*/
  • มัชฌิมาปกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nuiwytg2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 202
  • จำนวนผู้ชม : 569223
  • จำนวนผู้โหวต : 477
  • ส่ง msg :
  • โหวต 477 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม 2562
Posted by มัชฌิมาปกร , ผู้อ่าน : 614 , 20:53:14 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน แม่หมี , wullopp และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

สาละวิน ๖๒ (๖)

                เวลาทำหน้าที่ของมันได้ดีที่สุดคือเดินไปอย่างไม่หยุดยั้ง และเวลาก็ผ่านชีวิตเราไปเรื่อย ๆ  จนชั่วอายุไขของเราก็ไม่อาจหยุดเวลาได้ ในทางกลับกัน ช่วงอายุของเราช่างเป็นช่วงที่น้อยนิด 36 ชั่วโมงที่เราจะอยู่ในหมู่บ้านจอปร่าคีแห่งนี้ เหลืออีกเพียงไม่เกิน 12 ชั่วโมงเท่านั้น “เวลาล่วงไป ท่านทำอะไรอยู่” 

ความเดิมตอนที่แล้วเวลาก็มืดค่ำ หลังจากอิ่มหนำสำราญกันแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว ค่ำคืนนี้เรามีกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการพูดคุยกับทุกคนที่เดินทางมาทำกิจกรรมในครั้งนี้ อากาศหนาวเย็นลงมาก ผมจะไปก่อกองไฟ น้ำแข็งรีบมาห้าม ผมก็งง “เฮ้ย มันหนาว จะก่อไฟผิงเนี่ยะ มาห้ามกันทำไม” ถ้าไม่มีเหตุผลนี่ผมจะไม่ค่อยยอมใคร ยิ่งเรื่องอำชาวบ้านเขานี่ถนัดนัก จนน้ำแข็งต้องมากระซิบว่า เดี๋ยวจะมีกิจกรรม ที่ไม่ใช้ไฟ 

“เอ๊ะ-อ๋อ”

“เอ๊ะ”  จริง ๆ ผมรู้แล้ว ช่วงที่มารวมกันจะคุยกันแบบมืด ๆ แล้วผมจะหาสมาชิกบางคนเจอไหมครับ

         รอเวลางานพร้อม ก็ยังไม่พร้อมสักที เพราะกำลังปรุงน้ำอมฤทธิอยู่หรือเปล่านะ กว่าจะได้เริ่ม ตัวจะแข็งอยู่แล้ว แต่ในที่สุดก็ได้เวลาอันเป็นมงคลฤกษ์ ขอเชิญท่านประธานขึ้นสู่ยอดเสา เอ้ย เวลาประหม่านี่พิธีกรมักจะพูดผิด จริง ๆ แล้วต้องพูดว่า “ขอเชิญท่านประธานเชิญธงขึ้นสู่ยอดเสา”  ทีแรกประธานมองเสาแล้วก็นึกในใจว่า “มันจะไหวเหรอ...” อันนี้เล่าให้ฟังเฉย ๆ ครับ ไม่เกี่ยวกับกิจกรรมในค่ำคืนนี้ เพราะเราไม่มีการเชิญธงครับ ได้เวลาแล้วทุกคนก็มานั่งล้อมวงกัน

         พิธีการเริ่มขึ้นท่ามกลางความมืดมิด และความเงียบสงบแห่งป่า ประธานนิวเริ่มจุดเทียนขึ้น แล้วทุกคนที่ยืนล้อมวงกัน ค่อย ๆ จุดต่อกันไปเรื่อย ๆ จนครบทุกคน ตอนนี้แสงสว่างอันน้อยนิดจากแสงเทียนก็ทำลายความมืดได้ ทุกคนมีเทียนที่ส่องสว่างคนละเล่ม ประธานนิวเริ่มกล่าว

         “ในเวลานี้ที่ทุกคนได้มาพร้อมกัน ซึ่งได้ทำกิจกรรมจนลุล่วงไปในวันนี้ ผมจะดับไฟของผม เพื่อจะได้เห็นแสงไฟดวงอื่น ๆ ที่จุดขึ้นได้เปล่งประกายทดแทน และตามธรรมเนียมของเรา อยากจะให้ทุกคนได้แนะนำตัวเอง และกล่าวถึงความรู้สึก ความประทับใจ หรือข้อเสนอแนะใด ๆ ในค่ายนี้ เริ่มจากคนข้าง ๆ ผมก่อนที่เป็นสารตั้งต้น (ผู้ร่วมก่อตั้งและดำเนินกิจกรรมมาตั้งแต่รุ่นแรก ๆ ) เชิญครับ”

                สารตั้งต้น (ผู้ร่วมก่อตั้งและดำเนินกิจกรรมของกลุ่มมาตั้งแต่เริ่มแรก) มักจะพูดน้อย  พี่ตุ๊ก พี่อี๊ด พี่ยุ้ย  เรียงกันมา ก็ได้กล่าวทักทายและแนะนำตัวน้อง ๆ อย่างเรียบง่าย ถัดมาก็จะเป็น เก๋ คนที่ผมต้องมาด้วยเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากเก๋รับผิดชอบเรื่องการจัดหายามาทำกิจกรรมค่ายอาสา แต่ยามีจำนวนเยอะมาก จะเสียค่าขนส่งแพง ช่วงนั้นผมว่างพอดีเลยตกลงจะขับรถขนยามาให้ที่แม่สามแลบ และเป็นปีแรกที่ได้มาร่วมกิจกรรม คบกันมาเป็นสิบ ๆ ปี ทำไมไม่ชวนมาก็ไม่รู้ ผมก็ได้ยินแว่ว ๆ ว่ามาออกค่ายในแต่ละปี

                “การที่ได้มาค่ายอาสาฯ แต่ละครั้งผมว่ามันเหมือนได้มาอยู่คนละโลก มันอิสระดี ไม่ต้องมีหัวหน้าไม่ต้องมีลูกน้อง ไม่ต้องติดต่อสื่อสารอะไรกับใคร ไม่ต้องเล่นมือถือ ผมว่ามันเหมือนได้พักผ่อนไปในตัว มันสบายใจ ผมชอบบรรยากาศแบบนี้...” ผมจำได้ว่า เก๋พูดแบบนี้เมื่อปีที่แล้ว ผมนี่เป็นคนอะไรที่จำแม่น ผมไม่ได้จำทั้งหมดหรอกครับ ผมจับใจความสำคัญ ดังนั้น เนื้อหาที่ผมจำได้คือใจความหลัก ๆ ที่แต่ละคนพูด ธรรมดาโลกไม่จำครับ แต่เก๋ก็ได้ชวนคนที่ใช่มาแจ้งเกิดในปีที่แล้วหลายคน รวมทั้งผมด้วย ก่อนหน้าจะมีสมาชิกอีกคนคือพี่แจ๊คที่มากับประธานนิว มาร่วมกิจกรรมเป็นครั้งแรก คนที่ถูกลืมไว้ที่ท่าน้ำแม่สามแลบนั่นแหละครับ พี่แจ๊คก็ถ่ายรูปและร่วมทำกิจกรรมอย่างสนุกสนานครับ

                ลำดับถัดไปคือพี่เขียว ผมว่าคนที่เด็ดเดี่ยวที่สุดคือพี่เขียวนี่แหละ ผู้ที่มีปณิธานแน่วแน่ ในการมาร่วมกิจกรรม ผมก็ได้แรงบันดาลใจสำหรับการเดินทางมาจากพี่เขียว พี่เขียวออกเดินทางมาจากพัทลุงก่อนจะมาถึง กทม. ในสายวันถัดมา แล้วบ่าย ๆ เย็น ๆ เวลาก็ผ่านไปไว จนมารอขึ้นรถทัวร์ที่วิภาวดีรังสิต สมบัติทัวร์ แล้วก็เดินทางมาพร้อมคณะเรา พี่เขียวใช้เวลาเดินทางราว 1 ปีแสง เฮ้ย บ้าไปแล้ว พี่เขียวใช้เวลาเดินทางมากกว่าใครเพื่อน แต่มันอยู่ที่ใจ ตอนเดินเข้าหมู่บ้าน พี่เขียวก็เดินมาถึงเป็นคนที่ 3 และเป็นสุภาพสตรีคนแรกที่มาถึง พี่เขียวอยู่ทีมครัวเป็นส่วนใหญ่ การเดินทางของชีวิตช่างมีความหมายและเป็นสิ่งที่น่าประทับใจหากได้เดินทางมาเพื่อมอบสิ่งดี ๆ และให้ความสุขกับคนอื่น ๆ

                ต่อมาก็จะเป็นป้าเต้ย ป้าเต้ยก็เป็นผู้ร่วมกิจกรรมมานานหลายครั้งหลายปี ในนาม “ป้าขุญหาญ” ปีนี้น่าจะมอบรางวัลผู้แนะนำสมาชิกใหม่มาร่วมกิจกรรมมากที่สุด คือมี Down Line สูงสุด มอบมงกุฎนี้ให้ป้าเต้ยไปครองได้เลย เพราะสายป้าเต้ยนี้มีหมอ ๓ ท่าน ได้แก่ หมอแก้วขาลุย หมอฟาโรห์ที่ชอบผจญภัย หมอบิลลี่สุขุมนุ่มนวล และยังมีอีกหลายคนที่มาตามคำเชิญของป้าเต้ย ดูแล้วท่านเป็นคนสนุกสนาน เป็นกันเอง น่านับถือมากครับ

                ท่านต่อมาคือ กบ Up line ที่มีวิธีการปล่อยให้ Down Line เรียนรู้และผจญภัยกันเอง เหมือนผมเลยครับ ตอนเดินขึ้นเขามา ผมนี่ไม่ได้รอใครเลย คือเวลาเราเดินไว เราไม่อาจรอใครได้ในความเร็วปกติของใคร พอมาถึงจุดหมายพี่เมฆเลยบอกว่า อุตส่าห์ตามหาผมตอนลงเรือ แต่ผมรุดหน้ามาก่อนแล้ว ไม่ต้องห่วงครับเรื่องแบบนี้ กบ สายอิสานท่านก็มาแรง ปีที่แล้วมีสมาชิกใหม่สายกบมาหลายคน ไม่ว่าจะเป็น หน่อง ที่กลายมาเป็นคนรับผิดชอบด้านยา และน้ำฝน ถือเป็นกำลังสำคัญในกลุ่มเรา

                ลำดับถัดมาอีกหลาย ๆ ท่าน คือผมก็จำไม่ได้หมด ว่าใครนั่งตรงไหนบ้างในจำนวนเกือบ ๔๐ คน จำได้พอประมาณ ท่านใดที่ไม่ได้เอ่ยถึงก็ขออภัยนะครับ มาถึงหมอบิลลี่ ได้กล่าวทักทายกับคณะเราว่า “การที่ได้มาออกค่ายอาสาฯ ในครั้งนี้ ได้เห็นความไร้เดียงสาของเด็ก รอยยิ้ม และความใสซื่อ บางทีก็ทำให้เราคิดได้ว่า บางครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องจริงจังอะไรกับชีวิตมากขนาดนั้นก็ได้ ...”

                ตามมาด้วยหมอฟาโรห์ คือ หมอบิลลี่ ฟาโรห์ และ หมอแก้วนี่มากลุ่มเดียวกัน ทีแรกตอนอยู่บนเรือ ผมก็นึกว่าเป็นพวกนักศึกษา และตอนที่มาถึงโรงเรียน ตชด. ผมก็แนะนำที่พักให้ โดยทั้งคู่นอนห้องเดียวกับผม เพราะมันนอนได้ห้องละ ๔ คน คือนอนเรียงกัน มีเพียงเสื่อกับผ้าห่มที่เตรียมไว้ให้ คืนแรกที่มาถึงหมอฟาโรห์ทั้งเหนื่อยทั้งหนาวเลยขอนอนก่อนเลย ถุงนอนของหมอฟาโรห์ไม่อาจเก็บความอบอุ่นให้เพียงพอกับความหนาวเย็น เห็นบ่นหนาว ๆ ผมก็คิดว่าสมาชิกใหม่ปีแรกก็คงประมาณนี้ ปีที่แล้วฝนตกในคืนแรก พวกเราต้องไปขอนอนในบ้านชาวบ้านกันชุลมุนวุ่นวาย แต่ถุงนอนผมมันอุ่นพอเลยเอาผ้าห่มที่ทางโรงเรียนเตรียมไว้ ห่มให้หมออีกชั้นหนึ่ง ตื่นเช้ามาถึงรู้ว่าอ๋อ เป็นหมอทั้งสอง  หมอฟาโรห์แนะนำตัวและกล่าวว่า

                “ทีแรกก่อนมาผมก็พอทราบคร่าว ๆ ว่าจะมีการเดินเท้าเข้ามา แต่ไม่คิดว่าจะโหดขนาดนี้ เมื่อคืนเดินทางมาถึงเกือบ ๔ ทุ่ม แต่ก็ไม่เป็นไรครับ”

                ลำดับต่อไป คุณหมอคนสวยเผ็ดดุ คุณหมอแก้ว ท่าทางดูปราดเรียว และเรียบง่าย ผมก็ไม่ค่อยได้คุยกับหมอแก้วเท่าไหร่นัก แต่ดูเป็นหมอขาลุย เด็ดเดี่ยว ดุดี หมอแก้วเล่าเรื่องโป๊ะแตกในการเดินทางก่อนจะมาถึงจุดรวมตัวที่แม่สะเรียง

                “มีเรื่องโป๊ะแตกตั้งแต่การเดินทางมาที่จุดนัดพบ การเดินทางมาจากพิษณุโลกไปลงที่เชียงใหม่ แต่ไม่มีเที่ยวรถจากเชียงใหม่มาแม่สะเรียง เราสามคน (หมอฟาโรห์ และ หมอบิลลี่) เลยตกลงกันว่าต้องเหมารถจากเชียงใหม่มาแม่สะเรียง แต่เราลืมของไว้บนรถ ต้องไปแจ้งความ อะไรต่าง ๆ สารพัด ทีแรกว่าคงจะไม่ได้มาร่วมทริปแล้ว แต่ในที่สุดก็มาได้....”

                ถัด ๆ มาก็กล่าวแนะนำกันไปเรื่อย ๆ สมาชิกที่เพิ่งมาเจอกับผมในปีนี้เช่น น้องซี น้องหง ที่บอกว่า “การมาค่ายอาสาเหมือนมาปฏิบัติธรรม การเดินทางมาก็สนุกดี เพียงแต่ว่าไม่ค่อยมีเวลาเตรียมตัวมากเท่าไหร่ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร”  ต่อมาก็จะมี บุ๋ม สาวผู้ม่วนซื่นโฮแซว มาเจออ๊อดกับน้ำแข็งรับน้องไปเมื่อตอนเจอกันที่เชียงใหม่วันก่อนมา ปีนี้บุ๋มเป็นช่างภาพของเราแมว แพท  สายของพ่อใหญ่กบทั้งนั้นเลยครับ ทีมพยาบาลสาวเหล่านี้ ปีนี้ได้มาช่วยงานด้านสาธารณสุขอย่างเต็มกำลัง นอกจากนี้ยังมีพี่นี้ ที่ปีนี้ช่วยดูแลน้องอนุบาลได้อย่างสมบูรณ์ หลังที่ผมทิ้งน้อง ๆ ไว้ ให้พี่ ๆ เขาดูแล ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ นี่ขนาดสื่อสารกับเด็กอนุบาลไม่ค่อยรู้เรื่องนะครับ            

                มาถึงหนุ่มเภสัชกร ที่รับผิดชอบด้านการจ่ายยาและรับผิดชอบด้านทะเบียนยา จะว่าไปแล้ว คลื่นลูกใหม่ที่เข้ามาทำให้กลุ่มฯ มีความต่อเนื่องและมีผู้สืบสานการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เท่าที่ทราบมา หน่อง ที่มารับผิดชอบด้านนี้โดยมาดูลาดเลาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ปีนี้ก็รับไปเต็มตัวมอบมงกุฎประดับทับทิมกรอบให้เรียบร้อย คือรับผิดชอบด้านทะเบียนยา “พร้อมทั้งจัดหาทุนในการซื้อยา” ด้วยนะครับ อันนี้สิหนักกว่า ผมก็พอเดา ๆ ออกว่าจะต้องมีงบประมาณด้านนี้เลยช่วยสนับสนุนน้องเขาไป ปีหน้าฟ้าใหม่น้องต้องรู้ว่านอกจากทำทะเบียนยาแล้วน้องต้องหาทีมที่จะหาเงินมาสนับสนุนค่ายาด้วยนะครับ  (แอบขำ) หน่องก็ทำงานและรับผิดชอบด้านนี้ได้ดี ดูมีการเตรียมพร้อมมากมายในรายละเอียด ผมสังเกตเห็นตั้งแต่ป้ายตามโต๊ะ ป้ายไวนิล มีการเตรียมพร้อมอย่างดี เพราะปีที่แล้วผมเป็นคนเขียนป้ายเองด้วยกล่องกระดาษที่หามาได้ ต้องขอชื่นชมในการทำงานด้วยครับ

                หนูแพนด้า เปล่า ๆ หนูแพนเฉย ๆ มากับพี่เมฆที่ผมชวนมา คือน้องแพนเป็นขาลุยชอบเดินป่าอยู่แล้ว เลยหมดห่วงเรื่องความยากลำบาก แต่การทำกิจกรรมนี้ดูเหมือนว่าเป็นครั้งแรกของเธอ การเดินทางเป็นเรื่องสนุกของเธออยู่แล้ว แต่การเดินทางไกลมาเพื่อทำประโยชน์เช่นนี้ทำให้เธอมีความสุข สนุกสนาน ไม่รู้สึกเหนื่อย และชอบกับการได้มาออกค่ายอาสาฯ เช่นนี้ อยากมาอีกเรื่อย ๆ น้องแพนก็เป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ สนุกสนาน ทีมงานบอกให้เตรียมเสบียงตอนขามา เธอเลยมีเสบียงเต็มกระเป๋าเลย สงสัยกลัวอด

               สำหรับอีกคนหนึ่งคือ น้ำฝน การเดินเท้าเข้ามานี่เธอคิดอยู่อย่างเดียวเลยว่า "เอาวะ" ต้องไปให้ถึง ตั้งใจแน่วแน่ ไม่คาดหวังอะไร เดินไปด้วยสติ ไม่ย่อท้อ ค่อย ๆ ไป สังเกตทางเพื่อไม่ให้หลง เมื่อแน่วแน่อย่างนี้แล้ว จึงถึงจุดหมายอย่างที่ตั้งใจ

                ถึงคราวหมอแอ้มครับ จากการออกค่ายในปีที่แล้ว ซึ่งเรามีหมอเพียง ๒ ท่านก็เหนื่อยน่าดู ปีนี้มีหมอ ๔ ท่าน ก็เลยเบาแรง หมอแอ้มชื่นชมในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของทีมงานในหลายเรื่อง ๆ ปีนี้คนของเราพร้อมมาก ที่ไม่พร้อมคือข้าวของอุปกรณ์ แต่ทุกคนก็สามารถจัดการปัญหาเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี พูดถึงอุปกรณ์ตอนตรวจคนไข้เมื่อเช้า ปรอทวัดไข้ถ่านหมด ใช้งานไม่ได้  ทำให้ผมนึกถึงการที่ได้ไปทำงานกับคนญี่ปุ่น ตอนที่เขาสอนงานการเตรียมอุปกรณ์การทำงาน ยกตัวอย่างการเตรียมการสอน ต้องมีการทดสอบเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ เชคสื่อที่จะใช้สอน เช็คอุปกรณ์ว่าใช้งานได้ไหม ไม่เฉพาะเชคว่ามันมี คนญี่ปุ่นนี่รอบคอบมาก นอกจากนั้นแล้วเขาจะเน้นเรื่องความปลอดภัย การเดินถึงทางแยกต้องชี้นิ้วตรวจสอบทางด้านซ้ายขวา ห้ามวิ่งในที่ทำงาน การออกจากห้องต้องหยุดดูซ้ายขวาป้องกันการชนคนอื่น ละเอียดถึงขนาดนั้น เลยได้แนวทางมาใช้ชีวิตพอสมควร เช่นตอนมาชาร์จไฟฉายเต็มที่ เดินมาไม่กี่ทีไฟริบหรี่เสียแล้ว แต่มันก็ใช้งานไปกว่า ๒ ชั่วโมงเห็นจะได้

                ถัดจากผมไปคนหนึ่งก็จะเป็นป้าแอ๊ด คือผมยังสับสนระหว่างพี่อี๊ดกับป้าแอ๊ด ตอนที่แล้วไปใส่ป้าผิดคนเรียกป้าอี๊ด ว่าแล้วเชียว เขียนทั้งทีไม่เคยถูก เนื่องจากทีมครัวนี่ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เอ้ยไม่ใช่ ไม่มีเวลาได้คลุกคลีเพราะมัวแต่ทำอาหารเช้า สาย บ่าย เย็น ดึก ทำทั้งวันเลยครับ คืออาหารนี่มันต้องเตรียมวัตถุดิบ ยกตัวอย่าง เมื่อสาย ๆ มะระเพิ่งจะมาถึง พี่แฮม พี่โอ๋ทีมครัวเตรียมปอกมะระ ทำมะระยัดไส้ ต้มตุ๋นกันไป ไม่ใช่หลอกลวงนะครับ ต้มไปเรื่อย ๆ ตุ๋นให้มันได้ที่ กว่าจะรับประทานได้คือพรุ่งนี้เช้าครับ งานเรื่องอาหารยกให้ทีมครัวเป็นเลิศกันทุกคน ส่วนป้าแอ๊ดที่ผมรู้จัก ป้าอายุก็พอสมควรแล้ว เวลาทำงานจะพูดน้อยมาก แทบที่ว่าจะไม่ค่อยพูดกลัวสูตรอาหารหลุดปาก เอ้ยไม่ใช่ครับ เพราะป้าเป็นคนแบบนี้ คือทำเลย ทำให้เห็น ไม่ใช้ไม่วานใครทั้งนั้น อะไรที่ทำได้ป้าทำเอง ไม่บ่น ไม่งอแง เวลาอยู่ใกล้ทำให้ผมต้องสงบปากสงบคำไปด้วย นับถือป้าแอ๊ดเลยที่ช่วยดูแลปากท้องหมู่คณะมาตลอดนานหลายปี แต่ว่าป้าแอ๊ดบ่นหนาว ๆ เทียนก็ใกล้จะดับแล้วยังพูดกันไม่จบอีกเหรอ

                ลำดับต่อไปคือพี่เมฆ ชื่อเบาแต่ตัวหนัก พี่เมฆก็ชอบเดินป่าและมีจิตอาสา เจอกันตอนไปมอบของและเลี้ยงอาหารเด็ก ๆ แถวใกล้ ๆ แบบไปเช้าเย็นกลับ เลยชวนมาออกค่าย แม้ว่างานของพี่เมฆจะยุ่งแต่ก็ยังปลีกเวลามาร่วมกิจกรรมได้ ความจริงแล้วพี่เมฆก็เป็นหมอเหมือนกัน คือเป็นหมอนวดทางกายภาพบำบัด แต่เวลาผมขอให้บีบนวดให้หน่อย พี่แกเล่นจัดเต็ม เจ็บเป็นบ้าเป็นหลัง แต่ก็ดีขึ้นนะครับ มันอาจจะเป็นวิธีการรักษาที่ถูกตามหลักการก็ได้ พี่เมฆทำได้หลายอย่าง สามารถนอนกรนก็ได้  อันนี้ไม่ใช่ความสามารถมันเป็นความรำคาญของผม เอาจริง ๆ คือทำอาหารได้ หุงข้าวได้ เป่าลูกโป่งได้ ปีนต้นไม้ได้ พอก่อนครับ เริ่มเลอะเทอะละ หมายถึงว่าพี่เมฆก็ไม่อยู่เฉย หากิจกรรมช่วยเหลือ ช่วยกันทำไปเรื่อย ๆ เท่าที่ตัวเองจะทำได้ และก็พยายามทำตัวให้เป็นประโยชน์

                มีอีกอย่างหนึ่งในการออกค่ายฯ ปีนี้คือเราไม่ค่อยมีเวลาได้คุยกัน เพราะเวลามีน้อย โชคดีที่มีผู้ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ทำให้สามารถทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่างไปได้ในเวลาเดียวกัน การเดินทางเท้าไกล ๆ อย่างผมที่เดินทางนำหน้ามาก็ไม่รู้ว่าข้างหลังมันเป็นอย่างไร ก็มารู้ตอนที่เราได้คุยกันนี่แหละครับ

(ภาพ หมอฟาโรห์และทีมงานกำลังปฐมพยาบาลพี่โอ๋)

                พี่โอ๋เป็นคนถัดผมไป พี่โอ๋ก็เป็นทีมครัวที่ทำงานครัวได้สารพัดอย่าง แต่ตอนเดินทางขึ้นเขาปีนี้ พี่โอ๋ต้องพักกลางทางเนื่องจากเป็นตะคริว ดีที่ได้หมอฟาโรห์ช่วยดูแล ทำให้หายเป็นปลิดทิ้ง ใกล้หมอก็ดีอย่างนี้แหละครับ มีอะไรสามารถช่วยเหลือได้ทันที คือผมก็อยากจะบอกเหมือนกันว่า ผมก็พยายามเดินให้ทันหมอแอ้มนะครับ แต่หมอแอ้มเดินไม่พักไม่เหนื่อยเอาเสียเลย ผมจึง “ไกลหมอ” ครับ  พี่โอ๋ก็เป็นคนสนุกสนาน แม้จะทำงานอยู่ในครัว แต่อย่าให้มีโอกาสออกมานอกครัวก็แล้วกันคับ รับรองน่าดูน่าชม

 

               ท่านต่อไปที่จะได้เอ่ยถึงคือ เจ้าแห่งแม่น้ำสาละวิน นนท์ คนต้นเครื่อง ซอซังกึม ครองมงกุฎนี้มายาวนานตลอด ๑๗ ปี พี่นนท์เล่าว่าตอนเดินขึ้นเขามาได้ไม่นาน ก็รู้สึกเหนื่อยมาก เพราะทางมันสูงและขึ้นเนินมาตลอด เลยขอนั่งพัก “ฉันจะนั่งอยู่ตรงนี้ ใครจะไปไหนก็ไปเถิด ฉันขอเปิดธรรมะบทสวดไปพลางก่อน....” แต่สุดท้ายก็พาร่างกายมาถึงที่ได้ ขอชื่นชมในความตั้งใจ พี่นนท์เล่าว่า การได้ครอบครองตำแหน่งต้นเครื่องนี้เนื่องจากไปตบตีแย่งเขามา เอ้ยไม่ใช่ครับ ก็เนื่องด้วยมา แรกเริ่มเดิมทีที่มีการออกค่าอาสาฯ ตนเองนั้นรึ ทำงานแบกหามเยี่ยงทาส ไม่ใช่ครับ เช่นกระทาชายทั่วไป แต่ทว่า ในค่ายนั้นมีทีมครัวที่ทำอาหารไม่ประทับใจเจ้า เค็มบ้าง วัตถุดิบไม่ดี หมูเน่าเหม็น สุดที่จะทนแล้ว การที่โรงครัวทำอาหารเช่นนี้มาให้ทีมงานกิน จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปทำกิจกรรม กระนั้นแล้วจึงบุกเข้ายึดโรงครัว ทำอาหารเองทั้งหมด หมูที่เหม็นเน่า เอามาล้างเกลือ ต้มน้ำล้างจนจะหาสารอาหารแทบไม่ได้ เอามาประยุกต์ทำอาหารจนรอดพ้นวิกฤตินั้นมาได้ นับตั้งแต่การปฏิวัติโรงครัวค่ายอาสาฯ (ค่ายอื่น) จนบัดนี้จึงได้ตำแหน่ง ซอซังกึม คนต้นเครื่องตลอดมาด้วยความสามารถและความเอาใจใส่ พิถีพิถันในการทำอาหาร จึงทำให้อาหารแต่ละอย่างมีความอร่อย นี่ถ้ามีเวลาคงแกะสลักเป็นรูปสังข์ทองกันไปแล้วครับท่านพี่น้อง อีกอย่างหนึ่งผมคิดว่าทีมครัวมีความเป็นศิลปะ คำว่าศิลปะนี้เป็นอุดมงคลข้อหนึ่งในจำนวน ๓๘ ข้อ การมีศิลปะ ไม่ได้หมายถึงการวาดรูป ระบายสี แต่หมายถึงการประยุกต์สิ่งต่าง ๆ รายรอบตัวในสถานการณ์นั้น ๆ ให้มีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์สูงสุด ผู้มีศิลปะหมายถึงผู้มีฝีมือ  ศิลปะ คือสิ่งที่แสดงออกถึงความงดงาม และมีความสุนทรีย์ โดยลักษณะของมันมีดังนี้    

       1. มีความประณีต

       2. ทำให้ของดูมีค่ามากขึ้น

       3. ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

       4. ไม่ทำให้เกิดกามกำเริบ

       5. ไม่ทำให้เกิดความพยาบาท

       6. ไม่ทำให้เกิดความเบียดเบียน

        ถ้าท่านอยากเป็นคนมีศิลปะ ควรต้องฝึกให้มีคุณสมบัติเหล่านี้ไว้ในตัว คือ 

        1. มีศรัทธาในความงดงามของสิ่งต่าง ๆ

        2. หมั่นสังเกตและพิจารณา

        3. มีความประณีต อารมณ์ละเอียดอ่อน

        4. เป็นคนสุขุม มีความคิดสร้างสรรค์

                พี่นนท์จึงเน้นย้ำว่า ถ้าจะทำอะไรให้ทำให้ดีที่สุด หากเจอปัญหาใด ๆ ขอให้เราใช้สติแก้ไขจัดการมันให้ได้ เมื่อเราได้ทำดีที่สุดแล้ว ผลจะเป็นอย่างก็จงยอมรับมัน เห็นภาพมงกุฎเป็นประกายสายสะพายปลิวสะพัดสบัดบ๊อบไปเลยครับ

                ถัดไปเป็นพี่หยัง ผู้อาวุโสที่เราจะได้แบ่งน้ำร้อนจากท่าน ตื่นมายามเช้าค่ายไหนพี่หยังจะเป็นคนก่อไปต้มน้ำร้อนไว้ให้พวกเรากิน และช่วยงานครัวอย่างไม่หยุดหย่อนเช่นกันครับ ชื่นชมมากครับ

                ก่อนจะไปถึงอ๊อดและน้ำแข็ง ยังมีพี่แฮม ขันทีกระบี่ไร้ขี้เถ้า พี่แฮมนี่ถ้าดูกลาย ๆ จะเหมือนเป็นคนดุ ๆ นะครับ แต่แกเป็นคนตรง ๆ พูดก็ตรง ๆ ดังนั้นโปรดเข้าใจในจริตของท่านด้วย ตอนแรก ๆ ผมก็เกร็ง ๆ นะ แต่เท่าที่สังเกต พี่แฮมจะเป็นคนที่เตรียมตัวในงานครัวได้ล้ำเลิศประเสริฐศรี เป็นแดจังกึมอึมมิลค์ในค่ายฯ พี่แฮมจะเป็นคนพร้อมมาก กองเสบียงจะมีรายการอาหารและวัตถุดิบที่เตรียมไว้อยู่แล้ว เท่านั้นยังไม่พอ พี่แฮมจะต้องมีวัตถุดิบส่วนตัวมาด้วยครับ ในครั้งนี้พี่แฮมบรรจุมะปี๊ด ๔ กก. พริกขี้หนู ๑ กก. ลงในกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองแบกขึ้นเขามา พี่เขาเป็นคนติดมะปี๊ดหลังพระโดยแท้ เอ้ยปิดทองหลังพระ อุตส่าห์ทำเพื่อคณะเรา ๆ นอกจากนี้แผนของท่านยังมีอีกนะครับ คือมีการซ่อนครกหินไว้ในหม้อที่เราซื้อกะเอามาทำอาหารที่โรงเรียน แต่บังเอิญว่า หม้อนั้นไม่ได้ถูกขนขึ้นมาด้วย มันก็เลยอยู่บนเรือที่เดิม คนอะไรมีครกประจำตัว แต่เจ้าครกนี้และที่ช่วยชีวิตเราไว้ได้ในคืนสุดท้ายที่ผาแดง โดยจะกล่าวถึงในตอนต่อไปครับ มีอีกเรื่องหนึ่งคือ พี่แฮมเตรียม เตาชีวมวล มูลค่า ๓,๕๐๐ บาท มาด้วย ตอนช่วงบ่าย ๆ ผมได้เห็นการสาทิตติดเตา คือผมนี่แหละครับไปช่วยก่อไฟ เป็นเตาประหยัดพลังงาน คือมันร้อนทนร้อนนาน (ให้ความร้อนได้ดี) เลยได้ใช้ประโยชน์อีกเตา อ้อ ยังมีอุปกรณ์ทำครัวต่าง ๆ ที่พี่แฮมได้จัดเตรียมไว้ เหมือนเป็นของเล่นน่าสนุกสำหรับเด็ก ๆ นะครับ เครื่องหั่นหอม แต่ปีนี้ไม่ได้เอามา เห็นมีแต่ เครื่องปั่นพริก หรือกระเทียมแบบใช้เชือกดึง แต่ละปีนี่แค่เฝ้าดูของทำครัวพี่แฮมนี่ก็ Amazing แล้วครับผมว่า ทีมครัวแต่ละคนนี่ยังจอมกระบี่พรรคกระยาจก

                มาถึงตำแหน่งมงกุฎนางงามมิตรภาพหลอกเด็กดีเด่น น้ำแข็งและอ๊อด กลุ่มข้าวเปลือกต้นกล้า ปีที่แล้วได้ตำแหน่งดาวรุ่งพุ่งลงสาละวิน ปีนี้ได้เป็นนางงามมิตรภาพสระบุรีโคราชอภิชาตบุตร เพราะน้ำแข็งพาคุณแม่คนเก่งมาด้วย คุณแม่น่ารักมาก กินง่ายอยู่ง่ายสบาย ๆ แข็งแรงด้วย เดินเท้าขึ้นมาไวกว่า เก๋อีก ตำแหน่งของการเล่นเกมส์ต้อนเด็ก ๆ คงไม่มีใครเหมาะเท่าสองคนนี้แล้ว ถือเป็นความลงตัวของกลุ่มข้าวเปลือกที่ได้ผู้ร่วมกิจกรรมที่เหมาะสมในแต่ละด้านและล้วนแต่มีความสามารถ มีความรับผิดชอบ

                ส่วนผมที่ได้มาร่วมกิจกรรมก็เป็นสิ่งที่ชอบอยู่แล้ว ขอเป็นตัวสารพัดประโยชน์ มีอะไรก็ช่วย ก่อฟืน ต้มน้ำ หุงข้าว สำหรับงานครัว หรืองานต้อนเด็ก ๆ ก็พอผลัดเปลี่ยนได้บ้าง งานอำนวยความสะดวกให้กับคุณหมอ พยาบาล ต่าง ๆ มีอะไรทำได้ก็ทำครับ และกลับมาก็ต้องมานั่งเรียบเรียงบทความต่าง ๆ เอาไว้เป็นบันทึกของตัวเอง

                สุดท้าย ประธานนิว ได้สรุป ก่อนที่ทุกคนจะนั่งหนาวสั่นกันไปกว่านี้ กองไฟที่สุมไว้ก็ลุกสว่างขึ้นมาจากไอร้อนที่ระอุอยู่นานจนเกิดเป็นเปลวเพลิง แสงเทียนเริ่มจะริบหรี่ลงแล้ว

                “ทุกคนก็ได้แนะนำตัวและได้แสดงความคิดเห็นต่าง ๆ นานา แล้วนะครับ พี่ๆ ก็มีความยินดีที่มีคลื่นลูกใหม่เข้ามาช่วยในหลาย ๆ ทีม ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ แม้เทียนเล่มหนึ่งจะดับลง เทียนเล่มอื่น ๆ ก็จะถูกจุดขึ้นแทนที่ สิ่งที่เราให้คนอื่นนั้น เราได้รับกลับมามีมูลค่ามากกว่าทรัพย์สินใด ๆ นั่นคือความสุขใจ ......” คือพี่นิวก็พูดอะไรอีกเยอะแยะนะครับ พอดี Memory ผมเริ่มเต็มแล้ว จำได้ไม่หมดครับ นับได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ประทับใจ บางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ อาจเป็นเพราะความตื้นตัน ความสุขที่ได้ ความสำเร็จที่ตนทำได้ ความภูมิใจที่ตนฟันฝ่าอุปสรรคมา  

                (ขออภัยที่อาจจะไม่ได้เอ่ยถึงบางท่าน)

                ความหมายของชีวิตในแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน การใช้ชีวิตก็แตกต่างกันไปตามเงื่อนไขรายล้อม แต่สิ่งที่ทำให้เราได้มาพบกันและร่วมกันทำกิจกรรมคือความศรัทธาต่อความดี การมุ่งที่จะทำประโยชน์ต่อส่วนรวม ต่อผู้อื่นด้วยใจบริสุทธิ์ การเสียสละเวลา แรงกายแรงใจ แม้จะเป็นกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในป่าใหญ่แห่งนี้ แต่ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ ความสำเร็จย่อมเป็นของเรา นอกจากนี้ ผมขอขอบคุณผู้บริจาคทุกท่าน ที่อาจจะไม่สะดวกในการเดินทางมาร่วม ก็ร่วมกันบริจาคทรัพย์สิ่งของมาให้สำหรับกิจกรรมนี้ ขอบคุณทุกท่านที่มีจิตใจอันงดงาม

                สมาชิกเราขาดไปคนหนึ่งคือ บอล หายไปอยู่ในกลุ่มของ ตชด. เลยไม่ได้มาร่วมวงกับเรา แต่ก็ไม่เป็นไรราตรีนี้อีกยาวนาน เพราะเราย้ายไปที่กองไฟ เพื่อสังสรรค์กันเล็กน้อย น้ำมะปี๊ดก็เริ่มทำงาน ที่ว่าจะเอามาประกอบอาหาร กลายมาเป็นส่วนผสมของเครื่องดื่มไปแล้ว ความเหน็บหนาวได้ครอบคลุมพื้นที่ หลายคนแยกย้ายไปพักผ่อนหรือทำกิจกรรมแต่ละกลุ่มย่อย แต่สมาชิกส่วนใหญ่ล้อมวงกันอยู่ที่กองไฟ ผมดื่มน้ำมะปี๊ดไปหลายแก้ว ก็เห็นทีจะได้เวลา เลยปลีกตัวไปนอน

                สักพักพี่เมฆก็ตามมานอน ผมยังไม่ทันหลับ แกคุยอะไรอ้อมแอ้ม ๆ ผมก็คุยกับแกไป แต่แกไม่ตอบ ได้ยินแต่เสียงกรน ราตรีสวัสดิ์ (พบกันตอนต่อไปครับ)

ภาพบน นี้ นัท แพท พี่แจค ช่วยกันล้างจาน  ภาพล่าง ขอพักกันหน่อย นี้ พี่เมฆ แพน พี่โอ๋ พี่เขียว

บน น้องบุ๋มและเด็ก ๆ  (ล่าง) ครู่สนั่น ประธานนิว ครูหนุ่ม 

บน พ่อใหญ่กบ ล่าง แมว

บน น้องแพท พี่เลี้ยงเด็กเล็ก


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่หมี from mobile วันที่ : 24/12/2019 เวลา : 13.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ชื่นชมทุกๆคนเลยค่ะ กว่าจะเดินถึงจุดหมายก็เหนื่อยล้า แต่ทุกคนก็ไม่ย่อท้อทำหน้าที่ทุกอย่างด้วยความเต็มใจเต็มกำลัง
เทียนแห่งความดีนี้คงไม่มีวันดับ เพราะคิดว่าจะต้องมีการจุดต่อกันไปเรื่อยๆ
ขอยคุณแทนเด็กๆและชาวบ้านทุกคนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 มัชฌิมาปกร ถูกใจสิ่งนี้ (1)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 24/12/2019 เวลา : 08.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

ขอบคุณเจ้าหญิงมากครับ
พวกเราตัวน้อย ๆ กลุ่มน้อย ๆ ทำสิ่งเล็กน้อย ด้วยใจที่ยิ่งใหญ่ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 มัชฌิมาปกร ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 23/12/2019 เวลา : 21.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ปรบมือให้ทุกคนที่ร่วมกันทำกิจกรรมดีๆ เพื่อน้องๆ และชุมชนในถิ่นทุรกันดาร คุณหมอใจอาสาน่ารักทุกคน น้องๆ เด็กๆ คงมีความสุขที่ได้มีผู้ใหญ่ใจดีมาทำกิจกรรม และเลี้ยงอาหาร ดูอร่อยมากเลย น่าทานค่ะ คุณหนุ่ย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน