จะมีความสำคัญ 15% และอีก 50% จะมีความสำคัญเพียงแค่ 5% เท่านั้น




อย่าลืมครับ..หา sweet spot (จุดที่ดีที่สุด) ของคุณ ของทุกสิ่ง.. ให้เจอ!!!



แล้วคุณจะ เข้าสู่ ...

Principle of Least Effort “กฎของการออกแรงน้อยที่สุดแต่ได้ประโยชน์มากที่สุด” 







เป็นครั้งแรก ที่รู้สึกว่าถ่ายทอดไม่ได้.. เท่าที่รู้ครับ
ลองหาอ่านเพิ่มเติมกันดู..


สุดท้าย.. 

ผมใช้เวลา 20% ในการเขียน เอ็นทรี่ นี้ .. 
แต่ต้องเสียเวลา อีก 80 % ในการปรับแต่งแก้ไข ให้สละสวย..


โชคดีครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
TheQueenofNostalgia วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 19.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

หา sweet spot ให้เจอ
นี่อาจจะยากกว่าการค้นพบ 20/80 รึเปล่า

น่าสนใจมากๆ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
tanwa วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 23.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanwa

เป็นศาสตร์ ที่น่าศึกษามากครับ ขอเวลาตั้งหลักหน่อยท่าจะดี

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
shogun วันที่ : 27/08/2007 เวลา : 19.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shogun

แม้จะเป็นเอนทรีที่"หนัก" แต่หาได้ทำให้มวลแห่งปัญญาอ่อนด้อยครับ


โดนใจ ในวิถีของ "80-20" ที่ขอปรับเป็นแง่มุมแห่ง"งาน"


ที่ก้าวมายืนถึงจุดนี้ ในหน้าที่ของการงาน


ทฤษฎี 80-20 มีส่วนพอควรครับ


80 ผมอาจใส่ลงไปที่ กิเลส ตัณหา ความเป็นตัวของตัวเอง


ตามสุภาษิต "ทำอะไรได้อย่างใจ คือไทยแท้ "อะไรทำนองนั้นแหละครับ


เมื่อเวลาส่วนใหญ่ไม่เครียด เวลาที่เหลือทำให้"สมอง" สามารถจัดระบบความคิด


จะคิดนอกกรอบ หรือลบกรอบแลวค่อยคิดกันใหม่ ก็แล้วแต่?


ส่วนอีก 20 ที่เหลือ ผมกลับมุ่งมั่นต่อมันเป็นพิเศษ


โดยเฉพาะการ"อ่าน"


จนขยายมาเป็น การศึกษาคำว่า"มนุษย์"


และคำว่า"มนุษย์" นี่แหละครับ ที่ทำให้โลกแห่งการเรียนรู้ไม่มีวันจบ


"นายของผม" ที่กินเงินเดือนหลักเฉียดล้าน ผมค่อยๆศึกษาวิถีของเขาอย่างละเอียด


จะเชื่อหรือเปล่าครับ เขาสามารถแบ่งภาคเป็น 100-0 และ 0 -100


งานคือธุรกิจ


เรื่องส่วนตัวคือธุรกิจที่สนุกกับงาน


นายผม บอกเสมอ เมื่อคุณสนุกกับงาน คุณจะลืมวันเวลาแห่งความเครียด


นายผม เขาทำได้ยังไง เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วย "อาการบ้างานแล้วประสบผลสำเร็จ" ที่ต้องศึกษาจริงๆครับ


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 27/08/2007 เวลา : 10.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

แวะมาทักทายและชวนไปเที่ยวงานวัดในซิดนีย์ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]