• คิดแก้ว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-08-20
  • จำนวนเรื่อง : 68
  • จำนวนผู้ชม : 206143
  • จำนวนผู้โหวต : 29
  • ส่ง msg :
  • โหวต 29 คน

<< ตุลาคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 9 ตุลาคม 2552
Posted by คิดแก้ว , ผู้อ่าน : 1570 , 09:25:32 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

      

      

“วันนี้แหละที่กูรอมานาน” เสียงของน้องยิ่ง เด็กน้อยผู้เชี่ยวชาญการเดินป่า  หันมาพูดกับเพื่อนๆ ที่เดินอยู่ด้านข้างเขา แต่สายตาชำเรืองดูผม ที่เดินอยู่ห่างๆ เหมือนกับว่าอยากให้ผมได้ยินเสียงนั้นด้วย เพราะเขาถือเป็นการคืนสัญญาที่น้องยิ่งให้ไว้กับผมเมื่อสามเดือนก่อนว่า ถ้าผมกลับมาเยี่ยมพวกเขาอีก พวกเขาจะอาสาพาพวกผมเดินป่าศึกษาธรรมชาติที่หลากหลายของชุมชนและไปกินข้าวป่าที่น้ำตกด้วยกัน

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา กลุ่มเยาวชนกิ่งไผ่ จ.กาฬสินธุ์  นำโดย พี่เพชรสมร ภาพเสรี ผู้ประสานงาน ได้จัด “กิจกรรมเดินป่าศึกษาระบบนิเวศน์” ขึ้นที่ภูนาไร่น้อย อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องราวการพึ่งพาของทรัพยากรธรรมชาติ ดิน หิน น้ำ ป่า ที่เปรียบเสมือนครัวห้องใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนให้อยู่ดีมีสุขตลอดมา  สักวันสิ่งเหล่านี้จะสูญหายไปจากชุมชนถ้าผู้คนใช้ประโยชน์อย่างไม่รู้คุณค่าและไม่ถูกวิธี

 พวกเราเริ่มออกเดินทางกันเวลาประมาณ พระฉันท์เพล ซึ่งถือว่าสายมากสำหรับการเดินป่าในครั้งนี้ พร้อมกับสัมภาระที่จำเป็น เช่น ยาสามัญประจำตัว ห่อข้าว ห่อน้ำ พร้อมเครื่องปรุงที่จะไปหาอาหารเอาดาบหน้า ใส่เป้สะพายหลังมุ่งหน้าสู่ป่าซึ่งเป็นภูเขาลูกเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากชุมชนไปประมาณสามกิโลเมตร  ถึงแม้ว่าเด็กๆ จะเชี่ยวชาญการเดินป่าในแถวนั้นเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม แต่พวกเราก็ไม่ประมาทกัน เพราะสิบตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง จึงได้เชื้อเชิญพ่อหัน ปูนาสี ซึ่งเป็นอดีตพรานป่า ผู้ชำนาญทางติดตามไปด้วยเพื่อความปลอดภัย และให้ความรู้เรื่องต่างๆ ในระหว่างเดินทาง

ด่านแรกที่พวกเราเจอเป็นทางชันขึ้นสูงเกือบจะสี่สิบห้าองศา ที่เต็มไปด้วยหินภูเขาน้อยใหญ่วางระเกะระกะอยู่ตลอดเส้นทาง เด็กๆเดินขึ้นอย่างระมัดระวัง และช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ระยะทางแค่ประมาณ 400 เมตร แต่พวกเรามีด่านพักถึงสามครั้งด้วยกัน พอผ่านด่านแรกขึ้นไปพวกเราก็ต้องหายเหนื่อยเมื่อเห็นวิวทิวทัศน์อันสวยงามของหมู่บ้านที่มองจากมุมสูง

              

พวกเราเดินทางต่อไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก็เจอกับกองหินที่ประกอบด้วยหินขนาดน้อยใหญ่วางทับถมกันมากมาย เด็กๆ สงสัยจึงถามพ่อหัน ซึ่งเป็นปราชญ์นำทางทำให้รู้ว่ากองหินที่เราเห็นนั้น เป็นความเชื่อของชาวบ้านที่ปฏิบัติกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ว่าเมื่อจะขึ้นเขาในแต่ละครั้งแต่ละคนต้องนำก้อนหินมาวางกองกันไว้ครั้งละหนึ่งก้อนเพื่อบอกเจ้าป่าเจ้าเขาเจ้าที่เจ้าทางว่า “ ลูกจะขึ้นเขา ไปอย่าให้เจ็บขา มาอย่าให้เจ็บแข่ง นอนตะแคงอย่าให้เจ็บเส้นเจ็บเอ็น” และขอให้ท่านดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง  พร้อมกับเอาหินวางไว้แล้วเดินทาง  

  

พอพวกเราเดินมาอีกประมาณสองกิโลเมตรก็ต้องหายเหนื่อยเป็นครั้งที่สอง เมื่อพ่อหัน มัคคุเทศก์นำทาง พาพวกเราลงเก็บปูตามซอกหินในร่องน้ำระหว่างภูเขาเพื่อเป็นอาหารเที่ยง ในระหว่างที่เก็บปูไป พ่อหันและน้องยิ่ง ก็อธิบายไปด้วยว่า ปูที่เรากำลังเก็บกันชื่อว่า “ปูเอ่น” ซึ่งเป็นปูภูเขาที่ชอบอยู่ตามซอกหิน เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดใหญ่กว่าปูนานิดหน่อย ตามขาและตัวจะมีขนเล็กน้อยเหมือนปูทะเล วิ่งเร็วมากเมื่ออยู่ในน้ำ ถ้าพวกเราจับปูได้แต่ละตัวก่อนที่จะใส่ถุงต้องทำการ “ใส่ไล” เสียก่อน คือการทำให้ปูไม่สามารถใช้ก้ามหนีบได้ โดยการหักเอาปลายขามาเข้าลิ่มด้านข้างของก้ามปูให้แน่น ทำให้ง่ายต่อการจับและไม่ตายก่อนนำไปทำอาหาร ปูเอ่นตัวอ่อนที่ลอกคราบใหม่ๆ ชาวบ้านเรียกว่า “ปูเหนี่ยม” ซึ่งเป็นปูที่จับแล้วนุ่มมือ ปูในช่วงนี้ไม่สามารถกัดคนได้ และมีความอ่อนแอมากที่สุดถ้าซ่อนตัวไม่ดีก็จะเป็นอาหารของสัตว์อื่นได้ง่าย ซึ่งปูแต่ละตัวจะลอกคราบปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น น้องยิ่งกับพ่อหันบอกว่าปูเหนี่ยมที่พวกเราจับนั้น เอาไปทำอาหารกินง่ายและอร่อยมากเพราะมันไม่แข็ง พวกเราลงจับปูกันพร้อมกับเดินตามสายน้ำไปเรื่อยๆ อย่างสนุกสนานจนลืมไปว่าขณะนี้พวกเรากำลังอยู่บนภูเขาและยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงกัน ประมาณหนึ่งชั่วโมง พวกเราก็ได้ยินสัญญาณจากพ่อหัน ว่าให้เลิกเก็บปูได้แล้ว เพราะจะต้องเดินทางต่อไปอีกประมาณสองกิโลเมตร กว่าจะถึง “น้ำตกตาดสาวหล่า”   ซึ่งเป็นจุดที่กำหนดรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน 

     

เมื่อไปถึงน้ำตกตาดสาวหล่า เด็กๆ ได้แบ่งหน้าที่กันทำภารกิจตามความถนัดของแต่ละคนโดยมีพ่อหัน เป็นคนคอยบอกอธิบายขั้นตอนการทำเป็นช่วงๆ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ไปด้วย เช่น การก่อไฟ

การก่อไฟ

พ่อหันบอกว่าการก่อไฟให้ใช้ไม้แห้งขนาดเท่าแขนขึ้นไป มาเป็นฟืนเพราะจะทำให้เป็นถ่าน ถ้าเอาไม้ที่เล็กๆ มาก่อไฟจะไม่เป็นถ่าน เพราะมันจะไหม้หมด   เวลาก่อไฟอย่าเอาฟืนใส่เต็มจนปิดช่องอากาศหมดทุกที่ ต้องให้เหลือช่องอากาศไว้บ้าง เพื่อเป็นที่ระบายควันถึงจะทำให้ไฟไม่ดับและทำให้ติดฟืนเร็วขึ้น 

 

ส่วนอาหารจากปูวันนี้มีสองเมนูคือ “ก้อยดิบปูเอ่นกับปูย่างไฟ”  

การก้อยดิบปูเอ่น

Ø การเลือกปูเพื่อก้อย 

พ่อหันบอกว่าให้เลือกเอาเฉพาะปูเอ่นตัวเล็กๆ และปูเหนี่ยมมาก้อย เพราะจะทำให้เวลากินไม่แข็งมากเกินไป

Ø  ส่วนวิธีทำนั้น พ่อหันบอกว่า

- ให้เลือกปูตัวสดๆ มาแล้วให้แกะตัวปูออกจากกระดอง ดึงเอาฝาไงตรงท้องปูทิ้งแล้วหักครึ่งเป็นสองส่วน ถ้าเป็นปูตัวใหญ่หน่อยก็ให้แบ่งขนาดสามส่วน สี่ส่วน ตามความเหมาะสม

- เมื่อได้จำนวนตามต้องการแล้วให้ใส่เครื่องปรุง ข้าวคั่ว หัวหอม พริกป่น น้ำปลา มะนาว เสร็จแล้วชิมจนรสชาติถูกปากถูกคอ เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

 

            ปูเอ่นย่างไฟ

                        Ø การเลือกปู

                                    เลือกเอาปูตัวโตเต็มที่ หรือ ขนาดตามต้องการ

                        Ø ขั้นตอนการทำ

นำปูมาเสียบไม้ตามความยาวของลำตัวเรียงกันเป็นแถว โรยด้วยเกลือให้ทั่ว ย่างด้วยไฟที่อุณภูมิพอปานกลางจนสุกดีแล้วค่อยรับประทาน

หมายเหตุ : ปูเอ่นถ้ากินแบบสุกๆดิบๆ จะทำให้เมา ต้องกินแบบสุก หรือ ดิบ เท่านั้น 

 

พวกเราใช้เวลาในการรับประทานอาหาร ประมาณหนึ่งชั่วโมง ก็เก็บข้าวของสัมภาระ สะพายเป้ออกเดินทางต่อไปตามเส้นทางริมหน้าผาประมาณหนึ่งกิโลเมตร ก็หยุดพักทำกิจกรรมที่ “ตาดดิน” ซึ่งเป็นพลานหินกว้าง ร่มรื่น เย็นสบาย เหมาะแก่การทำกิจกรรม จุดนี้พี่ๆ ได้พาน้องร้องเพลงสร้างสรรค์ และนัดแนะกำหนดการในวันต่อไป เราใช้เวลาทำกิจกรรมในตรงนี้ประมาณชั่วโมง ก็ออกเดินทางต่ออีกสามกิโลเมตร จนถึงหมู่บ้านแล้วค่อยแยกย้ายกันพักผ่อนเตรียมตัวรับกิจกรรมต่อในวันพรุ่งนี้..

                                               .......................................

 


เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
NN1234 วันที่ : 09/10/2009 เวลา : 21.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

น่าสนุกจัง.... เมนูก็หรู

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน