*/
  • คิดแก้ว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-08-20
  • จำนวนเรื่อง : 68
  • จำนวนผู้ชม : 217293
  • จำนวนผู้โหวต : 29
  • ส่ง msg :
  • โหวต 29 คน
<< กุมภาพันธ์ 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554
Posted by คิดแก้ว , ผู้อ่าน : 2899 , 17:27:10 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน BlueHill , คนปางยาว โหวตเรื่องนี้

        ความเชื่อ ความศรัทธา กับป่าวัฒนธรรม

                               

           “นี่เป็นเสียงประกาศจากผู้ใหญ่บ้านครับ  มื้ออื่นเช้า ขอเชิญพ่อ แม่ พี่ น้อง ลูกหลานเยาวชนทุกครัวเฮือน ไปเลี้ยงเจ้าปู่ ประจำหมู่บ้านเฮาเด้อครับ ในปีนี้พ่อใหญ่ขะจ้ำ เผิ่นเลือกเอาวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เป็นวันเลี้ยงเจ้าปู่ มันจั่งถืกวันพุธ ถ้าจะเอามื้อออกใหม่ 3 ค่ำเดือน 3 คือเก่า ตามที่เคยปฏิบัติมามันจะบ่อถืกมื้อวันพุธ  เผิ่นกะเลยเลือกเอามือนี้เป็นมื้อเลี้ยงบ้านครับ”   

            เสียงจากผู้ใหญ่บ้าน ประกาศเสียงตามสายผ่านหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านในตอนเย็น เพื่อให้ลูกบ้านรับทราบว่าวันพรุ่งนี้ในหมู่บ้านจะมีพิธีกรรมสำคัญเกิดขึ้น คือ วันเลี้ยงเจ้าปู่ หรือเลี้ยงปู่ตา ตามที่แต่ละคนจะเรียกกัน  เพื่อแจ้งให้ชาวบ้านเตรียมตัวแต่เช้าๆ นึ่งข้าว ต้มไข่ แล้วออกไปร่วมเลี้ยงเจ้าปู่ก่อน ก่อนที่จะออกไปทำภารกิจส่วนตัวประจำวัน

            พิธีกรรมการเลี้ยงเจ้าปู่ ส่วนมากนิยมทำในวันวันพุธ ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3  แต่ถ้าปีไหนวัน เดือนไม่ตรง ก็จะกำหนดวันโดยใช้ดุลพินิจของพ่อใหญ่จ้ำ, เฒ่าจ้ำ ,ขะจ้ำ, ข้าวจ้ำหรือ กะจ้ำ  ตามแต่จะเรียกกัน ขึ้นอยู่กับเปิงบ้านของแต่ละชุมชน ซึ่ง “พ่อใหญ่จ้ำ” จะเป็นผู้นำพิธีกรรม และคนกลางการสื่อสารเชื่อมระหว่างเจ้าปู่ กับชาวบ้าน คนที่จะมาเป็นพ่อใหญ่จ้ำได้ จะต้องได้รับการยอมรับและคัดเลือกจากชาวบ้านว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม มีศีลธรรม มีหลักธรรมะประจำใจ เป็นผู้สูงอายุที่ชาวบ้านเคารพและศรัทธา

                        

            ส่วน เจ้าปู่ ,ปู่ตา, ผีปู่ตา, ผู้ตา หรือภูมิบ้าน  นั้น ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นเจ้าที่ เจ้าทางเป็นผู้คุ้มครองปกปักรักษาหมู่บ้าน รวมทั้งผืนป่าที่ตั้งของศาล ให้อยู่เย็นเป็นสุข ไม่มีคนมาทำลายเบียดเบียนทั้งทางตรง และทางอ้อม คำว่า “ปู่ตา” นั้นสันนิฐานว่ามาจากการประกอบคำระหว่าง ผีฝ่ายพ่อ คือ ปู่กับย่า และผีฝ่ายแม่ คือ ตากับยาย รวมกันเป็น “ผี ปู่ย่า ตายาย” ซึ่งเป็นผีบรรพบุรุษของชาวบ้านที่เชิญลงมาเป็นเจ้าที่ แต่พอนานไปผ่านกาลเวลามาช่วงระยะหนึ่ง การเรียกก็สั้นลง เพื่อความง่ายต่อการเรียกขาน จึงย่อคำเป็น “ผีปู่ตา”  

        

            ป่าสถานที่ตั้งของศาลปู่ตานั้น เรียกว่า “ดอนปู่ตา,ดงปู่ตา ,ป่าปู่ตา ดอนเจ้าปู่” เป็นต้น ขึ้นอยู่กับคนที่ต้องการเรียกใช้ ซึ่งเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์พืช มีต้นไม้น้อยใหญ่ที่หลากหลายและหนาแน่น มีสัตว์นานาชนิดอาศัยอยู่ ถ้าหมู่บ้านไหนไม่มีป่าก็จะเลือกเอาต้นไม้ใหญ่ที่มีรากย้อย เช่น ต้นโพธิ์ ต้นไทร มองดูแล้วขลัง วังเวง น่าเกรงขามเป็นสถานที่ตั้งของศาลปู่ตา ชาวบ้านเชื่อกันว่าป่าบริเวณนี้เป็นป่าศักดิ์สิทธิ์  ทุกคนต้องให้ความเคารพยำเกรง ห้ามตัดไม้ ทำลายป่า ห้ามทำสิ่งไม่ดีในป่า ถ้าจะเอาอะไรออกมาจากป่าต้องขออนุญาตกับปู่ตาก่อน เช่น ถ้าจะเอาเห็ดออกมาจากดอนปู่ตาต้องพูดว่า “ปู่ตาเอ้ย.. ลูกหลานขอเห็ดไปกินแหน่เด้อ”  โดยพูดไปลอยๆกับต้นไม้ กับอากาศ กับสายลมไป แล้วท่านจะรับทราบ ถ้าไม่ขออนุญาตก่อนชาวบ้านบอกว่าอาจจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับชีวิต หาอาหารไม่ได้ หรือเจ้าปู่อาจจะไม่พอใจแล้วไปเอาคืนก็ได้  หรือถ้าหนักหน่อย อาจจะเป็นบ้าคลั่ง บางรายอาจเสียชีวิตเลยก็มี  นอกจากนี้ชาวบ้านยังเชื่อว่าถ้าทำไม่ดี  ไม่เหมาะสมหรือลืมเลี้ยงบวงสรวงปู่ตา ปีนั้นท่านจะเนรมิตให้เกิดเหตุการณ์ฟ้าฝนแล้ง น้ำท่วม เกิดพายุ ทำการเกษตรไม่ได้ผลผลิต หมู่บ้านเกิดเดือดร้อนไปเรื่อยๆ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “ผิดผี”  จนกว่าคนนั้นจะให้เฒ่าจ้ำพาไปขอขมาลาโทษที่ได้ล่วงเกิน ขออ่อนยอมถ้าหายจะเลี้ยงผีปู่ตาด้วย “เหล้าไห ไก่ตัว หรือหัวหมู”   เป็นต้น  เพราะฉะนั้นป่าดอนปู่ตา จึงเป็นป่าแห่งความเชื่อ และป่าวัฒนธรรมของชุมชน เป็นศูนย์รวมขัดเกลาจิตใจของคนในหมู่บ้านให้มีความสมัครสมานสามัคคีกัน อ่อนน้อม ถ่อมตน เคารพธรรมชาติ และสิ่งที่เหนือธรรมชาติ

      

            เวลาเช้าตะวันกำลังทอแสงส่องผ่านม่านหมอกเพื่อเริ่มวันใหม่  ฝูงนกกาบินออกจากรัง พระเริ่มออกบิณฑบาต  พ่อใหญ่อิ่น บัวหลาย อายุประมาณเจ็ดสิบปี พ่อใหญ่จ้ำ ประจำบ้านผับแล้ง – นาเจริญ ได้ออกมาจุดธูปเทียน ทำพิธีกรรมบอกกล่าวกับเจ้าปู่ก่อน พร้อมกับนั่งยองๆชันเข่า ผ้าขาวม้าพาดไหล่ รอทำพิธีกรรมเซ่นไหว้สื่อสาร ให้กับชาวบ้าน ด้านข้างมีจานธูปเทียนและดอกไม้จัดเป็นขันธ์ 5 และขันธ์ 8 พร้อมเหล้าขาว ยาสูบ หมาก พลู ตรงหน้าพ่อใหญ่จ้ำมีไก่ต้มทั้งตัวขนาดสองกำปั้น 1 ตัว เพื่อใช้ประกอบการเสี่ยงทายเกี่ยวกับฟ้าฝน และความเป็นอยู่ของชาวบ้าน

       

            สักครู่ ชาวบ้านทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นตัวแทนของแต่ละครอบครัว เริ่มทยอยออกมาที่ดอนปู่ตา บางคนก็ขี่รถ บางคนก็เดินมาเป็นกลุ่ม ในมือแต่ละคนถือขันธ์หรือจาน  “เครื่องเซ่นไหว้” ที่ข้างในมี ข้าว 1 ปั้น ไข่ 1 ฟอง มีใบตองกล้วยที่ทำสมมติเป็นตัวแทนคนในครอบครัว สมมติเป็นตัวแทนสัตว์ที่เลี้ยงในบ้าน เช่น วัว ควาย หมู หมา เป็ด ไก่ พร้อมดอกไม้กับเงินบาทตามกำลังศรัทธา ใครมาถึงก่อนพ่อใหญ่จ้ำก็ทำพิธีให้ก่อน โดยการบอกกล่าวกับปู่ตา แล้วเอาเครื่องบวงสรวง ดอกไม้ไว้ เอาไข่ไว้เสี้ยวหนึ่งแล้วคืนเจ้าของให้มากินเพื่อเป็นสิริมงคล ใครมาทีหลังก็เซ่นไหว้ทีหลังตามลำดับไป ครอบครัวไหนมาด้วยตัวเองไม่ได้ก็ฝากญาติ หรือฝากเพื่อนข้างบ้านนำมาแทนก็ได้  

                           

            ความผูกพันระหว่างคน ธรรมชาติ และสิ่งที่เหนือธรรมชาติ ในชุมชนหมู่บ้านอีสานมีมาตั้งแต่ช้านาน เป็นบ่อเกิดของการพึ่งพา อาศัย กันและกันอย่างเกื้อกูล คนพึ่งป่า ป่าพึ่งคน คนพึ่งวัฒนธรรมความเชื่อ อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข  แต่ทุกวันนี้สังคมเปลี่ยนไป  บ้านเมือง สิ่งก่อสร้าง วัตถุเทคโนโลยี พัฒนาก้าวหน้ามากขึ้นเท่าไหร่ จิตใจของคนกลับต่ำลงมากขึ้นเท่านั้น หรือว่าเป็นการพัฒนาผิดทาง......?

            ตะวันสายส่องแสงเข้มขึ้น ผู้คนบางตา พ่อใหญ่อิ่น เฒ่าจ้ำประจำหมู่บ้าน เริ่มดับธูปเทียน จัดเก็บข้าวตอก ดอกไม้ ไข่ ข้าว ที่ชาวบ้านนำมาเซ่นไหว้ไส่ถัง รวมกันเพื่อนำกลับบ้านไปจ่ายแจกผู้คนที่ต้องการเอาไปกินเพื่อเป็นมงคลกับชีวิต เสร็จแล้วกราบลาปู่ตากลับเข้าสู่หมู่บ้าน พร้อมกับชาวบ้านสามสี่คนที่รอเก็บของและเดินกลับเป็นเพื่อนกัน คงเหลือไว้ซึ่งบรรยากาศของความวังเวง ประสานเสียงกับสายลมที่กระทบใบไม้ดัง ซ่า..ซ่า.. และร่องรอยความศรัทธาไว้ที่ “ดอนปู่ตา”

           .........................................                                              

 

   



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ไหปลาแดก วันที่ : 16/02/2011 เวลา : 14.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plardeakdee

เปิงบ้าน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
khunphai วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 18.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

โอ้ คนเยอะแยะเลยคะ
ก็เป็นความเชื่อเนอะ
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
แต่ก็น่าไปเหมือนกัน อิอิ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แสนคำนึง วันที่ : 10/02/2011 เวลา : 18.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Seankumnueng

มาเรียนวิชา คติชนชาวบ้านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนปางยาว วันที่ : 10/02/2011 เวลา : 17.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonpangyao
พเนจร ส.สะพานขาว 

สวัสดีครับ ที่บ้านผมที่แพร่ ก็มีทุกปีครับ ที่นั่น เรียก "เลี้ยงผีเจ้าบ้าน" ส่วนมากจะเลี้ยงหมู หรือไก่ ถ้าไก่ก็เอามาหลังคาเรือนละตัว ...ตอนผมเป็นเด็กชอบไปมาก..ไปทีไรพุงกางกลับบ้านทุกที.. +โหวต

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน