*/
  • มัชฌิมาปกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nuiwytg2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 202
  • จำนวนผู้ชม : 606409
  • จำนวนผู้โหวต : 478
  • ส่ง msg :
  • โหวต 478 คน
<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2552
Posted by มัชฌิมาปกร , ผู้อ่าน : 2270 , 12:39:05 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


อุ้มผาง...อีกหนึ่งทางผ่านของชีวิต ตอนที่ ๔ ตะวันขึ้นที่ดอยหัวหมด

๕ เมษายน ๒๕๕๒

                เมื่อเราเดินทางกลับมาจากน้ำตกแล้ว ถึงที่พัก เราก็ไปตลาดกัน เย็นวันนั้น เรามีมื้อเย็นกันที่ร้านอาหารเล็ก ๆ ใกล้ที่ว่าการอำเภอ อุ้มผางก็ไม่ได้มีถนนอะไรมากมาย วนกันอยู่แค่สองหรือสามซอยนี่แหละครับ ต้องผ่านบ้านครูซันวันละหลายรอบ อาหารที่ซื้อมาก็เลยต้องเอามาแกะรับประทานในร้านนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้าไปจัดการที่รีสอร์ท จะลำบากเหล่าวีรสตรีทั้งสามนาง ในการเก็บกวาดและจัดล้าง ทำอย่างไรได้ละครับ ถ้าพวกเธอยกมือกันสามเสียง ผมกับป้อมจะมีประโยชน์อันใด ต่อให้ยกสองมือสองเท้าด้วยก็หาสู้ได้ไม่

                เมื่อตอนไปน้ำตก ระหว่างที่ผมคุยกับ “แหง๋ม” อยู่นั้น พี่อ้อยก็สังเกตเห็นอยู่แล้ว ได้ที ท่านก็เอ่ยถามว่า “ชื่ออะไรนะ” น้องเขาก็บอก “แหง๋มครับ” เนื่องจากเสียงน้ำตกก็ดัง กอปรกับ สังขารของพี่ท่านก็ร่วงโรย แม้ว่า พี่อ้อยจะนอนพักผ่อนเพื่อให้ใบหน้าตึงดูสดใสเสมอ แต่อาจจะได้ผลเกินคาด เพราะตึงไปจนถึงหูเลยหรือเปล่า

                “อะไรนะ แหย๋ม เหรอ”

                “ไม่ใช่ น้องเขาชื่อ “แหง๋ม”  ไม่ใช่แหย๋ม” ผมช่วย

                “แหม”  “แหน” “แหงน” พี่อ๋อยใส่เป็นชุดเลย ผมกับน้องเขาก็ส่ายหน้ากันอุตหลุด บอกว่าไม่ใช่ ๆ ก็ยังจะเรียกอีก ขนาดสะกดให้ฟังแล้วนะว่า สระแอ ห-หีบ ย-ยักษ์ ม-ม้า ไม่จัตวา พี่อ้อยก็ยังได้ยินไม่ชัดอยู่ดี สรุปแล้ว ตอนไปน้ำตกนี่เลิกคุยกันได้เลย ขนาดว่าชื่อ “แหง๋ม” นี่ก็เรียกลำบากอยู่แล้ว ยังจะสรรหาชื่อสารพัดไปเรียกน้องเขาอีก ผมถามน้องเขาว่า ใครตั้งให้ น้องเขาตอบว่า หมอทำคลอด (ถ้าคลอดที่สถานีอนามัย น่าจะหมายถึงเจ้าหน้าที่ หรือผดุงครรภ์)  ใจร้ายจัง ตั้งชื่อให้เด็กทั้งที ได้ชื่อว่า “แหง๋ม”

                “แล้วแปลว่าอะไร” ผมลองถามดู เผื่อว่าจะไปตรงกับภาษาถิ่น หรือภาษาของชนกลุ่มน้อย

                “ไม่มีความหมายครับ” เรื่องของ “แหง๋ม” จบลงเพียงเท่านี้ ยังก่อน การที่พี่อ้อยสนใจแหง๋มเป็นพิเศษ โดยให้สะพายเป้สัมภาระอันเดียวของพี่อ้อยให้ด้วย จะถือว่าเป็นการใช้แรงงานเด็กไหมเนี่ยะ จะว่าไปในมุมมองของผู้บริหารคิดการณ์ไกลนะครับผมว่า ผู้บริหารต้องการ “ฝึก” หรือ Training หรือ ทำให้เห็นคุณค่าของทุก ๆ สิ่ง ผมก็รู้ดีว่า พี่อ้อยก็ต้องสมนาคุณน้องเขาอย่างแน่นอน แต่การได้อะไรฟรี ๆ มักไม่ค่อยเกิดคุณค่า ก็เลยให้น้องเขาได้ทำงานแลกกับค่าตอบแทน (๑๐๐ บาท สะพายกระเป๋าไม่ถึงวันได้เท่านี้ คนพายเรื่อ พายแทบตาย ได้ค่าจ้างวันละ ๒๐๐ บาท)

                พูดถึงเรื่องการให้เงินนี่ ผมก็ไม่ค่อยชอบให้เงินเด็กฟรี ๆ แต่เราควรจะให้เป็นรางวัล เพื่อทำให้พวกเขาได้รู้คุณค่าของเงิน พวกญาติ ๆ ชอบให้ตังค์เด็ก ๆ ที่บ้าน เวลาไปเที่ยวที่บ้านตายาย ผมต้องคอยห้ามไว้ แล้วทางญาติ ๆ นี่ไม่รู้จะเกทับกันไปถึงไหน ให้นิด ๆ หน่อย ๆ พอได้ ๒๐ บาทก็พอ ไม่ต้องให้มาก ไม่งั้นพวกเขาจะไม่รู้สึกว่า “เงิน” กับการ “ได้มา” มันมีความผูกพันกัน พวกเขาจะรู้ว่า “ง่าย” แล้วจะชินกับการได้มาโดยไม่ต้องทำอะไร และอีกอย่าง เด็กวัยอนุบาลจะเอาเงินไปทำอะไรมากมาย ยังใช้เงินไม่เป็น ผมก็ต้องบอกลูก ๆ ด้วยว่า ห้ามรับเงินใครเกินกำหนด (แต่บางครั้งก็เล็ดลอดไป ถ้าผมไม่เห็น) ที่บ้านต่างจังหวัดก็มีหลาน ๆ เยอะ ส่วนใหญ่ก็จะใช้ให้ทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ พอตอนจะกลับก็ค่อยให้รางวัล

                อิ่มกันแล้ว วันนี้เราก็จะได้พัก หลังจากเมื่อคืน มีกิจกรรมตอนตีสอง อย่างที่เล่าแล้ว กลับมาถึงที่พักก็มืดพอดี หลังจากอาบน้ำเสร็จสรรพ ก็มีการละเล่นอีกเช่นเคย พวกเราเล่นกันเพื่อความฮาโดยแท้ แต่ไม่ขอเล่าหรอก (ถ้าเจอผมก็ถามเองก็แล้วกัน) นึกขึ้นได้ว่า เมื่อตอนเราลงมาจากน้ำตก เดินมาขึ้นรถ แหม...มีคนตั้งวงไพ่กันตรงนั้นเลย (นักท่องเที่ยว) อันนี้มันก็เกินไป พวกเรานี่จะเล่นกันก็ซ่อนแล้วซ่อนอีก มีเสียงใครเดินมาก็ผวาเป็นพัก ๆ แล้วทีมของเรานี่จะเล่นไพ่วงอื่นไม่ได้โดยเด็ดขาด เพราะเราไม่ได้เล่นเพื่อการพนัน หรือการแพ้ชนะ แต่เราเล่นเพื่อความสนุกสนานเฮฮาอย่างเดียว

                เย็นนั้น ผมเอาหน่อไม้ที่ได้มา กะจะเอามาต้ม พอดีพี่อ้อยวันนี้ท่านคงสำนึกรักบ้านเกิด กะทำความดีเพื่อสังคมบ้าง อาสาปอกหน่อไม้ และก็หั่นซอยบาง ๆ  แล้วผมก็ต้มด้วยเตาแก๊สอันเดิม เอาไว้ทำอาหารมื้อเช้า แต่ทุกคนก็ไม่รู้หรอกว่าจะเป็นเมนูอะไร

                คืนนี้ ป้อมนอนในห้อง กับอีกสองหญิง ส่วนผมกับผู้คุมนอนในเต้นท์กัน เราต้องตื่นแต่เช้า เพื่อไปดูอาทิตย์ขึ้น เพื่อความสบายใจของป้อม และเพื่อป้องกันไม่ให้มาปลุกกันตอนตีสองอีก หลังจากเลิกเล่นกันแล้ว เราก็เข้านอน

                “ตีสองเจอกัน” ผมพูดหยอกไป ทุกคนก็แซวป้อมอยู่แต่เรื่องเดียวนี่แหละ

๖ เมษายน ๒๕๕๒

                เราตื่นตีห้า ตามนัด เพื่อที่จะไปดูอาทิตย์ขึ้นที่ดอยหัวหมด ท่านผู้อ่านเข้าใจความหมายใช่ไหมครับ “ดอยหัวหมด” โปรดอย่าได้งงว่าอะไรหมด ภาษาเหนือแปลว่า หัวล้านครับ ก็คือ ดอยหัวล้าน หรือหัวโล้น นั่นเอง ผมก็ไม่เคยไปหรอก ฟังชื่อแล้วก็น่าจะไม่มีต้นไม้บนดอยนั่น แต่ดูจะคล้องกับ “ผาหำหด” ที่ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ชัยภูมิ อันนี้ไม่ได้ลามกแต่อย่างใด และ กบว. โปรดอย่าเซนเซอร์ ถ้าจะให้เขียนสุภาพว่า “ผาอัณฑะหด” มันจะไปได้อรรถรสอะไร คือบริเวณผานั้น มีหินยื่นออกไป ด้านล่างเป็นเหว  ใครไปนั่งตรงนั้น มันก็คงเป็นอย่างว่าแหละครับ

                ผมใช้เวลาอันน้อยนิด เขาไปอาบน้ำ ในห้องน้ำมีเครื่องทำน้ำอุ่นที่ใช้แก๊สอยู่ แต่ทุกคนไม่สามารถใช้งานมันได้ มีผมคนเดียวที่ได้อาบน้ำอุ่น เป็นที่ภาคภูมิใจยิ่ง แม้แต่พี่อ้อยก็บ่นว่าทำได้ไง

                เราออกจากรีสอร์ทประมาณ ตีห้าครึ่ง ยังมืดอยู่ ไม่มีใครเคยไป ดอยหัวหมดเลย เมื่อวานตอนเย็น พี่อ้อยกับป้อม ถามทางไว้เรียบร้อยแล้วว่าอยู่ที่ไหน แต่คนขับรถไม่รู้ อันนี้สำคัญมาก

                “ไปทางไหนครับพี่อ้อย”

                “เขาบอกให้ไปทางบ้านครูซัน”

                “แล้วไงต่อครับ”

                “เอ่อ แล้วไงนะป้อม ที่ป้อมถามเขาเมื่อวานนะ” อันนี่ก็เป็นอีกลู่ทางหนึ่งของผู้บริหาร ท่านพยายามขอตัวช่วย พูดง่าย ๆ ก็คือ โบ้ยให้ป้อมไป

                “เขาบอกว่าเลยบ้านครูซันไปแล้วให้เลี้ยว”

                “เลี้ยวไหน” ผมถาม ในขณะนั้น รถก็วิ่งผ่านหน้าบ้านครูซันไป แล้วก็ไปสุดทาง บังคับเลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอ ซึ่งก็คิดว่าคงไม่ใช่แล้ว พอดีมีพ่ออุ้ย (ตา) ที่ตื่นเช้ากำลังเปิดร้านอยู่เลยสอบถามดู จึงพอได้ความว่า จะมีทางแยกก่อนถึงบ้านครูซัน ผมก็เลยต้องขับรถย้อนมาอีก หลงทางไม่เท่าไหร่ กลัวจะไปไม่ทันเห็นตะวันขึ้นนะสิครับ

                แล้วเราก็มาตามทางที่ไม่ค่อยมีป้ายบอกอะไร

                “ไปอีกไกลหรือเปล่า” ผมถาม

                “เขาบอกว่าถึงหลักกิโลเมตรที่ ๕ แล้ว จะมีป้ายบอก” ป้อมตอบเหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วงออกจากปาก ทำให้ผมขับรถแบบระมัดระวังมาก เพื่อคอยหาป้าย และดูหลักกิโลเมตร ทั้งที่มันยังไม่สว่างดี และมีแต่ป่าสองข้างทาง คนในรถส่วนใหญ่ก็มีหน้าที่ดีอยู่อย่างหนึ่งคือ นั่งเรียบร้อย นิ่งกันดี ให้ช่วยหาทางก็จะได้อะไร ในยามเช้าสลัว ๆ ผมถ่างตาตัวเองดูตัวเลขแต่ละหลักกิโลเมตรที่ผ่านไป จนนับได้ว่า ข้างหน้าต้องเป็นหลัก กม. ที่ ๕ แน่นอน ก็เลยต้องชลอรถให้ช้าลง เพื่อจะหาป้ายบอกทาง ...ในที่สุด ทางขวามือเป็นหลักกิโลเมตร ทางซ้ายมือจึงมีป้ายบอกทาง “ดอยหัวหมด” พร้อมลูกศรชี้ตรงไป ผมนึกในใจ “จะบอกทำไมวะเนี่ยะ” ได้ประโยชน์มากเลย แทนที่จะบอกว่าเหลือระยะทางอีกเท่าไหร่ คนไม่เคยมาอย่างเรา เริ่มไม่ค่อยมั่นใจแล้วว่าจะไปทันไหม จะหาเจอหรือเปล่า เลยค่อย ๆ ขับไปข้างหน้าเรื่อย ๆ และจะไม่พึ่งป้ายบอกทางอีกต่อไป

                จนเราสังเกตุว่ามีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายแต่ไกล ผมก็เปิดไฟรถให้ส่องระยะไกลดู มันไม่มีทางเลี้ยวเลย มีแต่ป่า... พอขับรถไปใกล้ ๆ เลยเห็นว่า มีทางเล็ก ๆ ให้เขาไปได้ โอ...โล่งอกไปที ในที่สุดก็มาถึง มีรถสองแถวจอดอยู่ ๒ คัน แสดงว่ามีคนมาก่อนเรา  พอจอดรถเสร็จก็รีบพากันไปที่ยอดดอย ซึงอยู่ไม่ห่างกันนัก

                บนดอยหัวหมด มีพื้นที่ไม่มาก เบื้องหน้าคือหุบเขา ปิดฉากด้วยเทือกเขาที่ซับซ้อน กันเป็นชั้น ๆ ทำให้มองเห็นความลึกของภาพอย่างชัดเจน เวลาในตอนนั้นประมาณ ๖ โมงเช้า ฟ้ายังไม่สว่าง แต่เริ่มเห็นแสงที่ขอบฟ้าด้านหน้าแล้ว พี่อ้อยขาประจำของเราก็ทำหน้าที่เป็น “นางแบบ” อย่างไม่บกพร่อง เธอทำหน้าที่เป็นผู้กำกับไปในตัวด้วย

                ไม่นานนัก มีคนขึ้นมาเต็มดอยเลย ที่ลานจอดรถมีรถจอดเต็มไปหมด นี่คงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวต้องมาพร้อม ๆ กัน นึกว่าจะมีแต่พวกเรา ต่างคนต่างสนุกสนาน ถ่ายรูปกันไป คุยกันไป เวลาก็เดินไปเรื่อย ๆ

                “พระอาทิตย์มันคงไม่ขึ้นแล้วมั้ง” พี่อ้อยบ่น

                “ขึ้นสิพี่ เดี๋ยวรออีกหน่อย” ความหมายของพี่อ้อยก็คือว่า อาจจะไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น เพราะฟ้าหลัว หรือหมอกควันอะไรประมาณนี้ แต่วันนี้อากาศก็ดี ไม่มีเมฆหมอก ก็น่าจะเห็น เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาเท่านั้นเอง

                “พี่ไม่เคยเห็นตะวันขึ้นสักที” เป็นงั้นไป หรือตื่นไม่ทัน ทำตัวเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง “คุณนายตื่นสาย” ไงครับ แต่ช่วงเวลานั้นเอง พระอาทิตย์ก็ค่อยโผล่พ้นยอดเขาขึ้นมาทีละน้อย ทุกคนต่างจดจ้องไปที่ภาพเบื้องหน้า รวมทั้งยกกล้องมากดชัตเตอร์กันจ้าละหวั่น ดีนะครับ ที่ไม่มีข่าวเบียดกันตกเหวตกดอยกันในวันนั้น

                เราดื่มด่ำกับภาพอาทิตย์ขึ้นจนทุกคนเขากลับกันหมด กลับกันตอนไหนก็ไม่รู้ คิดดูเถอะครับ มาก็มาก่อนใคร กลับก็กลับทีหลังเขา

                เมื่อมาถึงที่พัก ผมมีหน้าที่ “ปรุงอาหาร” อีกเช่นเคย เช้านี้เรามี บะหมีรสต่าง ๆ ไข่เจียว และ ผัดหน่อไม้ใส่ไข่ มีเครื่องปรุงอย่างเดียวคือน้ำปลา อ้อ..ยังมีเกลือเหลืออยู่นิดหน่อย เมื่อวานตอนเย็น แก้วไปขอเกลือที่ครัวรีสอร์ทมา เพราะมีมะม่วงเปรี้ยวอยู่ และมีสับปะรดด้วย คิดดูเถอะ ว่าทีมงานของเราขนาดไหน เกลือยังต้องไปขอที่รีสอร์ทอีก แม่ครัวนี่มองหน้าแล้วมองอีก

                แต่อาหารเช้ามื้อนี้ก็จบลงด้วยดี ไม่มีอะไรเหลือ ข้าวหลามที่ยังเผาอยู่บนเตา นั้นลืมไปได้เลย เพราะป่านนี้มันคงเสียไปแล้ว ผ่านมาสองคืนแล้ว

                เมื่อวานตอนเช้า ป้อมบอกว่ามีดอกกระเจียวบานอยู่ตรงเชิงเขาทางขวา ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากบ้านพักราว 30 เมตร ผมเลยเดินไปดูและได้ถ่ายภาพไว้ ดังที่เลยเอามาลงแล้วครั้งหนึ่ง แต่เช้านี้ผมก็แว่บไปถ่ายอีกหลายช๊อต ตามภาพที่เห็นครับ

                ความจริงเราต้องออกเดินทางกันไวกว่านี้ แต่ว่า เราวางแผนกันผิด แทนที่เราจะไปดูตะวันกันเช้าเมื่อวาน ลืมคิดกันไป อีกอย่างก็มัวแต่แตกตื่นกับเรื่อง ผีอุ้มผาง กันนั่นแหละครับ ทำให้วันนี้เราออกจากอุ้มผางตอน ๙ โมงเช้า

                ขากลับนี่ผมว่าขับรถสบายมาก ๆ โค้งไหนเป็นโค้งนั้น ชิว ๆ ระหว่างทางเจอ งูยักษ์ตัวหนึ่ง น่าจะเป็นงูจงอาง โอ..พระเจ้า มันชูคอขึ้นอยู่ข้างถนน สูงถึงระดับเลยเข่าขึ้นมาเลยทีเดียว ผมก็ไม่ได้ชลอรถหรือจอดดู เพราะถ้าเกิดงูขึ้นมาบนรถ คนก็จำเป็นต้องลงจากรถกันละครับ

                ผมขับรถเพลินไปหน่อย ทำให้ผู้โดยสารมีเสียงระงมกันว่า เริ่มท้องไส้ไม่ดี ผะอืดผะอม ระหว่างทางพักรถ ทุกคนอาการแย่กว่าขามา แต่ผมก็ยังยืนยันว่าขับเหมือนตอนมาเลยนะครับ ขากลับนี่ ตำรวจบ้านนั่งหน้าครับ รู้สึกว่าป้อมจะหมดความหมายแล้ว เพราะผมรู้ทางแล้ว ไม่จำเป็นต้องบอกทาง แต่คนนั่งหน้าคู่ผมก็หลับอยู่ดี

                เรามาถึงแม่สอดในเวลาเที่ยงเศษ ๆ แวะตลาดริมเมยกัน ....

ก็ต้องรอตอนต่อไปสักนิดนะครับ       



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 16/05/2009 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

ขอบคุณ พี่ซันตะวันยิ้ม
ขอบคุณ บอล เมืองบางยาง
ขอบคุณอีกหลาย ๆ ท่านที่ยังคิดถึงกัน

ตอนที่ 5 ยังไม่ได้เขียนเลยครับ
จะพยายามครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 14/05/2009 เวลา : 20.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim


ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 14/05/2009 เวลา : 20.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim


ความคิดเห็นที่ 12 (0)
เมืองบางยาง วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bossza


อิอิ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 07.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


สวัสดีครับ
ขอบคุณ จ่าจินต์นะครับ ขอโทษที่ไม่ได้ไปช่วยปลูกป่า เพราะติดภาระกิจที่สุโขทัย
ขอบคุณ ป้าตุ้ยครับ ผาหำหด นี้มีจริง ๆ ครับ ดังภาพที่ลงให้
ขอบคุณ รักพงษ์ครับผม ถ้าถ่ายงูจงอางมาได้ ผมอาจจะไม่ได้เขียนบล๊อกนี้แล้วก็ได้ คงตายกันไปข้างหนึ่งแหละครับ

ขอบคุณ ทุก ๆ ท่านนะครับที่แวะเข้ามา

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
รักพงษ์ วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 23.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong

สวยดีครับ
น่าถ่ายเจ้าจงอางมาให้ดูด้วย หาดูยาก

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Patui วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 13.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aparat



ผาหำหดนี่มีจริงหรือเขียนเล่น..ไม่เคยได้ยิน..
ขอโทษจริง ๆ นะคะถ้าไม่สุภาพ..
******
สวยมากค่ะตอนอรุณรุ่ง...
ป้าตุ้ยก็เคยไปนั่งลุ้นที่แม่ฮ่องสอน..
จำชื่อไม่ได้แล้ว...คนเยอะมากแทบไม่มีที่กางเต้นท์
อากาศก็เย็นยะเยือกทีเดียว...รุ่งขึ้นมีแม่คะนิ้งด้วย..
******
ภาพดอกกระเจียวก็สวยค่ะ...สดใสดี
ขอบคุณที่แวะไปเยือน...เรือนป้าตุ้ย...555


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 07.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

เคยไปผาหำหด..
หดจริงๆครับท่าน..
ยะเยือกขอบอก..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 07/05/2009 เวลา : 16.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


พอดีว่า ลืมลงรูป "ผาหำหด" เลยไปค้นมาจากเวป (ขอยืมหน่อยครับ) เพื่อยืนยันว่ามันมีจริง ๆ
ขอบคุณ พี่เชษฐา สำหรับความคิดเห็นนะครับ

ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่แวะเข้ามาด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
chedtha วันที่ : 07/05/2009 เวลา : 15.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

สวัสดีครับ คุณหนุ่ย

ผู้ใหญ่ไม่ว่าชาติไทยหรือเยอรมัน ต่างก็ชอบให้รางวัลเด็กๆ
ลูกสาวผมก็ได้เงินประจำ ทำดี ก็ได้เงิน ไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ไปปรากฏตัวที่งานเลี้ยงบ้านเพื่อน เพื่อนก็ให้เงิน

ผู้ใหญ่บางคนเมตตาเอ็นดูเด็ก เห็นเด็กๆน่ารัก ก็ควักเงินให้
เป็นทัศนคติของผู้ใหญ่บางคนที่แสดงความรักกับเด็ก ด้วยการให้เงินไว้ใช้จ่าย
เด็กก็เอาเงินไปให้แม่เก็บไว้ แม่ก็ปลื้ม ที่เพื่อนเมตตาเอ็นดูลูกของเธอ

นั่นก็เป็นทัศนคติของแต่ละคน แต่เท่าที่ผมเห็น เด็กๆมีกำลังใจที่จะทำดีต่อไป
และรู้ว่าผู้ใหญ่เมตตาสงสาร นี่เป็นประสบการณ์ที่ผมเจอมากับเด็กๆหลายๆคนที่นี่นะครับ

"ดอยหัวหมด" กับ "ผาหำหด" ฟังชื่อแล้ว
อันที่จริง ถ้าเจอผู้หญิงวีนๆ ปากร้ายๆ หน้าตายู่ยี่ ก็คงไม่ต้องไปถึง "ผาหำหด" หรอกครับ

+1 โหวตให้กับภาพวิวทิวทัศน์สวยๆจาก "ดอยหัวหมด" และเรื่องเล่าที่ให้ความบันเทิง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 07/05/2009 เวลา : 14.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุก ๆ ท่าน
เห็นว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันหยุดอีกแล้ว
ก็เลยต้องรีบลงเรื่องให้เสร็จ เพราะไม่อยากดองไว้เยอะครับ
----
ดอกกระเจียวคงมีหลายสายพันธุ์มั้งครับ
จิ้มน้ำพริกก็อร่อยดี
--------------
ขอบคุณ วิตามินบี
ขอบคุณ พี่ลูกเสือฯ
ขอบคุณ นายบันเทิง

ขอบคุณทุก ๆ ท่านด้วยครับ
วันหยุดนี้ จะไปสุโขทัยครับ อาจจะมีเรื่องมาเล่าให้ฟังอีก

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายบันเทิง วันที่ : 07/05/2009 เวลา : 13.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naibuntherng


ดอกกระเจียว ที่ว่าใช่ดอกเสี้ยว ที่ครูสมพงษ์ หมื่นจิตร้องไว้หรือเปล่า เพราะไม่เคยพบกันที่อุ้มผางเลย พบกันที่ อ.เมือง จ.ตาก
มากกว่า

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/05/2009 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าเที่ยวนะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
วิตามินบี วันที่ : 07/05/2009 เวลา : 12.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ยังไม่เคยเห็นดอกกระเจียวบาน
กับตาเลยค่ะ สักวันคงได้ไปดูบ้าง

เห็นด้วยที่ผู้ใหญ่ไม่ควรให้รางวัลเด็กเป็นเงิน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
วิตามินบี วันที่ : 07/05/2009 เวลา : 12.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ฉุบๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน