• อนันตปัญญา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : deycarabao@windowslive.com
  • วันที่สร้าง : 2009-11-16
  • จำนวนเรื่อง : 8
  • จำนวนผู้ชม : 16905
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
จิระศักดิ์
ศาสนา ก็เฉกเช่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ปวงชนชาวไทยต้องรักษาไว้ด้วยชีวิต ไม่เช่นนั้นแล้ว เราก็จะเหมือนคนที่ไม่มีชาติ......................
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kjirasak
วันจันทร์ ที่ 24 พฤษภาคม 2553
Posted by อนันตปัญญา , ผู้อ่าน : 1378 , 13:20:26 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

   ในโลกของพระพุทธศานานั้น การศึกษาถึงแก่นแท้และพระธรรมคำสั่งสอน ต้องกระทำไปพร้อมๆกัน เพราะนั่นหมายถึงการเสาะแสวงหาด้วยจิตใจที่เหนือกว่าการแสวงหาความจริงด้วยภาษาและตัวอักษร

    ว่ากันว่า ศาสนาพุทธนั้นเป็นศานสนาที่เข้าถึงความจริงของธรรมชาติได้มากที่สุด เพราะเป็นศาสนาที่เน้นด้านการหลอมรวมกันระหว่างความจริงของชีวิต ธรรมชาติ และจิตใจของคน เข้าไว้ด้วยกัน ปรัชญาของศาสนาก็เช่นกัน เป็นปรัชญาที่ง่ายต่อการเข้าใจและปฏิบัติ แต่ก็ยากแท้หยั่งถึงสำหรับผู้ที่ตัดขาดจากสังคมวัตถุหรือโลกธรรมวัตถุไม่ได้เช่นกัน

    ความที่ผมเขียนนี้ อาจดูเหมือนกับว่ามีความคิดด้านอคติต่อบุคคลที่ดำรงตนอยู่ในศาสนาหรือสถานะอื่น ที่ต่างจากตัวผมไปหรือบุคคลที่มีความคิดต่างจากผม ตรงนี้ผมต้องขอออกตัวไปก่อนนะครับว่า กระผมไม่เคยแม้แต่จะคิดเช่นนั้น  ผมเคารพในความคิด ความเชื่อ และการตัดสินใจของทุกท่านครับ เพียงแต่ต้องการเสนอแนวความคิดที่สื่อถึงความเป็นพุทธตามพุทธโอวาทเท่านั้นเองครับ

    แก่นแท้ของพระธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ความจริงมีเพียงแก่นธรรมอยู่เพียงแก่นเดียวครับ แม้ว่าศาสนาพุทธจะมีอีกหนึ่งนิกายคือ นิกายมหายาน ซึ่งทางนิกายมหายานนั้น จะเน้นที่การเชื่อว่า มีการดำรงอยู่ของอัตตา แต่แก่นแท้ซึ่งก็คือเถรวาท หรือที่เรียกว่า เป็นนิกายที่ถือแบบมาจากพระโอษฐ์ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น เชื่อว่า อัตตานั้นมีและไม่มีตัวตน เช่นเดียวกับอากาศ หรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในโลกนี้ ขอขยายความให้ชัดเจนก็คือ สิ่งต่างๆ ทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตในโลกนี้ล้วนเกิดมาจากการหลอมรวมกันขึ้นมาของสิ่งเล็ก สิ่งน้อยต่างที่มีสภาพไม่คงที่ ดังนั้น พระพุทธองค์จึงกล่าวว่า ในโลกนี้อัตตาย่อมมีและไม่มีในเวลาเดียวกัน 

    แล้วจะอธิบายให้เข้าใจสภาวะของอัตตานี้ได้อย่างไร คำถามนี้ย่อมสื่อให้เข้าใจโดยการคิดพิจารณาความเป็นธรรมดาของธรรมชาติให้ลึกซึ้ง นั่นคือ ไม่สามารถอธิบายให้เข้าใจด้วยภาษาหรืออักษรได้ แต่สามารถอธิบายได้จากความเข้าใจความรู้สึกถึงจิตใจ ดังคำกล่าวของท่านพุทธทาสภิกขุ ที่ว่า" การสงบปากนิ่ง คือการอธิบายถึงพระบรมธรรมและนิพพานที่ชัดแจ้ง โดยไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูด " หรืออีกนัยยะหนึ่งก็คือ  สภาวะนิพพานนั้นไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูดหรืออักษร เว้นแต่ผู้ที่ปฏิบัติให้ถึงได้ด้วยแล้วเท่านั้นจะซึมซับได้ถึงสภาวะนั้น  ก็คือ แม้พระพุทธเจ้าเองก็ทรงอธิบายเรื่องสภาวะของได้ไม่ละเอียดเท่ากับให้สาวกได้ลงมือปฏิบัติเอง พระพุทธเจ้าทรงอธิบายได้เฉพาะวิธีและขั้นตอนในการปฏิบัติ ส่วนสาวกจะเข้าถึงได้สำเร็จหรือไม่นั้น สาวกผู้ปฏิบัติย่อมรู้และเข้าใจในสภาวะนั้นด้วยตนเอง

    หากท่านสงสัยด้วยว่า "อัตตา" นี้ ทำไมเข้าใจยากจริงหนอ เดี๋ยวผมก็เขียนว่า มีและไม่มี ดำรงตนและไม่ดำรงตนอยู่ ในเวลาเดียวกัน เช่นนี้แล้ว ทำไมต้องเขียนให้สับสน ทำไมไม่เขียนให้เข้าใจให้กระจ่างชัดไปเลย

   คือ อยากให้ลองคิดตามดู อย่างในหัวข้อกระทู้ธรรมมิลินทปัญหา มีอยู่กระทู้ธรรมหนึ่งที่พระนาคเสนทรงตอบความของพระเจ้ามิลิน ถึงการมีตัวตนของท่านว่า ด้วยในทางบรรดาเพื่อนพรมจรรย์ทรงเรียกท่านว่า นาคเสน แต่ในทางปรมัตถ์นั้น ท่านไร้ซึ่งตัวตน วิสัชนานี้ เป็นข้อที่สร้างความสงสัยให้กับพระเจ้ามิลินมาก เนื่องจากว่า พระนาคเสนท่านตอบคำถามแบบแสดงถึงความเป็นอัตตาหรือตัวตนนั่นเอง

      โดยธรรมที่พระนาคเสนวิสัชนาไปนั้น เป็นการอธิบายธรรมถึงสภาวะของอัตตา คือ ที่ท่านตอบว่า เพื่อนพรมจรรย์เรียกท่านว่า นาคเสน ก็คือ เป็นการกล่าวเรียกชื่อท่าน เพื่อให้เข้าใจและเป็นที่จดจำว่า ท่านชื่อนาคเสน มีตัวตนเช่นนี้ มีหน้าตาเช่นนี้ และมีลักษณะท่าทาง การพูด และการกระทำเช่นนี้ ( หรือที่เรียกว่า ขันธ์ห้า นั่นเอง ซึ่งประกอบด้วย รูป เวทนา สัญญา สังขารและวิญญาณ ) แต่ในทางปรมัตถ์นั้น ท่านกล่าวว่า ไร้ซึ่งตัวตน นั่นคือ ร่างกายท่านประกอบมาจากเซลล์หลายล้านเซลล์ ประกอบมาจากอวัยวะหลายล้านส่วน ซึ่งสิ่งเหล่านั้น เมื่อแยกกันออกไปแล้ว ล้วนมีลักษณะและชื่อที่เรียกแตกต่างกันออกไปอีก   แล้วประกอบหลอมรวมสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาเป็นร่างกายและถูกตั้งชื่อเรียก เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำนั่นเอง

    อธิบายเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นไปอีก เช่น รถยนต์ที่ท่านใช้ในชีวิตประจำวันนั้น ถ้าถามว่า ท่านไปเที่ยวต่างสถานที่ด้วยอะไร หากท่านตอบว่า ด้วยรถยนต์ แล้วรถยนต์ที่ว่านั้น เรียกว่า เป็นรถยนต์ทุกส่วนเหมือนกันหรือเรียกแตกต่างกันออกไป นั่นแหละครับที่เรียกว่า สภาวะธรรมของอัตตาทางพระพุทธศาสนา ซึ่งมีอยู่และไม่มีอยู่โดยตัวตนของมันเอง

    เช่นนี้แล้ว พระพุทธองค์ท่านจึงทรงสอนให้พทธศาสนิกชน ไม่หลงหรือยึดติดในตัวตน แม้กระทั่งตัวตนของพระองค์เอง ท่านก็ไม่ให้ทรงยึดติด ท่านทรงสั่งสอนให้ยึดติดในการทำความดี การปฏิบัติชอบ และหลีกเว้นจากการหลงในกามสุข การทำความชั่วทางใจ วาจาและกาย ซึ่งการทำความดีนั้นง่ายมากครับ แต่ส่วนมากเห็นว่ามันไม่เท่ ไม่สร้างคุณค่าหรือประสบการณ์ให้กับชีวิต เห็นว่า คนที่ไม่เคยทำความชั่วหรือทำสิ่งที่ผิดคือคนที่ไม่เจริญหรือไม่ทำอะไรเลย

    ในส่วนนี้เราต้องคิดให้รอบคอบ ว่าการทำสิ่งที่ไม่ดี หรือสิ่งที่ดีนั้น เกิดประโยชน์กับตัวเราเองหรือคนรอบข้างมากขนาดไหน เราต้องกาทำเพื่อตัวเราหรือเพื่อคนรอบข้าง แต่จะอย่างไรก็ตามการกระทำสิ่งใดก็แล้วแต่อย่างสุดโต่ง ไม่ใช่ว่าจะเกิดผลดีเสมอไป การเดินตามทางสายกลางนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแน่นอน เพราะเกิดประโยชน์ต่อเราและคนรอบข้าง คือ เป็นคุณกับทั้งสองฝ่ายเสมอ อยู่ที่การคิดพิจารณาตรึกตรองด้วยเหตุและผลของเรา

    ท้ายที่สุดแล้ว เราทุกคนย่อมหนีไม่พ้นความตายกันทุกคนอย่างแน่นอน แต่สุดท้ายเช่นกันก็อยู่ที่เราจะดำเนินชีวิตของเราอย่างไรให้เกิดประโยชน์และความสุขกับตนเองและผู้คนรอบข้างหรือแม้แต่โลกนี้ เป็นโจทย์ที่เราต้องตอบกับตัวเราเองไปตลอดชีวิตมากกว่า การวิ่งเข้าหาวัตถุทางกายจนหลงลืมวัตถุทางใจ หากเราตอบโจทย์ชีวิตกับตัวเองได้ เราก็จะพบกับวิมุตติสุขได้เร็วขึ้น ดีกว่าที่บางครั้งกว่าที่เราจะพบกับความสุขที่แท้จริงนั้น เราต้องใช้ชีวิตและร่างกายให้บอบช้ำเกินกว่าที่เราจะได้ใช้ร่างกาย ชีวิต และจิตใจที่ยังสมบูรณ์ 100 เปอร์เซนต์ เช่นที่ควรจะเป็น 

............ นี่แหละครับ คือ ข้อตอบของ สภาวะอัตตา ที่เราต้องค้นหาด้วยตัวเราเอง คนอื่นไม่สามารถบอกให้เรารู้สึกได้.....

     

  





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 26/05/2010 เวลา : 12.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

อัตตา อนัตตา
พุทธศาสนา ศาสนาที่ที่สอนให้รู้ตน
จขบ.ลองหายใจเข้า แล้วไม่หายใจออก หรือลองหายใจออกแล้วไม่หายใจเข้า รู้สึกอย่างไร ไม่ต้องคิดเลย
แม้ลมหายใจเราอยากยึดไว้ยังเก็บไม่ได้เลย เป็นอัตตาหรืออนัตตา?

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า วันที่ : 24/05/2010 เวลา : 14.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetguide

ร่วมแลกเปลี่ยนนะครับ
ณ วันนี้ ชาวพุทธกำลังทำอะไรกันอยู่?
ณ วันนี้ชาวพุทธกำลังเล่าเรียน ปฏิบัติตามและเผยแผ่คำสั่งสอนของใคร
ณ วันนี้ชาวพุทธรู้จักคำสังสอนของพระศาสดาของตนบ้างหรือไม่

ทั้ง ๆ ที่ พร่ำบ่นเสมอว่า เราคือชาวพุทธ
ทั้ง ๆ ที่ ก้มลงกราบสัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้า

แต่สุดท้ายก็ละทิ้งคำสั่งสอนของพระศาสดา เพราะเอาความยากง่ายมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจเล่าเรียน ปฏิบัติตามและเผยแผ่

จะมีสักกี่คนที่เอาความถูกต้อง ตรงจริง ไม่จำกัดกาลมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจเล่าเรียน เฉพาะ พุทธวจนะ

ร่วมเผยแผ่ พุทธวจนะ ประกาศความเป็นพุทธกันนะครับ

ท้ายที่สุดแก่นของศาสนา ก็คือ พุทธวจนะ หาใช่อรรถกถาอย่างอุบาสก อุบาสิกา ภิกษุ ภิกษุณีในกระแสหลักแต่อย่างใด

มาร่วมกันเลือกเดินแนวทางพระศาสดา วินาทีต่อไปนี้จะเลื่อมใสอันหยั่งลงมั่นในคำพระศาสดาตัวเอง ในฐานะ พุทธทางเลือก

งานชิ้นแรก - ร่วมเผยแผ่พุทธวจนะ ประกาศความเป็น พุทธะ บนทางเลือก
http://www.oknation.net/blog/poetguide/2009/10/11/entry-1
งานล่าสุด - ความปรารถนาก่อนสุดท้าย ขอ...ตายอย่างมีสติ
http://www.oknation.net/blog/poetguide/2010/05/14/entry-1

หลังม่านสีฟ้า
บลู เลอสง่า
ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 7

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน