*/
  • มัชฌิมาปกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nuiwytg2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 202
  • จำนวนผู้ชม : 546815
  • จำนวนผู้โหวต : 476
  • ส่ง msg :
  • โหวต 476 คน
<< มิถุนายน 2009 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน 2552
Posted by มัชฌิมาปกร , ผู้อ่าน : 2464 , 08:13:42 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


วรนคร นันทบุรีศรีนครน่าน ตอนที่ 2 (ข้าว-เขา-เขื่อน)

              ผลพวงจากการกลับบ้านเมืองน่าน ก็เลยได้ภาพและเรื่องมาอย่างตั้งใจบ้าง ไม่ตั้งใจบ้าง เพราะเป็นเรื่องที่ค้างมานาน ทำให้ไม่สามารถนำเอ็นทรี่อื่นมาแทรกได้

              คราวที่แล้วผมได้นำเสนอ วัด-เวียง-วังไปแล้ว คราวนี้ก็จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน ที่ห่างออกไปหน่อย จังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่มีความยาว และเป็นเทือกเขา มีแม่น้ำน่านไหลผ่านตรงกลางพอดี เมืองเก่านั้นอยู่แถบลุ่มน้ำน่านตอนบน เจ้าหลวงภูคา เป็นผู้สร้างเมืองยุคแรก ๆ แหล่งกำเนิดน้ำน่านอยู่ที่อำเภอปัว แล้วไหลย้อนขึ้นไปข้างบน

              จังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศลาวยาวที่สุด คือ ๒๒๗ กิโลเมตร แต่ก่อนนั้นดินแดนที่ติดกับจังหวัดน่าน ก็คือประเทศไทยนั่นเอง แต่เราเสียดินแดนส่วนนี้ไป จากการล่าอาณานิคมของชาวตะวันตก นั่นก็คือโขงฝั่งซ้าย ซึ่งก็เป็นแห่งเดียวเท่านั้นของประเทศเพื่อนบ้านที่มีพื้นที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของน้ำโขง

             ทางเหนือสุดเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม ดอกชมพูภูคา ก็จะออกดอกให้เห็น แต่ต้นเดิมนั้นตายไปแล้ว มีการเพาะพันธุ์ขยายปลูกใหม่เพิ่มหลายต้น แต่ก่อนพื้นที่เหล่านี้ดูจะชุ่มชี้นมาก จำได้ว่าเคยมาดอยภูคาครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ ๑๗ ปี ในฐานะเยาวชนเพื่อการอนุรักษ์ป่าไม้ ของ ป่าไม้จังหวัดน่าน ในครั้งนั้นเมื่อรถวิ่งเข้าเขตอุทยาน ก็รู้สึกได้ถึงไอเย็นของป่าเขา ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าร้อน ดอยภูคาห่างจากตัวจังหวัดน่านประมาณ ๘๐ กิโลเมตรเห็นจะได้ มีบ้านพักให้สำหรับนักท่องเที่ยวหลังใหญ่มาก รวมถึงที่พักบ้านเกวียนและลานกางเต้นท์

             ก่อนถึงดอยภูคา รถจะวิ่งเลาะเลียบเขา และสันเขา จึงทำให้มองเห็นทิวทัศน์ทั้งซ้ายขวา ด้านหนึ่งมองไปเห็นแต่ภูเขาเตียนโล่งสุดตา มีกระท่อมเล็ก ๆ ตั้งอยู่ตามสันเขา เห็นแล้วไม่รู้จะแปลงความรู้สึกจากภาพนั้นอย่างไร จะมองว่ามันแปลกดีที่มีแต่ดิน และกระท่อมเป็นจุด ๆ เห็นรองทางเดินเป็นเหมือนก้างปลา ถ้าภาพเบื้องหน้ามันเป็นป่าไม้ สมองคงจะส่งสัญญาณอื่นมาทำให้ความรู้สึกในจิตใจได้ชุ่มชื่นมากกว่า แต่ตรงกันข้ามที่มันรู้สึกห่อเหี่ยวที่ได้เห็นภูเขาไม่มีต้นไม้เลยสักต้น พื้นที่เหล่านั้นคือ พื้นที่สำหรับปลูกข้าวไร่ และข้าวโพด

             ข่าวไร่เป็นพืชชนิดเดียวที่ชาวที่ราบสูงใช้ปลูกเป็นอาหารยังชีพ วิธีการปลูกคือ ใช้ไม้ปลายมนกระทุ้งดิน ให้เป็นหลุมขนาดพอดี แล้วใช้ข้าวเปลือกหยอดลงไป ใช้ดินกลบเล็กน้อย ข้าวไร่ เป็นพันธุ์ข้าวที่ต้องการน้ำน้อย และทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ เป็นพันธุ์ข้าวเหนียวที่ดีชนิดหนึ่ง มีกลิ่นหอม แต่ก่อนพ่อเคยปลูกที่สวน เวลาข้าวสุกต้องมานอนเฝ้า เพราะนกจะลงมากิน ต้องคอยทำหุ่น และเชือกสำหรับเคาะปี๊บให้มีเสียงดังไล่นก แต่เดี๋ยวนี้หายากแล้วตามพื้นราบ หมดฤดูข้าวบางปีก็ปลูกข้าวโพด หน้าแล้งก็ปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น

          ที่น่าใจหายอีกอย่างหนึ่งคือ แถวริมทาง ประมาณ กม. ที่ ๒๐ กว่า ๆ เลยบ้านผาตูบ ผาสิงห์ไป เป็นรอยต่อของอำเภอท่าวังผา แต่ก่อนริมถนนจะมีป่าหน่อไม้เต็มไปหมด ขนาดว่าแวะจอดเก็บเอาได้เลย แต่ตอนนี้ถูกถางเรียบ ไม่มีเหลือ แถบลุ่มน้ำน่านก็จะมีสวนส้ม สวนลิ้นจี่ และสวนลำไย

                 การจับจองที่ดินทำกินจึงเป็นปัญหาปากท้อง และเป็นไม้เบื่อไม้เมากับนักอนุรักษ์ ผมไม่เห็นด้วยกับนโยบายของการออกโฉนดที่ดินของไทยปัจจุบัน และกฎหมายต่าง ๆ ที่มีมา สำหรับการออกเอกสารสิทธิ์ ตราบใดที่ประชาชนคิดว่า การจับจองที่ดินสาธารณะ อีกหน่อยจะได้เป็นของตัวเอง ตราบนั้น ป่าไม้ก็จะสูญหายไปเรื่อย ๆ ไม้เว้นแม้แต่ป่าไม้ริมหมู่บ้านที่ผมเคยเติบโตมา แต่ก่อนเคยไปเก็บหน่อไม้ หาเห็ด หาของป่า เดี๋ยวนี้ กลายเป็นสวนไปหมดแล้ว

            อาชีพเกษตรกรรม บ้านเราจะหาความยั่งยืนมีน้อยมาก และจะหาความเป็น “วิชาชีพ” ก็แทบจะไม่มี หมายความว่า น้อยนักที่ เกษตรกร จะเข้าใจในวิถีของตน และวิชาชีพของตน ทั้งทางด้านการลงทุน การจัดการ การดำเนินการ และการตลาด ทุก ๆ ส่วนมีจุดด้อยหมด แต่รัฐก็ไม่เข้าไปสนับสนุน ไปแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ คือเมื่อผลผลิตออกมาแล้ว ดังนั้น อาชีพเกษตรกรรม จึงถูกมองว่าเป็นอาชีพที่ไม่ยั่งยืน ชาวบ้านก็ไม่ส่งเสริมให้ลูกหลานดำรงอาชีพของตน ซึ่งยิ่งนับวันก็ยิ่งต้องใช้ทุนในการทำอาชีพเกษตรมากขึ้น ในยุคปัจจุบัน เมื่อกลับไปบ้าน จึงเห็นที่ดินรกร้าง ที่ไร่ที่สวนที่ปลูกต้นไม้ไว้รอการกลับมาของลูกหลาน แต่คนอีกกลุ่มหนึ่ง ก็ต้องไปถกถางป่าไร่ เพื่อที่จะได้ที่ทำกิน ทั้ง ๆ ที่ทำไปก็แค่หมดอายุไขของตัวเองก็ไม่มีใครสืบสานอาชีพของตัวเองอีกแล้ว

               แตกต่างจากประเทศที่เจริญแล้ว ที่มีการสนับสนุนอาชีพเกษตรกรรมอย่างครบวงจร เช่นประเทศญี่ปุ่น หากบ้านไหนมีการปลูกพืชใด ๆ ก็จะพัฒนาพืชของตนให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป มีความพิถีพิถันในการปลูก และดูแล เกษตรกรชาวญี่ปุ่น ไม่ได้ปลูกพืชเพื่อออกผลแล้วขายอย่างเดียว พวกเขาปลูกพืชเพื่อพัฒนาพันธุ์และสร้างมูลค่าของมัน ตัวอย่างเช่นถ้าปลูกมะเขือเทศ ก็จะทำทุกอย่างให้มีผลสวย มีรสชาติดี ขนาดว่า กินเปล่า ๆ ยังอร่อย ปลูกกะหล่ำปลี ก็ดูแลอย่างดี กินสด ๆ ก็อร่อยมาก ๆ ไม่ใช้สารเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เมื่อผลิตผลมีคุณภาพ ก็ย่อมขายได้ราคา และก็คุ้มทุน แต่กลไกที่จะขายได้ราคานั้น ผู้ผลิตต้องสามารถกำหนดราคาขายได้ ชาวญี่ปุ่นใช้วิธี สร้างสหกรณ์ของตัวเองขึ้นมาในชุมชน สหกรณ์ร้านค้าของชาวญี่ปุ่นก็คือซุปเปอร์มาเก็ตขนาดย่อมนั่นเอง แนวคิดแบบนี้บ้านเราก็มีแต่ยังขาดการจัดการที่ดี เพราะเกษตรกรไม่ถนัดทางด้านการทำตลาด พวกเขารวมตัวกัน ทำร้านขนาดใหญ่ เป็นศูนย์กลางในหมู่บ้าน แล้วส่งผลิตภัณฑ์ไปขายในนั้น แต่ทำไมบ้านเรา ต้องไปซื้อของในเมือง ต้องไปตลาดถึงจะได้ของสด ทั้ง ๆ ที่แหล่งกำเนิดของพืชผักก็อยู่ที่ชนบท แต่คนชนบทต้องส่งพ่อค้าแม่ค้าไปซื้อของในเมือง แล้วเอามาขายอีกทีหนึ่ง

            ประเทศญี่ปุ่นเคยประสบปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง เนื่องจากเอาไม้มาสร้างบ้านหมด เมื่อ ๔๐ ปีก่อน ญี่ปุ่นจึงได้เร่งสร้างกฎเกณฑ์เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ป่าไม้ จนประสบความสำเร็จ มีน้ำใส คลองสวย มีความอุดมสมบูรณ์ ไม่มีการบุกรุกป่า และจัดให้หมู่บ้านมีป่า อย่างน้อยก็เป็นสวนสาธารณะ ที่นั่งเล่น ที่พัก แม้พื้นที่จะไม่มากมาย แต่ขอให้มี แล้วมันก็เป็นประโยชน์จริง ๆ

 ตั้งแต่เล็กจนโตมาถึงป่านนี้ การบุกรุกป่าก็ยังมีเหมือนเคย แต่ก่อนตอนเป็นเด็ก เคยตามพ่อแม่ ครอบครัวไปถางไร่ ทำไร่กัน เห็นเขาตัดต้นไม้ แพ้วถาง เข้าใจถึงความต้องการของชาวไร่ชาวนา เพราะเคยถือมีดไปถางไปฟัน เคยเอาไฟไปเผา กิ่งกอไม้ที่เขาสุมไว้ วิธีการทำไร่ที่แบบเปิดซิงจากป่า ก็คือ อันดับแรก ตัดต้นไม้ลงให้ราบ ถ้าเป็นไม้ใหญ่ อาจจะเหลือไว้ แต่ส่วนใหญ่ไม่เหลือ โดยการโค่นทิ้งไว้ก่อน สักอาทิตย์ งานต่อไปก็คือ เก็บกวาด ริดกิ่งไม้ ที่ล้มลง ต้นเล็กต้นใหญ่ หรือบางครั้งก็เผาก่อนรอบหนึ่ง เมื่อเผาเสร็จ ก็มาเก็บรายละเอียด เอาที่มันเกะกะ มากองรวมกัน แล้วเผาอีกที ก็จะได้พื้นที่ที่เตียนโล่ง พร้อมกับตอไม้ งานต่อไปคือ งานขุดตอไม้ ถ้าปีนี้ขุดไม่หมด ก็ปีต่อไป แต่ถ้ารถไถเข้าได้ ก็เรียบ

ชาวไร่เป็นคนที่อดทนมาก ต้องอยู่กับไร่ตลอด ๘ หรือ ๙ เดือน ผมไม่เห็นเขาได้พัก จะกลับมาก็เมื่อตอน ช่วงแล้ง แค่ เดือน สองเดือน มาเล่นสงกรานต์ ก็เท่านั้น นอกนั้น ครอบครัวของผมเกือบทั้งหมด นอนอยู่ในไร่ ไม่กลับมาเลย เว้นแต่จะเจ็บไข้ได้ป่วย พวกเขาทำอะไรกัน เมื่อมีโอกาสได้ไปไร่ ในช่วงที่โรงเรียนปิด จึงได้รู้ ภูเขาทั้งลูก ทั้งเทือกเขา เริ่มเตียนโล่ง พวกเขามีแต่จอบ กับพร้า สับเขาเป็นลูก ๆ ทำได้ไง ไม่มีหยุด ฝนตกก็ต้องทำ ปลูกข้าวโพด ไม่มีรถไถ เพราะยังเข้าไม่ถึง เข้าไม่ได้ ไม่มีทาง มีแต่ทางเดินเท้า พอปลูกข้าวโพดเสร็จ ก็ต้องคอยดายหญ้า ข้าวโพดทั้งเขาก็ดายกันเป็นเดือน ๆ ปลูกถั่วลิสงแซมเข้าไปอีก เมื่อถั่วได้อายุเก็บเกี่ยว ก็ถอนถั่ว แล้วก็ปลิดเอาเมล็ด งานพวกนี้ทำกลางคืน กลางวันทำงานในไร่ กลางคืนทำงานที่กระท่อม เมื่องานถั่วเสร็จ ข้าวโพดก็เหลือง เตรียมเก็บเกี่ยว แต่ถั่วลิสงที่เก็บได้ ก็เอาไปตากแห้ง เสร็จแล้วก็เอามาแกะเมล็ด ได้เป็นถั่วลิสง ทำมือล้วน ๆ เสร็จจากงานนั้นก็ไปถึงฤดูเก็บข้าวโพด แบกมาเก็บไว้ในยุ้งฉาง เห็นแล้วเหนื่อยแทน ทำงานกันทั้งปี ขายข้าวโพดได้ไม่กี่หมื่นบาท แล้วคนตั้งกี่คน แบ่งเงินได้นิดหน่อย บางคนทำไร่ทั้งปี ได้นาฬิกาข้อมืออันเดียว หรือไม่ก็ชุดใหม่ ๆ แค่สองสามชุด  ไม่น่าเชื่อ ถ้าความต้องการเพียงเท่านี้แลกได้กับป่าไม้ที่เหลืออยู่ รัฐบาลก็น่าจะมาจัดการแต่แรก หรือมีคนบางกลุ่มอยากได้ข้าวโพด อยากได้ผลิตผลทางการเกษตร พวกเขาต้องแบกภาระหนี้สิน และมีเงินเพียงไม่กี่บาทเอาไว้ใช้ทั้งปี

            ผมเข้าใจดีว่า พวกเขาไม่ต้องการตัดไม้ทำลายป่าหรอก เพราะผมก็เคยไปตรากตรำทำไร่กับเขา ส่วนใหญ่อยู่ในร่มมากกว่า เพราะยังเล็กอยู่ ไม่นาน ไร่นั้นก็ถูกไล่ ถ้าไม่รัฐบาลเอาไปปลูกป่าทดแทน เช่นป่าสัก ก็มีคนมาซื้อต่อ แล้วมันก็วนเวียนอยู่อย่างนี้ 

           แต่เดี๋ยวนี้ไม่เป็นเช่นนั้น คนในยุคนั้นก็อายุ ๕๐ หรือมากว่ากันแล้ว เมื่อกลับมาอยู่บ้าน ก็ติดนิสัยเดิม คือมาฟันป่าแถวบ้านกันอีก แย่งกันเป็นเจ้าของ ทั้ง ๆ ที่ลูกหลานของตนก็โตกันหมด ไม่มีใครจะทำไร่ทำนากันต่อไป สุดท้ายก็ต้องขาย ขายถูกด้วย ถ้าผมมีเงินจะซื้อปลูกป่าเสียให้หมด

 เพราะชาวบ้านเชื่อว่า การถือครองที่ดิน ย่อมได้เอกสารสิทธิ์สักวัน นั่นแหละคือเจ้าปัญหา ผมก็ไม่เข้าใจว่าที่ดินมีระบบอะไรกันบ้าง มี นส.๓ หรือ นส.๓ก หรือโฉนด ครุฑแดง ครุฑเขียว อะไรสารพัด แต่ก็ยังขายกันได้อยู่ดี

 เล่าไปเล่ามายาวไปหน่อยครับ

             อีกวันหนึ่งผมก็พาครอบครัวและญาติ ๆ ไปเที่ยวปากนายกัน ที่เคยเขียนไว้แล้วในเอ็นทรี่ก่อนหน้านี้ เอาบรรยากาศมาให้ชมกันอีกครั้งหนึ่ง ปากนายเป็น้ำที่เอ่อล้นมาจากการสร้างเขื่อนที่อุตรดิตถ์ กั้นแม่น้ำน่าน ทำให้กลายเป็นหมู่บ้านประมงน้ำจืด มีปลาเยอะครับ

 จบกันดื้อ ๆ แบบนี้แหละครับ สวัสดีครับ





 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
สมดุล วันที่ : 06/11/2009 เวลา : 13.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/retailshop

ร่วมช่วยกัน ปลดหนี้เกษตรกร 8 แสนล้านบาท กับนวัตกรรมล้ำสมัย Atomic Biotech ร่วมกับระบบ อี-คอมเมิร์ซ ของบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ เชิญที่ http://www.ainews1.com

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ตะวัน..ที่ปลายฟ้า วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 21.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Plaifah

เอารูปสมัยไปน่านมาให้น้อง ๆ ที่บริษัท ดู
เค้าบอก โอ๊ยสวยจัง
อยากไปเที่ยว
...ประชาสัมพันธ์จังหวัดให้นะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
chedtha วันที่ : 10/06/2009 เวลา : 10.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)


สวัสดีครับ คุณหนุ่ย

แวะมาชมภาพสวยๆจากเมืองน่าน และอ่านบทความ...

ชาวนาไทยอาภัพครับ ชาวนาเยอรมัน มีฐานะความเป็นอยู่ดี
รัฐบาลเขาบริหารประเทศดี กฏหมายของเขาก็คุ้มครองที่ดินชาวนา
ชาวนาเยอรมันมีความรู้ดีในหลายๆเรื่องในด้านกสิกรรม เกษตรกรรม และ การใช้เครื่องจักรเครื่องทุ่นแรง
ทั้งเรื่องการถนอมอาหาร และอื่นๆ



ดีใจครับที่คุณหนุ่ยแวะไปเยี่ยมชมไร่สตรอเบอร์รี่ในเยอรมนี
http://www.oknation.net/blog/chedtha3/2009/06/03/entry-1

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
รักพงษ์ วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 23.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong

ได้อ่านแล้วเข้าใจชาวไร่ ชาวนาอีกเยอะ ปัญหาจริงๆก็คือรัฐบาลไม่เคยเหลียวแลเกษตรกรรมจริงดีแต่ปากพูดไม่ว่ารัฐบาลยุคไหนๆ ปัญหาจึงเกิดเสมอทั้งถางป่าที่ดินทำกิน สุดท้ายก็ขายให้นายทุนก้คือพวกรัฐบาลนั่นเอง พืชผลก็ได้มั่งไม่ได้มั่งปลูกกันมั่วไปหมด นโยบายประกันราคาพืชผลเกษตรก็ชอบกันนัก เพราะพอทำนอกจากได้หน้า ยังได้เงินจากคอร์รัปชั่นอีกทั้งที่รู้ว่าเป็นเรื่องปลายทางที่เกิดจากการวางแผนไม่ไดี แต่รัฐบาลควรมีแผนระยะยาวเลย กำหนดเลยพื้นที่ไหนปลูกอะไร ปลูกแล้วได้อะไรในอีก 5-10 ปี ตลาดโลก ตลาดในจะเป็นอย่างไร ราคาเป็นเท่าไร พื้นที่ไหนปลูกแล้วมีกำไร เท่าไร สร้างศูนย์ข้อมูลมาดูแล มีการลงทะเบียนเกษตรกรชัดเจน ทำวิจัยเพิ่มผลผลิต แต่รัฐบาลไม่เคยทำแม้แต่ตอนนี้เพราะไม่เคยมีใครเคยเป็นเกษตรกรหรือชาวนาจริงๆ มีแต่นายทุน นักเรียนนอก มุ่งแต่แก้เศรษฐกิจที่นายธนาคาร เจ้าของกิจการ มีไม่กี่คนที่ได้ประโยชน์ แต่คนส่วนใหญ่คือเกษตรกรไม่มีแผน 8 แสนล้านรองรับ นอกจากแก้ไปวันๆ เกษตรกรจึงต้องออกมาร้องเรียกเป็นคนบ้า ให้คนไม่รู้ต่อว่า น่าสงสารครับอ่านยาวเลยเขียนยาวบ้าง วันหลังมาแลกเปลี่ยนความคิดกันใหม่ ขอบคุณที่ให้กำลังใจกันเรื่อยๆครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
tengpong วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 22.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

แต่วันนี้เห็นคลิป เด็กนักเรียน
ซึ่งถูกอ้างว่าเป็น นักเรียนหญิงในจังหวัดน่าน
ทะเลาะวิวาท ตบตีกันกระจาย

เฮ้ออ.....ถ้าเป็นเช่นี้ ก็น่าห่วง เนอะคุณหนุ่ย

ป.ล. ยังไงต้องไปน่านอีกสักครา

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
แม่สีไฟ วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ting

มาสองรอบแระ
แหะ แหะ แต่อ่านยังมะจบ

ยาวชะมัด แต่ชอบนะคะ

ต้องไปอ่านตอนก่อนหน้านี้ด้วยล่ะค่ะ

ตอนนี้ดูภาพก่อน ตอนไปไม่ได้ไปแถวนั้น
อยากเห็นเสาดินแปลก ๆ

..
ชอบ entry ก่อนนี้
นาคเยอะดี
สวยค่ะ


ความคิดเห็นที่ 18 (0)
~MarkFanClub~ วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 20.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/markfanclub


รัฐบาล และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ควรจะเอาจริงกับการเข้มงวดด้านกฏหมาย รวมทั้งให้ความรู้กับประชาชนที่ยากจน ไม่ให้รุกป่า ไม่งั้นประชาชนก็ถางป่า ยึดป่าเพื่อเป็นที่ทำกินไปเรื่อย

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
singlemom99 วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 19.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MotherandSon

เอนทรี่ต่อไปก็จะไปทางเหนือค่ะ แต่เป็นเมืองอื่น
น่าไปเที่ยวน่านมากเลยค่ะหลังอ่านและชมภาพ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ชเลจันทร์ วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 19.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalayjan

น่าน น่าไปเยือนยิ่งนัก

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 19.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

สวัสดีครับ
เข้ามาอ่านคอมเม้นของท่านทั้งหลาย
ขอบคุณพี่ลูกเสือหมายเลข 9
ขอบคุณ จันทร์ราตรี
ขอบคุณ 101 ไทยหลังอาน
ขอบคุณ จ่าจินต์
ขอบคุณ พี่เฟียงสุ่ย
ขอบคุณ นายสิบหมื่น
ขอบคุณ ม้อด
ขอบคุณ หมีปีศาจ
ขอบคุณ บอล

และอีกหลาย ๆ ท่านที่แวะเข้ามาอ่าน
ในทุก ๆ ครั้งที่สายตาท่านจับจ้อง
เราต้องขอบคุณทุก ๆ คลิก ที่แวะมา

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
เมืองบางยาง วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 19.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bossza


น่านนนนนนนนนนน ไงผมว่าแล้ว

เอนทรี่นี้ไม่มีผลไม้แปลกๆมาให้ผมช่วยอธิบายที่มาของชื่ออีกเหรอครับ

วันอาทิตย์ตามเค้าไปเตะบอลกันมั้ย

ถ้าผมมีเงิน (เหลือจากกันใช้หนี้) ผมจะเอาเงินไปช่วยพี่ซื้อที่มาปลูกป่านะครับ แต่ตอนนี้เป็นหนี้อยู่เยอะพี่เอาเงินมาช่วยผมใช้หนี้ก่อนดีมั้ย อิอิ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
หมีปิศาจ วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 16.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ที่น่าเที่ยวในเมืองไทย ยังมีอีกเยอะครับ

นครน่าน ก็เป็นที่หนึ่งที่ผมยังไม่มีโอกาสได้ไปเยือนเช่นกัน

ตรงรูปที่มีปลาเยอะๆ ในน้ำนั่น ถ่ายมาจากบริเวณปากนายสินะครับ
เห็นบอกว่า บริเวณนั้นปลาเยอะมาก

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Mothemon วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 16.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mothemon

เห็นด้วยว่าถ้าหมดยุคพ่อแม่เราแล้ว คงจะมีน้อยคนที่จะสืบสานอาชีพทำไร่ทำนา น่าเป็นห่วงมากๆ วันนี้นั่งรถผ่านนาก็ยังคิดอยู่เลยอ่ะ ประเทศเราเป็นประเทศเกษตรกรรม น่าจะสนับสนุนส่งเสริมพัฒนาเยอะๆ ไม่อยากนึกว่าอีกหน่อยต้องซื้อข้าวจากประเทศอื่นกิน

วันก่อนนั่งแท็กซี่ คนขับมาจากหนองคายยังเด็กๆอยู่เลย บอกว่าไม่อยากอยู่บ้านทำนามันลำบาก ก็คงโทษเค้าไม่ได้อ่ะนะ ถ้ารัฐบาลส่งเสริมดีๆ คนก็คงอยากทำ เฮ้ออ

ไม่เคยไปน่านเลยอ่ะพี่ วันดีคืนดีเดี๋ยวขอติดรถไปด้วย

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
redribbons07 วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ดูสงบร่มรื่นดีค่ะ


ความคิดเห็นที่ 10 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

น่าน...
คงอีกนานกว่าจะได้ไปเยือน

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
feng_shui วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 14.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

สักวันคง ได้ไปเยือน ค่ะ



สวัสดียามบ่ายค่ะคุณหนุ่ย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 13.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

สักวันหนึ่งจะไปเยือนน่าน..
อิจฉาคนเกิดน่านจังเลยนิ..
หนึ่งโหวตครับท่าน..
อ่านแล้วเกิดกิเลส..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
101ไทยหลังอาน วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 13.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/101thairidgeback


รัฐต้องให้ความสำคัญลงมือส่งเสริมภาคการเกษตรอย่างจริงจัง ให้ความรู้ที่ถูกต้องแกเกษตรกร ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดปัญหาแล้วก็มาตามแก้กันไม่รู้จักจบจักสิ้นสักที...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
จันทร์ราตรี วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mouthmouth

ขอบคุณมากไปที่ไปเม้น entry ผม ผมเลย มาตามเก็บค่าโฆษณา ของคุณมัชฌิมาปกร เพราะแอบ โฆษณา entry จ่ายค่า โฆษณามาซะดีๆ ครับคุณ มัชฌิมาปกร อิอิอิ เเพงมากนะคับค่าโฆษณาผม จ่ายเป็นกาแฟสองเเก้วคับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 12.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ถ้าไปอ่านบล็อคที่เขียนเรื่องน่าน จะเห็นว่าผมมักจะเมนต์ว่า"อยากไป.."
ผมอยากไปน่าน มากที่สุดในภาคเหนือ เพราะไม่คุ้นเคย
ชอบที่ยังเป้นเมืองเก่า แบบเดียวกับที่อยากไปแพร่ หรือเชียงใหม่ก็เป็นที่ไกลๆอย่างแม่อาย..ไม่ใช่ดอยสุเทพ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 12.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

สวัสดีครับ

สำหรับทุก ๆท่านที่แวะเข้ามาอ่านและให้กำลังใจ
ช่วงนี้เน็ตที่บ้านไม่ค่อยดีครับ ก็เลยห่างหายไปหน่อย
กำลังอยู่ในระหว่างปรับปรุง

เรื่องต่อไปคือ
"อัมพวา ราตรี"
คาดว่าน่าเสร็จภายในสองสามวันนี้ครับ

ขอบคุณ ก้อนหินรำพัน
ขอบคุณ พี่ชาลี วันที่ 20-21 นี้คงได้พบกันนะครับ
ขอบคุณ พี่มะอึกด้วยครับ จะได้พบกันในทริปป่าชายเลนเช่นกัน

ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่แวะเข้ามาครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มะอึก วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 12.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ทะเลภูเขาเมืองน่าน สวยงามนัก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ถ้าผมมีเงินจะซื้อปลูกป่าเสียให้หมด

คิดเหมือนผมเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 08.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO


"ไม่น่าเชื่อ ถ้าความต้องการเพียงเท่านี้แลกได้กับป่าไม้ที่เหลืออยู่ รัฐบาลก็น่าจะมาจัดการแต่แรก หรือมีคนบางกลุ่มอยากได้ข้าวโพด อยากได้ผลิตผลทางการเกษตร พวกเขาต้องแบกภาระหนี้สิน และมีเงินเพียงไม่กี่บาทเอาไว้ใช้ทั้งปี"

แม้จะเศร้าใจไม่น้อยกับภาพที่เห็น แต่เราก็คงต้องพยายามทำความเข้าใจในวิถีของคนตัวเล็ก ที่มักถูกกำหนดทางเลือกโดยคนที่ตัวใหญ่กว่า

ขอบคุณที่สะท้อนมุมมองให้รับรู้นะครับ ในฐานะคนนอกพื้นที่อย่างผม เรื่องราวเหล่านี้เป็นสิ่งที่คาใจเสมอ เมื่อได้เดินทางไปเยือนนคร "น่าน"

หวัดดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน