*/
  • เขียดขาคำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ratchacc@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-04-29
  • จำนวนเรื่อง : 163
  • จำนวนผู้ชม : 600524
  • จำนวนผู้โหวต : 128
  • ส่ง msg :
  • โหวต 128 คน
วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2563
Posted by เขียดขาคำ , ผู้อ่าน : 398 , 13:45:49 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Chaoying โหวตเรื่องนี้

พระมหากษัตริย์ กับ ความเป็นไทย: ความเป็นไทย ๗ ประการ (อย่างย่อ)

 

 

แท้จริงแล้วคนไทยไม่ได้ภักดีต่อทหารและนักการเมือง แต่จงรักภักดีกับสถาบันกษัตริย์

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. ๒๔๗๕
ตามหลักทฤษฎีแล้ว ประเทศไทยจะมีพระเจ้าอยู่หัวหรือไม่ก็ได้
แต่ในความเป็นจริง ตลอดระยะเวลา ๗๐-๘๐ ปีหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ประเทศไทยใช้สองระบบสลับกัน คณะทหาร กับ การเลือกตั้ง ที่นำนักการเมืองเข้าปกครองประเทศ
โดยระยะเวลาในการปกครองประเทศทั้งสองระบบเกือบจะเท่ากัน

 

 

แท้จริงแล้ว คนไทยไม่ได้ภักดีต่อทั้งสองระบบนี้
แต่คนไทยจงรักภักดีกับสถาบันพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์ไทยต้องมีอยู่ตลอด
การที่พระเจ้าอยู่หัวทรงอยู่เหนือระบอบการเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงและผันผวนตลอดเวลาด้วยสองระบบนี้
จึงทำให้บ้านเมืองยังสามารถพัฒนาและเจริญก้าวหน้าได้
เห็นได้ชัดเจนจากรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙
เป็นระยะเวลา ๗๐ ปี พระมหากษัตริย์เป็นความมั่นคงและความต่อเนื่องของประเทศ
ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้


ความเป็นไทยประการที่ ๑ : ไม่ยอมตกอยู่ใต้การปกครองของชนชาติอื่น
ความเป็นไทยประการที่ ๒ : การสร้างชาติด้วยการผสมกลมกลืน ไม่ใช่การกำจัดชาติพันธุ์อื่น
ความเป็นไทยประการที่ ๓ : หากเราผสมกลมกลืนใครไม่ได้ เราก็สามารถอยู่กับเขาอย่างมีขันติธรรม
ความเป็นไทยประการที่ ๔ : ความเป็นไทยที่ทันโลกและเป็นสากล
ความเป็นไทยประการที่ ๕ : ไทยเป็นข้อยกเว้นของโลกตะวันออก(หรือเอเชีย)
ความเป็นไทยประการที่ ๖ : คนไทยขาดพระมหากษัตริย์ไม่ได้
ความเป็นไทยประการที่ ๗ : พระมหากษัตริย์กับประชาชนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน


ความเป็นไทยประการที่ ๑ : ไม่ยอมตกอยู่ใต้การปกครองของชนชาติอื่น
คนไทยนั้นรักในอิสรภาพและเอกราช โดยพระมหากษัตริย์และบรรพบุรุษของไทยสามารถรักษาเอกราชและอิสรภาพของไทย ไม่ยอมตกอยู่ใต้การปกครองของชนชาติอื่นมายาวนานกว่า ๗๐๐-๘๐๐ ปี โดยแทบจะไม่สะดุด
ยกเว้นเพียง ๒ ครั้ง ได้แก่ การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๑ ให้กับพม่า เป็นเวลา ๑๕ ปี ก่อนที่สมเด็จพระนเรศวรจะกู้บ้านกู้เมืองและประกาศเอกราชได้ และการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ สมัยพระเจ้าเอกทัศ ซึ่งกินระยะเวลาสั้นๆ เพียง ๗ เดือนเท่านั้น ก่อนที่พระเจ้าตากจะกู้บ้านกู้เมืองคืนได้ในเวลาอันรวดเร็ว ในข้อนี้เป็นความน่าภาคภูมิใจของไทย เพราะในโลกนี้มีเพียงไม่กี่ประเทศที่สามารถรักษาเอกราชของชาติไว้ได้อย่างยาวนานเพียงนี้ ไม่ว่าจะเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่อย่างจีน อินเดีย สหรัฐอเมริกา รัสเซีย หรือฝรั่งเศส ต่างก็เคยตกเป็นเมืองขึ้นของชนชาติอื่นกว่าร้อยปี แต่สิ่งนี้กลับเป็นสิ่งที่คนไทยไม่ค่อยรู้สึก ไม่คำนึงถึงและภาคภูมิใจเสียเท่าไหร่นัก

ความเป็นไทยประการที่ ๒ : การสร้างชาติด้วยการผสมกลมกลืน ไม่ใช่การกำจัดชาติพันธุ์อื่น
คนไทยเป็นนักปรองดอง นักผสมผสานกลมเกลียว รวมหลายเลือดเนื้อเป็นชาติเชื้อไทย การสร้างชาติไทยใช้การผสมกลมกลืนของหลายสายเลือด หลายเชื้อชาติ หลายวัฒนธรรมจนกลายเป็นไทย จึงทำให้ประเทศไทยไม่มีปัญหาเรื่องชนชาติส่วนน้อย เราไม่ปราบปรามชนชาติอื่นอย่างราบคาบ ไม่แบ่งแยกชาติพันธุ์ ชนกลุ่มน้อย แต่ใช้วิธีผสมกลมกลืน นอกจากนั้น ยังเป็นการรับเอาศาสนาและอารยธรรมของชนชาติอื่นๆ เข้ามาใช้หรือปรับใช้ด้วย ไทยมีความสามารถในการทำให้เชื้อชาติอื่นกลายเป็นไทยได้อย่างภาคภูมิใจผ่านการให้โอกาส มิใช่การกีดกันและปิดกั้นทางโอกาส เช่น การรับเข้ารับราชการ นี่เป็นสิ่งที่พิเศษของความเป็นไทย เรื่องนี้กลับกลายเป็นเรื่องปกติจนคนทั่วไปไม่ได้รู้สึกว่าพิเศษอะไร ทั้งนี้ ลักษณะการผสมกลมกลืนดังกล่าวมีตั้งแต่ระดับชาวบ้านสามัญชน ระดับขุนนาง ซึ่งในอดีตพระมหากษัตริย์ไทยได้ใช้ชาวต่างชาติในการเข้ารับราชการช่วยในการพัฒนาและบริหารประเทศ จนถึงระดับตระกูลของเจ้านายพระมหากษัตริย์ที่มีการผสมผสานหลากหลายชาติพันธุ์ เช่น ในราชวงศ์จักรีนี่เอง พระมหากษัตริย์ไทยไม่ได้ยึดถือไปกับแนวคิดชาตินิยม แต่ในทางกลับกันเป็นการยึดถือแนวคิดแบบจักรพรรดิราช เป็นแนวคิดของพระมหากษัตริย์ผู้ปกครอง มีความภาคภูมิใจในการปกครองคนทุกชนชาติ ทุกภาษา ทุกศาสนา ทุกวัฒนธรรมภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์องค์เดียวกันอย่างร่มเย็นเป็นสุข

ความเป็นไทยประการที่ ๓ : หากเราผสมกลมกลืนใครไม่ได้ เราก็สามารถอยู่กับเขาอย่างมีขันติธรรม
มีความอดทนอดกลั้นต่อความแตกต่างระหว่างคนในมิติต่างๆ อาทิ ความแตกต่างทางศาสนา เมื่อเราไม่สามารถอยู่ด้วยกันอย่างผสมกลมกลืนได้ เราก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติและให้เกียรติกัน แต่ละกลุ่มที่แตกต่างสามารถแสดงอัตลักษณ์ของตนเองได้ โดยที่ผ่านมา พระมหากษัตริย์ไทยเป็นผู้นำทางความคิดในข้อนี้ คือการให้ความเป็นธรรม ความเมตตาและความร่มเย็นกับพสกนิกรทุกหมู่เหล่าที่ต่างกันและรักษาความเป็นธรรมให้กับชนส่วนน้อย เช่น ชาวเขาเผ่าต่างๆ ทรงใช้หลักคิดของพระมหากษัตริย์ที่เป็นจักรพรรดิราช เป็นพระบรมโพธิสมภารของชนทุกชาติทุกภาษา ดังนั้น ประเทศไทยถึงไม่มีปัญหาที่เกิดจากความคิดเรื่องชาตินิยมที่รุนแรงเกินไป

ความเป็นไทยประการที่ ๔ : ความเป็นไทยที่ทันโลกและเป็นสากล
ความเป็นไทยไม่ใช่สิ่งที่เชย โบราณหรือล้าหลัง แต่พระมหากษัตริย์และประชาชนไทยเป็นผู้ที่รู้ทันโลก เป็นโลกาภิวัตน์และไม่ปิดกั้นตัวเองเป็นเวลายาวนาน โดยเหตุผลที่สำคัญประการหนึ่ง ได้แก่ การที่พระมหากษัตริย์ทรงตัดสินพระทัยตั้งเมืองหลวงติดทะเลหรือใกล้ทะเลกว่า ๔๐๐ ปี แม้จะมีความเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัยของประเทศ แต่การที่เมืองหลวงติดหรือใกล้ทะเลนำมาซึ่งความรู้ โอกาสในการรับรู้ข่าวสาร องค์ความรู้ อารยธรรม ศาสนา ศิลปะวิทยาการ ความก้าวหน้าของโลก ตลอดจนโอกาสในการแลกเปลี่ยนและการค้าขาย พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพ่อค้าด้วย การที่เมืองหลวงติดหรือใกล้ทะเลทำให้ไทยปิดประเทศยากหรือไม่รับรู้เรื่องของโลกยาก รวมทั้งไม่ค้าขายกับต่างชาติยาก การที่พระมหากษัตริย์ไทยทรงมีวิสัยทัศน์ในการรู้ทันโลกและสถานการณ์โลกทำให้ประเทศไทยผ่านวิกฤตการณ์ต่างๆ ได้ อาทิ ในห้วงเวลาของการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก

ความเป็นไทยประการที่ ๕ : ไทยเป็นข้อยกเว้นของโลกตะวันออก(หรือเอเชีย)
โดยไทยสามารถพัฒนา ปฏิรูป เปลี่ยนแปลง ซ่อมแซมประเทศได้เอง โดยไม่ต้องให้ชาติตะวันตกมาเปลี่ยนแปลงให้หรือทำให้ ประเทศไทยสามารถปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบที่สมัยใหม่แบบยุโรปได้ทำให้ไทยไม่เสียเอกราชและไม่ต้องตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่ง ในขณะเดียวกัน ไทยก็ยังสามารถรักษาสถาบันเก่า ของเก่า ความคิดและวิธีการเก่าของเราไว้ได้และสามารถต่อยอดของใหม่ปนไปกับของเก่า เราเป็นชาติอนุรักษ์นิยมที่ไม่ใช่โบราณ ไม่ใช่ไม่เปลี่ยนแปลง แต่เราเปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะรักษาของเดิมที่ดีเอาไว้ นอกจากนั้น การที่ไทยสามารถรักษาเอกราชไว้ได้อย่างยาวนาน ผ่านห้วงเวลาของลัทธิล่าอาณานิคม เป็นข้อยกเว้นของประเทศโลกตะวันออกอีกด้วย

ความเป็นไทยประการที่ ๖ : คนไทยขาดพระมหากษัตริย์ไม่ได้
ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ดูเหมือนว่า ตามหลักทฤษฎีแล้ว ในยุคนี้ประเทศจะมีพระเจ้าอยู่หัวหรือไม่ก็ได้ แต่ในความเป็นจริง ตลอดระยะเวลา ๗๐-๘๐ ปีหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ประเทศไทยใช้สองระบบสลับกัน ได้แก่ ระบบยึดอำนาจที่ปกครองด้วยทหารหรือคณะทหารกับระบบเลือกตั้งที่นำนักการเมืองเข้าปกครองประเทศ โดยระยะเวลาในการปกครองประเทศทั้งสองระบบเกือบจะเท่ากัน แท้จริงแล้ว คนไทยไม่ได้ภักดีต่อทั้งสองระบบนี้ แต่คนไทยจงรักภักดีกับสถาบันพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์ไทยต้องมีอยู่ตลอด การที่พระเจ้าอยู่หัวทรงอยู่เหนือระบอบการเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงและผันผวนตลอดเวลาด้วยสองระบบนี้จึงทำให้บ้านเมืองยังสามารถพัฒนาและเจริญก้าวหน้าได้ เห็นได้ชัดเจนจากรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ เป็นระยะเวลา ๗๐ ปี พระมหากษัตริย์เป็นความมั่นคงและความต่อเนื่องของประเทศ ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

ความเป็นไทยประการที่ ๗ : พระมหากษัตริย์กับประชาชนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
การที่ประเทศไทยอยู่รอดมาได้ ๗๐๐-๘๐๐ ปี แม้ต้องผ่านเหตุการณ์ที่ยุ่งยากมากมาย เพราะพระมหากษัตริย์กับประชาชนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พึงพิงซึ่งกันและกัน เรียกว่า “ราชประชาสมาสัย” โดยพระมหากษัตริย์ทรงรักและดูแลประชาชน ส่วนประชาชนก็เคารพ เทิดทูนและกตัญญูต่อพระมหากษัตริย์ นี่เป็นทุนทางสังคมแบบไทยที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนั้น สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยยังสามารถปรับตัวให้ทันโลก ทันต่อสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี พระมหากษัตริย์ไทยเป็นผู้นำที่ดีและสามารถนำพาประเทศให้อยู่รอดได้

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 เขียดขาคำ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 31/08/2020 เวลา : 14.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

เพราะพระมหากษัตริย์รักประชาชนด้วยหัวใจที่ทำเพื่อประชาชนและแผ่นดินให้คนไทยอาศัยอย่างผาสุก กินดีอยู่ดี รักษาแผ่นดินไว้ให้คนไทยโดยไม่หวังผลตอบแทน...
..แต่นักการเมือง..เข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์ตอบแทน..หาคนที่เสียสละเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริงร้อยเปอร์เซ็น ..ไม่มีเลย แต่มักอ้างทำเพื่อประชาชน ยิ่งนักการเมืองคนใดที่อ้างเพื่อประชาชนมากเท่าใด ..นักการเมืองคนนั้นยิ่งทำเพื่อตนเองเท่านั้น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน