*/
  • มัชฌิมาปกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nuiwytg2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 202
  • จำนวนผู้ชม : 549260
  • จำนวนผู้โหวต : 476
  • ส่ง msg :
  • โหวต 476 คน
<< เมษายน 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน 2552
Posted by มัชฌิมาปกร , ผู้อ่าน : 2712 , 23:35:40 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


อุ้มผาง อีกหนึ่งทางผ่านของชีวิต ()

ตอนที่ ๒ ผีอุ้มผาง..แม้หมาไม่หอน..ก็หลอนได้

 

 ค่ำคืนแรกนี้ เรามีเสบียงอาหารเหลือเฟือ ยังมีข้าวหลามที่เผาไม่สุกมาจากบ้านของป้อม คงจะเผาไว้แต่ตีสามตีสี่นั่นแหละ มันถึงไม่สุก เพราะมันมืด หรือตั้งใจไม่ให้มันสุกเพื่อจะมาเผาต่อก็ไม่ทราบได้ แต่เมื่อตอนเช้า เห็นพี่อ้อยแทะ ๆ ไปนิดหนึ่ง ข้าวมันดิบแบบว่า เหมือนข้าวที่เขาจะเอาไปทำข้าวต้มมัด หรือว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ให้กินข้าวหลามดิบ เวลาผ่านโค้งมาก ๆ แล้วเป็นยากันอาเจียรอย่างดี เพราะข้าวเหนียวดิบมันจุกอยู่ เปล่าหรอก หรือเจ้าป้อม...ไปอยู่ญี่ปุ่นเป็นปี กลับมาเผาข้าวหลามไม่เป็น เอาเถอะ เขาตั้งใจทำให้ ต้องไปวานใครก็ไม่รู้ไปตัดไม้ข้าวหลามมาไว้

 เพราะข้าวหลามไม่สุกนี่เอง เราจึงเหลือมาเผาตอนเย็น ผมไปหามเตาปิ้งขนาดใหญ่ของรีสอร์ทมาตั้งหน้าที่พัก แล้วป้อมก็จัดการก่อไฟเผาต่อ

 นอกจากนี้เรายังมีข้าวโพดหวานกลายพันธุ์ ที่ซื้อมาจากอุ้มเปี้ยม (อยากทราบว่าอุ้มเปี้ยมแปลว่าอะไร เพราะในภาคแรก มีท่าน “โม้งหัวครก” กรุณาให้ความรู้ของคำว่า “อุ้มผาง” ซึ่งเพี้ยนมาจากคำว่า “อุ้มผะ” ภาษากะเหรี่ยงที่แปลว่าไม้ไผ่ เนื่องจากสมัยก่อนการเดินทางลำบาก จึงใช้กระบอกไม้ไผ่ใส่เอกสาร สมัยเป็นเด็ก ผมก็ใช้ตักน้ำไว้กินระหว่างเดินทางครับ /เผาข้าวหลามได้ด้วย) ข้าวโพดหวานนี่เป็นชื่อเวลาเราไปซื้อ ผมซื้อมาสามถุง ๕๐ บาท เพราะคิดว่ามันจะหวานเหมือนที่เขาขายตามทางแถว กลางดง โคราชไงครับ แต่พอกินเข้าไปแล้วมันไม่นิ่ม ไม่หวาน อืม ถ้ากลับไปถามแม่ค้า คงจะได้คำตอบว่า “ข้าวโพดหวานกลายพันธุ์” ไปแล้ว มันก็เลยเหลืออยู่หลายฝัก

 น้องแก้ว..สาวสวยประจำซอย ขาเบียร์เลยทีเดียว ค่ำคืนนี้ คุณเธอยังดึงดันที่จะร่ำสุราแต่เพียงนางเดียว เพราะที่ไป ๆ กันคราวนี้ เป็นขาเด้ง ไม่ใช่ขาดื่ม ว่าแล้วก็ยังจำเมื่อคราวไปเที่ยวทุ่งดอกกระเจียวที่ เทพสถิต จ.ชัยภูมิ กับก๊วนเดียวกันนี่แหละครับ ที่บ้านพักบรรยากาศดี มีบ้ายเขียนติดว่า “ข้าพเจ้ามิได้หลงไหลในรสสุรา แต่ลงไหลในบรรยากาศแห่งการร่ำสุรา..” ป๊าด จะบอกความหมายกันตรง ๆ ก็ไม่เชิง ถึงไม่ “หลง” แต่ก็จะ “ร่ำ” ผลออกมา ก็คอพับคอเหวี่ยงกันทั้งนั้นแหละ สงสารคนเก็บกวาดมั่ง เพราะหลังจากบรรยากาศแห่งการร่ำสุราผ่านไป บรรยากาศของคนเก็บอ๊วก หรือล้างถ้วยจาน นี่หาได้มีใครหลงไหลไม่

 ข้าวเย็นตกถึงท้อง มองหน้า ปราศัยกันเพลิน สองทุ่มแล้ว ร้านในรีสอร์ท ปิดเรียบร้อย น้องแก้วต้องถ่อสังขารไปซื้อเบียร์ในปั๊มน้ำมันใกล้ ๆ ได้มา สามขวด (การดื่มสุราเป็นสิ่งที่ไม่ควร ห้ามลอกเลียนแบบ) คราวนี้ไม่มีเพื่อนกิน ไม่มีใครรินให้ เพราะไปกันน้อยคน เธอก็เลยจิบ ๆ

 ต่อมาเป็นกิจกรรม “ขาเด้ง” ซึ่งเป็นงานประจำของเรา การเล่นไพ่ที่ไม่มีการพนันย่อมเป็นกิจกรรมยามว่างที่เหมาะสม (การพนันเป็นสิ่งที่ไม่ดี- จะเขียนทำไมเนี่ยะ)  เสน่ห์ของการเล่นอยู่ที่การได้ลุ้นว่าไพ่จะออกมาเป็นอะไร เพื่อเป็นการเรียกสารอะดีนาลีน ธรรมดาว่าการไปเที่ยวพักผ่อน มันก็คงมีกิจกรรมอะไรทำนองนี้อยู่แล้ว ซึ่งปฏิเสธกันไม่ได้ แล้วแต่ว่าใครจะชอบแบบไหน ใครชอบดื่ม เชิญดื่ม ใครชอบเล่น เชิญเล่น ใครไม่เกี่ยว ก็เชิญนอน แต่เราไปกันแค่ ๕ คน ห้ามแตกแยก

 ในช่วงเวลานี้ วัยนี้ จะให้ไปเล่นอะไรละครับ จะเล่นซ่อนหากันหรือ.... สมัยเป็นเด็ก แม่บอกว่าอย่าเล่นซ่อนหา หรือซ่อนแอบกันตอนกลางคืน เพราะผีจะเอาไปซ่อน ตอนนั้นก็กลัว ๆ แต่ก็เล่นกันเสมอเวลามีงาน แหม..ถ้าแม่มาบอกเอารุ่นนี้ คงไม่มีผีที่ไหนจับไปซ่อนหรอก ...แถมข้าวสารให้กระสอบเขายังไม่เอาเลย

 พูดถึงเรื่องซ่อนหานี่มีเรื่องเล่าจากน้องชายร่วมสาบานคนหนึ่ง (เอ่อ ไม่รู้สาบานอะไรกันไว้) บ้านอยู่อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก แถวนั้นเรียก “ซ่อนแอบ” ว่า “แอ๊บซับไพ” โอ้โห อะไรจะอินเตอร์ขนาดนั้น ตอนแรกได้ยินก็คิดว่า “แอบเซอร์ไพร้” เท่น่าดูเลยนะครับ ถ้าเราถามเด็ก ๆ ว่า “เล่นอะไรกันเหรอหนู” เด็กจะตอบว่า “เล่นแอบเซอร์ไพร้ค่ะ” แต่นี่ไม่ใช้เด้อ สำเนียงฟังแล้วงง นับว่าเป็นคำที่แปลกดี หาที่มาที่ไปไม่ได้ ภาษาเหนือเรียกว่า “อุ่มลี้ตาติด” (ภาษาน่าน)

 กลับมาวงป๊อกเด้งของเรา ก็สนุกสนานกันไป จนราว ๕ ทุ่ม ได้เวลาแยกย้ายกันไปนอน เพราะผมตื่นตี ๓ ยังไม่ได้นอนเลย ป้อมก็หาวแล้วหาวอีก เนื่องจากว่าตื่นพอ ๆ กัน (ขนาดรออยู่ที่ อ. วังเจ้า) นับได้ สามหาวแล้วก็เลยเลิกเล่นทันที ส่วนสามสาวก็ได้นอนมาบนรถพอควร โดยเฉพาะพี่อ้อย ตื่นมาหน้าตึงมาทีเดียว แสดงว่าหลับดี แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งในระหว่างทาง พี่อ้อยตื่นมาได้ยินผมคุยกับแก้ว เธอเลยแทรกมาว่า

 “พวกเธอคุยอะไรกัน พี่อ้อยได้ยินหมดแหละ ไม่ได้หลับหรอก นอนฟังอยู่”

 “โหพี่...เขามีแต่คนนั่งคอยพูดอะไรให้กับคนขับ เพื่อจะไม่ให้หลับ นี่ต้องให้คนขับ บริการขับรถ แถมต้องคอยพูดกล่อมให้คนหลับ หรือให้ผู้โดยสารเคลิบเคลิ้มอีกหรือเนี่ยะ”

 “นี่หนุ่ย สงกรานต์แก้วเขาจะไปเที่ยวเขาสก (สุราษฏร์) ด้วยนะ ซื้อทัวร์ไปคนเดียวเลย แน่มาก” พี่อ้อยคงจะนึกขึ้นได้ ผมนึกว่าพี่เธอละเมอเสียอีก

 “เมื่อกี้ แก้วเขาก็เล่าให้ผมฟังแล้วนะครับ”

 “อ้าวเหรอ”

 “นั่นแหละ แสดงว่าพี่หลับไปจริง ๆ “

 ค่ำคืนนี้ สามสาวนอนกันในห้อง แก้วกินเบียร์ไปได้แค่ สองขวด เหลืออีกขวดหนึ่ง ส่วนผมกางเต้นท์ห่างออกไปราว ๑๕ เมตร อันเนื่องมาจากคราวที่แล้วไปนอนรีสอร์ทที่สระบุรี แต่ไปกางเต้นท์ติดกับแอร์ ทำให้เกิดความรำคาญเวลาคอมเพรสเซอร์มันทำงาน ติด ๆ ดับ ๆ แต่ว่าลืมไปว่าคราวนี้พวกพี่อ้อยนอนห้องพัดลม แต่ก็กางไปแล้วเลยไม่อยากย้าย

 ทั่วบริเวณเป็นลานหญ้ากว้าง มีต้นไม้ใหญ่อยู่ ๓ ต้น ห่างออกไป เป็นบ้านรีสอร์ทหลังใหญ่ มีห้องน้ำแยกให้บริการทางทิศตะวันออก ห่างจากเต้นท์ประมาณ ๒๕ เมตร ไฟสว่างทั่วหล้า

 ผมก็มุดเต้นท์นอนในทันใด พร้อมกับป้อม ต่างคนต่างเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ก็เผลอหลับไปโดยไม่ได้สนใจอะไร

 คืนนั้นอากาศนอกเต้นท์เย็นสบาย มีลมพัดผ่านเบา ๆ แม้จะเป็นต้นเดือนเมษายนแล้วก็ตาม ทำให้เรานอนหลับสบาย

 มีไฟฉายอยู่กระบอกหนึ่งที่นำมาจากบ้านป้อม แต่ไฟฟ้าสว่างทั่วบริเวณ ตกดึกผมลุกไปเข้าห้องน้ำ แล้วกลับมานอนที่เดิม ดูนาฬิกาเกือบ ๆ จะตีสองแล้ว กำลังจะหลับต่อ แต่ว่า...อยู่ดี ๆ เจ้าป้อมก็ผลุนผลันลุกขึ้นนั่ง ผมนึกว่าป้อมจะไปห้องน้ำ หรือทำอะไรสักอย่าง เลยนอนดูเหตุการณ์ไปเรื่อย ๆ ป้อมนั่งอยู่มุมเต้นท์ตรงทางออกปลายเท้าของผมอีกฟากหนึ่ง เขานั่งนิ่งอยู่นาน สายตามองผ่านหน้าต่างของเต้นท์มองไปทางห้องน้ำ

 ความจริงเต้นท์เราใหญ่ขนาดนอนได้ สามคน ก็เป็นเต้นท์เดี่ยวกับที่ไปกางให้ลิงนอนที่เขาค้อนั่นแหละครับ (อ่านเรื่องย้อนหลัง กางเต้นท์ให้ลิงนอน)

 เวลาผ่านไปราว ๑๐ นาที ผมซึ่งนิ่งอยู่นาน จึงเอ่ยถามป้อมว่า

 “เป็นไรป้อม” ผมกับป้อมนี่อู้กำเมืองกันได้ เพราะอำเภอวังเจ้าก็พูดเหนือเหมือนกัน

  “.....” กว่าที่ป้อมจะตอบ... คือป้อมเป็นคนพูดน้อยมาก ขามานี่ นั่งหน้าคู่กับผม ตลอดทาง รถวิ่งผ่านไปประมาณ ๓๐ โค้ง ท่านจะพูดได้สักคำหนึ่ง หรือผมถามอะไรไป ก็เงียบบ้าง ยิ้มหรือพยักหน้านี่ผมไม่รู้ครับ เวลาขับรถในสภาพถนนแบบนี้ ไม่สามารถหันมามองคนข้าง ๆ ได้ อย่าแม้แต่จะเหลือบ ๆ ตามอง

 “มีอะไรเหรอ”...ผมถามซ้ำ

 “.....” เงียบ สงสัยละเมอหรือเปล่า

 “จะไปห้องน้ำเหรอ” ตอนแรกผมนึกว่าป้อมจะไปห้องน้ำแล้วกลัว จะได้ไปเป็นเพื่อน

 “ได้ยินเสียง....”

 “เสียงอะไร....”

 “เสียงอะไรไม่รู้ นอนไม่หลับ”....ป้อมตอบ พอดีสถานการณ์ตึงเครียดเกินไป ความจริงอยากจะบอกว่า แหม..ตั้งแต่แกหัวถึงหมอนก็นอนกรนครอก ๆ แล้วจะมาบอกว่านอนไม่หลับอีก

 สักพัก ป้อมก็ลุกออกจากเต้นท์ไป ผมก็ยังงง ๆ อยู่ เพราะความที่ป้อมเป็นคนพูดน้อย รวมกับอาการงัวเงีย ทำให้เหมือนคนละเมอ หรือพวกถูกผีเข้า คือปกติ ถึงผีไม่เข้าก็พูดอะไรกันไม่ค่อยรู้เรื่องอยู่แล้ว

 “จะไปไหน”....

 “.....” อ้าวไม่ตอบ แล้วจะรู้ไหมเนี่ยะ แย่ละสิ ถ้าเกิดผีเข้าแล้วมันเดินเข้าป่าไปจะทำไงดี ผมลุกเดินตามป้อมไป เขาเดินข้ามถนนไปยังสำนักงานรีสอร์ท ซึ่งเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง ใต้ถุนก็ทำเป็นที่รับรอง มีกาแฟ มีเก้าอี้ยาวให้นั่ง เห็นป้อมล้มตัวลงนอนที่ม้ายาวนั่น ตอนแรกก็ยืนดูห่าง ๆ สักพักเลยเดินเข้าไปใกล้ ในใจนึกว่า เมื่อตอนเย็นเราไปเล่นน้ำห้วย กลัวมันจะเดินลงนำจมหายไป

 “เฮ้ย...มานอนอะไรนี่”

 “ไม่เป็นไร..อีกสองชั่วโมงก็เช้าแล้ว” ป้อมตอบ มันเป็นอะไรของมันวะ

 “ยุงกัดตายเลยนะโว้ย”

 “.....” เงียบอีกตามเคย ในระหว่างนั้นเวลาก็ผ่านไปตีสองกว่า ๆ จะทำไงดี สมองไม่แล่นเลย เดินกลับมาที่เต้นท์ คว้าโทรศัพท์มากดเบอร์พี่อ้อย

 “ฮัลโหลพี่อ้อย”

 “มีอะไรหรือหนุ่ย” โอ้ยสำเนียงเสียงคุณนายเหมือนกับว่า ขัดขวางความสุขเธอสุด ๆ ในช่วงระหว่างพักผ่อนให้หน้าตึงเนี่ยะ ปกติห้ามใครยุ่งกับคุณเธอเด็ดขาด

 “ป้อมเป็นอะไรก็ไม่รู้พี่ อยู่ ๆ มันก็เดินไปนอนใต้ถุนโน่น”

 “ใต้ถุนไหน...อะไรนะ” อ้าวงงอีก

 “ก็ใต้ถุนไอ้รีสอร์ทไง “ ผมก็อธิบายไม่ถูก ทั้ง ๆ ที่ตอนเย็นก็ไปถ่ายรูปกันเยอะแยะ “ไอ้ที่เขามีกาแฟนะครับ”

 “เออ แล้วมันเป็นอะไร”

 “จะรู้ไหมละครับ ผมถามมันแล้วมันก็ไม่ตอบ”

 “หนุ่ยไปทำอะไรมันหรือเปล่า” เจ๊ครับ (เริ่มเปลี่ยนจากคุณนายเป็นเจ๊) ถึงแม้ว่าอุ้มผางจะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยป่าเขา มีความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ผมก็ไม่ได้มีความหลากหลายทางกายภาพแต่อย่างใดนะเจ๊ นี่ดูถูกกันมากไปแล้ว อันนี้นึกในใจทีหลัง

 “จะทำอะไรละครับพี่ ต่างคนก็ต่างนอน” คุยกันไปคุยกันมา ทำให้สองนางที่นอนข้าง ๆ ตื่น โดยเฉพาะตำรวจบ้านของผม เธอก็เปิดหน้าต่างโผล่มาดู

 “พี่อ้อย..พี่หนุ่ยก็ยืนอยู่หน้าห้องนี่ทำไมไม่มาคุยกันดี ๆ”

 “จริงเหรอ” นั่นสิ แล้วจะโทรคุยกันทำไม แล้วผมก็เล่าเรื่องเดิมที่ไม่ค่อยได้ความให้ทุกคนฟัง ทุกคนก็คงยังงงอยู่ดีแหละครับ

 “เอาเป็นว่า แก้วลองไปชวนป้อมหน่อยซิ ให้มานอนในห้องนี่ก็ได้ นอนที่นั่นยุงหามเป็นแน่” ผมเสนอ เพราะแก้วเป็นเพื่อนสนิทกับป้อม ว่าแล้วแก้วก็เดินไปหาป้อมที่ใต้ถุนบ้าน สักพักการเจรจาคงได้ผลเกินคาด ทั้งสองเดินกลับมาที่บ้านพัก

 “นอนกันทั้งหมดนี่แหละ ๕ คน” ดีที่เตียงมันต่อกัน ก็นอนเบียด ๆ กันไป ถ้าให้ผมไปนอนเต้นท์ก็คงไม่ไปหรอกครับ เห็นอาการของป้อมแล้ว มันหลอน

 อากาศตอนเช้าช่างสดชื่น เสียงนกการ้องกันระงม ได้ยินเสียงป้อมเปิดประตูออกไป ผมก็ลุกตามออกมา ป้อมก่อไฟเตาเดิม ที่ใช้เผาข้าวหลาม เขาอุ่นข้าวหลามอันเดิมที่เหลือสอง-สามกระบอก ข้าวโพดหวานกลายพันธุ์จากต้มก็ถูกเอามาย่างต่อ ผมทำหน้าที่จัดหาอาหารจากเตาแก๊สแบบพกพา ใช้แก๊สกระป๋อง เตานี้ซื้อมาตั้งแต่เจ้าลูกคนโตไม่เกิด ตอนนี้ก็ ๖ ขวบแล้ว มันก็มีอายุพอควร เก็บไว้ในห้องใต้บันไดเลยเก่าไปหน่อย มันไม่มีใครอยากจะจัดการกับมัน เพราะคราวที่แล้ว ทริบสระบุรี (มะม่วงเปรี้ยว) พี่อ้อยและทีมงานได้พยายามเปิดใช้ ตอนที่ผมไม่อยู่ ทำไปทำมาพอมันติดแก๊สที่ลอยอยู่เลยวูบขึ้นพอเป็นพิธี ทำเอาขนแขนของคุณนายสแตนอัฟไปตาม ๆ กัน ดีที่ขนคิ้วไม่หายไปด้วย

 ผมก็เลยทำหน้าที่ เป็นคนขับรถ เป็นคนคอยพูดกับทุกคนบนรถ เป็นคนหุงหาอาหาร ผมจัดแจงอุ่นข้าวเหนียวที่ขนมาจากบ้านป้อม เอามาหลายห่อ ทั้งกระติ๊บเลยก็ว่าได้ เสร็จแล้ว ต้มน้ำ ใส่บะหมี่ที่มีเสียงสั่งมาจากข้างใน จะเอารสนั้น จะเอารสนี้ แบบนี้แหละครับ เขาเรียกอาหารตามสั่งโดยแท้แบบดั้งเดิม ขนาดผมมาเที่ยวอุ้มผาง ยังตามมาสั่งอีก อ้าว จัดไป รวมถึงทอดไข่อีกหลายฟอง ต้มไข่ด้วย

 อยู่ ๆ ป้อมก็วิ่งเข้ามา

 “มีมาม่าเหลือไหมครับพี่” นึกในใจ เอ๊ะเจ้าหมอนี่ อาการกำเริบอีกหรือนี่ เมื่อคืนยังปอด ๆ อยู่

 “จะเอาไปทำไม”

 “ขอสองห่อครับ”

 “ทำไม...”

 “พระมา...” ป้อมตอบ เออ ก็บอกสิว่าจะเอาไปใส่บาตร แล้วไม่นิมนต์พระไว้นะ เห็นวิ่งตามออกไปตั้งไกล ผมเห็นดังนั้นก็คว้าขวดโออิชิ ที่ซื้อมาเมื่อวานแต่ยังไม่ได้กิน วางใกล้ ๆ กับขวดเบียร์ของแก้วที่เหลืออยู่ขวดหนึ่ง ดีนะครับที่ไม่คว้าขวดเบียร์ไปถวายด้วย

 อาหารเช้าเสร็จสรรพ เรามีเวลาเตรียมตัวเพื่อจะไปเที่ยวน้ำตกกันวันนี้

 “เมื่อเช้าหนุ่ยเอาอะไรใส่บาตร” พี่อ้อยถาม

 “โออิชิครับพี่ กับกาแฟซอง ของใครก็ไม่รู้ที่ซื้อมา”

 “ทำไมถวายโออิชิละ”

 “ก็เผื่อพระท่านจะได้ไปญี่ปุ่นบ้าง”

 “เออ ป้อมแล้วเมื่อคืนเรื่องมันเป็นยังไง” พี่อ้อยยังไม่คลายสงสัย ผมก็เหมือนกัน

 “ผมได้ยินเสียงคนขุดดิน ตัดต้นไม้ รอบ ๆ เต้นท์ครับ เลยนอนไม่หลับ”

 “จริงเหรอ ทำไมพี่ไม่ได้ยิน” ผมเสริม

 “จริง ๆ แต่ผมไม่กลัวหรอก มันรำคาญ”

 ตกลงผีหลอกป้อมจริง ๆ หรือ....ทำไมผมไม่เป็นไร

พบกันใหม่ตอนที่ ๓ แม่กลอง สายน้ำแห่งชีวิต



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
Patui วันที่ : 05/05/2009 เวลา : 00.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aparat



รีสอร์ทสวย....วิวก็สวย....
เข้าไปพัก...บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางหรือเปล่า...
เป็นปัจจัตตังน่ะ....


ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ThailandNeverDie วันที่ : 28/04/2009 เวลา : 13.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thailandneverdie
"รักวัวให้ผูก รักลูกให้กอด..."

ธรรมชาติ ยังคงสวยงาม และเป็นมิตรกับเราเสมอเลย

ถ้าเราไม่ล่วงเกินเขาก่อน.................

ภาพสวย เนื้อเรื่องผมอ่านแบบเร้วน่ะครับ

เดี๋ยวอ่านแบบช้าอีกครั้งครับ

...ขอบคุณที่คุณ....รักในธรรมชาติ อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
โทโทโร่ วันที่ : 28/04/2009 เวลา : 09.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TOTORO

ลองนอนดูแล้ว ดีที่ไม่เจอ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
Surrealism วันที่ : 27/04/2009 เวลา : 19.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chumpon
จินตนาการ สำคัญกว่าความรู้ (อัลเบิร์ต ไอสไตน์) ........... S u r Real i s m นำเสนออย่างเดียว เที่ยวอ่าน blog ของชาวบ้าน นานๆจะทิ้ง"หลักฐาน"ไว้ให้ใคร และไม่สนใจในเรื่องของปริมาณ ........... Just one man, Just one nobody

เล่าเรื่องได้สนุก น่าติดตามนะคับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
redribbons07 วันที่ : 27/04/2009 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

รีสอร์ทสวยดีค่ะ


ความคิดเห็นที่ 17 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 27/04/2009 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


สวัสดีอีกครั้งครับ

ขอบคุณพี่ซันตะวันยิ้ม ที่เข้ามาทักทาย และขอบคุณที่วันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา ที่กรุณาขนของไปเยี่ยมน้องหมาที่ จ. นครนายก ม้อด เล่าให้ฟัง เพราะผมไม่ว่าง

ขอบคุณ ครูไทยใจเกินร้อย หวังว่า วันหนึ่งอาจจะได้ร่วมกิจกรรมครับ

ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่แวะเข้ามาครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 27/04/2009 เวลา : 10.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

ผีธรรมชาติมาหลอนป้อมละมั๊ง โชคดีกว่าใครเพื่อนเลยนะ
ผมยังไม่เคยได้ยินเลยแล้วก็ไม่อยากได้ยินด้วย

ชอบเรื่องเล่าแบบนี้ครับ อ่านสนุก

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ครูไทยใจเกินร้อย วันที่ : 27/04/2009 เวลา : 09.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krusak

ขอขอบพระคุณครับ
ได้พบเห็น
สังคมชนบทธรมชาติที่สวยงามและวิถีชีวิตที่เรียบง่ายกับพัฒนาและเปลี่ยนแปลง

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 27/04/2009 เวลา : 07.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


ขอบคุณ ทุก ๆ ท่านที่แวะเข้ามานะครับ
ขอบคุณทุก ๆ คำติชมและกำลังใจ
-------------
เพิ่งกลับมาจากทัวร์โคราชครับ ก็คาดว่าจะเป็นเรื่องต่อไป
อุ้มผาง จะเหลืออีก ๓ ตอน
น่าน (สรงกรานต์บ้านเฮา) ประมาณ ๓ ตอน
โคราช กับ ททท ประมาณ ๔ ตอน
อย่าลืมติดตามนะครับ
---------------------
ขอบคบคุณ สมองโล่ง และซาโกะ ซัง นะครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
สมองโล่ง วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 21.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mybrain

ชอบเที่ยว นอนแปลกที่ ก่อนนอนทุกครั้ง ต้องกราบไหว้ ขอขมา ฝากเนื้อฝากตัวเจ้าป่าเจ้าเขา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ดูแลปกปักรักษาค่ะ แม่สอน ทำอย่างนี้ทุกครั้งที่ไปเที่ยวเลย หลับสบายดี อย่าลืมลองทำดูนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
sako วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 17.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sakata
Sako

เคยไปมาหลายปีแล้วครับ

ไปกับการจัดการของผู้กองแดง(เสียไปแล้ว)

ล่องเรือยาง 1 วัน สวยมากๆ

เดินทางกลับบนหลังช้าง สวยสุดๆ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

สวัสดีครับ
ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมและทักทายครับ
ขอบคุณ จั๊บ (แมงป่อง)
ขอบคุณ คนใกล้ฟ้า
ขอบคุณ โม้งหัวครก
ขอบคุณ srdtrue ที่ติดตามอ่านงานผมย้อนหลังหลาย ๆ เรื่อง
ขอบคุณ Ch.Minivet ด้วยครับ

คงจะได้มาทักทายกันอีกทีวันจันทร์ นะครับ เพราะมีธุระไปต่างจังหวัดอีกแล้ว

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
แมงป่อง วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 16.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mangpong

แถวบ้านผม เรียก "เอ๊ดสะไพ้"
แต่ถ้าคนหา ไปเจอคนแอบก่อน ก็ให้พูดว่า "ป๊อก" แต่ไม่เด้งนะ
แต่ "อุ้มลี้ตาติด" นี่ไม่เคยได้ยิน สงสัยภาษาน่าน หุหุ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
คนใกล้ฟ้า วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 15.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konklaifa

สวัสดีค่ะ
น่าสนุกนะคะ
แต่ไม่สนุกตอนนอน
แล้วเจอผีนั่นแหละค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
โม้งหัวครก วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 11.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/think49
ข้าราชฯ


พักรีสอร์ทตรงริมท่าเรือที่จะไปน้ำตกกันเหรอครับ

วิวบริเวณนี้ สวยดีครับ ใกล้ๆ ต้นน้ำแม่กลองด้วย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
srdtrue วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/srdtrue

บุญรักษา พระคุ้มครอง นะจ๊ะ
ลูกสาวแม่ค้า หน้าตาน่ารักจัง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 08.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

โดนคนเดียวน่ะดีแล้วค่ะ .. โดนกันหมด มีหวังย้ายรีสอร์ทตอนกลางดึกแน่นอน อิอิ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 08.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

สวัสดีครับทุก ๆ ท่าน
ลืมไปว่า มีตำรวจเข้ามาป้วนเปี้ยนบ่อย ๆ แล้วผมก็ไปเล่าเรื่อง เด้ง ๆ แต่แหม...คงไม่เป็นไรนะครับ จ่าจินต์ มากันตอนเที่ยงคืนเลยนะครับ ขอบคุณที่แวะเข้ามา
ขอบคุณ ปุ๊กปิ๊ก ที่ถ่ายรูปได้เยี่ยมจริง ๆ
ขอบคุณ รักพงษ์ครับ คนรักหนังโดยแท้ ชอบที่ท่านวิจารณ์หนังโดยละเอียด
ขอบคุณ พี่เชษฐา แม้จะอยู่ต่างประเทศ แต่แวะเวียนมาเสมอ

ขอบคุณมากสำหรับทุก ๆ ท่านที่แวะเข้ามาอ่าน แต่ไม่ได้คอมเม้นท์ หรือบางท่านส่งเมล์มา หรือโทรมาพูดคุย

ขอบคุณสำหรับทุก ๆ กำลังใจครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
chedtha วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 04.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

สวัสดีครับ คุณหนุ่ย

อ่านเรื่องราว และ ชมภาพ ชอบอุ้มผางซะแล้วสิครับ

เรื่องผีนี่ไม่ใช่จะเห็นกันได้ทุกคนนะครับ
เฉพาะคนที่มีระดับความถี่ของคลื่นสมอง ระดับเดียวกับโอปปาติกะทั้งหลายเท่านั้นครับที่จะสามารถได้ยินเสียงหรือมองเห็นได้
คนทั่วๆไปจะมองไม่เห็นและไม่ได้ยินเสียงหรอกครับ
คิดซะว่าคุณป้อมมีลักษณะพิเศษที่สามารถสื่อกับโอปปาติกะได้ก็แล้วกันนะครับ

ถ้าฝึกจิตดีๆ ให้หนักแน่น มั่นคง คงไปพูดคุยไต่ถามทุกข์สุขของบรรดาโอปปาติกะที่กำลังทำเสียงดังอยู่นั้นได้เลย

ขอบคุณสำหรับภาพ และ บันทึกการเดินทางนะครับ

+1 โหวตให้ทุกครั้งที่แวะมาอ่าน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
รักพงษ์ วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 03.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong

หลายทริปก็มีตำนานหลอนแบบนี้ล่ะครับ สนุกดีได้มีเรื่องเล่าไปอีกนาน
Vote คืนครับสำหรับคำแนะนำเรื่อง font หาคำตอบมาตั้งนานแล้วตั้งแต่ entry แรกๆ ขอบคุณครับ
กองทัพหนัง summer กำลังเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมครับ เริ่มด้วย wolverine

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
pukpik วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 03.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

น่าจะอ่านตอนเที่ยงๆ
ไม่มีใครเลย

พี่จ่าก็คงไปนอนนานแร่ะ


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 24/04/2009 เวลา : 00.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

หวังไว้ว่ทริปน่านอย่าลืมจ่าจินต์บ้างเด้อส์..
ตามมาอ่านยามดึกน่ากลัว...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน