• ดวงตาใหม่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : manpakorn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-08-28
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 18751
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน
คนตามป้ายรถเมล์
ขอคิดเรื่องการเมืองใหม่ด้วยคน จากประสบการณ์เล็กๆที่เจอะเจอ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kity
วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน 2552
Posted by ดวงตาใหม่ , ผู้อ่าน : 1023 , 15:09:11 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สสส.ในระยะเปลี่ยนผ่าน ; แกะรอยมรดกภาษีบาปสองพันล้าน...เส้นทางบาปของนักบุญ...
โดย ธงไท เทอดอุดม15 กันยายน 2552 13:53 น.
แม้คลื่นใหญ่หลังบทความเรื่อง “คลี่ม่านแดนสนธยา ผ่าอาณาจักรสองพันล้าน ; สสส. ในระยะเปลี่ยนผ่าน...” ตีพิมพ์ที่นี่ เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา จะถาโถมโรมรันพันตูอยู่ท่วมโลกไซเบอร์ จรดเถียงนาผ่ากลางโรงงาน ผ่านมหาวิทยาลัยดังไปยังย่านธุรกิจสำคัญกลางเมืองหลวง ที่ล้วนมีเม็ดเงินจาก สสส.แผ่ซ่านไปทั่วทุกแห่งหนในสังคมไทย...
       
       ด้วยความกังขาว่างบประมาณของ สสส.ปีละมากกว่าสองพันล้านบาท จะได้รับการดูแลรับผิดชอบโดยใคร? กับความไม่โปร่งใสของกระบวนการสรรหาผู้จัดการที่ดำเนินการกันอย่างลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน และรวบรัดยิ่งนัก...มิไยจะฟังคำท้วงติง จากทั่วทุกสารทิศ....
       
       กับคำถามที่ว่า กรรมการสรรหามีใครบ้าง? ก็เพียงเพื่อสังคม สาธารณะจะรู้ได้ว่า....กรรมการแต่ละท่าน มีประวัติ เกียรติยศ ดีแค่ไหนหรือใครไม่เข้าท่า อันนำไปสู่การ วินิจฉัย ตัดสินใจเชื่อถือได้หรือไม่...???
       
       กับคำถามที่ว่า มีหลักเกณฑ์การสรรหาเป็นเช่นไร? ก็เพื่อสังคม สาธารณะผู้กระหายในธรรมาภิบาลจะกล่าวขานถึงได้ว่ากระบวนการสรรหานี้ ถูกต้อง โปร่งใส เหมาะควร แค่ไหน? อย่างไร?
       
       กับคำถามที่ว่า ใคร คือผู้สมัครบ้าง? ก็เพียงเพื่อได้พิจารณาเปรียบเทียบว่าใครคือผู้เหมาะสมเข้าตาประชาชน และเขาก็จะสามารถยืดหน้าท้าสายตามหาชนอย่างอาจอง สง่างาม....วานบอก...
       
       แต่แทนที่ สสส.จะเปิดตัว เปิดใจทำทุกอย่างให้โปร่งใส..กลับไม่ทำ..ยิ่งมุดน้ำดำดินดิ้นหนีสายตามหาชน แยกองค์กรอิสระที่เกิดภายใต้เจตจำนงบริสุทธิ์ ทั้งเคยพิสูจน์ตนเองในยุคสงครามกับคนดี..ปุระชัย คราวที่ถูกการเมืองรุกไล่จนต้องซุกในอ้อมกอดอันอบอุ่นของภาคีนับพันองค์กรที่ชุมนุมใหญ่ที่ไบเทค บางนา เพื่อปกป้องรักษาองค์กรอิสระนี้เอาไว้....เอาไว้เพียงเพื่อวันนี้องค์กรนี้จะถูกแยกไปจากอ้อมกอดของมหาชน ไปเป็นเพียงสมบัติผลัดกันชมของหมอเด็กๆ ไม่กี่คนที่พยายามสร้างอาณาจักรส่วนตัวของกลุ่มตนบนกองมรดก “ภาษีบาป” มูลค่าปีละกว่าสองพันล้านบาท.....
       
       คำถามคือทำไม? เพื่ออะไร? โดยใคร? และอย่างไร?
       
       จากเอกสารรายงานประจำปีที่แถลงอย่างเป็นทางการล่าสุดคือปี 2550 ระบุถึงเม็ดเงินที่ สสส.ได้รับการจัดสรรจากภาษีเหล้า บุหรี่ ยอดเงินรวม 2,035 ล้านบาท ได้ถูกใช้สำหรับเป้าหมายกลุ่มปัจจัยเสี่ยงหลัก (บุหรี่ เหล้า ออกกำลังกาย และอุบัติเหตุ) เป็นวงเงินสูงสุดถึง 587.5 ล้านบาท (28.9%) เพื่อสุขภาวะองค์รวม 529 ล้านบาท (26%) พัฒนาระบบและนโยบาย 320.8 ล้านบาท (15.8%) และที่ต้องขีดเส้นใต้คือ งบการตลาดเพื่อสังคม 319.2 ล้านบาท 15.7%...เป็นงบ “เนื้อๆ” ทีเดียว...ฯลฯ
       
       ปรากฏการณ์ที่เป็นร่องรอยสำหรับการตามรอยหรือแกะรอยกองมรดกภาษีบาปสองพันล้าน/ปี ได้แก่...
       
       ปัญหาการอนุมัติโครงการ ซึ่งเปรียบเหมือนหนังไทยโบราณคือมีหลายแบบหลายแนว ทั้งชีวิต ซึม เศร้า บู๊ ตลก ......เช่น การอนุมัติโครงการส่วนใหญ่ต้องตกลงในวงนอกก่อนเสมอมี ผอ.สำนักฯ ต่างๆ เป็น Key man คอยปั้น ชง โยง โยกงบที่ระบุในกรอบงบประมาณทางการลงในช่องของกลุ่มองค์กร เครือข่ายที่เป็นที่รู้จักหรือตกลงเป็นการภายในกันก่อนแล้ว โดยมีผู้บริหารระดับสูงของ สสส. เป็นผู้ถือติ้วชี้ขาดให้ หรือไม่ให้...หรือบางโครงการขนาดใหญ่ติ้วที่โยนเข้ากลางวงพิจารณานั้นมาจากผู้หลักผู้ใหญ่(ในวงการ) แต่นอกวงพิจารณาอย่างเป็นทางการ ก็มีมาให้เห็นเป็นระยะ....เมื่อเจรจาภาษาเดียวกัน (ต้องท่องคำขลังๆ อย่าง...สุขภาวะ/สุขภาวะองค์รวม) ตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จัดพิธีกรรม พิธีการ อันสลับซับซ้อน (เอาไว้ร่อนคนนอกออกพ้นกองมรดก ?) คือมีทั้งพิธีการให้นักวิชาการ (พวกตน) มาอ่านงานผู้เสนอก่อนเข้าที่ประชุมวงใหญ่พิจารณาอีกทีหนึ่ง....
       
       คำถามว่ากระบวนการ “เขาวงกต” เช่นนี้ ช่วยกลั่นกรองอะไรได้บ้าง....ในปรากฏการณ์ที่เป็นจริงก็คือ กลุ่มคน ชมรม องค์กร หรือ เครือข่าย ที่สามารถผ่านช่องทางหรือกระบวนการเขาวงกตนี้ ล้วนเป็นกลุ่มคนที่คุ้นเคยกันกับอย่างน้อย ผอ.สำนักฯ หรือระดับรองฯ ผู้บริหารองค์กรแทบทั้งสิ้น เม็ดเงินมากกว่าครึ่งของแต่ละปีหล่อเลี้ยงกลุ่มคนเก่า คนคุ้นเคยเอาไว้ ส่วนคนใหม่ สด ซิง walk in เข้ามาแบบไม่ต้องรู้จักใคร...เขียนใบสมัครที่หน้าเว็บเพจ ...ข้อมูลเชิงประจักษ์ก็คือเคยส่งโครงการชั้นดีเข้ามาในช่องทางนี้...นานกว่าครึ่งปีเห็นเงียบไปเฉยๆ โทร.ไปถาม ได้รับคำตอบว่า มีโครงการยื่นมาเยอะ 170 กว่าโครงการ แต่เพิ่งพิจารณาเสร็จไปแค่ 7 โครงการเท่านั้น... “รอหน่อย” เสียงปลายสายไม่ตอบกำหนดการชัดเจนให้ได้....ไม่รู้ว่าชาติหน้าถึงคิวหรือยัง?
       
       กับอีกปรากฏการณ์เชิงประจักษ์ที่กลไกระดับ “แผนงานฯ” ที่ถืองบมหาศาลในแต่ละปี ถึงเวลาเทศกาลต้องรณรงค์ เพื่อนหญิงอยู่ในแผนงานฯ ชง งบ ผ่านเพื่อนชายที่เป็น Agent ติดต่อองค์กรกึ่งทางการที่ทำงานในระดับท้องถิ่น อัดงบระดับสิบล้านผ่านเข้าองค์กรนั้นไปกระจาย (หรือละลาย?) กับสาขาสมาชิก โดยมี “สินน้ำใจ” ในรูปแบบ “งบวิทยากรกระบวนการ” กว่าครึ่งล้านผ่านคืนมาทางเพื่อนชาย แบบชงเอง แบ่งๆ กันกิน...
       
       เป็นบางตัวอย่างของการ “อนุมัติโครงการ” ในโครงสร้างการบริหารแบบเดิมๆ ที่แปลความหมายของคำว่า “ภาคี” หรือเครือข่ายความร่วมมือไปเป็น “บริวาร” หรือลูกน้อง-ลูกสมุน ในทางปฏิบัติเหยียดปลายเท้าก้าวเข้าสู่ความเคยชินทางการบริหารของระบบคิดเชิงอุปถัมภ์ ไม่ว่าจะรู้สึกตัวหรือไม่ก็ตาม.... ทำให้มรดกภาษีบาปปีละสองพันล้านบาทนี้ แทนที่จะเป็นปุ๋ยรดน้ำพรวนดินให้ไม้ใหญ่น้อยในสวนเติบใหญ่เบิกบาน กลับกลายเป็นปุ๋ยเคมีที่เจ้าของใช้รดหล่อเลี้ยงบอนไซไว้ดูเล่น
       
       ไม่นับที่ขีดเส้นใต้ไว้ในหมวดงบการตลาดเพื่อสังคม ยอดเงิน 319 ล้านบาทในปี 2550 ในความหมายของงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ และการรณรงค์ต่างๆ ซึ่งในรูปการจัดจ่ายงานนั้นก็เป็นที่รู้กันดีว่าจำกัดอยู่ในแวดวงคนกันเองแค่ไหน หรือรายไหนผูกปิ่นโตเถายาวอยู่ที่นี่
       
       รวมทั้งยังมิได้วิพากษ์ประเด็นเรื่องความเหมาะสมของเนื้อหาการโฆษณา หรือรูปแบบการรณรงค์ที่ทุ่มเทงบมากกว่า 200 ล้านบาท เสนอคำหรือวลีเท่ห์ๆ ออกมาฮือฮาแบบไฟไหม้ฟาง วูบเดียวเผาเงินไปเป็นร้อยๆ ล้านบาท...แล้วยังไง? คนเลิกเหล้าได้กี่คน? พอไฟวาบแล้ว...ออกพรรษาแล้วก็กลับมากินต่อ? ปีหน้าเอาเงินมาเผาใหม่...เอางั้นหรือ?
       
       ตามลายแทงขุมทรัพย์สองพันล้านฯ ต่อปี ของ สสส.ถึงนาทีนี้ หากกล้ายอมรับความจริง ฟังเพื่อนรอบข้างอย่างมีสติ กลับมาอยู่ในลู่ทางอย่างที่ควรจะเป็นปล่อยวางอย่าสร้างอาณาจักรเฉพาะกลุ่มตน คืนองค์กรอิสระเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชนชาวไทย กลับสู่อ้อมกอดของสังคมไทย
       
       เปิดโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอย่างสร้างสรรค์ ด้วยเถิด....
       
       เราต้องการการเปลี่ยนแปลง
       
       Changes!



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน