*/
  • มัชฌิมาปกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nuiwytg2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-10
  • จำนวนเรื่อง : 281
  • จำนวนผู้ชม : 833282
  • จำนวนผู้โหวต : 1300
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1300 คน
<< ตุลาคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม 2552
Posted by มัชฌิมาปกร , ผู้อ่าน : 6368 , 08:30:16 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน มัชฌิมาปกร โหวตเรื่องนี้

ปอกระเจา เขาเอามาทำกระสอบ ที่ลำปลายมาศ

                เราคงคุ้นเคยกับกระสอบใส่ข้าวสาร และคงเคยเห็นแล้วใช่ไหมครับ ที่จะมีใยหยาบ ๆ กระสอบข้าวเหล่านี้ทำมาจากพืชชนิดหนึ่ง นั่นก็คือปอกระเจา

                จากภารกิจในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2552 ที่ผ่านมา ผมและดาบจินต์ (ต้องเรียกให้ถูกนะครับ) ได้เดินทางไปยังอำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เราไปที่ตำบนโคกสะอาด แต่ถนนไม่สะอาดครับ เราออกเดินทางจากหนองบุญมากตั้งแต่ 7 นาฬิกา จนแล้วจนรอด ตอนนี้ เวลาประมาณ 9.30 น. แล้ว ยังไม่ถึงบ้านของน้องปรานเลย ด้วยเหตุอันใดก็คงจะเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วจากเรื่องราวตอนก่อน ๆ  เพราะคราวนี้ระหว่างทางเราเห็นชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง กำลังทำงานกันอย่างขมีขมัน เขาทำอะไรกัน

           “เฮ้ย ...เขาทำอะไรกันนะ..” ดาบจินต์ถามขึ้น

                “ไม่รู้สิ ลอกปอมั้ง... “

                “ปออะไร”

                “ปอกระเจา...”

                “จะให้จอดไหม”

                “จอดสิ ถามเขาดูสักหน่อย”  เป็นคำตอบสุดท้ายของดาบจินต์

                ผมจำต้องจอดรถ และถอยกลับมา เพราะความอยากรู้อยากเห็น (ทั้งที่ยังไม่ถึงที่หมายสักที) แล้วพวกเราก็ลงไปถามและพูดคุยกับชาวบ้าน ทำเป็นว่า ถามทาง ความจริงไม่หรอกครับ อยากจะรู้ว่าเขาทำอะไร พวกเขากำลังลอกปออยู่ครับ ชาวบ้านส่วนใหญ่อัธยาศัยดี ยิ่งเห็นใครที่สนทนาปราศัยด้วยความยิ้มแย้มและภาษาเดียวกันก็ยิ่งมีความสนิทสนมได้เร็วเพราะความจริงใจนั่นเอง

                ปอที่ใช้ทำกระสอบนั้น ใช้เฉพาะเปลือกของต้นปอ ซึ่งต้องเอาไปแช่น้ำให้เปื่อยก่อนถึงจะลอกง่าย อย่างน้อยอาทิตย์หนึ่งขึ้นไป แน่นอนครับมันต้องมีกลิ่นเน่าเหม็นของปอที่แช่น้ำอยู่

                “ขายกิโลละเท่าไหร่ครับ”

                “กิโลละ 9 บาท ถ้าตากแห้งแล้วนะ” โอ้โห..กว่าจะได้กิโลหนึ่งก็ลำบากเหมือนกัน ผมนึกในใจ

                “แล้วใช้เวลาปลูกนานไหมครับ”

                “ประมาณ 3-4 เดือน”  เกษตรกรนี่ลำบากจริง ๆ นะครับ ผมก็เคยเป็น สมมุติว่าจะได้เงิน หมื่นบาท ต้องขายปอ มากกว่า 1,000 กก. หรือ มากกว่า 1 ตัน ซึ่งนับว่าเป็นปริมาณมาก และยากลำบากพอควร ดูจากการที่ทุกคนนั่งลอก เจ็บเล็บ เจ็บมือ หลังขดหลังแข็ง ต้องลงแรงกันหลายคน แล้วต้องปลูกกันกี่ไร่

                ชาวบ้านธรรมดาจะมีอัธยาศัยไมตรีงดงามและจริงใจ

                “จะไปไหนกัน” หนึ่งใจนำนวนนั้นถามขึ้น

                “จะไปบ้านน้องที่พ่อเขาเป็นอัมพาตนะครับ”

                “อ๋อ น้องปราน นะหรือ”  มีคนรู้จักเธอด้วย แสดงว่าดังเหมือนกันนะครับ

                “จะเอามอเตอร์ไซค์ไปให้เธอ เพราะคันเดิมมันเก่ามากแล้ว” 

                “เออนั่นสิ คันนั้นจะพังแหล่มิพังแหล่”

                “แล้วก็จะไปหาลุงน้อยกับยายหวังที่เขาโดนไล่ที่”

                “บ้านไหน...อ๋อ...รู้แล้ว”  โหพี่แกรู้ไปหมด หมู่บ้านนี้มีตั้งสิบกว่าหมู่บ้าน นี่ยังไปไม่ถึงสักที่เดียว แต่พี่คนนี้รู้หมดเลย

                ส่วนดาบจินต์มุ่งไปหาเด็ก ๆ ที่นั่งอยู่บนรถ “อีแต๊ก” 3-4 คน เห็นไปถ่ายรูปและพูดคุยกันอยู่ แล้วเราก็เลยสมควรแก่เวลา เดินออกจากกลุ่มเกษตรกรกลุ่มนั้น เพื่อไปสู่เป้าหมายต่อไป แต่ก่อนจากลาชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า

                “ดีนะ ของเหม็น ๆ อย่างนี้ยังแวะลงมาดูมาคุย เป็นคนอื่นเขาคงไม่หยุดดูหรอก”  คงหมายถึงว่า ปอที่เน่าจากการแช่น้ำมันมีกลิ่นเหม็น นอกจากชาวบ้านที่คุยเคยเขาคงไม่หยุดมาพูดคุยด้วยหรอก

                “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมก็ลูกชาวไร่ชาวนาเหมือนกัน” ผมตอบแล้วก็เดินจากมา

                ดาบจินต์ผู้ใจดี ให้ค่าขนมเด็ก ๆ เหล่านั้นไป 100 บาท ...น่ารักจริง ๆ มิน่าละ เด็ก ๆ พวกนั้นยิ้มแป้น เบิกบานกันเป็นพิเศษ

ชีวิตคนเราก็เท่านี้แหละนะ ตายไปร่างกายก็เน่าเปื่อย ต้องทิ้งไปเปล่าประโยชน์ แต่ปอเน่ายังเอามาทำกระสอบได้ ท่านดาบจินต์จึงไม่อยากเน่าแบบเปล่าประโยชน์ พลิกแผ่นดินล่าหาทำความดีอยู่ตลอดเวลา ขนาดว่า...ลุกลามมาถึงผมเลยทีเดียว

รวมลิงค์การเดินทางเดียวกัน

 

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hibiscus spp.

วงศ์ : Malvaceae

ชื่อสามัญ : Kenaf , Hemp hibiscus

ชื่ออื่น : ปอด้าย (ภาคเหนือ)

ถิ่นกำเนิด :

ปอแก้วมีถิ่นกำเนิดทางแถบเขตร้อนของทวีปแอฟริกา ต่อมาแพร่หลายไปยังสหรัฐอเมริกา ถึงแม้ปอแก้วจะเจริญเติบโตในประเทศที่มีอากาศร้อนก็ตาม แต่ในที่ซึ่งมีอากาศเย็นแถบภูเขาหิมาลัยและทางตอนเหนือของฝั่งทะเลแคสเปียนก็สามารถปลูกปอแก้วได้

การนำปอแก้วมาปลูกในประเทศไทยนั้นยังไม่พบหลักฐานแน่นอน ครั้งแรกที่นำมาปลูกเรียกกันว่าปอแก้วจีน สันนิษฐานว่าคงมีผู้นำมาจากประเทศจีนหรือประเทศไต้หวันเป็นครั้งแรก ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็นปอแก้วไทย จนกระทั่งใน พ.ศ. 2493 ประเทศไทยเริ่มปลูกปอแก้วกันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีพื้นที่ปลูก 31,000 ไร่และผลิตเส้นใยได้ 4,700 ตัน ใน พ.ศ. 2496 ได้จัดตั้งโรงงานทอกระสอบแห่งแรกที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และได้ส่งเสริมการปลูกปอแก้วเพิ่มขึ้นเป็น 60,000 ไร่ ได้เส้นใยประมาณ 8,300 ตัน จากนั้นปริมาณความต้องการก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะโรงงานอุตสาหกรรมทอกระสอบค่อยๆ ทยอยเพิ่มขึ้นพร้อมกับการส่งปอดิบไปขายยังตลาดต่างประเทศก็เพิ่มขึ้นทุกปี

 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

ปอแก้ว หรือ kenaf เดิมหมายถึง Hibiscus cannabinus เท่านั้น แต่ปัจจุบันอาจรวามไปถึงพืชพวก Hibicus sabdariffa (โดยเฉพาะพวกที่มีเส้นใยมักเรียกว่า H. sabdariffa var. altissima ) พืชทั้งสองชนิดมีชื่อพื้นเมืองต่างๆ กัน เช่น mesta , Bimlipatam jute หรือ Bimli roselle (โดยเฉพาะพวกที่มีกิ่งแขนงสั้นๆ และใช้ดอกเป็นอาหารได้) นอกจากนี้ อาจเรียก Siamese or Thai jute, Java jute, teal, gambo, papoula-de-sao-francisco และจะยังอาจมีชื่ออื่นๆ อีก

 

พันธุ์ปอแก้ว :

 

ปอแก้วที่ใช้ปลูกมีอยู่หลายพันธุ์ ทั้งพันธุ์เบา พันธุ์กลางและพันธุ์หนัก ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ที่นำมาจากต่างประเทศ บางพันธุ์ก็เป็นพันธุ์แท้ บางพันธุ์เป็นลูกครึ่งผสม ซึ่งได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์ที่ได้คัดเลือกไว้ มีลูกผสมจำนวนน้อยซึ่งเกิดจากการผสมพันธุ์กันตามธรรมชาติ พันธุ์ปอแก้วที่แนะนำให้ใช้ปลูกในปัจจุบัน มีดังนี้

 

1. พันธุ์ต้นเขียว 2. พันธุ์ต้นเขียวใหญ่  3. พันธุ์ขอนแก่น50 หรือสายพันธุ์ KK 2515- 

แหล่งเพาะปลูกปอแก้วที่สำคัญ :

1. จังหวัดอุบลราชธานี   2. จังหวัดศรีสะเกษ   3. จังหวัดชัยภูมิ 4. จังหวัดสุรินทร์  5. จังหวัดสกลนคร 6. จังหวัดนครราชสีมา

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปลูกปอแก้ว :

สภาพพื้นดิน เนื่องจากปอแก้วเป็นพืชดอนและทนความแห้งแล้งได้ดี ดินที่ปลูกควรมีความชุ่มชื้นเพียงเล็กน้อย ถ้าหากดินชื้นและน้ำขังปอแก้วจะเจริญเติบโตได้ไม่ดีเท่าที่ควรและอาจเป็นโรคเน่าได้ง่าย ปอแก้วขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นดินทราย ดินเหนียว ดินร่วนปนทราย หรือดินที่มีอาหารธาตุน้อย แต่ที่เหมาะสมที่สุดคือ ดินร่วนปนทราย มีความเป็นกรดเป็นด่าง 4.5-6.5 มีธาตุอาหารและฮิวมัสอยู่ในปริมาณพอสมควร และระบายน้ำได้ดี ดินที่มีชั้นดินดานอยู่ใกล้ดินบนไม่ควรใช้ปลูกปอแก้ว เพราะจะทำให้การเจริญเติบโตชะงักและให้ผลผลิตของเส้นใยต่ำ

 ฤดูปลูกที่เหมาะสม :

 เนื่องจากปอแก้วมีความไวต่อช่วงแสง การปลูกเพื่อใช้เส้นใยหรือผลิตเมล็ดพันธุ์จึงแตกต่างกัน การปลูกเพื่อเส้นใยต้องเริ่มปลูกตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงกลางเดือนมิถุนายนจึงจะได้ผลผลิตของเส้นใยสูงสุด หากปลูกช้ากว่าเวลาดังกล่าวผลผลิตจะลดต่ำลงตามลำดับ ทั้งนี้ก็เนื่องจากปอแก้วมีช่วงเวลาเจริญเติบโตน้อย ลำต้นแคระแกร็น ถ้าปลูกล่าไปจนถึงช่วงวันค่อนข้างสั้น คือ ประมาณเดือนกันยายน – ตุลาคม ปอแก้วก็จะเริ่มออกดอก ลำต้นหยุดเจริญ ดังนั้นยิ่งปลูกล่ามากเท่าไรก็จะได้เส้นใยสั้นขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้เมื่อนำไปแช่ฟอกเส้นใยจะเปื่อยง่าย เปอร์เซ็นต์การสูญหายมาก และขายได้ราคาต่ำ

ถ้าปลูกปอแก้วตามฤดูกาลที่กำหนดไว้ พันธุ์เบา (90-120 วัน) จะตัดได้ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงกลางเดือนกันยายน ส่วนพันธุ์หนัก (140-160 วัน) จะตัดได้ระหว่างปลายเดือนกันยายน – ปลายเดือนตุลาคม ซึ่งจะได้คุณภาพของเส้นใยดี เหนียวแน่น นุ่มละเอียด สีสวยเป็นมันเลื่อม และเส้นใยยาวประมาณ 2 เมตร ตามความต้องการของตลาด

 การปลูกปอแก้วเพื่อผลผลิตเมล็ดพันธุ์นั้น ควรปลูกระหว่างปลายเดือนมิถุนายนไปจนถึงกลางเดือนสิงหาคมและควรเร่งปุ๋ยในระยะแรกบ้าง เมล็ดปอแก้วจะแก่เก็บเกี่ยวได้ในเดือนธันวาคม – มกราคม การปลูกในช่วงเวลาดังกล่าวนี้จะได้เมล็ดปริมาณมากและคุณภาพดี ทั้งยังสะดวกในการตัดและตากให้กระเปาะแตกเก็บเมล็ดง่าย ปอแก้ว 1 ไร่สามารถผลิตเมล็ดได้ 90-150 กิโลกรัม

ประโยชน์ของปอแก้ว :

 ปอแก้วเป็นปอพื้นเมืองซึ่งปลูกกระจัดกระจายในแอฟริกาและอินเดีย มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันตกของประเทศซูดานเป็นพืชให้เส้นใยที่ได้จากเปลือกของลำต้น รู้จักกันดีในอียิปต์และอินเดียมาหลายศตวรรษแล้วต่อมาปลูกกันแพร่หลายในทวีปเอชีย อเมริกาใต้และแอฟริกา ใช้เปลือกทำเส้นใย สำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอ ปอแก้วมักใช้แทนหรือปนกับเส้นใยจากปอกระเจาในการทอกระสอบ ทำเชือก หรือพรม หรือใช้ทำสิ่งทอในการหัตถกรรม เทียบกับเส้นใยจากปอกระเจา เส้นใยจากปอแก้วไม่สามารถทอให้เป็นเส้นเล็กๆ ได้เท่ากับเส้นใยจากปอกระเจา และถึงแม้ว่าปอแก้วจะมีลักษณะที่ดูดีกว่า ราคาของปอแก้วมักจะต่ำกว่าเส้นใยจากปอกระเจาเล็กน้อย

 ปัญหาในการผลิตและแนวทางการแก้ไข :  

การเปลี่ยนแปลงระบบการขนส่งสินค้า ได้แก่ ระบบการขนส่งแบบเทกอง (bulk shipment system) และคอนเทนเนอร์ (container system) ของสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมบางประเภท ทำให้ความต้องการใช้กระสอบลดลง นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์ปอได้รับการแข่งขันจากผลิตภัณฑ์ใยสังเคราะห์ที่ใช้บรรจุสินค้า เช่น ปุ๋ย อาหารสัตว์ และแป้ง ดังนั้นทางราชการควรวางแผนการผลิตปอในแต่ละปีให้มีความเหมาะสมกับความต้องการใช้ในประเทศและส่งออก เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกปอตามปริมาณความต้องการของตลาดในราคาจำหน่ายที่เป็นธรรม ปัญหาอีกประการหนึ่งในปัจจุบันคือ การขาดแคลนน้ำสำหรับแช่ฟอกปอ การพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ปลูกปอจึงจำเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน 

การเก็บเกี่ยวและการแยกเส้นใยปอแก้ว :  

การตัดต้นปอแก้วเพื่อให้ได้เส้นใยที่ดี ควรพิจารณาจากอายุ ความสูง และระยะออกดอกเป็นหลัก การใช้อายุเป็นหลักนั้น พันธุ์เบาควรตัดเมื่ออายุ 90-120 วัน พันธุ์หนักตัดเมื่ออายุ 140-160 วัน หากการเจริญเติบโตของปอแก้วสมบูรณ์ตามปกติควรตัดเมื่อต้นสูง 1.5 เมตรขึ้นไป อายุปอแก้วซึ่งใช้ลำต้นฟอกเป็นเส้นใย ควรตัดเมื่ออายุ 160-180 วัน ซึ่งเป็นระยะปอแก้วออกดอกแล้ว ส่วนปอคิวบาอายุเก็บเกี่ยวจะสั้นกว่า ซึ่งสามารถตัดได้เมื่ออายุ 110-130 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวันปลูก โดยทั่วไปแล้วถ้าตัดปอแก้วเมื่อเริ่มมีดอกไปจนถึงระยะที่เริ่มมีฝักอ่อนจะได้ผลผลิตของเส้นใยดี มีสีเป็นเงางามและเหนียวแน่น ถ้าหากตัดปอแก้วที่มีอายุอ่อนเกินไปจะได้ปริมาณของเส้นใยน้อย ไม่เหนียวแน่น เปื่อยและขาดง่าย แต่ถ้าหากตัดปอแก้วซึ่งมีอายุแก่เกินไปจะได้เส้นใยหยาบแข็งกระด้างเปราะ และไม่เงางามอันเป็นลักษณะของเส้นใยปอแก้วที่มีคุณภาพต่ำ เมื่อนำไปทอกระสอบจะไม่มีความต้านทานต่อการรับน้ำหนัก กระสอบจะขาดหรือรั่วได้ง่าย 

วิธีแยกเส้นใยออกจากต้นทำได้หลายวิธี ดังต่อไปนี้ 

1. การลอกเปลือกสดออกจากต้นแล้วตากเส้นใยให้แห้ง เส้นใยที่ได้เรียกว่าปอกลีบแห้ง (dry ribbon fiber) วิธีนี้มักทำกันเป็นอุตสาหกรรมภายในครอบครัวเป็นส่วนมาก เส้นใยชนิดนี้ใช้สำหรับมัดของแทนเชือกโดยทั่วไปแล้วปอกลีบแห้งมีราคาต่ำกว่าปอฟอก ในหนึ่งวันชาวไร่สามารถลอกเปลือกสดออกจากต้นได้ 18-20 กิโลกรัม ซึ่งเมื่อทำเป็นปอกลีบแห้งจะได้น้ำหนักราว 4 กิโลกรัม เป็นอย่างสูง 

2. การลอกเปลือกสดออกจากต้นแล้วขูดผิวออกให้เหลือแต่เส้นใยแล้วตากแดดให้แห้ง เส้นใยที่ได้เรียกว่า ปอกลีบขูดผิวหรือเส้นใยปอขูด (decorticated fiber) วิธีนี้ชาวไร่ไม่นิยมกระทำกันเพราะเส้นใยชนิดนี้ราคาขายถูกกว่าเส้นใยปอฟอก การขูดผิวออกนั้นอาจจะใช้มีดขูดออกซึ่งต้องเปลืองแรงงานและทำได้ช้ามาก ต่อมาได้ใช้เครื่องขูดโดยใช้แรงงานจากเครื่องจักรแทน ซึ่งนับว่าสะดวกและทุนแรงได้มากแต่คุณภาพของเส้นใยชนิดนี้สู้ปอฟอกไม่ได้ ในแง่อุตสาหกรรมแล้วถ้าหากใช้เส้นใยปอขูดผิวกับเส้นใยปอฟอกผสมกันในการทอกระสอบ จะได้กระสอบที่มีคุณภาพดีกว่าการใช้เส้นใยปอฟอกแต่อย่างเดียว 

เครื่องขูดปอแก้วมีหลายแบบด้วยกัน บางชนิดใช้ขูดปอแก้วได้ทั้งต้น บางชนิดก็หีบเอาแกนต้นปอออกเสียก่อน แล้วจึงนำเปลือกสดไปเข้าเครื่องขูดอีกทีหนึ่ง โดยมีท่อน้ำฉีดเพื่อล้างเมือกของเส้นใยขณะขูดด้วยประสิทธิภาพของเครื่องขูดขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของเครื่องตลอดจนความชำนาญของผู้ใช้ โดยเฉลี่ยแล้วปอแก้วไทยต้นสด 100 กิโลกรัม จะใช้เวลาขูด 19.2 นาที ได้น้ำหนักเส้นใยปอแก้วสด 13.44 กิโลกรัม เมื่อนำไปตากให้แห้งจะได้น้ำหนัก 4.77 กิโลกรัม 

3. การลอกเปลือกสด (fresh ribbon) ออกแล้วนำไปแช่ฟอก เส้นใยที่ได้ เรียกว่า ปอกลีบสดฟอก วิธีนี้เป็นวิธีประหยัดเนื้อที่แช่ หลังจากตัดต้นสดแล้วใช้ไม้ทุบโคนต้นให้แตกเสียก่อนเพื่อความสะดวกในการลอกเปลือกออกจากแกนลำต้น นำเปลือกสดที่ได้มามัดเป็นกำโดยมัดส่วนโคนแล้วนำไปแช่ฟอก คนงานหนึ่งคนสามารถลอกเปลือกสดได้ 30 กำต่อวัน เปลือกสดหนึ่งกำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม เมื่อนำไปแช่ฟอกจะได้เส้นใยปอฟอกประมาณ 1 กิโลกรัม 

4. การแช่ปอสดทั้งต้นและฟอก เส้นใยที่ได้ เรียกว่า เส้นใยปอฟอก (retted fiber) การแช่นี้เป็นงานที่ยุ่งยาก คุณภาพของเส้นใยนั้นขึ้นอยู่กับการแช่เป็นหลัก นอกจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมาทับมัดปอ ขนาดของมัดปอ ลักษณะและปริมาณของน้ำในคู บ่อ ห้วย หนอง หรือคลองที่แช่ และความหนาของชั้นปอที่แช่อยู่ใต้ระดับน้ำ

การจัดชั้นมาตรฐานของเส้นใยปอแก้วฟอกนั้น โรงงานทอกระสอบจะพิจารณา สี ความเป็นมันเลื่อม ความเหนียวของเส้นใย และความยาวของเส้นใยเป็นหลัก เส้นใยที่มีความยาว ความเหนียวดี สีสวย และเป็นมันเลื่อมไม่มีตำหนิและเปอร์เซ็นต์เปื่อยขาดน้อยที่สุด เรียกว่าเส้นใยที่มีคุณภาพดี อย่างไรก็ตามคุณภาพของเส้นใยที่ว่าดีตามอุดมคตินั้น ก็ยากแก่การพิจารณาตัดสินเหมือนกัน 

5. การใช้สารเคมีสกัดผิวและเมือกที่ปกคลุมเส้นใยออก วิธีการสกัดเส้นใยโดยใช้สารเคมีชนิดต่างๆ เรียกว่า chemical extraction สารเคมีที่ใช้มี sodium hydroxide, sodium carbonate, sodium sulfate, calcium hydroxide, sodium sulfide, sodium chloride และ ethyl alcohol ระยะเวลาในการแช่ 7 วัน ก็จะได้เส้นใยที่ขาวสะอาดและมีคุณภาพ วิธีนี้นับว่าทุ่นเวลาและแรงงานมาก แต่ยังไม่เคยมีการทดลองในประเทศไทย 

6. การสกัดผิวเปลือกออกจากเส้นใยโดยใช้เชื้อบักเตรี (bacteriological extraction) บักเตรีที่ใช้ได้แก่ Arthrobactor sp.,Pseudomonas sp., Aerobactor sp. หรือ Bacillus vulgatus และ Bacillus cereus วิธีนี้ใช้เวลาแช่เพียง 5 วัน ก็จะได้เส้นใยที่ขาวสะอาดและมีคุณภาพดี 

7. การฝังปอแก้วทั้งต้นในดินเพื่อแยกเส้นใย วิธีการนี้พอจะอนุโลมเป็นปอฟอกได้ และเหมาะสมสำหรับไร่ปอแก้วที่อยู่ห่างไกลแหล่งน้ำหรือหาน้ำแช่หรือฟอกปอแก้วไม่ได้ หลุมหมักควรลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ความยาวของหลุมเท่ากับความยาวของต้นปอแก้ว ส่วนความกว้างของหลุมก็แล้วแต่ปริมาณของต้นปอแก้วที่จะใช้หมัก นำต้นปอแก้วมาวางเรียงในหลุมเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นที่เรียงใช้ดินกลบบาง ๆ ส่วนชั้นบนสุดนั้นกลบปากหลุมด้วยดินให้แน่น และรดน้ำบนปากหลุมที่หมักทุกวัน เพื่อช่วยให้บักเตรีและจุลินทรีย์ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น ภายหลัง 30 วัน ขุดดินออก ลอกเส้นใยจากแกนลำต้น นำไปล้างน้ำให้สะอาดและผึ่งแดดให้แห้ง

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:

- หนังสือ พืชไร่ Guide for Field Crops in Tropics and the Subtropics Samuel C.Litzenberger รวบรวม กฤษา สัมพันธารักษ์ ถอดความ(จากเว็บ : http://www.rspg.thaigov.net/)

- กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ http://www.giswebr12.ldd.go.th

พื้นที่ปลูก

4.34 แสนไร่ (ปี 2540/2541) (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร)

พันธุ์ส่งเสริม

ปอแก้ว โนนสูง 2 และขอนแก่น 50

ปอคิวบา ขอนแก่น 60

ปอกระเจา โนนสูง 1 และ ขอนแก่น 1

 ต้นทุนการผลิตปอฟอก

ไร่ละ 1,752 บาท (กิโลกรัมละ 7.30 บาท) (ปี 2540/41)

ผลผลิตปอฟอกรวมทั้งประเทศ

1.05 แสนตัน (ปี 2540/41) (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร)

 ผลผลิตเฉลี่ย

ไร่ละ 240 กิโลกรัม (ปี 2540/41)

ราคาที่เกษตรกรจำหน่ายได้

กิโลกรัมละ 4.50 - 5.50 บาท (ปอฟอกเกรดคละ) (ปี 2540/41)

 ปริมาณใช้ภายในประเทศ ปี 2539 (สมาคมอุตสาหกรรมทอกระสอบไทย)

ผลิตภัณฑ์ปอรวม           45,936 ตัน

- กระสอบ               42,493 ตัน

- ผืนผ้า                         214 ตัน

- เชือกและด้าย          3,229 ตัน 

ปริมาณการส่งออก ปี 2539 (สมาคมอุตสาหกรรมทอกระสอบไทย)

ผลิตภัณฑ์ปอรวม            17,365 ตัน

- กระสอบ                  2,318 ตัน

- ผืนผ้า                            872 ตัน

- เชือกและด้าย          14,175 ตัน 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
BlueHill วันที่ : 23/02/2010 เวลา : 15.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ปอกระเจา ของดีของชาวบ้านแท้ ๆ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
ย่าดา วันที่ : 15/10/2009 เวลา : 19.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

ขอบคุณค่ะ ได้ความรู้ดีทีเดียว คุณหนุ่ยขยันจัง

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
สยุมพร วันที่ : 09/10/2009 เวลา : 23.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ooddee

ขอบคุณท่ีแวะไปงานวันเกิดลูกสาวค่ะ
ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องปอแก้ว นะคะ
และขอบคุณสำหรับเรื่องน้องปราน
เรื่องลุงน้อยกับป้าหวังด้วยค่ะ
ขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ
สำหรับสิ่งดี ๆ ท่ีเราจะทำร่วมกันในอนาคต

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
โทโทโร่ วันที่ : 09/10/2009 เวลา : 15.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TOTORO

กว่าจะทำได้ แต่ขายได้ไม่กี่บาทเองน่ะ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 08/10/2009 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


http://www.oknation.net/blog/KINTARO2/2009/10/08/entry-1
---------------
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพ
อาทิตย์นี้ห่างหายไปหลายวัน
มาเขียนซ่อมบทความแห่งละเลิงร้อยรู ตอนที่ 2 และ ตอนที่ 3 (สุดท้าย) จะตามมาในเร็ว ๆ นี้ครับ

ส่วนบล๊อกนี้จะลงเรื่อง "ปลูกป่าโอเค แบบไม่โค" ช่วงเย็นครับ

ขอบคุณที่ติดตามครับ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
nobody007 วันที่ : 08/10/2009 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 


ความคิดเห็นที่ 6
มัชฌิมาปกร วันที่ : 08/10/2009 เวลา : 11.24 น.
http://www.oknation.net/blog/kintaro
http://www.oknation.net/blog/kintaro2- ภาพ http://www.oknation.net/blog/kintaro3- กลอน
ip : 58.137.122.50/58.137.122.50


กำลังใจอยู่รายรอบ
จะขานตอบหากสงสัย
น้ำคางต่างอาลัย
น้ำใจต่างตอบแทน
-----------
พักก่อนหากอ่อนล้า
หลับตาให้ถึงแก่น
พักใจที่ขาดแคลน
จากแดนที่ห่างใกล
----------------
จะพักยาวหรือพักสั้น
ก็อย่าหวั่นเพื่อก้าวใหม่
หากได้ยินเสียงหายใจ
โปรดรู้ไว้....เรายังคอย
--------------------------
++ขอบคุรมากครับผม++

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
pimahn วันที่ : 08/10/2009 เวลา : 01.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2

สวัสดีครับ คุณหนุ่ย

ข้อมูลเรื่องปอแก้ว ปอกระเจา เพียบเลยครับ
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
พิชญ วันที่ : 07/10/2009 เวลา : 08.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/724room
ตัวเลข / เวลา / ความคิด / และ จิตอิสระ ( ( ในห้อง ๗๒๔ ) )


.......................................................................
ถึงคุณ มัชฌิมาปกร

๑. มิกล้ารับ คำว่า นักปรัชญา ขอรับ ผมเป็นคนบ้านๆทั่วไปมากกว่า ( แต่อยากได้ชื่นชมธรรมชาติ ป่าเขา อย่างคุณมากกว่า อยู่แต่ในป่าคอนกรีตทุกวัน )

๒. ขอบคุณสำหรับแง่คิดที่ให้ครับ ( ดีมากๆเลย จะเก็บไว้สอนใจตัวเองครับ )

.........................................................................
จ่าจินต์กับปอกระเจา จะเน่ามิเน่าแหล่...

" ชีวิตคนเราก็เท่านี้แหละนะ ตายไปร่างกายก็เน่าเปื่อย ต้องทิ้งไปเปล่าประโยชน์ แต่ปอเน่ายังเอามาทำกระสอบได้ "

- สิ่งที่เหลืออยู่ ของคนเรา ที่ทิ้งไว้ให้คนอื่นรำลึกถึงก่อนตาย ก็คือ ความดี / ชั่ว

......................................................................
สิ่งที่เห็น
รูปถ่ายใบหนึ่ง

สิ่งที่เป็น
พระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ของพ่อของเรา

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 06/10/2009 เวลา : 20.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

ขอบคุณที่นำสิ่งที่มองเห็น มาให้อ่านแล้วเห็นตาม

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
สิริปตี วันที่ : 06/10/2009 เวลา : 01.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siripatee
You are what you eat.You are what you write.

กว่าจะได้กระสอบหนึ่งใบ
ใจคนทำไม่ได้เน่าเหมือนปอกระเจาเลย

ค่าของเงิน
กระสอบใบละ กีบาท ใช้เวลานานเท่าไร ต้นทุน+ค่าแรงเท่าไร = ราคาขาย

เด็กกดมือถือ คุย คุย คุย เกินค่ากระสอบหนึ่งใบ?????

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 06/10/2009 เวลา : 00.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy


ขอบคุณค่ะ คุณมัชฌิมาปกร
เคยใช้กระสอบข้าว และเชือกปอ แต่เพิ่งรู้จักวิธีทำป่านจาก ปอกระเจา ครั้งนี้นี่เอง



http://www.oknation.net/blog/snowy/2009/09/22/entry-1

http://www.oknation.net/blog/snowy/2009/10/05/entry-1

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
nuphong26 วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nuphong26

นอกจากจะได้ปรัชญาชีพยังแถมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์อีกสุดยอดจริงๆครับ นับถือ นับถือ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ราษีไศล วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 22.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมครับผม แวะมาทักทายครับ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
เพชรพรหมาฯ วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 21.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payoungsak

โห..........ได้ความรู้ทางพฤกษ์ศาสตร์ของปอกระเจาด้วย

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 20.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

มาติดตามจ่าจินต์บุกดงปอ ?!?ครับ ปอกระเจาแช่น้ำเหม็นมาก แต่ก็ให้คุณค่าเป็นพืชเศรษฐของไทยในอดีต เช่น ข้าว ยางพารา ปอ และไม้กระยาเลย เหล่านี้เป็นสินค้าส่งออก พูดถึงปอกระเจาใช้ทำกระสอบบรรจุข้าวสารและน้ำตาล ใช้กระสอบปอกันทั่วโลก เมื่อก่อนทางอีสานปลูกกันเป็นล่ำเป็นสันจนมีโรงทอกระสอบเกิดขึ้นหลายแห่ง แต่เดี๋ยวนี้ถูกกระสอบพลาสติกยึดพื้นที่หมดแล้ว ครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ทะเลไร้คลื่น วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 19.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talay
http://www.oknation.net/blog/yeewawa/2009/11/17/entry-1 " ลูกหลานสายน้ำตาปีเมืองปักษ์ใต้ "

ต้องแช่น้ำด้วยเหรอคะ ปอกระเจา

ไว้มัดสิ่งของใช่ไหมคะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 18.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า..พระมเหศวร รุ่น ช้างป่าต้น

ตอนเด็กๆเคยลอกปอ..ครับ...ความทรงจำเก่าๆเริ่มย้อนหวนวันเก่าๆ...

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
tuty วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 17.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tuty

ทำเอาคิดถึงตอนที่แม่นั่งเย็บจากมุงหลังคาเลยค่ะ
งานเหมือนง่ายๆ แต่พอทำแล้วลำบาก แล้วต้องทำให้เสร็จ
คนแก่ดื้อจริงๆ สรุปแล้วค่ายาไม่คุ้มกันเลย

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 17.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

จำได้ว่า
ฉีกปลาแดกพอปานลอกปอ

พ่อผมก็เคยปลูก แล้วมัดเป็นมัดใหญ่ๆ แถวบ้านผมเรียก โค่นปอ เรียงรายกันหน้าบ้านหลายสิบโค่น นั่นเป็นสนามเด็กเล่นชั้นดี สำหรับพวกเด็กๆอย่างผม กระโดดขึ้นลง เล่นไล่จับกัน

ขอบคุณสำหรับข้อมูล ครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 15.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

มีแต่ซุมผู่เฒ่ามาอ่าน
ฮะเฮย...รับจ้างลอกปอ ว่าซ้านนนนนนนน.
...
..
.
บ่เค้ย...บ่เคยรับจ้าง
มีแต่อีแม่ฮั่นแล้วไล่ให้ไปลอกปอที่แช่อยู่หนองน้ำนาใน

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
su.63 วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/su
ไทบ้านพระเสาร์

แต่ก่อนก็เคยนะ รับจ้างลอกปอ นะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
สนิมกฤช วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 13.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanimkrit

ขอบคุณครับ...สำหรับเรื่องราวดีๆ มีสาระ
ทำให้ได้รู้จักคนดีๆ เพิ่มขึ้น อย่างพี่จ่า..เป็นต้น

และต้องขอบคุณคุณมัชฌิมาปกร เป็นที่สุดครับ..
คบคนดี สนับสนุนคนดี ให้มีกำลังใจ ทำดี.

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
โทโทโร่ วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 11.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TOTORO

เมื่อวานก็ได้เจอดาบจินต์....
คงจะเป็นเรื่องเป็นราวมาเล่ากันในคราวต่อไปนะครับ...

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
มารูโกะ วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 10.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maruko

ความรู้ทั้งน้าน หนักหัวจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 10.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

ปอกระเจา
ดาบจินต์

เข้ากั๊น เข้ากัน

ปรัชญาชีวิต

ฮา ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
หยอกเย้ากระเซ้าแหย่ เหอเหอ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
MT-PONG วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 10.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NICHAKHAN
ห่างเพียงนิด ก็ คิดถึง เพราะไกล จึง คนึงหา

อ้าว ลืมอ่านเม้นท์คนอื่นๆ แสดงว่า รุ่นเดียวกัน

มี่แต่นักรับจ้างลอกปอ!!!!

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
MT-PONG วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 10.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NICHAKHAN
ห่างเพียงนิด ก็ คิดถึง เพราะไกล จึง คนึงหา

สมัยเด็กๆ เรียนหนังสือ ป.ฉอง

เคยไปรับจ้าง ลอกปอเน่าๆที่แช่ในน้ำ มัดละ สลึงเดียว

ลอกไม่เก่ง ส่วนใหญ่ทำได้ทุกอย่าง แต่ออกแนว อ่อนแอ

แต่มีความพยายาม นั่งลอกทั้งวัน เหม็นก็เหม็น ได้เงิน ฉามบาท..ดีใจเกือบตายค่ะ


นำเงินนั้นวิ่งมาให้แม่..

เห็นภาพนี้แล้ว คิดถึงเงิน ฉามบาทจัง

ขอบอกว่ากลิ่นมันได้ที่ดีเจงๆค่า...เน่าได้ที่

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 09.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

สวัสดีครับ
ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาครับ
ช่วงนี้งานยุ่งพอควร

ขออภัยหากตอบข้อคิดเห็นไม่ครบ และไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนบ้านท่าน

ยังเหลือเรื่อง ช้าง เรื่องละเลิงร้อยรู ตอน 2 ที่ยังไม่ได้เขียนครับ ...
ขอบคุณที่ติดตามครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ไทบ้าน วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 09.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง OKnature 

ตอนเป็นเด็กเคยไป..รับจ้างลอกปอกับพวกผู้ใหญ่

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

สวัสดีที่รัก.
ม่ายช่าย..สวัสดีกิ๊ก..จ่า...

แล้วจะรออ่านที่ป่าโอเค..
นายม่ายโอเค..

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 09.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

ไม้ลำปอที่แห้งแล้ว
เราจะนำมาทำรั้ว
เวลาปลูกผักในหน้าหนาวด้วยนะท่าน
...
ข้อมูลปอกระเจาครบเครื่องเชียวครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
อาโต้ วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rtoto

ทำให้ผมนึกถึงตอนที่ไปรับจ้างลอกปอ สมัยเรียนอยู่
ป.3 -ป.4 ครับหัวหน้า

...สุดยอดๆ

***
แวะมาส่งข่าวความคืบหน้าเรื่องกิจกรรมสร้างกุศลครับ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/rtoto


**ส่งนักบอลไปเตะช่วยด้วยเน้อ
(ไม่มีค่าใช้จ่ายครับผม)

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ไออุ่นพฤษภา วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 08.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konlapat

เก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตได้ดีจริงๆค่ะ
กิจกรรมที่ทำน่าชื่นชมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
tengpong วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 08.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ผมอ่านจบแล้ว
จะไปสอบให้ได้ที่หนึ่ง

ขอบคุณครับคุณหนุ่ย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
หัวใจเดียวกัน วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/our-heart
 

จ่าจินต์ ใจดีเสมอ
หน้าตาปอกระเจาเป็นอย่างนี้นี่เอง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มะอึก วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ปอกระเจา.....ให้ปรัชญาชีวิต.....
ยอดเยี่ยมมากครับท่านหนุ่ย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน