• kirana
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : krissy@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-08
  • จำนวนเรื่อง : 6
  • จำนวนผู้ชม : 21628
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
กิรณา
เรื่องราวที่อยากเล่า ..
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kirana
วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2552
Posted by kirana , ผู้อ่าน : 1030 , 10:05:59 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โรงเรียนหกพันไร่


มือไฮโซะ - เด็กหญิงตัวเล็ก สวมชุดสายเดี่ยวสีเหลืองเหมือนนางเอกลิเก ซึ่งคงเป็นชุดที่มีใครสักคนบริจาคมาให้

จอดา - เด็กชายอายุสิบสามปี ตอนเห็นเขาครั้งแรก ใบหน้าบวมใหญ่สะดุดตา มาทราบภายหลังว่า เขาป่วยด้วยโรคไต คุณครูพาเขาไปโรงพยาบาลและพยายามดำเนินเรื่องให้เขาเข้าโครงการของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี จนสำเร็จ และคุณครูต้องหาเงินค่าน้ำมันรถมอเตอร์ไซด์เพื่อพาจอดาไปฟอกไต และเข้ารับการตรวจรักษาตามที่หมอกำหนด

อองสะลิน - เด็กชายวัยเก้าขวบ เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพฯ เช่นกัน ให้เป็นผู้ป่วยโรคไส้เลื่อนในโครงการ

วินจิ - วันหนึ่ง ขณะที่วินจิกำลังช่วยพระซ่อมแซมเจดีย์ภายในวัด ณ บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ อยู่ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่น เขาไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอรู้สึกอีกที ขาข้างซ้ายของเขาก็หายไปแล้ว เด็กชายอายุสิบห้าปี ขาซ้ายขาดตั้งแต่โคนขา และมีขาเทียมใส่เนื่องจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพฯ เช่นกัน

และอีกกว่าเก้าสิบชีวิตในโรงเรียนหลังเล็กในป่าใหญ่นี้ ที่พื้นที่เล็กๆ ตรงนี้คงไม่เพียงพอสำหรับการบอกเล่าเรื่องราวของเด็กๆ เหล่านั้นได้ทั้งหมด คงพอสรุปได้ว่า ชีวิตโดยรวมๆ ของน้องคล้ายๆ กัน มีภูมิลำเนาอยู่ใกล้ๆ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี บ้างอยู่ด่านเจดีย์สามองค์ บ้างข้ามเขตพรมแดนที่มีการกั้นแบ่งมาแต่ไหนแต่ไร แต่เด็กๆ เหล่านั้นก็ใช้เวลาเดินเท้า วันละ 4 ชั่วโมง ข้ามเส้นแบ่งกั้นนั้นมาเพื่อศึกษาหาความรู้ หลังจากช่วยพ่อแม่ ทำงานเล็กๆ น้อยๆ เช่น ขุดมัน ขุดเผือก ทำงานในสวนบ้าง เพื่อมาหัดเขียน เรียนอ่าน ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ จากคุณครูอาสาสมัครอิสระ ห้าคน คุณครูวีรวรรณ คุณครูดุษฎี คุณครูป๊อก และอีกสองคุณครูที่ได้แต่พูดคุย กินข้าวร่วมกัน ทั้งที่ยังไม่ได้ไถ่ถามชื่อเสียงเรียงนาม คุณครูวีรวรรณเล่าว่า โรงเรียนแห่งนี้เกิดขึ้นมาได้เกือบหนึ่งปี เริ่มจากหญิงสาวคนหนึ่งที่มาชวนให้คุณครูวีหาเด็กๆ เพื่อจะทำโรงเรียน คุณครูวีซึ่งแต่เดิมเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิเกี่ยวกับสุขภาพเด็กอยู่แล้วก็เลยลาออกจากงานเพื่อมาร่วมสร้างโรงเรียน แต่พอรวบรวมเด็กๆ ได้ หญิงสาวคนนั้นก็หายตัวไป ติดต่อไม่ได้ คุณครูวีและเพื่อนๆ คิดเห็นพ้องต้องกันว่า ไม่อาจทำลายความหวังของเด็กๆ จำนวนแปดสิบคนในตอนนั้น โดยการล้มเลิกโรงเรียน เพราะในแต่ละวัน เด็กๆ จะเข้ามาเพิ่มมากขึ้นทุกที

ฉันถามครูวีคำแรกว่า ถ้าไม่มีโรงเรียนแห่งนี้ เด็กๆ จะทำอะไร?

ครูวีบอกว่า ก็คงจะขุดมัน ขุดเผือก และช่วยพ่อแม่ทำงานรับจ้างทั่วๆ ไป เท่าที่พอจะมี และที่สำคัญ ก็เสี่ยงต่ออันตรายจากยาเสพติด ซึ่งแพร่กระจายมากมายในรอยต่อระหว่างประเทศ แม้เด็กเหล่านี้จะเป็นเด็กที่ไม่ใช่สัญชาติไทย แต่หากบางคนก็มีเชื้อชาติไทย และเด็กเหล่านี้ ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ผืนแผ่นดินไทย คุณวีบอกว่า ถึงแม้เด็กเหล่านี้จะอยู่ด้านฝั่งโน้นของเส้นแบ่งเขตพรมแดน ครูทั้งห้าคนก็ยังยินดีจะถ่ายทอดความรู้ให้เด็กๆ ต่อไปอยู่ดี เพราะตระหนักดีว่า ความรู้เล็กๆ น้อยๆ จะส่งผลต่อชีวิตอย่างไร

ฉันถามครูวีคำที่สองว่า ตั้งแต่สอนเด็กๆ มา พัฒนาการที่เห็นได้ชัดคืออะไร?

ครูวีบอกว่า ความสะอาด เด็กๆ เข้าใจเรื่องสุขลักษณะในการกิน การอยู่มากขึ้น มอมแมมน้อยลงกว่าเดิม และเด็กบางคนที่โตพอ ก็นำนิสัยนั้นๆ กลับไปสร้างต่อที่บ้านด้วย

กับอีกหลายๆ คำถาม และคำตอบ ในบทสนทนาระหว่างเรา ทำให้เกิดความรู้สึกอะไรบางอย่าง จนคิดว่า ฉันควรทำอะไรบางอย่าง เพื่อให้มีอะไรสำหรับเด็กๆ มากกว่าเดิมบ้าง อย่างน้อย เงินทุนอาหารกลางวันสำหรับเด็กวันละ 400 บาท ต่อเด็กเกือบร้อยคน ที่ได้รับจากเจ้าของบริษัทยางพาราในละแวกนั้น น่าจะเพิ่มขึ้น อย่างน้อยสื่อการเรียนการสอน หนังสือเรียนภาษาไทยซักเล่ม หรือสมุดเปล่าๆ ซักเล่ม ก็น่าจะมีเพิ่มเติมให้ได้

เพราะเท่าที่เห็น "โรงเรียน" แห่งนี้มีเพียง เพิงขนาดยาวน่าจะไม่ถึงสิบเมตรที่กั้นแบ่งเป็นสามห้องเรียน กันแดดกันฝนด้วยหลังคาสังกะสี สื่อการเรียนการสอนมีเพียง โปสเตอร์ ก.ไก่ ข.ไข่ กับ A B C สองสามแผ่นแปะอยู่ข้างฝาห้อง ด้านหน้าห้องเรียนมี ส่วนที่ครูเรียกว่า ห้องครัว ซึ่งพอจะมีหลักฐานยืนยันอยู่บ้างก็คงจะเป็นกระทะ เตาอั้งโล่ จาน ชามสองสามใบ กับช้อนสั้นสองสามคัน กับโอ่งใบใหญ่สำหรับรองน้ำเพื่อใช้เป็นน้ำดื่ม และสิ่งใหม่ล่าสุดที่เด็กๆ เพิ่งจะมีก็คือ ห้องน้ำสองห้อง อยู่ด้านหลัง ของเพิงห้องเรียน ซึ่งได้รับมาจากผู้บริจาคครั้งก่อนๆ

ฉันไปที่โรงเรียนนี้สองครั้ง ครั้งแรกวันที่ 20 กันยายน 2551 กับคณะผู้มีใจประเสริฐ กับสิ่งของเท่าที่พอจะรวบรวมได้ไปมอบให้ เป็นเสื้อกันฝน ขนม ตุ๊กตา และมีผ้าสวยๆ เกือบห้าร้อยผืนไปเท่านั้น พร้อมกับนำเรื่องราวกลับมาเรียบเรียง และคิดสะระตะว่า ฉันจะทำอะไรได้บ้าง?

ครั้งที่สอง วันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 กับคณะผู้มีใจประเสริฐอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเดินทางจากปราจีนบุรี มาแวะกรุงเทพฯ เพื่อรับฉันกับเพื่อนอีกคน คราวนี้มียาสามัญประจำบ้านกล่องใหญ่ หนังสือเรียนชั้นอนุบาล ป.1 และป.2 พร้อมกับสมุดเหลือๆ ที่ขอรับบริจาคมาจากบุคคลใกล้ตัว มีเรื่องน่ายินดีที่ทำให้ดีใจก็คือ ครูได้นำผ้าหลากสีที่มอบให้คราวที่แล้ว มาเย็บเป็นกระเป๋า ปักดอกไม้ ลูกปัด ถักโครเชร์ แบบที่เห็นแล้วก็อึ้ง กับความสามารถของเขา ครูบอกว่าจะนำผ้าเหล่านั้น สอนให้เด็กๆ หัดทำเพื่อเป็นการฝึกอาชีพ

และข่าวดีอีกหนึ่งเรื่องก็คือ มูลนิธิเพื่อการศึกษามูลนิธิหนึ่ง ได้เข้ามาดูพื้นที่ และกำลังพิจารณาอยู่ว่า จะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้ที่นี่ เป็น "โรงเรียน" อย่างที่โรงเรียนพึงมี พึงเป็น

แต่ช่วงระยะเวลาของการพิจารณานี้ ไม่รู้ว่าจะยาวนานเท่าไร

จุดนี้ ฉันจึงมีความคิดว่า อยากทำอะไรบางอย่างเท่าที่กำลังเล็กๆ ของฉันจะทำได้ นั่นคือ ทำประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโรงเรียนแห่งนี้ เพื่อขอรับบริจาคเงิน สิ่งของ อันจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของครู และเด็กๆ อาจจะไม่มาก แต่สามารถต่อยอดให้ ชีวิต ดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ "โรงเรียน" จะเป็น "โรงเรียน" และมีมูลนิธิให้การสนับสนุนได้ในระยะยาวนาน ต่อไป





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ที่ทำการคณะผู้ก่อการดี วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 14.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/witita
...ต้นไม้ที่แข็งแรง ก็ย่อมมากจากรากที่ฝังแน่นในพื้นดินประเทศชาติที่เข้มแข็ง ก็ย่อมมาจากวัฒนธรรมที่แข็งแรงด้วย... (โหมโรง)


มีอะไรให้ช่วยได้บ้างมั้ยค่ะ ลองคุยกันดูนะค่ะ ไม่ทราบว่าเป็นโครงการเดียวกับของอัลมิตรา หรือเปล่าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พระจันทร์รำพึง วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 20.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/completefeeling
พระจันทร์ไกลไหม...จะไปพระจันทร์ เสี่ยวง๊วย นางมารพระจันทร์น้อย

อ่านแล้วทำให้นึกถึงเด็กหลายๆคนที่มีโอกาสดีกว่า
เด็กที่ขาดโอกาสและขาดแคลนแบบนี้ต้องช่วยกันบอกต่อและลองพูดคุยกันในกลุ่มว่าจะช่วยยังไงได้บ้าง
ในโอเคมีกิจกรรมบ่อยๆ..ยังไงถ้ามีโอกาสและยังไม่มีหน่วยงานช่วยเหลือจะลองพูดคุยกับเพื่อนๆในโอเคดูค่ะ
ไอ้กี้ สบายดีนะคะ
คิดถึงน่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baan-koo-kai
หัวใจ...ของฉัน..เป็นนักเดินทาง..อักษรของฉัน...เป็นนักเดินทาง หัวใจของฉัน...ไร้ซึ่งพันธนาการอักษรของฉันถูกพันธนาการด้วยหัวใจฉันเอง

อืม..
ไม่ได้เข้ามาเลย...มานั่งอ่านๆก็อึ้งๆ
ช่วยได้ยังไงมั่งนะ
แล้วป่านนี้มีใครไปช่วยหรือยัง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
anew วันที่ : 14/03/2009 เวลา : 10.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/onew

ขอสนับสนุนความคิดของคุณที่มีให้แก่น้องๆที่ขาดโอกาศ..ขอให้คุณพบกับความสุขมากๆกับสิ่งที่คุณทำ เป็นแรงใจให้ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน