*/
  • มัชฌิมาปกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nuiwytg2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 202
  • จำนวนผู้ชม : 569210
  • จำนวนผู้โหวต : 477
  • ส่ง msg :
  • โหวต 477 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม 2562
Posted by มัชฌิมาปกร , ผู้อ่าน : 1058 , 19:39:26 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน แม่หมี , Chaoying และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

(เสาร์ที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๒ ราวบ่าย ๒ โมง)

                สองฝากฝั่งสาละวินคือทิวเขาที่ทอดยาว สายน้ำได้แบ่งแผ่นดินของเป็นสองส่วน ในแต่ละส่วนนั้นถูกครอบครองด้วยชนชาติที่แตกต่าง และประกาศสิทธิ์เป็นของประเทศ ทั้งที่ความจริงแล้ว ผู้คนที่อาศัยใช้ชีวิตในลุ่มน้ำแห่งนี้ ต่างไปมาหาสู่กันเป็นเรื่องปกติดั่งญาติพี่น้อง สายน้ำยังคงหลั่งไหลไม่ขาดสาย บางช่วงของลำน้ำถูกกัดเซาะเป็นเกาะแก่ง บางช่วงธรรมชาติได้ประดิษฐ์หาดทรายละเอียดดั่งหาดแห่งท้องทะเล เรือลำเดิมนำพาคณะเราทวนน้ำขึ้นเหนือไปอีก

ภาพบน นั่งพักตอนเดินทางออกจากหมู่บ้าน   ภาพล่าง ทางข้ามไป ฐาน ตชด จอท่า

ภาพบน ในเรือสำราญ   

ภาพ ล่าง ตชด. 337 ที่มาช่วยพวกเรา

ภา

 

                ก่อนหน้านี้ที่ชายฝั่งแห่งบ้านจอท่าที่เราจากมา เจ้าหมีมาส่งเราถึงท่าน้ำ ภาพของเด็ก ๆ โบกมือลาบนโขดหินยามที่เรือของคณะเราเคลื่อนออกจากฝั่ง ไม่มีคำพูดใด ๆ นอกจากสายตาที่จดจ้องเพื่อบันทึกความทรงจำนั้น จนลับตาจากกันไป ความอาลัยยังคงมี แต่เราไม่อาจอภิรมย์ไว้ซึ่งความผูกพัน อันเนื่องจากเราต่างก็มีหน้าที่ที่ต้องทำ มีภาระที่ต้องรับผิดชอบ คณะของเราได้เสร็จสิ้นภารกิจและเดินทางกลับมายังเรือขนควายที่รอเราอยู่ ๒ วัน ๒ คืน เร็วกว่าเวลาที่คาดไว้

                บ้านจอท่า เป็นหมู่บ้านริมน้ำสาละวินฝั่งไทย มีฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดนจอท่า จุดตรวจเรือแม่น้ำสาละวิน ชนกลุ่มน้อยที่บ้านจอท่ามีประวัติยาวนานจากปัญหาชายแดน รัฐตรงข้ามกับไทยในแนวชายแดนตะวันตกนี้คือรัฐกระเหรี่ยง หรือ กะยีน (คายิน) มี ๔ เมืองใหญ่ได้แก่ พะอาน เมียวดี ก่อกะเระ และผาปูน เมื่อต้นปีที่แล้วก็มีข่าวเกี่ยวกับปัญหาชนชาติในฝั่งตรงข้ามกับไทย

                ไหน ๆ ก็มาถึงเหนือสุดของแนวชายแดนฝั่งตะวันตกที่กั้นด้วยแม่น้ำสาละวิน มีที่แห่งหนึ่งที่เป็น Unseen Thailand ที่ซึ่งยากที่ผู้คนจะมีโอกาสได้มา เพราะมันเป็นเส้นทางที่ยากลำบากและห่างไกล แต่ในครั้งนี้จะด้วยกุศลผลบุญที่เรามี ทำให้เราจะได้ไปถึงสถานที่แห่งนี้ นั่นคือ บ่อกินรี  

                เรือแล่นมาจากฝั่งบ้าจอท่าได้ไม่นานนักก็ถึงจุดหมาย คนขับเรือบอกว่าถึงแล้ว หลังจากนั้นก็เทียบเรือเข้าฝั่ง ผมสอดสายตามองหาแหล่งที่เรียกว่า “บ่อกินรี” อยู่ที่แห่งใด จากจุดที่เรือจอด ต้องเดินขึ้นไปอีกราว ๑๐๐ เมตร เดินเลาะตามชายฝั่งไป เมื่อไปถึงจึงพบกับบ่อน้ำขนาดกว้างประมาณ ๕ เมตร ยาวประมาณ ๒๐ เมตรขนานไปกับแม่น้ำสาละวิน ตรงจุดนี้เป็นชะง่อนหิน น้ำที่ไหลลงมารวมในบ่อนี้ คาดว่าเป็นน้ำซับหินปูน ส่วนต่าง ๆ ของบ่อจึงสีออกขาว และน้ำใสมาก ฟองน้ำที่เกิดขึ้นจะลอยไปเกาะที่ขอบบ่อและก่อตัวเป็นหินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ น้ำที่ล้นออกมาไหลออกทางขอบลงสู่แม่น้ำสาละวิน ตอนที่เราไปถึงนั้นสภาพบ่อรกร้าง มีหญ้าปกคลุมบางส่วน เจ้าหน้าที่ ตชด. ที่ไปด้วยกล่าวว่า จะนำกำลังพลมาช่วยกันความสะอาดทีหลัง แต่กระนั้น การเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติของบ่อแห่งนี้ก็ถือเป็นความแปลกประหลาด เพราะระดับความสูงของบ่อ สูงกว่าระดับน้ำในแม่น้ำสาละวินในหน้าแล้งหลายเมตร และอยู่ตรงจุดที่เห็นวิวทิวทัศน์จากเทือกเขาและแม่น้ำเหมาะเจาะสวยงาม

               บ่อกินรี อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ซึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านี้มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ  955  ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 596,875 ไร่ บ่อกินรีไม่มีประวัติใด ๆ จารึกไว้ แต่ที่เรียกว่าบ่อกินรี อาจเป็นเพียงการตั้งชื่อตามวรรณคดี

              พวกเราต่างพากันห้อมล้อมบ่อกินรี ถ่ายรูปและเซลฟี่กันแบบไม่คิดชีวิต ขอบบ่อบางช่วงมีความกว้างไม่ถึงฟุต แต่พวกเราก็ได้ลัดเลาะเกาะไต่ไปจนรอบบ่อ และหามุมถ่ายรูปกันอย่างไม่คิดชีวิต ถ่ายกันอยู่นานพอสมควร ประหนึ่งว่าเป็นกินรีเจ้าของบ่รอลงอาบน้ำ บางส่วนได้กลับขึ้นเรือไปแล้ว บางส่วนยังคงอยู่ที่บ่อเก็บปีกเก็บหางกันอยู่หรือเปล่า

ชุด ปช. ตชด. 337 จอท่า ได้พาชาวบ้านมาบูรณะบ่อกินรี หลังจากที่พวเรามาเยือนผ่านไป 4-5 วัน

ภาพบน ถ่ายรูป กับครูหนุ่ม

 

เวลาเดินไปข้างหน้าดั่งสายน้ำที่ไหลไปไม่หยุดยั้ง เรือออกจากฝั่งจุดบ่อกินรี มุ่งไปข้างหน้าขึ้นเหนือไปไม่ไกลนัก เราแวะที่หมู่บ้านของพม่าริบแม่น้ำสาละวิน เพื่อหาซื้อเสบียงอาหาร น้ำและอาหารสด พวกเราพากันเดินขึ้นฝั่งไป มีถนนเล็ก ๆ เลียบแม่น้ำ  สองข้างทางมีบ้านเรือนที่เปิดเป็นร้านขายของ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกของใช้ น้ำอัดลม เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ แต่ไม่มีอาหารสด ราคาก็พอซื้อหากันได้ ต่างคนต่างเลือกซื้อได้ตามอัธยาศัย เราเดินเที่ยวชมหมู่บ้านพม่าแห่งนี้ แต่ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่นัก การสื่อสารก็ใช้ภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย ภาษาไทยก็ได้บ้าง แต่เขาพูดภาษาของเขา ขาเดินลงมาที่เรือ พวกเราแอบเก็บใบกระเพาข้างทางมาด้วย เพื่อเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารเย็นนี้ ทริปนี้เราได้มาต่างประเทศด้วยคุ้มจริง ๆ ครับ

 

เราเดินทางย้อนกลับมาล่องตามแม่น้ำ ไม่นานนัก เรือพาเรามาจอดที่ริมฝั่ง คนขับเรือบอกว่าถึงจุดหมายที่เราจะพักค้างคืนกันที่นี่แล้ว มองออกไปริมฝั่งมีแต่ฝูงควายเต็มไปหมด บ้างก็ลงแช่น้ำอยู่ริมฝั่งสาละวิน บ้างก็นอนอยู่ที่ชายหาด พอเห็นเรือเราจอด บ้างก็เดินเข้ามาหา ผู้ประสานงานของเราต้องเดินขึ้นไปติดต่อเรื่องที่พักก่อน ที่นี่คือ ด่านป่าไม้ผาแดง  ยังไม่ทันที่เราจะลงจากเรือ ความมืดได้ปกคลุมทั่วพื้นที่ ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่ที่ไปติดต่อได้ส่งสัญญาณให้พวกเราขนของลงจากเรือขึ้นไปยังที่พักได้ ที่นี่คือหน่วยพิทักษ์ป่าชั่วคราวผาแดง ตั้งอยู่บนชายฝั่งริมแม่น้ำสาละวิน แต่ตรงจุดนี้ตลิ่งสูงและชัน ยิ่งไปกว่านั้นต้องเดินลุยทรายขึ้นไป เริ่มมืดแล้วการขนของขึ้นที่สูงทุลักทุเลพอสมควร เพราะช่วงแรกเราต้องฝ่าฝูงควายมาก่อน แล้วมาปีนตลิ่งขึ้นไป

ด้านบนมีอาคารที่พัก ๒ หลัง แต่ผมได้เตรียมเต้นท์ไปด้วย เลยจัดการกางเต้นก่อน มีแสงไฟสว่างพอให้เราได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ผมกางเต้นท์ตรงหน้าบ้านพัก ส่วนบนบ้านนั้นสำหรับสุภาพสตรีและบุคคลที่ไม่มีอุปกรณ์พร้อม ผมและพี่เมฆช่วยกันกางเต้นท์เสร็จแล้ว ผมก็ไปช่วยโรงครัว

เรื่องราวทั้งหมดของทีมครัวที่กล่าวมาโดยตลอด จะสิ้นสุดลงตรงนี้ หลังจากวันแรก ๆ ที่เราได้ขนของและแบ่งของไว้สำหรับเป็นเสบียงมือนี้ การขนของการจัดการต่าง ๆ จนเกิดความชุลมุนวุ่นวายกันมาตลอดรายการ สำหรับวันนี้เราได้เอาของที่มีอยู่ทั้งหมดมาใช้ประโยชน์ อันได้แก่ พริงขี้หนู กุ้งแห้ง ถั่วลิสง ปลากระป๋อง นอกจานี้แล้วยังมีอุปกรณ์ต่าง ๆ อีก และแล้วสิ่งที่พี่แฮมวางแผนมาอย่างดี แต่ไม่ได้สมหวัง ครั้งนี้ก็ยังไม่สาย เพราะพี่แฮมได้ครกหินที่นำมาด้วยได้ใช้งานแล้ว ผมเห็นพี่แฮมจัดการตำ ๆๆๆ โดยให้เก๋เป็นคนช่วย พี่แฮมทำพริกเกลือเมืองจันทร์ แต่ไม่มีกระเทียม ตำอยู่ ๓ ครกเห็นจะได้ เป็นพริกเกลือระดับ อนุบาล มัธยม และมหาวิทยาลัย ลำดับตามความเผ็ดน้อยไปหามาก

สำหรับคนที่ว่าง ๆ ต่างเข้าครัวมาช่วยกันทำ เมนูมื้อนี้มียำปลากระป๋อง ต้มยำปลากระป๋อง  พริกเกลือ ไข่เจียว ระหว่างนั้นผมได้ยินพี่หยังคุยเรื่องชุดชั้นในที่เจออยู่ที่กอไผ่ข้างทาง

“ทีแรกผมก็สงสัยเหมือนกันว่า กางเกงในใครดูมียี่ห้อ คนแถวนี้จะมีรสนิยมขนาดนี้เลยเหรอ ดูไปดูมา อ้าว นี่มันกางเกงในของเรานี่หว่า” ผมก็มาถึงบางอ้อ แล้วขำกันใหญ่ เพราะไม่คิดเหมือนกันว่าจะเป็นของคนในคณะเรา ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาตอนขนของขึ้นไปที่บ้านจอปร่าคี แต่ไม่รู้ว่าพี่หยังเก็บกลับมาหรือเปล่า

ที่แห่งนี้มีทรัพยากรมากมาย โดยเฉพาะมะละกอ มีปลูกเต็มไปหมด ทำให้เราไม่อดตายแล้วครับ ไม่รู้ใครไปสอยมะละกอมา เป็นเรื่องเลยทีนี้ เมนูมะละกอก็บังเกิดขึ้นในฉับพลัน

“ทำส้มตำ ๆ” เสียงสมาชิกในกลุ่มร้องขอมา ผมนี่คันไม้คันมือคันครกคันสากขึ้นมาทันที ก็มาดิคร๊าบ จัดไปอย่าให้เสีย ที่โรงครัวของผาแดงนี้ไม่มีอะไรมากมาย เพราะมีเจ้าหน้าที่อยู่แค่ ๒ คน แต่เราเป็นแขกมาเยือนราว ๔๐ กว่าคน อุปกรณ์อะไรก็มี แต่มันมีไว้ใช้สำหรับคนกลุ่มน้อย ผมวิ่งเข้าไปดูในครัวมีครกไม้อยู่อันหนึ่ง เล็ก ๆ มีรอยแตกอยู่ด้านข้างด้วย ไม่อยากไปยุ่งกับครกหินของพี่แฮมเขา (เปล่าครับ เขากำลังใช้งานอยู่) ผมก็ไปมองหาเครื่องทำส้มตำ พระเจ้า ไม่มีอะไรเลย กระเทียมก็มีนิดหน่อย ดีที่เรามีนมะนาว น้ำปลา น้ำตาล มีคนสั่งตำไทยด้วยนะครับ ครกแรก ตำแบบมั่วมาก เพราะเครื่องมันมีเท่านี้ แต่พริกขี้หนูที่พี่แฮมเอามาเผ็ดมาก ใส่ไป ๔-๕ เม็ดในครกแรก เผ็ดสะเด็ดญาติ ครกแรกผ่านไป ครกสอง ครกสามค่อย ๆ ผ่านไป นับครกไม่ถ้วน หลัง ๆ ใครไม่รู้ยื่นมะกอกมาให้อีก อ้าว ใส่เข้าไปครับพี่น้อง ลูกค้าสั่ง “ส้มตำปลาร้า” เดี๋ยว ๆๆๆ ปลาร้าอยู่ไหนครับ วิ่งไปดูในครัว เจอกะปิเหลืออยู่ในกะปุกนิด ๆ เอาละคงจะทดแทนกันได้ ตำส้มตำใส่กะปิ ใส่มะกอก ตำไป ๆ คนกินก็กินไป โดยเฉพาะบุ๋ม ทำยังกะเข้าร้านส้มตำ สั่งตำทุกชนิดแต่ออกมาเมนูเดียวนี่แหละครับ แถมยังเอาไปคลุกกับจานเดิม บางทีก็รีไซเคิลกระเทียมมาให้ด้วย ครกก็เล็ก จะแตกมิแตกแหล่

ด้วยการตำส้มตำที่เมามันมาก ใครเห็นก็อยากชิม ว่าแล้วพี่โอ๋ก็เอ่ยขึ้นว่า “ขอสักครกซิ”

“เอาพริกกี่เม็ดครับ”

“ไม่ต้องใส่พริกหรอก เอาพริกติดครกก็พอ” ได้ครับคุณลูกค้า ว่าแล้วส้มตำของพี่โอ๋นี่คือทำลำบากมาก เพราะไม่ใส่พริก แล้วเครื่องมันก็มีแค่น้ำตาล น้ำปลา มะนาว มันจะอร่อยไหมครับ เหมือนวาจะเอามะละกอไปคลุกกับเครื่องแค่นี้เอง พอเสร็จแล้วก็จัดใส่จานให้พี่โอ๋ไป ปรากฎว่า พี่โอ๋จัดการหมดเลย แล้วก็เหงื่อไหลไคลย้อย “ขนาดพริงติดครกยังเผ็ดเลย” นี่ขนาดส้มตำแบบไม่มีเครื่องอะไรมากทุกคนก็กินกันจริงจัง อาจจะเป็นเพราะมะละกอสดใหม่ หวานกรอบ หรือเพราะหิวก็ไม่ทราบได้ นอกจากนี้เรายังมีเมนู “มะละกอผัดไข่” ขึ้นมาอีก เห็นไหมละครับว่าทีมครัวเราทำได้ทุกอย่าง ทำไปทำมา อาหารเต็มโต๊ะไปหมด แล้วก็ถึงเวลาที่ทุกท่านมารับประทานอาหารร่วมกัน อิ่มหนำสำราญกันไปอีกมื้อ ด้วยเมนูที่หารับประทานที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

อากาศของค่ำคืนนี้ยังคงหนาวเย็นเช่นเคย ลำดับต่อไปคือการอาบน้ำ แม้จะไม่หนาวเย็นเหมือนบนดอยคืนก่อน แต่ก็ลำบากเหมือนกันที่จะเห็นน้ำเป็นมิตรเหมือนหน้าร้อน แต่ด้วยที่เราเดินทางมาทั้งวัน ยังไงก็อยากอาบน้ำทำตัวให้สะอาด จะได้นอนหลับสบาย อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็มานั่งคุยกันในบ้าน พี่เมฆมาบีบคลายเส้นให้กับสาว ๆ มีลูกค้าเยอะเหมือนกัน

ที่ผาแดงมีใบเตยมากมาย ตอนทำอาหารผมไปตัดมาได้หลายใบ กะจะเอามาต้มถั่วเขียว แต่พี่ปุ้ยจัดการพับดอกกุหลาบใบเตยได้สวยสดงดงามมาก น่าประทับใจยิ่งนัก มาเจอที่บนบ้านอีกหลายดอก ผมเลยหยิบมาไว้ในเต้นท์ เพื่อให้เต้นท์หอม

ประมาณ ๔ ทุ่มผมก็หนีมานอน เพราะว่าอยากพักผ่อน พรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้ามาดูบรรยากาศริมสาละวิน ไม่นานนักได้ยินเสียงพี่เมฆมุดเต้นท์เข้ามา คือที่ผมมานอนก่อนก็เพื่อจะได้หลับก่อน แต่พอพี่เมฆมุดเต้นท์เข้ามาล้มตัวลงนอนแล้วก็หลับเลย อ้าว แย่ละสิ ยังกะนอนในโรงสีข้าว เพราะเสียงกรนของพี่เมฆนี่ไงครับ ไม่เป็นไร ผมเป็นคนปลงได้ ยังไงผมก็หลับไหลไปยามราตรีกาลท่ามกลางความเหน็บหนาวที่แผ่กระจายทุกอนูพื้นที่

ความเงียบสงัดปกคลุมทั่วหุบเขา สายน้ำยังคงหลั่งไหลแม้ยามเราหลับนอน บางสิ่งบางอย่างไม่มีชีวิตแต่ดูเหมือนมีชีวิต แตกต่างจากคนเราบางทีมีชีวิตจิตใจแต่อยู่อย่างคนไร้ชีวิต คิดไม่ได้ ไปไม่ถูก บางทีพวกเขาอาจจะขาดบทเรียนแห่งธรรมชาติ วิถีแห่งพงไพร ความงามแห่งขุนเขา เสียงดนตรีจากสายลมพัดแผ่วปลิวใบไม้ ดอกไม้ใบหญ้าที่ร่ายรำไปตามจังหวะแห่งสายลม สรรพสัตว์ส่งเสียงเป็นทำนอง เสียงน้ำไหลใบไม้ร่วง ธรรมชาติได้สร้างความสมดุลย์และทุกสิ่งไว้ให้มนุษย์ได้เรียนรู้และเข้าใจ แต่บางทีเราเองต่างมองข้ามสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ ไปไคว่คว้าหาดวงจันทร์หรือสิ่งที่อยู่ไกลเกินเอื้อม ทั้งที่เบื้องล่างเท้าเรายังเหยียบย้ำผืนดินแผ่นหญ้าที่ยามเช้าชุ่มฉ่ำเปียกปอนไปด้วยน้ำค้าง ยามสายยิ่งทอแสงเปล่งประกายรับแสงอรุณ ธรรมชาติพยายามจะบอกเราว่า สุขใจกับสิ่งที่ได้ พอใจกับสิ่งที่มี คอยเตือนให้เรามีสติอยู่กับกายใจ การฝึกตนเองให้ย้อนแย้งกับความเคยชินบางอย่างบ้างก็จะดี เราจะได้เปลี่ยนมุมมองของเราใหม่ เพื่อเอาชนะบางสิ่งบางอย่างในตัวเรา ถ้าเราจะเปลี่ยนตัวเองให้มองในสิ่งที่ตรงกันข้าม แล้วเราจะได้คำตอบในใจที่แตกต่าง ถ้าเรายืนมองฟ้ามองทะเลที่จุดเดิม ๆ เราจะไม่เห็นความหักเหของแสง ด้านหนึ่งอาจมองไม่เห็นรุ้งกินน้ำ อีกด้านหนึ่งอาจมีแสง ๗ สีคาดโคงที่ขอบฟ้า หากใจไม่หยุดนิ่งก็ขอให้รับรู้ว่าใจอยู่ที่ไหนคิดและทำอะไร ร่างกายของเราก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ มีจิตวิญญาณที่คอยควบคุม บางสิ่งบางอย่างเราไม่อาจหยั่งรู้ บางทีเราก็ไม่จำเป็นต้องรู้ในบางสิ่งนั้นก็ได้ ธรรมชาติสอนเราอย่างนี้ มีอย่างที่มี เป็นอย่างที่เป็น อยู่อย่างที่อยู่ ได้เท่าที่ได้ แล้วเอาทุกอย่างมารวมกันในสภาวะที่จะแปลเปลี่ยนเป็นประโยชน์และความสมดุล มีมากก็แจกจ่ายแบ่งปัน มีพอก็รอโอกาส มีอุปสรรคก็หาทางแก้ จริง ๆ แล้วชีวิตก็มีเท่านี้ สุขหรือทุกข์เป็นผลพลอยได้และความรู้สึกที่เกิดกับใจ ที่จมจ่อมอยู่กับมันนั่นคือความบกพร่องทางความรู้สึกนึกคิดอะไรสักอย่างหนึ่ง

ราตรีแม้จะยาวนานในฤดูหนาว แต่อย่างไรก็ต้องมีรุ่งเช้าของวันใหม่ ปัญหาแม้จะหนักหนาสักปานใด ย่อมแก้ไขได้ในกฎกาล ฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาที่น่าพิศมัยสำหรับผม การนอนอยู่ในอาภรณ์ห่อหุ่มร่างกายให้อบอุ่นทำให้เราหลับไหลได้ลุ่มลึก และตื่นขึ้นมาในยามเช้าอันสดชื่น ผมเชคเวลานาฬิกาที่มือถือ นี่มันเพิ่งจะตี ๕ กว่า ๆ แต่การตื่นของผมไม่อาจที่จะนอนต่อไปได้ เหมือนเช่นทุก ๆ เช้า เมื่อตื่นแล้ว ผมคิดว่าการได้ออกมาดูโลกยามเช้ามันคือสิ่งที่ผมชอบมาก มันเป็นความสดชื่น มันเป็นเหมือนช่วงเวลาที่เราได้เก็บเกี่วพลังจากทุก ๆ สิ่งได้ดีที่สุด พอผมตื่น พี่เมฆก็ตื่น เลยชวนกันไปโรงครัว เพราะว่าที่นั่นมีกาแฟสำหรับทริปนี้ลงเหลือให้เรามากมาย

โรงครัวอยู่ห่างออกไปเกือบ ๑๐๐ เมตรทางตะวันออก ผมก่อไฟต้มน้ำร้อนเป็นอันดับแรก พอน้ำเดือดแล้วก็เลยมาดื่มกาแฟร้อน ๆ ได้บรรยากาศมาก ระหว่างนั้น หน่องก็ตื่นมาแต่เช้าเหมือนกัน ผมประหลาดใจเล็กน้อย คนตื่นเช้าและคิดอย่างผมคงนะมีน้อยคน หน่องมอกจะตื่นมาดูตะวันและทะเลหมอก แต่ว่าหน่องนึกขึ้นได้ว่าต้มถั่วเขียวทิ้งไว้เมื่อคืน เลยเดินมาดูที่โรงครัว ถัวเขียวสุกเม็ดบานสมใจ แต่ยังไม่ได้ใส่อะไรลงไป โชคดีที่ไฟมอดพอดีตอนถั่วสุก คนละเรื่องกับ “กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้” นะครับ  ว่าแล้วหน่องก็ทำการต้มน้ำหวานเตรียมทำต้มถั่วเขียว

สำหรับเมนูเช้านี้ทำอะไรกันดีครับ ต้นเครื่องยังไม่ตื่น หรือเหมือนรู้ว่าวันนี้ไม่มีรายการเมนูอาหารอะไรก็เลยไม่ตื่น แต่ผมเดินผ่านเต้นท์ไปเอาของ เห็นพี่นนท์นอนเปิดเต้นท์ชมบรรยากาศสบายใจ หลาย ๆ คนเริ่มตื่น ทีมครัวก็เริ่มทำงานตามความถนัด เช้านี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ผมไปเดินสอยมะละกอสุกมาไว้เป็นผลไม้ตามฤดูกาล ได้มะละกอสุกมา ๔-๕ ลูก แล้วเก็บผัก เก็บมะเขือ เอามากินกับน้ำพริก มีไข่เจียวต่าง ๆ เช่นไข่เจียวปลาเส้น ผมเกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นที่นี่แหละครับ

อากาศยามเช้าของด่านป่าไม้ผาแดงริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน เบื้องหาคือเทือกเขาตระหง่านเป็นฉากกั้นท้องฟ้า มีหมอกจางลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำ หากแต่เป็นดินแดนที่ถูกประกาศสิทธิ์ครอบครอบของชนชาติอื่น แม่น้ำสาละวินยังคงไหลไปอย่างไม่หยุดยั้ง แม่น้ำสายที่ยาวเป็นอันดับ ๒๖ ของโลก ธรรมชาติยังคงทำหน้าที่อย่างไม่บกพร่อง แต่ความผันผวนของธรรมชาติเกิดจากความไม่สมดุลในหลาย ๆ อย่าง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากมนุษย์ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างแต่มนุษย์ก็เป็นผู้ทำลาย ยิ่งไปกว่านั้นมนุษย์ยังชอบที่จะทำลายกันเอง สรรพสิ่งล้วนก่อเกิดและแตกดับไป ไม่เร็วก็ช้า ไม่เขาก็เรา ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืน เราเกิดมาเพื่อบันทึกสิ่งดี ๆ ในช่วงที่เรามีชีวิตอยู่ ซึ่งถือว่าไม่ยาวนานนัก ความจริงในโลกนี้มีสิ่งมีชีวิตนับจำนวนไม่ถ้วน แต่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์นั้นกลับมีอิทธิพลมาที่สุดในบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ในทางกลับกันหากโลกไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่โลกอาจจะสวยงามยั่งยืนกว่านี้ก็ได้ การตักตวงความสุขและการสร้างความเจริญของมนุษย์นั้นกำลังทำให้โลกเสียความสมดุลและอาจนำไปสู่สภาพแวดล้อมที่เลวร้าย แม้ว่าธรรมชาติได้สร้างความหลากหลายทางชีวภาพไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่ไม่เข้าใจและไม่รู้จักใช้ประโยชน์แห่งความเป็นธรรมชาติเหล่านั้นมาสร้างความสุขความสมดุลในการใช้ชีวิต

เมื่อวานตอนมาถึง เจ้าหน้าที่ก่อไฟให้แล้วบอกว่าพักได้เลยครับที่นี่ มีน้ำตกด้วย ผมก็นึกถึงอาหาร ที่ไหนได้ วันนี้ตอนเช้าได้ยินเขาบอกกันว่า ไปเดินเที่ยวน้ำตกได้ อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ แค่ประมาณ ๒-๓ ร้อยเมตรเท่านั้นเอง ถึงว่าที่นี่ใช้นำประปาภูเขา สามารถปลูกผักไว้กินได้ตลอดปี มีผักสวนครัว ผักต่าง ๆ เต็มไปหมด หลาย ๆ คนเริ่มตื่นกันแล้ว และส่วนใหญ่ไปเล่นน้ำที่น้ำตกกัน หลังจากที่ผมกินข้าวเสร็จ ป้าแอ๊ดต้มกล้วยไว้ เผื่อเอาไปกินบนเรือ ผมก็เดินไปน้ำตกกับพี่เมฆ พอไปถึงเขาเลิกเล่นกันหมดแล้ว ตอนแรกพี่เมฆกะจะเล่นน้ำ แต่เปลี่ยนใจ ตรงน้ำตกมีดอกไม้ป่าที่ขึ้นจากดินชนิดหนึ่ง สวยดีเหมือนกัน ผมถ่ายรูปบริเวณรอบ ๆ แล้วเราก็กลับ น้ำตกเล็ก ๆ ตกลงมาที่แอ่งน้ำในระดับสูงประมาณ ๑๕ เมตร น้ำตกแห่งนี้น่าจะมีชื่อว่า น้ำตกผาแดง

พอกลับขึ้นมาจากน้ำตก ต้องรีบมาเก็บเต้นท์ แล้วก็อาบน้ำอย่างเร่งรีบ เพราะคนอื่น ๆ เขาจัดการเสร็จหมดแล้ว และทยอยพากันเดินลงไปที่เรือ ผมวิ่งไปที่โรงครัว ไปตักต้มถั่วใส่ถุง พร้อมกับกล้วยต้ม เอาไว้เป็นเสบียง ก่อนจะเดินลงเรือเพื่อเตรียมเดินทางกลับ

วันนี้พี่แฮมใส่ชุดที่ตัดเอง ดูจะโดดเด่นที่สุดในหมู่คณะ เป็นชุดประจำครก เอ้ย ชุดเฉพาะเหมาะกับผู้ใส่ รับมงกุฎชุดยอดเยี่ยมกันไปครับ เดี๋ยวปีหน้าฟ้าใหม่มีการประกวดการแต่งกายก็ดีเหมือนกันนะครับ ลำพังแบกของไปก็ลำบากพอละ ถ้าเกิดมีการประกวดนี่คงต้องแบกชุดประจำชาติไปกันอีกนะครับ

เรือขนควายลำเดิมที่เราเช่าเหมาลำพาเราท่องสาละวินขึ้นล่องตลอดรายการ ยังคงยินดีให้บริการดับคณะเราเป็นอย่างดี ทุกคนกลับมาลงเรือโดยพร้อมเพรียงในเช้าของวันอาทิตย์ที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ เวลาทีเหลือคือการเดินทางกลับ ภารกิจของเราเสร็จสิ้นไปแม้จะไม่สมบูรณ์ แต่อุปสรรคปัญหาต่าง ๆ ทำให้เราได้เรียนรู้และแก้ไขเฉพาะหน้ารวมถึงแก้ไขในระยะยาว

เรือแล่นออกจากจุดจอดริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ผาแดง ล่องลงทางใต้เลียบเลาะชายแดนที่กั้นแบ่งประเทศด้วยแม่น้ำสาละวินเช่นเคย อากาศที่ประทะเข้ามาในเรือทำให้ต้องหาเสื้อแขนยาวมาสวมใส่ เรือแล่นตามน้ำไปได้อย่างสบายด้วยสัมภาระที่น้อยลงและไม่ต้องทวนกระแสน้ำ บางทีคำถามที่ย้อนแย้งกับความรู้สึกนึกคิดว่าเรามาทำอะไรที่นี่ มาเผชิญกับความยากลำบากทำไม แต่แปลกที่ใจไม่เคยหวาดหวั่นกับสิ่งที่ได้พบพานและผ่านมันไปได้ด้วยดี ยิ่งไปกว่านั้น การที่ได้ทำภารกิจให้เสร็จสิ้นบรรลุเป้าหมาย นั่นคือสัญญาใจที่แต่ละคนมีต่อตัวเองว่าจะต้องทำให้ได้ จะต้องไปให้ถึง ความสำเร็จแต่ละขั้นตอนคือรางวัลอันยิ่งใหญ่ กำไรชีวิตคือการได้สัมผัสกับธรรมชาติอันเป็นแหล่งกำเนิดสรรพสิ่ง

(โปรดติตามตอนต่อไป ซึ่งเป็นตอนจบ)

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 27/12/2019 เวลา : 08.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

ขอบคุณแม่หมี และทุกท่านที่ติดตาม
และติชมครับ

ความคิดเห็นที่ 1 มัชฌิมาปกร ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 27/12/2019 เวลา : 07.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เอ็นทนี่นี้หลากหลายส้มตำที่ไม่อุปกรณ์และเครื่องปรุงไม่พร้อม แต่มันก็อร่อยและอิ่มได้

กางเกงในใครลืมไว้ เรื่องขำๆที่น่ารัก
และข้อคิดที่อ่านแล้วรู้สึกดี
ความสุขอยู่ใกล้ตัวแต่เรามองข้ามมันไป

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน