• คิดแก้ว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-08-20
  • จำนวนเรื่อง : 68
  • จำนวนผู้ชม : 206197
  • จำนวนผู้โหวต : 29
  • ส่ง msg :
  • โหวต 29 คน

<< มีนาคม 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 10 มีนาคม 2555
Posted by คิดแก้ว , ผู้อ่าน : 887 , 16:34:07 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน มะอึก , นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

เปิดห้องเรียน

 

“ชาวนา เป็นกระดูกสันหลังของชาติ”  คือวลีเปรียบเทียบที่ครูสอนผมตั้งแต่เรียนในระดับประถมศึกษา เพื่อให้เห็นคุณค่าและยกย่องความสำคัญของการเป็นชาวนา ที่หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดินเกือบทั้งปี กว่าจะได้มาซึ่งข้าวที่เรากิน ผมก็แอบภูมิใจไปด้วยที่ได้เป็นลูกชาวนา จะได้เป็นลูกกระดูกสันหลังของชาติด้วย แต่เมื่อโตขึ้นได้มาเรียนในระดับมัธยมฯมีโอกาสมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ใน “ห้องเรียนชาวนา” ซึ่งเป็นห้องเรียนโครงการพิเศษที่ครูจัดตั้งขึ้น เพื่อพานักเรียนเรียนรู้และวิเคราะห์เกี่ยวกับวิธีการทำนารูปแบบใหม่ๆ ในการต่อสู้กับความยากจน ทำให้ผมมีโอกาสทบทวนวลีเดิมอีกครั้ง จนรู้ว่ากระดูกสันหลังของชาติปัจจุบันเหลือแต่กระดูกจริงๆ ไม่มีเลือด ไม่มีเนื้อ ผสมอยู่เลย อันเกิดจากการกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนมากแต่ลงแรงน้อย  ผลผลิตที่ได้หักลบกลบต้นทุนทุกบาทแล้วชาวนาแทบไม่ได้ประโยชน์จากการทำนาเลย เพียงแค่ว่าเป็นผู้ผลิตหรือคนงานในไร่นามีหน้าที่ทำนาไปวันๆ เพื่อส่งต่อนายทุนตามฤดูกาลเท่านั้น

สภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นจาก ข้าวที่เคยเป็นเพียงอาหารที่คนกินเพื่อ “หล่อเลี้ยงชีวิต” ได้เปลี่ยนเป็น “พืชเศรษฐกิจ” ที่สามารถค้าขายสร้างกำไรให้กับประเทศได้ เพราะฉะนั้นการกระตุ้นเศรษฐกิจจึงมุ่งเน้นไปที่การผลิตข้าวเป็นหลักเพื่อให้ทันตามความต้องการของตลาด ทำให้เกิดแผนพัฒนาเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆมากมาย เพื่อให้ได้ข้าวมากขึ้น เช่น เกิดระบบชลประทานเพื่อทำนาปีละสองถึงสามครั้ง เกิดศูนย์วิจัยข้าวเพื่อเปลี่ยนสายพันธุ์ให้สวยงามอายุสั้นลง เกิดปุ๋ยเคมีเพื่อเร่งให้ต้นข้าวโตเร็ว เกิดเครื่องจักรกลต่างๆ มาแทนแรงงานคนและสัตว์ โดยหวังว่าชาวนาจะได้ผลผลิตมากขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมๆแล้วคือมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมจากที่เป็นอยู่ แต่ผลที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม สิ่งเหล่านี้ได้มาทำให้ชาวนาเหนื่อยมากขึ้น ต้นทุนการทำนาเพิ่มขึ้น ผลจากการเร่งรีบทำนาทำให้เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่ต้นจนจบ เริ่มจากการซื้อรถไถ ซื้อปุ๋ยเคมี ซื้อยาฆ่าแมลง จ้างคนทำงาน จ้างรถเกี่ยวข้าว รถนวดข้าว สารพัดค่าใช้จ่ายผุดขึ้นมาจากเดิม และสุดท้ายต้องซื้อพันธุ์ข้าวมาปลูกและซื้อข้าวกินเสียเอง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

          จากชีวิตชาวนาดั้งเดิมที่เคย “อยู่เย็นเป็นสุข” ค่อยเป็นค่อยไปตามฤดูกาลในอดีต บัดนี้ได้นั่งกอดเข่าเจ่าจุก “อยู่ร้อนนอนทุกข์” เพราะการพัฒนาประเทศที่ผิดพลาดของกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่านักการเมือง วัฒนธรรมดีๆของชาวนาสูญหาย ประเพณีดีๆในชุมชนเกือบสูญสิ้น เพราะฉะนั้นถ้าคิดไตร่ตรองให้ดีแล้วจะเห็นว่าปัญหาทุกอย่างของชาวนาไม่ได้เกิดจากตัวของชาวนาเอง แต่เกิดจากปัจจัยภายนอกมากำหนดวิถีให้ชีวิตชาวนาเกิดการเปลี่ยนแปลงจากชาวนาคือผู้ทำนาปลูกข้าว มาเป็น “ผู้จัดการนา” คือชาวนาวัฒนธรรมใหม่ที่เป็นผู้บริหารที่นา ซึ่งมีบ้านเป็นสำนักงาน ทำงานแบบออนไลน์สั่งคนงานผ่านโทรศัพท์มือถือ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว....ใครจะรับผิดชอบ ?

          ทางออกที่ดีที่สุดคือให้ชาวนาเข้าใจตนเอง เข้าใจที่นา เข้าใจต้นข้าว เข้าใจระบบธรรมชาติ ลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก แล้วพยายามให้เกิดการพึ่งตนเองให้ได้มากที่สุด  “ห้องเรียนชาวนา” ห้องนี้จะนำพาท่านผู้อ่านมาร่วมเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ชีวิตไปพร้อมๆ กัน

                                            (ข้อมูลมีต่อครับ)


เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มะอึก วันที่ : 23/03/2012 เวลา : 18.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

อ่านเรื่องราวในเอ็นทรีนี้แล้ว ให้อิจหนาระอาใจกับนักการเมืองบางกลุ่มบางคน ที่ทำให้ชาวนาดั้งเดิมเสียนิสัย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 10/03/2012 เวลา : 18.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

มีโรงเรียนชาวนาแบบเปิดสอนเป็นคราวๆ(คอร์ส)ก็ดีนะครับ รัฐจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงให้ด้วย แล้วอย่าให้การเมืองท้องถิ่นหรือส่วนกลางเข้าไปวุ่นวายมากนักด้วย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
GetThaiWater วันที่ : 10/03/2012 เวลา : 18.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paipat

ท่านแนะนำชาวนาเข้าใจการบ้านการเมืองและผลกระทบมันบ้างก็จะดีนะครับ ผมคนนึงครับลูกชาวนา ตามดูเรื่องน้ำ ก็เผื่อจะช่วยชาวนาได้บ้าง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน