*/
  • คิดแก้ว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-08-20
  • จำนวนเรื่อง : 68
  • จำนวนผู้ชม : 217051
  • จำนวนผู้โหวต : 29
  • ส่ง msg :
  • โหวต 29 คน
<< กุมภาพันธ์ 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554
Posted by คิดแก้ว , ผู้อ่าน : 1154 , 13:53:25 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เด็กรุ่นใหม่ หัวใจอินทรีย์

                    ต้นเดือนกุมภาพันธุ์แล้ว ภารกิจของชาวนาส่วนใหญ่ได้ผ่านพ้นไป หลังจากที่เหน็ดเหนื่อย ตรากตรำทำงานมาเป็นเวลาสี่ถึงห้าเดือน คนที่ทำนาปี เพียงอย่างเดียวก็พักผ่อนรออีกเจ็ดถึงแปดเดือนกว่าจะได้ทำนาอีกฤดูกาลต่อไป  ส่วนคนที่ทำนาแล้งหรือนาปลังซึ่งอาศัยน้ำจากระบบชลประทาน ก็เริ่มปล่อยน้ำเข้าที่นาเพื่อเตรียมพื้นที่ปลูกข้าวครั้งที่สอง จะเก็บเกี่ยวอีกครั้งก็เดือนเมษายน ถึงพฤษภาคม หมุนเวียนเป็นวัฏจักรแบบนี้ทุกปีเรื่อยไปนี่คือวิถีของชาวนาตำบลหนองบัวฮี อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

                   ครูฟ้ารุ่ง บรรเรืองทอง ซึ่งเป็นครูที่ผูกพันอยู่กับพื้นที่แถบนี้เกือบสองทศวรรษ ตั้งข้อสังเกตเห็นว่า บางครอบครัวทำนาปีละครั้ง บางครอบครัวทำนาปีละสองครั้ง ทำไมเด็กนักเรียนถึงไม่มีความรู้เกี่ยวกับการทำนา ทุกคนอาจจะทำนาได้แต่น้อยคนที่จะทำนาเป็น คือการทำนาแบบปกติ เช่น หว่าน ปรักดำ เก็บเกี่ยวได้ แต่ ไม่มีการพัฒนาเทคนิคหรือกระบวนการ การทำนาใหม่ๆ ที่เท่าทันสังคม และยิ่งไปกว่านั้นทำไมชาวนาถึงยากจนทั้งๆ ที่ทุกคนก็กินข้าวเป็นอาหารหลัก นี่คือโจทย์ที่ครูฟ้ารุ่งพยายามค้นหา และวันนี้จะพาเด็กเกือบห้าสิบชีวิตไปหาคำตอบร่วมกัน 

                   เช้าตรู่วันที่ห้า หมอกลงหนาตา อากาศค่อนข้างหนาวเย็น เด็กนักเรียนในระดับ ม.3 และ ม.6 ทั้งหญิง ชาย ได้นัดหมายห่อข้าว ปลา อาหาร มาเตรียมขึ้นรถที่บริเวณสนามโรงเรียนที่พวกเขามานั่งเรียนในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ เป็นประจำ แต่วันนี้พวกเขาจะไปเรียนรู้จากห้องเรียนที่กว้างใหญ่ ให้ธรรมชาติ ต้นไม้ ปลา ปู เป็นครูสอน  กว่าจะได้เวลาล้อหมุนก็ประมาณ เจ็ดโมงเช้า หันหน้ามุ่งไป ตำบลกำแมด อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ระยะทางประมาณร้อยกว่ากิโลเมตร เพื่อตามหาคำตอบที่ฝังอยู่ในใจ หวังว่ามันจะคลี่คลายกระจ่างชัด หลังจากวันนี้ผ่านพ้นไป  พวกเราใช้เวลากับการเดินทางบนรถโดยสารประจำทางซึ่งวันนี้ทำหน้าที่เป็นรถทัวร์ทัศนศึกษา ประมาณสามชั่วโมงเศษ ก็ถึงจุดนัดหมายปลายทางที่ทุกคนรอคอย

                   “สวัสดีครับอาจารย์”  เสียงจากผู้ชาย วัยห้าสิบกว่า ที่ฟังแล้วคุ้นหู  แต่ยังไม่เคยรู้หน้าตา ใส่เสื้อหม้อห้อมกางเกงขาก๊วยแต่งตัวเรียบง่าย ดูท่าทางใจดี  ยืนสวัสดีทักทายที่ข้างบันใดทางลงจากประตูด้านหน้ารถ ฟังจากน้ำเสียงทักทายดังกล่าวแล้ว ทำให้ผมมั่นใจว่าเป็น “พ่อถาวร พิลาน้อย” ซึ่งเป็นพ่อของคุณตุ๊หล่างอย่างแน่นอน เพราะผมประสานงานกับท่านผ่านทางโทรศัพท์หลายครั้ง หลายคราเพื่อให้เกิดกิจกรรมในวันนี้  ผมจึงเดินเข้าไปยกมือไหว้ทักทายและแนะนำตัวเบื้องต้นว่าเป็นคนที่คุยประสานกับพ่อทางโทรศัพท์ในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา

                   หลังจากลงจากรถแล้ว พวกเราเข้าไปยังบ้านสวนของพ่อถาวร เดินไปตามริมสระน้ำ ซึ่งมีขนาดกว้างเท่าถนนขนาดรถยนต์วิ่งผ่านได้ ลึกเข้าไปประมาณ 200 เมตร ระหว่างสองข้างทางมีต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งพืชผักสวนครัว และไม้ยืนต้น เมื่อไปถึงข้างในสวน มีบรรยากาศร่มรื่น ลมเย็นสบาย ด้านขวามือเป็นศาลาประชุมรูปทรงธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา เพราะมีการจัดการพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า ด้านล่างเป็นลานกิจกรรม ตรงจั่วหลังคาทำเป็นที่พักโฮมสเตย์ และเก็บพันธุ์ข้าว ถ้าไม่มีบันใดขึ้นให้เป็นที่สังเกต จะไม่รู้เลยว่ามีที่พักอยู่ด้านบนอีก ด้านซ้ายเป็นบ้านเถียงสองชั้นทรงอีสาน ด้านบนเป็นที่อยู่อาศัย ด้านล่างเป็นที่เลี้ยงสัตว์และเก็บเมล็ดพันธุ์พืชผลทางการเกษตร พร้อมวัสดุอุปกรณ์ ด้านหน้าเป็นยุ้งข้าวทรงสูง เดินผ่านสบาย ไม่ต้องก้มหัว เพราะต้องการใช้ประโยชน์จากใต้ถุนเป็นที่เก็บของเครื่องใช้ ชายคายุ้งฉางสองข้าง ต่อหลังคาลงเป็นโรงครัว และแคร่นั่งเล่น มองลอดไปด้านหลังถัดจากยุ้งฉางเป็นโรงปุ๋ยหมักขนาดใหญ่ เอาไว้สำหรับทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง  สังเกตพื้นที่ใช้สอยแบ่งเป็นสามส่วนคือ ที่นาสำหรับปลูกข้าว ที่อยู่อาศัย และไร่นาสวนผสมซึ่งทำเป็นบ่อเลี้ยงปลา ขนาดต่างๆคูสระน้ำทำเป็นพื้นที่ปลูกพืชสวนครัว พืชสมุนไพร และไม้ยืนต้น ระหว่างถนนเข้ามาไม่มีสายไฟฟ้า แต่ภายในสวนมีอุปกรณ์ไฟฟ้า มองไปมองมาเจอแผงขนาดกว้างหนึ่งเมตรยาวประมาณห้าเมตรเลยได้คำตอบว่าสวนแห่งนี้ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ผ่านโซล่าเซลล์ในการผลิต

          “เชิญมานั่งตรงนี้ก่อนครับ เดี๋ยวค่อยเดินสำรวจดู” เสียงพ่อถาวร เรียกพวกเราเข้าไปนั่งในลานกิจกรรมเพื่อแนะนำสถานที่ และให้แนวคิดด้านคุณค่าเนื้อหาวิชาการ หลังจากพวกเราแนะนำองค์กรและวัตถุประสงค์ในการมาศึกษาเรียนรู้ในครั้งนี้แล้ว พ่อถาวรก็ทำการโซโล่ บรรยายไปตามลำดับอย่างช้าๆ แต่เป็นระบบ ด้านเนื้อหาจัดตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องนัดแนะ เพราะเป็นกระบวนการที่ถนัดและทำเป็นประจำอยู่แล้ว

          จากนั้น พ่อถาวรได้เปิดประเด็นคุย และแลกเปลี่ยน โดยการปรับแนวคิดนักเรียนให้เกิดการมีส่วนร่วม และดึงเข้าประเด็นการคุยโดยใช้คำถามง่ายๆ  เป็นตัวนำเรื่อง เพื่อให้นักเรียนได้คิดตาม เช่น 

บ้านใครทำนาบ้าง ?

พ่อ แม่ ใครทำนาแล้วเป็นหนี้บ้าง ?

พ่อ แม่เรามีนากี่ไร่ ?

นาหนึ่งไร่ มีกี่ตารางเมตร?

 หนึ่งตารางเมตรพวกเราปักดำข้าวกี่ต้น ?

 ข้าวหนึ่งต้นมีกี่รวง ?

ข้าวหนึ่งรวงมีกี่เมล็ด?

 ข้าวกี่เมล็ดรวมกันจะได้หนึ่งกิโลกรัม?

 ซึ่งเหล่านี้เป็นคำถามชวนคิด ทำให้รู้ว่าพวกเรา หรือชาวนาในปัจจุบันไม่สนใจเรื่องเกี่ยวกับนา  ไม่รู้ข้อมูลสิ่งที่ตนเองกำลังทำ  ไม่เก็บรายละเอียด และไม่ใส่ใจเรื่องของข้าวซึ่งเป็นอาชีพของตน ที่เป็นเช่นนี้เพราะ  ในปัจจุบันคนที่เป็นชาวนาส่วนมากไม่ใช่ชาวนาตัวจริง  เป็นแค่ผู้จัดการนาเท่านั้น คือสั่งให้คนอื่นทำ โดยใช้ปัจจัยเงินเป็นหลัก ซึ่งเป็นสาเหตุของความยากจนของชาวนาในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นถ้าจะแก้ปัญหาความจน ชาวนาต้องลุกขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการนา ศึกษาอย่างลงลึก เข้าใจอย่างถ่องแท้ มีจิตวิญญาณในการเป็นชาวนา และที่สำคัญต้องนำหลักธรรมะ หลักศีลธรรมเข้ามาใช้ในชีวิต  นำหลักคิดเข้ามาเปลี่ยนแปลงในตนเองด้วย เพราะถ้าจะทำเกษตรอินทรีย์ คนต้องเป็นอินทรีย์ด้วย  ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม การอยู่ การกิน ลด ละ เลิก อบายมุขทุกประเภท แล้วทำตัวทวนกระแสเหมือนปลาว่ายทวนน้ำ อย่าตกเป็นทาสทุนนิยม  เมื่อศึกษาแล้วต้องเอามาปรับปรุงให้เกิดการพัฒนาทั้งคน และงานต่อไปเรื่อยๆ ถึงจะเป็นชาวนาตัวจริง .....พ่อถาวรกล่าว

   

         

          

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน