*/
  • เขียดขาคำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ratchacc@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-04-29
  • จำนวนเรื่อง : 159
  • จำนวนผู้ชม : 595712
  • จำนวนผู้โหวต : 128
  • ส่ง msg :
  • โหวต 128 คน
วันเสาร์ ที่ 1 มีนาคม 2557
Posted by เขียดขาคำ , ผู้อ่าน : 4816 , 14:06:10 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่มดเดือนMarch , คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว โหวตเรื่องนี้

.

ผ่าทางตัน พบทางออก นับถอยหลัง ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ จงอดทนรอ อย่าให้เสียเลือดเนื้อ

.

.

.

 

 

'นิติธร'ชี้ ต้องชุมนุมอีก 3 เดือน ถึงจะชนะรัฐบาล
วันที่ 28 ก.พ. 2557


...


วันที่ 27 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่สะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลกข้างทำเนียบรัฐบาล ยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุวุ่นวายใดๆ เกิดขึ้น

โดยนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. กล่าวว่า วันนี้ คปท. ยังไม่มีกิจกรรมเคลื่อนไหวไปที่ไหน เนื่องจาก ต้องให้เวลาส่วนราชการต่างๆ รอบพื้นที่ชุมนุมของ คปท. ให้ความร่วมมือหยุดปฏิบัติราชการ สนับสนุนรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 7 มี.ค. ก่อน ทาง คปท. และ กปปส. จะประเมินสถานการณ์ร่วมกันอีกครั้ง

ซึ่งจากการใช้ยุทธศาสตร์ ขอความร่วมมือข้าราชการ ให้ยุติสนับสนุนรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ถือว่า คปท.และ กปปส. ประสบความสำเร็จในแง่ของยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหว ข้าราชการในหน่วยงานต่างๆ เริ่มมีพฤติการณ์ออกห่างจากรัฐบาลมากขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ แม้กระทั่งคณะรัฐมนตรี ในพรรคร่วมรัฐบาล เริ่มโดดเดี่ยวให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะรัฐมนตรีใกล้ชิดในพรรคเพื่อไทย ไม่กี่คนต่อสู้รักษาตำแหน่งเพียงลำพัง อย่างไรก็ตาม การต่อสู้เพื่อล้มระบอบทักษิณ และขบวนการคอร์รัปชัน ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อย ไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ภาคประชาชนจึงจะชนะ

...

(ไทยรัฐออนไลน์)

.

.

.

สุเทพประกาศคืนพื้นที่จราจรให้คนกทม.เริ่ม3มี.ค. ตั้งเวทีใหม่สวนลุมพินี พร้อมเตรียมปรับทัพเดินหน้าตัดท่อน้ำเลี้ยงธุรกิจชินฯ-กดดันราชการ

(โพสต์ทูเดย์)

...
พวกผมประชุมกันจึงขอคืนพื้นที่การจราจรสามแยกสี่แยกไม่ให้ชาวกทม.เดือดร้อนอีกแล้ว ไม่ใช่ร.ต.อ.เฉลิม มาขอร้อง แต่ว่าพวกเราเข้าอกเข้าใจกันจึงเต็มใจคืนพื้นที่ถนนอโศก ราชประสงค์ ปทุมวัน สีลม ตั้งแต่วันจันทร์นี้เป็นต้นไปเราจะทำความสะอาดทั้งปทุมวัน ราชประสงค์ สีลม อโศก แต่ไม่ต้องตกใจว่าเราเลิกต่อสู้ แต่เราจะสู้ต่อไป ด้วยความมุ่งมั่นและหวังว่าเมื่อพวกเราได้แสดงน้ำใจกับพี่น้องกรุงเทพฯจะได้ความรักและน้ำใจจากพี่น้องชาวกรุงเทพและออกมาต่อสู้กับพวกเราด้วยความสุขมากขึ้น

“นี่เป็นการจัดทัพใหม่ สวนลุมพินีเหมือนอยู่บ้าน มีที่พักสบาย อาหารการกินไม่ต้องห่วง เหมือนเดิม ดนตรีเพราะ ผมมีความคิดพอตั้งหลักเรียบร้อยอาจต้องจัดคอนเสริ์ตหลายหนเพื่อตั้งกองทุนให้เด็กกำพร้าที่พ่อแม่เสียชีวิต คนละ 2 ล้านบาท”
...


 

ทางออกของประเทศ 2 เมษายน 2557
หมดอายุของรัฐบาลรักษาการ

“ปัญหาของรัฐบาลรักษาการ” จะมีอายุอยู่ได้นานเท่าใดนั้น จะต้องพิจารณาจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 127 และมาตรา 172
ซึ่งหลังจากที่นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลให้มีประกาศพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2556 อันเป็นผลให้รัฐมนตรีทั้งคณะต้องสิ้นสุดลง ตาม รธน.มาตรา 180(2) ซึ่งการทำหน้าที่ในระหว่างการยุบสภาผู้แทนราษฎรและในระหว่างที่มีการจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่นั้น รธน.มาตรา 181 วรรคแรก ได้บัญญัติให้ คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า คณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่
ซึ่ง “คณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่” ตาม รธน.มาตรา 181 วรรคแรก จะเกิดขึ้นได้ภายในเวลาเท่าใด จะต้องเป็นไปตาม รธน.มาตรา 127 และมาตรา 172
ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 127 วรรคแรก ที่บัญญัติว่า “ภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก” และ มาตรา 172 วรรคแรกที่บัญญัติว่า “ให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่ตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเรียกประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรกตามตรา 127”
ส่วน “วันเลือกตั้ง” ได้กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร ให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ดังนั้น การนับเวลาให้มีการประชุมรัฐสภาครั้งแรก ซึ่งจะตกเวลาประมาณวันที่ 2 มีนาคม 2557 ตาม รธน.มาตรา 127 ดังกล่าว และจากนั้น ให้สภาผู้แทนราษฎร ประชุมกันเพื่อให้ตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรกดังกล่าว ตาม รธน.มาตรา 172 ซึ่งจะตกอยู่ประมาณวันที่ 2 เมษายน 2557
โดยรวมแล้ว รัฐบาลรักษาการจึงมีอายุอยู่ได้ไม่เกิน 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง คือ จะครบเวลาในวันที่ 2 เมษายน 2557
และนับตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2557 เป็นต้นไป รัฐบาลรักษาการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็จะต้องสิ้นสุดลง ส่วนตัวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็จะกลายเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2557 เป็นต้นไป
ความสิ้นสภาพหรือสิ้นสุดลงของคณะรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 127 และมาตรา 172 ดังกล่าว มีผลทำให้ ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2557 ไม่มีรัฐบาลรักษาการอีกต่อไป อันจะทำให้รัฐบาลไม่มีอำนาจหน้าที่จะบริหารประเทศ ไม่อาจประชุมหรือไม่มีอำนาจสั่งการใดๆ กับข้าราชการและหน่วยงานราชการทั้งประเทศ
รวมถึงคณะรัฐมนตรีรักษาการ และตัวรัฐมนตรีรักษาการเอง ไม่มีอำนาจใช้สถานที่และอุปกรณ์ทรัพย์สินของทางราชการ เช่น รถยนต์ อีกด้วย
อีกทั้ง เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง หรือเงินค่าตอบแทน ก็ไม่จ่ายให้กับ อดีตรัฐมนตรีอีกด้วย
หากคณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรีคนใด ยังคงฝ่าฝืนที่จะสั่งการหรือทำหน้าที่อีกต่อไป ก็จะไม่มีผลทางกฎหมายและจะตกเป็นโมฆะ
เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ หรือหน่วยงานราชการใดที่ดำเนินการหรือปฏิบัติตามคำสั่งของมติคณะรัฐมนตรี หรือตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ก็จะกลายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นความผิดทางอาญา มาตรา 157 เป็นอย่างน้อย และจะต้องใช้เงินหรือชดใช้เงินคืนแก่รัฐพร้อมดอกเบี้ยอีกส่วนหนึ่งด้วย
นับแต่วันที่ 3 เมษายน 2557 เป็นต้นไป พนักงาน ข้าราชการ และหน่วยงานราชการ รวมถึงองค์อิสระต่างๆ จึงไม่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งจากรัฐบาลอีกต่อไป


ส่วนที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลอ้างว่า คณะรัฐมนตรีรักษาการ จะต้องอยู่ต่อไปจนกว่าจะได้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามารับหน้าที่ ตาม รธน.มาตรา 181 นั้น คงพิจารณาดู รธน.เพียงมาตรา 181 มาตราเดียวไม่ได้ คงต้องพิจารณาดู รธน.มาตรา 127 และมาตรา 172 ประกอบด้วยกันดังกล่าว


แต่หากคณะรัฐมนตรีรักษาการ จะยึดหลักที่จะอยู่ต่อไป ตาม รธน.มาตรา 181 มาตราเดียวแล้ว จะกลายเป็นว่า รัฐบาลรักษาการชุดนี้จะต้องอยู่รักษาการตลอดไปโดยไม่มีกำหนด ซึ่งไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น


ดังนั้น รธน.มาตรา 181 จึงได้บัญญัติไว้พิ่มว่า ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุตาม มาตรา 180(2) คือ รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง เมื่ออายุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร แล้ว คณะรัฐมนตรีที่รักษาการจะปฏิบัติหน้าที่ได้เท่าที่จำเป็น ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ตาม รธน.มาตรา 181(1)-(4) ดังกล่าว
ซึ่ง “การปฏิบัติหน้าที่ได้เท่าที่จำเป็น” ตาม รธน.มาตรา 181 นี้เอง จึงทำให้ คณะรัฐมนตรีรักษาการมีเวลาที่จำกัด คือ อยู่ได้ไม่เกิน 60 วัน ตาม มาตรา 127 และมาตรา 172 ดังกล่าว ไม่อาจอยู่ได้โดยไม่มีจำกัดเวลา หรืออยู่ได้อย่างไม่มีกำหนด
และหากระยะเวลาล่วงเลยเวลาเกินกว่า 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง หากรัฐบาลรักษาการคงอยู่ในตำแหน่งและจะปฏิบัติหน้าที่อีกต่อไป ก็จะไม่อาจบริหารประเทศต่อไปได้ เพราะติดขัดด้วยบทบัญญัติมาตรา 181 ที่ทำให้รัฐบาลรักษาการปฏิบัติหน้าที่ได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่า ประเทศชาติจะได้รับความเสียหายอย่างมหาศาลไม่มีที่สิ้นสุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา ที่ไม่อาจจัดการเลือกตั้งให้เป็นวันเดียวกันได้ ตาม รธน.มาตรา 108 กล่าวคือ ยังไม่มีการรับสมัครรับเลือกตั้งใน 28 เขตเลือกตั้งใน 8 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งจะเปิดรับสมัครใหม่ก็ไม่ได้
ซึ่งตาม พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550 มาตรา 7(1) ได้บัญญัติว่า เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยกําหนดวันรับสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งต้องกําหนดให้มีการเริ่มรับสมัครไม่เกินยี่สิบวันนับจากวันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใช้บังคับ และต้องกําหนดวันรับสมัครไม่น้อยกว่าห้าวัน
และที่ผ่านมา กกต.ได้ประกาศกำหนดวันรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในวันที่ 23-27 ธันวาคม 2556 และเปิดรับสมัคร ส.ส.เขตในวันที่ 28 ธ.ค.56 - 1 ม.ค. 57 จนบัดนี้ก็ล่วงเลยเวลาตามที่ พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550 มาตรา 7(1) ได้บัญญัติไว้แล้ว ซึ่งกำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งตามกฎหมาย มาตรา 7 (1) ดังกล่าว กฎหมายใช้คำว่า “ต้อง”กำหนดให้มีการเริ่มรับสมัครไม่เกินยี่สิบวัน นับจากวันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งขณะนี้ระยะเวลาดังกล่าวได้ล่วงพ้นไปหมดแล้ว การที่ในบางเขตหรือบางจังหวัดไม่มีผู้สมัคร จึงเป็นเหตุพ้นวิสัยที่ไม่อาจเปิดรับสมัครได้ เพราะกฎหมายใช้คำว่า “ต้อง”ดังกล่าว ซึ่งเป็นสภาพบังคับ และไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดที่บัญญัติว่าให้ กกต.เปิดรับสมัคร ส.ส.ใหม่ได้ และ กกต.ก็เปิดรับสมัครใหม่ไม่ได้ เนื่องจากระยะเวลาการรับสมัครได้ล่วงพ้นไปหมดแล้ว และจะเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อ ปี พ.ศ.2549 มาเทียบเคียงก็ไม่ได้ เพราะ การรับสมัครใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าว เกิดการคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยว่า การเลือกตั้งในช่วงเวลาดังกล่าวตกเป็นโมฆะ ก็เคยมีมาแล้ว
ส่วนการสมัครรับเลือกตั้งใหม่ เฉพาะตำแหน่งที่ได้คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 20 ตาม พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550 มาตรา 88 ที่ให้มีการเปิดรับสมัครได้ใหม่ ก็เป็นกรณีของการเลือกตั้งแล้วไม่ได้จำนวนคะแนนตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นคนละกรณีกับ การไม่มีผู้สมัครใน 28 เขตและใน 8 จังหวัดภาคใต้ดังกล่าว ที่จะเปิดรับสมัครใหม่ไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับให้รับสมัครใหม่ได้
นอกจากนี้คะแนนที่ได้มีการนับไปแล้วเมื่อวันเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 นั้น แม้ว่า กกต.จะยังไม่ได้ประกาศผลคะแนนก็ตาม การจากการที่มีการนับคะแนนไปในบางหน่วยแล้วดังกล่าว ทำให้รับทราบผลคะแนนที่ได้ลงไปแล้วที่ประกาศหน้าหน่วยเลือกตั้ง ส่วนบางหน่วยเลือกตั้งที่ได้ประกาศปิดไปก่อนเวลา คะแนนก็ต้องถูกเก็บเอาไว้ แล้วในหน่วยเลือกตั้งก็ต้องมีการลงคะแนนกันอีก รวมทั้งในเขตที่ยังไม่มีผู้สมัครเลย หากจะมีการประกาศและจัดให้มีการเลือกตั้งกันใหม่ คะแนนที่ประกาศที่หน้าหน่วยเลือกตั้งไปแล้ว โดยเฉพาะผลคะแนนของบัญชีรายชื่อปาตี้ลีส เท่ากับว่าได้ทราบผลคะแนนไปก่อนล่วงหน้าแล้ว ผลคะแนนที่เกิดขึ้น มีแนวโน้มที่ก่อให้เกิดการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม อันเป็นเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดการเลือกตั้งที่ตกเป็นโมฆะได้
อันทำให้เห็นได้ว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 จึงไม่อาจทำให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 95% ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 127 ดังกล่าว ภายในวันที่ 2 มีนาคม 2557 ซึ่งทำให้เห็นได้ว่า แม้ว่าจะพิจารณาเฉพาะตาม มาตรา 127 เท่านั้น ก็ทำให้เห็นได้ว่า คงเกิดรัฐบาลใหม่ไม่ได้ตาม รธน.มาตรา 172 อย่างแน่นอน
ดังนั้น เมื่อพิจารณาตามเหตุผลมาข้างต้นแล้ว คณะรัฐมนตรีที่รักษาการอยู่ในปัจจุบันนี้ จึงคงอยู่ได้ไม่เกินเวลาวันที่ 2 เมษายน 2557 เท่านั้น
และหลังจากวันที่ 3 เมษายน 2557 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะรัฐมนตรีรักษาการ ก็คงจะพ้นจากตำแหน่งและกลายเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีต่อไป
นับแต่วันที่ 3 เมษายน 2557 เป็นต้นไป ประเทศไทยก็จะเกิดสุญญากาศ ไม่มีรัฐบาลรักษาการอีกต่อไป
ส่วนทางออกของประเทศไทยนั้น เมื่อไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ที่จะแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันเรียกประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรกตาม มาตรา 127 แล้ว จึงไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172
กรณีจึงเกิดการว่างเว้นนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็มในเข้ามาบริหารประเทศ และไม่มีหนทางที่จะได้นายกรัฐมนตรีมาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 127 และมาตรา 172 หรือมาตราอื่นได้ ยกเว้น มาตรา 7 และมาตรา 3 แห่งรัฐูธรรมนูญ ปัจจุบัน
เมื่อไปพิจารณารัฐธรรมนูญ มาตรา 7 ที่บัญญัติว่า “ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” และมาตรา 3 วรรคแรก ที่บัญญัติว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้“
ซึ่งเมื่อไปมองประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ตามประเพณีการปกครองระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ตามธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515 มาตรา 14 วรรคแรก บัญญัติว่า “พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง และรัฐมนตรีตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ และมีจำนวนตามสมควร ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน”
และช่วงเวลาดังกล่าวก็เป็นวิกฤติของบ้านเมือง ดังนั้น เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ จึงได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในภาวะบ้านเมืองที่ไม่ปกติเรียบร้อยดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นธรรมเนียมการปกครองที่เคยปฏิบัติมา โดยมีนายทวี แรงขำ รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
จากปัญหาที่เกิดขึ้นมาข้างต้นทั้งหมด เมื่อไม่สามารถมีสภาผู้แทนราษฎรมาแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน มาตรา 171 วรรค 2 ประกอบมาตรา 172 ได้ จึงเป็นกรณีที่ต้องใช้ประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ตามมาตรา 7 และมาตรา 3 ดังกล่าวมาเนินการเพื่อให้มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่
กรณี จึงไม่เห็นทางอื่นใด ที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ นอกจากจะขอพระราชทานนายกรัฐมนตรีคนกลาง เข้ามาตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เข้าทำหน้าที่บริหารประเทศโดยสมบูรณ์ต่อไป


ข้อสำคัญ เพื่อแก้วิกฤตความเสื่อมศรัทธาทางการเมือง เพื่อเป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนชาติ เพื่อไม่ให้การเสียชีวิตและบาดเจ็บไปเป็นจำนวนมากแล้ว และเป็นการแก้ปัญหาไม่ให้มีการปะทะ ต่อสู้ประหัตประหารของคนไทยด้วยกัน และเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศต่อไป /.

(เสรี สุวรรณภานนท์)


 

ถอดคำอธิบายของ อาจารย์ เสรี ออกมาให้เห็นเป็นภาพที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายๆ ได้ ตามนี้ครับ ...

 

 

เหน็ดเหนื่อย และอ่อนล้ามามากแล้ว พักรบ-สงบศึก เก็บเรี่ยวแรงไว้บ้าง

ระบอบทักษิณ ปวกเปียกป้อแป้ ใกล้จะล้มเต็มทีแล้ว

ที่เหลือ ปล่อยให้ วิบากแห่งกรรม ทำหน้าที่ต่อไป

 

กมฺมสฺสกา มาณว สตฺตา
กมฺมทายาทา กมฺมโยนี กมฺมพนฺธู กมฺมปฏิสรณา
กมฺมํ สตฺเต วิภชติ ยทิทํ หินปฺปณีตตาย


ดูกรมาณพ ...
สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน
มีกรรมเป็นทายาท มีกรรมเป็นมรดก
มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
มีกรรมเป็นที่พึ่งพิงอาศัย
กรรมย่อมจำแนกสัตว์ เพื่อให้เลวและประณีต

"ไม่มีใครหนีกรรมพ้น"

เมื่อทำกรรมอย่างใดไว้
ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม ย่อมจักเป็นทายาท
คือผู้รับผลแห่งกรรมนั้นเสมอ

อดทนรอกันต่อ อีกนิด

และ ..อย่าลืม!! เตรียมแห เตรียมอวน เอาไว้จับตะกวดกันด้วยนะครับ !!?#

 


 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 เขียดขาคำ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 01/03/2014 เวลา : 22.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

เพิ่ม M79 เอาไว้จับตะกวดด้วยนะครับคุณเขียด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน