• คิดแก้ว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-08-20
  • จำนวนเรื่อง : 68
  • จำนวนผู้ชม : 209755
  • จำนวนผู้โหวต : 29
  • ส่ง msg :
  • โหวต 29 คน
<< กันยายน 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2552
Posted by คิดแก้ว , ผู้อ่าน : 1041 , 12:07:04 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สัญญาของเด็กผู้ชาย

                   ....................................................................................

หลังจากวันที่จัดค่าย “พัฒนาศักยภาพศักยภาพ เด็กและเยาวชน เพื่อสื่อสารชุมชน”  ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เสร็จสองวันผ่านมา ประมาณบ่ายสามโมง เสียงโทรศัพท์มือถือตัวป่วนในย่ามใบเก่าสีน้ำตาลซอมซ่อคู่กายของผมก็ดังขึ้น ผมค้นหาแล้วหยิบขึ้นมา ตามองดูหน้าจอปรากฏว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่ยังไม่มีบันทึกในหน่วยความจำของโทรศัพท์ผมมาก่อน  ก่อนที่จะจับมันแนบกับหูข้างขวา เสียงที่ได้ยินเป็นเสียง ห้าวๆ เหน่อๆ  เป็นภาษาอีสาน ของเด็กผู้ชาย

                    “สวัสดีครับ พี่คิด แหม่นบ่” 

 “แหม่น ครับ....ผู้ได๋หน่อ”   ผมตอบรับแล้วถามต่อ

“ ผม..ยิ่งครับ..พี่คิดว่างพอคุยโทรศัพท์ได้บ่..ผมโทรมารบกวนเวลางานพี่บ่อ”  น้องยิ่งพูดแบบเกลงใจ

                      

                   “ อ๋อ....ยิ่งบ้อ..เว้าได้ครับ”  ผมตอบรับโดยพูดด้วยน้ำเสียงเบาๆ

                   “ พี่คิดบ่ว่างแหม่นบ่...กะซั่น..มื้อแลงผมสิโทรมาหาใหม่เด้อครับ”                    เสียงเด็กคนนั้นพูด

 

เหมือนกับรับรู้ว่าผมกำลังไม่ว่าง โดยการเดาจากความรู้สึกของตัวเองและน้ำเสียงของผม

 

“..ว่างๆ...เว้าได้..เว้าได้..”  ผมพูดตัดบทพรางทำความเคารพที่ประชุมแล้วเดินออกมาจากห้อง เพื่อรับโทรศัพท์ สายดังกล่าวด้วยความสนใจ และแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง

          น้องยิ่ง.. เป็นเด็กชาย ตัวอวบๆ ผิวดำแดง รูปร่างไม่ค่อยสูงเท่าไหร่นัก จึงทำให้ดูอ้วนๆท้วมๆ แต่น่ารัก กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.6 จากระดับการศึกษาทำให้รู้ว่าคงจะผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้ว 12 ปี ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับเพื่อนๆ ห้องเดียวกันหรือเทียบกับน้องๆ  ในค่ายแล้วน้องยิ่งตัวใหม่กว่ามาก เราพึ่งจะรู้จักกันมาสองวันในค่ายพัฒนาศักยภาพฯ ที่ผ่านมา  น้องยิ่งในขณะที่ร่วมกิจกรรมในค่าย เป็นคนที่มีบุคลิกไม่เหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ที่ทำกิจกรรมร่วมกัน คือ เขาจะเป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยกระตือรือร้น ไม่รีบเร่ง ไม่ค่อยพูด ไม่เล่นหยอกล้อกันแบบเด็กๆ เหมือนเพื่อนๆ แต่เขาจะชอบนั่งข้างหลังเพื่อน มองดูภาพรวมเหมือนผู้ใหญ่ แล้วยิ้มเมื่อเห็นเพื่อนร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนาน โดยไม่เล่นด้วย หรือถ้าเขาเล่นก็จะทำให้เพื่อนเสียขบวนตลอด  แล้วเวลาเดินเขาจะเดินช้าๆ มือไขว้หลัง ก้มหัวนิดๆ เหมือนผู้ใหญ่กำลังคิดพิจารณาอะไรสักอย่าง  มองดูแล้วเหมือนคนไม่สนใจ หรือเข้ากับเพื่อนๆไม่ได้ยังไงยังงั้น  ด้วยบุคลิกของเขาทำให้เพื่อนๆชอบเรียกเขาว่า “ผู้ใหญ่บ้าน”   จากกิจกรรมสามวันสองคืนที่ผ่านมา ทำให้ผมสนใจเด็กคนนี้เป็นพิเศษ เพราะการทำกิจกรรมกับเด็กๆ คนที่ไม่ค่อยสนใจหรือเข้ากลุ่มกับเพื่อนๆ ยังไม่ได้ ต้องเป็นหน้าที่ของผู้จัดกระบวนการค่ายที่ต้องดึงเข้ามาให้ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนให้ได้ เพราะฉะนั้นเวลาผมถามอะไรเพื่อนคนอื่นๆ ผมต้องให้น้องยิ่งตอบพ่วงท้ายเสมอ แต่ที่น่าสังเกตคือคำตอบของเขาเป็นคำตอบที่ตรงคำถามมากที่สุด มีหลักเหตุผลประกอบชัดเจนและตอบแบบมั่นใจ  จึงทำให้ผมเข้าใจและสรุปด้วยตัวเองว่า การที่เขาไม่ค่อยตื่นตัว หรือทำเหมือนว่าไม่สนใจกิจกรรมเหมือนเพื่อนๆคนอื่นๆ  คือ เขามีแนวคิดและบุคลิกที่เกินวัย เกินผองเพื่อนในระดับเดียวกัน

 

          เมื่อผมให้ความสำคัญและจัดเวลาคุยให้ เราก็เริ่มสนทนากัน โดยน้องยิ่งเป็นฝ่ายเริ่มพูดและเปิดประเด็นคุยก่อน  ส่วนมากผมจะเป็นผู้ตอบคำถามเป็นส่วนใหญ่

          “ พี่คิดฮู้บ่ครับ... หลังจากที่ผมส่งพวกพี่คิดขึ้นรถในมื้อสุดท้ายแล้ว ผมกลับไปฮอดบ้าน ผมร้องไห้ เฮ็ดจั่งได๋กะบ่เซา....(เสียงหยุดไปพักหนึ่งเหมือนกำลังจะคิดแล้วพูดต่อว่า).... ผมจึงรู้ว่าในขณะที่อยู่กับพวกพี่ๆ ผมมีความอบอุ่นและมีความสุขมาก หลังจากที่พวกพี่กลับไปแล้วผมรู้สึกเหมือนว่าผมขาดอะไรไปสักอย่าง .. พวกพี่จะกลับมาหาพวกผมอีกบ่ครับ ...พวกพี่สิมามื้อได๋...ถ้ามาโทรบอกผมแหน่เด้อ...ผมจะบอกหมู่ (บอกเพื่อนๆ)ให้มาร่วมกิจกรรม. ...ถ้าพี่มาอีก พวกผมสิพาไปเที่ยวป่า.. ไปขึ้นภู..ไปเบิ่งน้ำตก.. ไปเก็บผักป่า ไปเอานางบ้ง ฯลฯ…พี่มาให้ได้เด้อ พี่สัญญากับผมแล้วในมื้อสุดท้ายพี่จำได้บ่”    น้องยิ่งโยนคำถามเป็นชุดๆ แบบถามเอง ตอบเอง ดูเหมือนประโยคบอกเล่าโดยไม่เว้นช่วงหรือสนใจให้ผมตอบคำถามเลย ผมได้แต่พูด “ครับๆ”   ช่วงกลางประโยคเป็นการติดสินบน แล้วลงท้ายด้วยการทวงสัญญา

          ในวันสุดท้าย ช่วงกิจกรรมอำลา พวกพี่ๆ คณะทำงานได้จัดน้องเป็นวงกลมแล้วให้จับมือแบบไขว้กัน ร้องเพลง อำลา เพื่อปิดกิจกรรมค่ายฯ บรรยากาศในช่วงนี้ทำให้พี่ๆสุดซึ้งน้ำตาคลอเบ้า ถึงกับร้องเพลงสะดุดไปตามๆ  กัน พี่บางคนถึงกับร้องเพลงอำลาไม่ออกเลยทีเดียว เพราะน้องๆทุกคนที่จับมือกันร้องไห้น้ำตาไหล ตาบวมแดง จะเหลือก็เพียงน้องผู้ชายที่ชอบแกล้งเพื่อนสามถึงสี่คนเท่านั้นที่ยังยืนนิ่งเก็บอารมณ์เป็นปกติ แล้วชวนกันมองดูหน้าเพื่อนที่ร้องไห้คนนั้นบ้าง คนนี้บ้าง แล้วก็หัวเราะคิกๆๆ หนึ่งในนั้นมีน้องยิ่งรวมอยู่ด้วย ซึ่งน้องยิ่งจะยืนนิ่ง ก้มหน้า ไม่มองดูเพื่อนเหมือนคนอื่นๆ ไม่ร้องไห้ ดูเหมือนจะเก็บอารมณ์ความรู้สึกอะไรสักอย่างไว้ข้างใน แต่ไม่กล้าแสดงออก มีเพียงสีหน้าและสายตาเท่านั้นที่บ่งบอกว่าเขากำลังมีอารมณ์ร่วมกับกิจกรรมอำลา  เมื่อปิดกิจกรรมเสร็จ ในขณะที่ทุกคนกำลังแยกย้ายกันเก็บของสัมภาระอย่างชุลมุน เพื่อกลับบ้านอยู่นั้น น้องยิ่งได้เดินเข้ามาข้างๆ ผม เหมือนอยากจะพูดอะไรด้วยหรืออยากจะพูดเอ่ยคำลาเป็นการส่วนตัวแต่ไม่กล้าพูด ผมมองหน้าเขาแล้วยิ้มพร้อมกับเอามือแตะหัวเบาๆ แสดงถึงความเอ็นดูและอำลา แล้วลดลงมาค้างที่ไหล่พร้อมพูดว่า

“ยิ่ง..พี่กลับละเด้อ..เป็นเด็กดีละ” 

“ครับ..แล้วพี่จะกลับมาอีกบ่”     น้องยิ่งพยักหน้าตอบรับ  แล้ว  

โยนคำถามต่อ

“กลับมาครับ”  ผมตอบรับแบบ ไม่คิด มือก็เก็บของสัมภาระไปด้วย เพราะรีบกลับอุบลฯ

ผมกลับมาใคร่ครวญดู ภายหลัง ผมจึงรู้ว่านั่นคือสัญญา ที่ผมให้ความหวังกับเด็กไว้แบบไม่รู้ตัว แต่ผมก็ดีใจที่ได้รู้ว่า น้องยิ่งไม่เป็นคนอย่างที่ผมคิดช่วงแรกๆ  แต่เขากลับเป็นคนที่มีภาวะผู้นำในตัวสูง คำพูดมีหลักการ เป็นเด็กที่มีทักษะทางสังคมดีคนหนึ่งอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับวัยวุฒิที่เขามี ซึ่งสังเกตจากการที่เขาเริ่มพูดโทรศัพท์เขาจะถามก่อนว่า เรากำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน และสะดวกที่จะคุยโทรศัพท์ไหม ถ้าไม่สะดวกแล้วผมจะโทรกลับมาใหม่ ซึ่งเป็นประโยคคำพูดที่ผมได้ยินทุกครั้งในการรับโทรศัพท์เขาก่อนที่จะเข้าเรื่องต่อไป    และที่สำคัญเป็นน้องคนเดียวที่เป็นตัวแทนเพื่อนอย่างไม่รู้ตัว ในการโทรติดต่อเชื่อมประสานกับพี่ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง 

 

ผมปิดท้ายการคุยโทรศัพท์ในครั้งนั้นด้วยการย้ำคำสัญญาเดิม เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับน้องว่า “พี่จะกลับไปหาพวกน้องๆให้เร็วที่สุด...แต่น้องก็อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้กับพี่เหมือนกันนะ  ” 

          “ ครับ....พี่กะอย่าลืมสัญญาคือกัน เด้อครับ” น้องยิ่งทวงคืน

          “พี่สัญญาครับ” ผมตอบ

          “ พี่คิดครับ...ผมขอโทษเด้อครับ ที่โทรมารบกวนพี่”   น้องยิ่งพูด

            เสียงเบาๆ เหมือนกับว่า

              รู้สึกผิดที่โทรมารบกวนในเวลางาน และสมหวังกับเงื่อนไข

             สัญญาที่ทวงถาม

          “ บ่เป็นหยังครับ โทรมาได้ตลอดเวลาเด้อ...แค่นี้น้อ..สวัสดีครับ” 

            ผมพูดพร้อมกับปิดประเด็นคุย เพื่อเข้าประชุมต่อ

          “พี่คิด ดูแลสุขภาพเด้อครับ....สวัสดีครับ”  น้องยิ่งพูด พร้อมกับ

            กดวางโทรศัพท์

หลังจากน้องยิ่ง วางโทรศัพท์ไปแล้ว ผมได้การบ้านชุดใหญ่ที่จะค้นหาและตอบคำถามกับตัวเองมากมาย กับสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างและหลังการจัดกิจกรรมสามวันสองคืนที่ผ่านมา เพราะกระบวนการและหลักสูตรที่พี่ๆ เตรียมไว้เพื่อมอบเป็นความรู้ให้กับน้องๆ ชาวค่ายนั้น มันเป็นเพียงกระบวนการหาคำตอบที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการเท่านั้น ซึ่งมันไม่ใช่คำตอบที่แท้จริง  แต่ความผูกพัน และสายใยความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันในระหว่างอยู่ร่วมกันต่างหากละ คือคำตอบและความยั่งยืนที่แท้จริง

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
rantang วันที่ : 02/09/2009 เวลา : 20.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rantang

มาอ่านฟรี

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พัฒนากรคนสวย วันที่ : 01/09/2009 เวลา : 12.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sunshineday15

ขอบคุณกิจกรรมดีๆ แทนเด็กๆ ด้วยนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน