• คิดแก้ว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-08-20
  • จำนวนเรื่อง : 68
  • จำนวนผู้ชม : 205966
  • จำนวนผู้โหวต : 29
  • ส่ง msg :
  • โหวต 29 คน

<< กันยายน 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2552
Posted by คิดแก้ว , ผู้อ่าน : 5361 , 14:06:23 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การเปลี่ยนแปลงของ “ข้าวเม่า”

 

          ถ้าพูดถึงเรื่อง “ข้าวเม่า”  แล้ว สำหรับคนอีสานคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก แต่ถ้าพูดถึงขั้นตอนการทำข้าวเม่า แล้วน้อยคนนักที่จะได้เห็นจนครบกระบวนการ เพราะ ข้าวเม่าไม่ใช่อาหารที่ได้มาแบบง่ายๆ และรวดเร็ว  ซึ่งแต่ก่อนการจะทำข้าวเม่าแต่ละครั้งต้องลงทุนลงแรงกันเป็นวันสองวันกว่าจะได้กิน  ซึ่งเริ่มจาก การไปคัดเลือกเอาข้าวที่จะมาทำข้าวเม่า ข้าวที่จะมาทำข้าวเม่าได้ ต้องไม่อ่อน และไม่แก่ จนเกินไป (ชาวบ้านเรียกว่า “ข้าวพอเม่า” เพราะถ้าอ่อนไปจะทำให้เป็นขี้แมว ถ้าแก่ไปก็จะทำให้แข็ง)   แล้วเอามาขูดด้วยช้อนทีละรวงสองรวง ช่วงหลังฉลาดขึ้นมาหน่อยเอามาปั่นด้วยล้อจักรยาน เสร็จแล้วเอามาคั่วด้วยโอ่งดินหรือกระทะใช้ความร้อนไฟระดับปานกลาง เพราะถ้าไฟร้อนข้าวจะสุกไม่ทั่วถึง ถ้าเย็นไปจะทำให้ข้าวไม่สุกง่าย  พอข้าวที่คั่วสุกอย่างทั่วถึงแล้วก็เทออกใส่กระด้งให้เย็นพอดีก่อน   ก่อนเอาไปตำต่อด้วยครกมอง หรือตำด้วยครกกระเดื่อง เพราะถ้าตำตอนข้าวยังร้อนอยู่จะทำให้ข้าวเป็น “ขี้แมว”  ตำไปเรื่อยๆ จนเมล็ดแบน เปลือกหลุดออกหมด ก็เอาไปฝัดด้วยกระด้งเพื่อคัดเอาแกลบออก ถ้ายังไม่หมดก็เอามาตำอีกรอบ จะได้ข้าวเม่าที่หอม หวาน อ่อน นุ่ม ดูสีเขียวน่ารับประทานเป็นอย่างยิ่ง ข้าวเม่าถ้าเก็บไว้นานจะแข็งไม่น่ารับประทาน  ซึ่งการทำข้าวเม่าสมัยก่อนทำคนเดียวได้ยาก ต้องทำกับครอบครัว  เพื่อนบ้าน หรือ ชวนเด็กๆ ญาติ พี่ น้อง มาช่วยด้วย เพราะการทำข้าวเม่าต้องอาศัยคนอย่างน้อย สามคนขึ้นไป ถึงจะทำสำเร็จ

                  

แต่ทุกวันนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเจริญทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย หรือความฉลาดของคน หรือความมักง่ายของคนกันแน่ แล้วแต่มุมการมองหรือแง่คิดของแต่ละคน ทำให้การทำข้าวเม่าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว สามารถทำเพียงหนึ่งถึงสองชั่วโมงก็ได้กินกันแล้ว ด้วยเครื่องสีเมล็ด ตำด้วยครกกระเดื่องติดมอเตอร์ หรือบางที่ใช้วิธีสีเอาเหมือนข้าวสาร  เสร็จแล้วเอามาเป่าแกลบด้วยเครื่องฝัดข้าวเป็นตะแกงเหมือนโรงสี สามารถทำคนเดียวได้อย่างสบาย มีกินทั้งปี ไม่เหมือนสมัยก่อนที่จะได้กินก็ต่อเมื่อถึงเดือนกันยายน – ตุลาคม เท่านั้น แต่รสชาติของข้าวเม่า อาจจะไม่มีไอกลิ่นของภูมิปัญญาพื้นบ้าน หรืออาจจะไม่เห็นความสามัคคี และความผูกพันระหว่างครอบครัวหรือญาติพี่น้องที่ต้องมาร่วมแรงร่วมใจกันทำอีกต่อไป

…………………………………………….

ขี้แมว  หมายถึง ข้าวเม่าที่ติดกันเป็นก้อน มีกากติดอยู่ด้วย เกิดจากข้าวที่เอามาทำอ่อนเกินไปยังไม่แข็งตัวเป็นเม็ดดี ทำให้เหนียวหนืดและติดกันเป็นก้อน โดยข้าวเม่าที่ติดกันเป็นก้อนนี้ ก็มีขนาดก้อนเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง แตกต่างกันไป

 .................................................


เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กลองไท วันที่ : 14/09/2009 เวลา : 19.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kraitong
ไทนาหว้า

ตอนเด็กแม่ทำให้กินบ่อยๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
rantang วันที่ : 14/09/2009 เวลา : 17.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rantang

.................เรายังจำเสียงตำข้าวเม่าได้ เห็นภาพ อ่านเรื่อง คิดถึงบ้านขึ้นมาทันควัน................

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
arattikron วันที่ : 14/09/2009 เวลา : 15.05 น.


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน