• อนันตปัญญา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : deycarabao@windowslive.com
  • วันที่สร้าง : 2009-11-16
  • จำนวนเรื่อง : 8
  • จำนวนผู้ชม : 16892
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
จิระศักดิ์
ศาสนา ก็เฉกเช่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ปวงชนชาวไทยต้องรักษาไว้ด้วยชีวิต ไม่เช่นนั้นแล้ว เราก็จะเหมือนคนที่ไม่มีชาติ......................
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kjirasak
วันพุธ ที่ 26 พฤษภาคม 2553
Posted by อนันตปัญญา , ผู้อ่าน : 1148 , 10:40:23 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

         ครั้งที่แล้ว ( 24 พฤษภาคม 2553 ) ผมได้เขียนบทความเกี่ยวกับหลักแก่นของพระพุทธศาสนา และได้อธิบายไปพอสมควร ในครั้งนี้จึงขอเพิ่มเติมอีกสักเล็กน้อย เพื่อเป็นความเข้าใจในด้านหลักสากล

     หลักการหรือแก่นของศาสนาพุทธนั้น นักวิทยาศาสตร์บางสำนัก อาจจะมองว่าเป็นปรัชญาแนวคำสอนเชิงปฏิเสธ (Negative Doctrine) แต่ความจริงแล้ว พระพุทธศาสนานิกายหินยานนี้ จัดเป็นปรัชญาแนว ปฏิฐานนิยม หรือ Positivism ส่วนนิกายมหายาน นั้น ควรจะจัดอยู่ในปรัชญาแนวจิตนิยม ( Idealism) ซึ่งเป็นนิกายที่ถูกพระอรรถกถาจารย์ฝ่ายมหายานคิดขึ้น จากการอนุมานไปจากพระพุทธวัจนะในเรื่องของ อนิจจัง อนัตตาและนิพพาน

     ส่วนพุทธปรัชญาแนวหินยานหรือปรัชญาเถรวาทเป็นพุทธวัจนะที่แท้จริง และคำสอนต่างๆ ก็ได้มาจากการสังเกตจิตใจและความประพฤติของคนเราโดยตรง ปรัชญาเถรวาทไม่ใช้การอนุมานเช่นนิกายมหายาน หากแต่เสนอหลักจิตวิทยาซึ่งสามารถพิสูจน์ให้เห็นจริงได้ เป็นปรัชญาที่ปฏิเสธคำสอนเก่าแก่ของศาสนาพราหมณ์ที่ว่า มีสิ่งที่เที่ยงและมีตัวตนซึ่งไปสอดคล้องกับแนวคิดของฝ่ายมหายาน ดังนั้นเราจึงมักจะเห็นว่า นิกายมหายานนั้นเข้ากับกลุ่มชนที่มีแนวคิดในเรื่องของการมอบความเชื่อให้แก่พระเจ้าได้ เพราะคำสอนที่กล่าวถึงการมีอยู่จริงของอันติมะ ( Ultimate Reality) โดยมีธรรมชาติเป็นจริต จิตนี้เป็นพุทธะแล้ว สสารทั้งหลายจึงถูกถือรวมเป็นมโนภาพเข้าไปด้วย ปรัชญานี้จึงเชื่อว่า จิตพุทธะเป็นสิ่งที่เป็นนิจและเป็นอัตตา  ซึ่งมีทัศนะใกล้เคียงกับอุปนิษัทของพราหมณ์มาก อย่างที่ผมได้อธิบายไปแล้วว่า แตกต่างกันกับแนวคิดของเถรวาท ในส่วนด้านเถรวาทจะปฏิเสธการอนุมานด้วยตรรกะทางอภิปรัชญา  (Metaphysics)   ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาแนววิทยาศาสตร์ของ ออกุสต์ กองต์ (ศตวรรษที่ 19 : Auguste Gomte ) ซึ่งก็คือ ปรัชญาแนวปฏิฐานนิยม( Positivism) ที่เชื่อว่า โลกนี้ประกอบด้วยสสารและจิตผสมกัน จะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้ เพราะทุกสิ่งในโลกนี้ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งซึ่งกันและกัน มีความเชื่อมโยงกัน หลักคำสอนนี้จึงเป็นคำสอนที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ก่อน ออกุสต์ กองต์ ถึง 2,400 ปีเลยทีเดียว

     สำหรับเหตุของการแตกแยกนิกายของพระพุทธศาสนานั้น เกิดขึ้นหลังจากที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จปรินิพพานลงแล้ว  ล่วงได้ประมาณร้อยปี มีภิกขุหมู่หนึ่ง เรียกว่า วัชชีบุตร อยู่เมืองเวสาลี ได้ทำการแก้ไขพระวินัย เรื่องการห้ามมิให้ฉันอาหารนอกเพล กับห้ามไม่ให้รับทรัพย์สินเงินทอง มีภิกขุอื่นเห็นด้วยเป็นอันมาก แต่พระยสะเถระได้เข้าขัดขวางโต้แย้ง แล้วเรียกประชุมสงฆ์ ณ เมืองเวสาลี  เพื่อวินิจฉัยการกระทำของหมู่ภิกขุวัชชีบุตร พวกวัชชีบุตรอ้างข้อที่พระองค์ทรงอนุมัติไว้กับพระอานนท์ก่อนเสด็จพระปรินิพพาน ซึ่งมีความว่า “ดูก่อน อานนท์ ถ้าสงฆ์ ปรารถนาจะถอนสิกขาบทเล็กน้อยเสียบ้าง เมื่อเราล่วงไปแล้ว ก็จงถอนเถิด ....”

     แต่คณะสงฆ์ฝ่ายยสะเถระก็เห็นว่า แม้ว่า พระพุทธเจ้าจะทรงอนุญาตไว้ก็ตามแต่ก็ไม่ควรแก้ไขพระวินัยให้ผิดไปจาก ที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ แต่ท่านก็ไม่มีอำนาจที่จะไปบังคับเหล่าวัชชีบุตรได้ เช่นนี้แล้ว การถือพระวินัยจึงแตกออกเป็นสองลัทธิ คือ ลัทธิทางฝ่ายสงฆ์ของพระยสะเถระ ได้ชื่อว่า “เถรวาท” ซึ่งยึดถือเอาคำสอนเดิมของพระพุทธโอวาทเป็นหลักไม่มีการแก้ไข เพราะถือตามมติที่ได้สังคายนาไว้  ส่วนสงฆ์พวกวัชชีบุตรก็ถือลัทธิฝ่าย “อาจาริยาวาท”  เพราะถือเอาตามที่พระอรรถกถาจารย์แก้ไขในภายหลัง เมื่อแยกนิกายกันแล้ว พระยสะเถระก็ได้ทำการสังคายนาขึ้นอีก เรียกว่า ทุติยสังคายนา ต่อมาชื่อเถรวาทก็ได้เปลี่ยนเป็น “สถวีระ” และอาจาริยวาท เปลี่ยนไปเป็น “มหาสังฆิกะ” คือ สงฆ์เหล่าวัชชีบุตรที่ชุมนุมกันพร้อมด้วยฆราวาส กระทำสังฆายนาขึ้น ณ ที่ใกล้กัน สังคายนาครั้งนี้เรียกว่า มหาสังฆีหรือ มหาสังฆิกะ และในปัจจุบันก็เรียกว่า ฝ่ายมหายาน (ยานใหญ่) ส่วนเถรวาทก็เรียกว่า ฝ่ายหินยาน (ยานน้อยหรือยานแคบ) และได้แตกแยกแนวหลักคำสอนเป็นนิกายเล็กนิกายย่อยอีก เช่น ในประเทศไทยก็แตกเป็น ธรรมยุติกนิกายและมหานิกาย ซึ่งความเป็นมาก็คล้ายๆกันกับเหตุแห่งการแยกนิกายในครั้งแรกนั่นเอง

         ครับแล้ว....เจอกันในบทความครั้งต่อไป..............................





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นายก วันที่ : 27/05/2011 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narongsak


เลขที่ ๑๘๙ บ้านดงมะเอก หมู่ที่ ๖ ตำบลโพนทอง อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ๔๘๑๗๐ โทร ๐๘-๖๒๓๓-๐๓๐๖
วันที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
เรื่อง การใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๙ , ๑๗๒
กราบเรียน ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (ท่านอภิชาต สุขัคคานนท์)
ตามที่คณะกรรมการเลือกตั้ง จัดให้มีการเลือกตั้ง ในวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ รายละเอียดแจ้งแล้ว ข้าพเจ้านายณรงค์ศักดิ์ รุ่งหิมวรรณ ขอเสนอตนเพื่อให้ปวงชนชาวไทยได้ตัดสินใจ เลือก เพื่อการปกครองประเทศ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๙ , ๑๗๒ ได้เลือก นายกรัฐมนตรีโดยตรง ด้วยการทำเครื่องหมาย x ในช่องไม่ประสงค์ลงคะแนนให้ผู้สมัคร ในแบบสัดส่วน แบบแบ่งเขต พรรคการเมือง และหรือผู้แทน ใดที่ยอมรับเรา ให้เลือกผู้แทนในเขตนั้น
เพื่อเป็นการยุติปัญหาของผู้คนในแผ่นดิน อันเป็นปัญหาของประเทศชาติ ข้าพเจ้า ขอนำเสนอรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต่อปวงชนชาวไทย พรรคการเมือง และผู้มีอำนาจทั้งหลาย ได้พิจารณารับในหลักการ ดังต่อไปนี้
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๔ ฉบับปวงชนชาวไทย เห็นพ้อง ยอมรับ เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔
มาตรา ๑ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นที่พักพิง สักการะบูชา และเทิดทูล โดยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
มาตรา ๒ ประเทศไทย ปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
มาตรา ๓ คณะรัฐมนตรี และหรือ องค์กรอิสระทุกองค์กร ต้องมาจากการเลือกตั้ง โดยตรงจากปวงชน โดยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
๑/๒
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และหรือกฎหมายอื่นๆ ถ้ามีที่ออกก่อนหน้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้
มาตรา ๕ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรา มหาภูมิพลอดุลยเดช
มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร จึงขอพระบรมราชานุญาตเสนอเพื่อโปรดเกล้าให้นิรโทษกรรม ต่อบุคคลที่ต้องคดีอาญาทุกกรณี ให้เป็นอิสรภาพ พ้นโทษ โดยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
มาตรา ๖ สิทธิส่วนบุคคล กรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยภายในที่ดิน ผู้ใดจะละเมิดมิได้ เว้นแต่จะได้ระบุ โดยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
มาตรา ๗ บุคคลใดใช้ประโยชน์จากสาธารณะ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการใช้ประโยชน์สาธารณะโดยเคร่งครัด โดยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
มาตรา ๘ ธง เป็นสัญลักษณ์ ของประเทศ และหรือของผู้นำชุมชน ต้องได้รับความคุ้มครองเสมือนหนึ่งชนชาติเดียวกัน โดยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
มาตรา ๙ บุคคลทุกคนต้องอธิบายคำว่า “พอ” ได้ ย่อมได้รับความคุ้มครอง โดยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
มาตรา ๑๐ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต้องไม่ขัด และหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้
อาศัยเหตุ ดังได้กราบเรียนมานี้ ข้าพเจ้าหวังว่าจะได้รับการสนับสนุน ในการประชาสัมพันธ์จากท่าน ตามสมควร ขอบคุณท่านมา ณ.โอกาสนี้ด้วย
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

( นายณรงค์ศักดิ์ รุ่งหิมวรรณ )
ผู้เสนอตน ประธานร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๔
๒/๒

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
red_ant วันที่ : 21/11/2010 เวลา : 22.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/captant
 Iไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา...ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไปI

มาแวะอ่านความรู้ครับ
ขอให้มีความสุขวันลอยกระทงนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 19/08/2010 เวลา : 14.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

เอ่อ จริง ๆ แล้ว ถ้าพูดถึงการแตกเป็นสองฝ่ายนั้น มีมาตั้งแต่ สมัยพระมหากัสสปะ(สังคายนาครั้งแรกแล้วครัีบ) จำได้ไหมที่มีพระโบราณจารย์(พระปุราณะ)ไม่เห็นด้วยที่พระมหากัสสปะนำเอาพระอรหันต์ปฏิสัมภิทา(ที่พระพุทธเจ้ารับรองแล้วทั้งหมด)แค่ 500 รูป ไปสังคายนาพระไตรปิฏกทั้ง ๆ ที่มีพระอรหันตืปฏิสัมภิทามากกว่านั้น จึงแยกออกพวกหนึ่งไปทำสังคายนาที่ประเทศจีน(หรือเมืองอื่น) ข่าวว่าการสังคายนาของพระปุราณะมีพระเข้าร่วมเป็นหมื่นรูปแสนรูป และนำเอาพุทธศานาเข้าไปสุ่ประเทศจีน
ทีนี้นักปรัชญาก็ชอบคิด ชอบอ้างเอาตรกก ทั้ง ๆ ที่ตัวธรรมมะของแท้นั้น อยุ่ในการปฏิบิติประกอบกับการศึกษาแนวทางที่พระพุทธเจ้าให้ไว้
ธัมมะของใครก็มีทั้งนั้นครับ แต่ที่ถูกต้องของแท้แก้ทุกข์ได้ผล มีเพียงของพระพุทธเจ้าองค์เดียวเท่านั้น ซึ่งต้องพิสูจน์ด้วยการลงมือปฏิบัติ
อย่างนักปรัชญา เป้นได้แค่พวกนักนั่งคิดเองเออเองไปเรื่อยแหละครับ ถูกมั่งไม่ถูกมั่ง เพราะในจิตใจมนุษยืนั้นเต้มไปด้วยกิเลส จะไปเชื่อจิตใจตัวเองได้ยังไง ก็มันกิเลสทั้งนั้น
ต้องเรียนจากที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ครับ
ถ้าเข้าใจถูก ผลจะเกิดกับผู้ปฏิบัติ เป้นความหลุดพ้นทาใจ(วิมุติ) ซึ่งเป็นของที่รู้ได้เฉพาะตน แต่ใครทำได้ส่วนมากแล้วจะยิ่งนับถือพระพุทธเจ้า เพราะเท่ากับว่าได้พิสูจนือีกนัยหนึ่งด้วยว่าคำสอนของท่านใช้ได้ผลจริง
พระบางรูปที่ทำจนได้ผลจึงศรัทธาในศาสนาจนตัวตายก้ไม่ทอดิ้งะรรมไงครับ
แต่นักปรัชญา ผมยังไม่แน่ใจ เพราะางคนสอนคนอื่น ป่าว ๆ พอเอาเข้าจริง ๆก็ยังละตัวตน(สักกายทิฏฐิ)ข้อแรกในสังโยชน์ 10 ไม่ได้
มิพักพูดถึงเครื่องร้อยรัดข้ออื่น ๆ
เรื่องนี้คงต้องถกกันยาวแหละครับ
ผมพร้อมเสมอที่จะแลกเปลี่ยน
เพื่อประโยชน์แก่มหาชนเป็นอันมากได้เข้าใจศาสนาพุทธของจริงครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Augustman วันที่ : 19/08/2010 เวลา : 14.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Augustman
• มอบทุกสิ่ง ด้วยใจ ใสพิสุทธิ์

• ชาวพุทธส่วนใหญ่มักลูบคลำเปลือก กระพี้ จึงยากจะเข้าถึงแก่น ครับ


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
market วันที่ : 18/08/2010 เวลา : 00.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

ต้องอ่านตอนมีสมาธิค่ะ จึงจะเข้าถึง
ตอนนี้ง่วงอ่านแล้วงงเล็กๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
JEERANUN วันที่ : 26/05/2010 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jeeranun
กำลังใจคือพลังชีวิต ....

สงบ สะอาด สว่าง
http://www.oknation.net/blog/jeeranun

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน