โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน
Website : www.knowislamthailand.org
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/knowislam
วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน 2554
Posted by โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม , ผู้อ่าน : 1502 , 22:43:14 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ไม่รู้จักพระเจ้าก็ไม่รู้จักตัวเอง
บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

ในขณะที่นักวิชาการสารพัดศาสตร์กำลังมะงุมมะงาหราหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องมนุษย์ทั้งทางด้านกายภาพ ชีววิทยา จิตวิทยาและสังคมด้วยวิธีการต่างๆอยู่นั้น คัมภีร์ทางศาสนาได้ให้คำตอบเกี่ยวกับมนุษย์ไว้นานนับพันปีแล้ว

ทฤษฎีวิวัฒนาการของชาร์ลส ดาร์วิน เมื่อสองร้อยกว่าปีที่ผ่านมา และวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกอีกหลายร้อยชิ้นที่พยายามสนับสนุนทฤษฎีของเขานั้น ยิ่งนานวันเข้ากลับถูกความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆออกมาลบล้างจนทำให้รู้สึกว่า ยิ่งมนุษย์ออกห่างจากความจริงของศาสนามากเท่าใด มนุษย์ก็เหมือนกับคนสิ้นคิดมากขึ้นเท่านั้น

ทฤษฎีของชาร์ลส ดาร์วิน ที่กล่าวว่า มนุษย์มีวิวัฒนาการมาจากเซลล์ที่ก่อตัวขึ้นเองและวิวัฒนาการผ่านขั้นตอนต่างๆเป็นเวลานานนับหลายล้านปีจนกลายเป็นลิงและกลายพันธุ์มาเป็นมนุษย์ในที่สุดนั้น ทำให้มนุษย์ที่เชื่อในทฤษฎีของเขามีพฤติกรรมเยี่ยงสัตว์ ดังนั้น ตำราทางสังคมศาสตร์จึงเรียกมนุษย์ว่าเป็นสัตว์สังคม สัตว์เศรษฐกิจและสัตว์การเมือง ถึงขั้นรณรงค์กันก่อนเลือกตั้งว่าอย่าเลือกสัตว์เข้าสภา

ประมาณ 1,400 ปีที่แล้วในคาบสมุทรอารเบีย ชาวอาหรับบางกลุ่มเชื่อว่ารูปเคารพที่พวกเขาสร้างขึ้นมาจากหินเป็นพระเจ้าและกราบไหว้สักการะกัน ขณะเดียวกันมีชาวอาหรับบางกลุ่มมาถามท่านนบีมุฮัมมัดว่าท่านเชื่อในเรื่องการเป็นพระเจ้าของมนุษย์หรือไม่

ท่านตอบปฏิเสธและคำตอบที่ท่านได้รับจากพระเจ้าเบื้องบนซึ่งถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์กุรอาน ทำให้เราได้รู้ถึงสถานะอันสูงส่งตลอดจนหน้าที่และวัตถุประสงค์ในการมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ของมนุษย์

คัมภีร์กุรอานกล่าวว่า เมื่อพระเจ้าทรงดำริจะสร้างมนุษย์ พระองค์ทรงกล่าวแก่บรรดาทูตสวรรค์ว่าพระองค์จะทรงสร้าง “ตัวแทน” ขึ้นมาคนหนึ่งในโลกใบนี้

คำดำริของพระเจ้าผู้สร้างมนุษย์ยืนยันว่า เดิมทีมนุษย์ไม่ใช่สัตว์ แต่มนุษย์ได้รับเกียรติจากพระเจ้าให้เป็นตัวแทนของพระองค์ การเป็นตัวแทนในที่นี้มิได้หมายถึงการให้มนุษย์มาเป็นพระเจ้าแทนพระองค์ในโลกใบนี้ เพราะถ้ามีพระเจ้ามากกว่าหนึ่งองค์ จักรวาลก็ประสบกับความปั่นป่วนวุ่นวาย แค่มนุษย์สองคนแย่งกันเป็นใหญ่ โลกนี้ก็ฉิบหายกันมามากต่อมาแล้ว

แต่การเป็นตัวแทนของมนุษย์ในคัมภีร์กุรอานหมายถึงการที่มนุษย์ต้องมาปฏิบัติภารกิจบางอย่างที่พระเจ้ามอบหมายให้สำเร็จลุล่วงไปในขณะที่มีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ส่วนภารกิจที่ต้องปฏิบัติคืออะไรนั้นมีบอกไว้แล้วในคัมภีร์ของพระองค์ แต่เนื่องจากมนุษย์มีเสรีภาพในการเลือกปฏิบัติ ถ้าเลือกปฏิบัติภารกิจที่มอบหมายมา มนุษย์คนนั้นก็พบกับความสำเร็จ ถ้าไม่ปฏิบัติก็ต้องรับผิดชอบในการฝ่าฝืนคำสั่ง

ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจ ลองนึกภาพดูว่าถ้าพระราชาสั่งเสนาบดีให้ปฏิบัติราชการแทน แต่เสนาบดีคนนั้นฝ่าฝืนไม่ทำตามหรือเอาอำนาจของพระราชาไปใช้เสียเอง โทษจะเป็นเช่นใด?

เมื่อพระเจ้าทรงดำริเช่นนั้น เหล่าทูตสวรรค์ก็ทูลพระองค์ว่า “พระองค์จะทรงสร้างผู้ก่อความเสียหายและหลั่งเลือดกันบนหน้าแผ่นดินกระนั้นหรือ? ทั้งๆที่เราแซ่ซ้องสดุดีพระองค์อยู่”

พระเจ้าจึงบอกเหล่าทูตสวรรค์ว่า “สูเจ้าไม่รู้ในสิ่งที่ฉันรู้”

หลังจากนั้นพระเจ้าก็ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาจากดินและทรงเป่าวิญญาณเข้าไปในดินนั้น ดินที่เดิมทีเป็นวัตถุธาตุจึงมีชีวิตขึ้นมาเป็นมนุษย์คนแรกคือ อาดัม ดังนั้น เมื่อมนุษย์มาจากดิน มนุษย์ก็ต้องกลับกลายเป็นดินอีกครั้งหนึ่งเมื่อตายลง

ในการเป่าวิญญาณเข้าไปในดินเพื่อสร้างอาดัม บิดาของมนุษยชาติ เพื่อให้เป็นตัวแทนนั้น พระเจ้าได้ประทานคุณสมบัติเศษเสี้ยวหนึ่งของพระองค์ให้แก่อาดัม เช่น พระองค์ทรงเห็นและทรงได้ยิน พระองค์ก็ทรงให้มนุษย์มีตาและมีหูเพื่อการมองเห็นและการได้ยิน พระองค์เป็นผู้ทรงให้อภัยและทรงเมตตา พระองค์ก็ประทานคุณสมบัติอันดีงามนี้ให้แก่มนุษย์เป็นธรรมชาติติดตัวมาและสร้างโอกาสให้มนุษย์ได้ใช้คุณสมบัติแห่งความเมตตาโดยการให้มีคนตกทุกข์ได้ยาก และให้มีคนมาทำให้โกรธเพื่อให้ได้ใช้คุณสมบัติแห่งการให้อภัย ยิ่งใช้คุณสมบัติเหล่านี้ก็ยิ่งมีความสุขทางจิตใจซึ่งเงินทองหาซื้อไม่ได้ นอกจากนี้แล้วการใช้คุณสมบัติดังกล่าวยังเป็นการยกระดับจิตใจของมนุษย์ให้สูงส่งเข้าใกล้พระเจ้ายิ่งขึ้นด้วย

นี่คือการประทานศักยภาพเป็นทุนทางธรรมชาติให้แก่ร่างกายและจิตใจของมนุษย์ผู้จะถูกส่งมาทำหน้าที่เป็นตัวแทน เท่านั้นยังไม่พอ คัมภีร์กุรอานยังเล่าต่อไปว่าพระเจ้าได้สอนนามต่างๆ หรือประทานความรู้ให้แก่อาดัมอีกด้วย นั่นหมายความว่าเมื่ออาดัมมายังโลกนี้แล้ว มนุษย์ที่เป็นลูกหลานของอาดัมจะได้รับความรู้มากมายจากพระเจ้าจนถึงวันสิ้นโลก

เมื่อทรงสอนความรู้ต่างๆแก่อาดัมแล้ว พระเจ้าก็หันไปยังเหล่าทูตสวรรค์และสั่งทูตสวรรค์เหล่านั้นให้เอ่ยนามความรู้ที่พระองค์ทรงสอนแก่อาดัม แต่บรรดาทูตสวรรค์กล่าวว่าพวกตนไม่มีความรู้อะไรนอกไปจากที่พระองค์ทรงสอน ดังนั้น พระองค์จึงทรงบัญชาให้มลาอิก๊ะฮฺและทุกสรรพสิ่งในชั้นฟ้ากราบนบนอบต่ออาดัม

นั่นหมายความว่าเมื่ออาดัมถูกส่งมายังโลกนี้แล้ว ทุกสิ่งที่อยู่ในโลกต้องเชื่อฟังลูกหลานของอาดัมหรือมนุษย์ ถ้าลูกหลานของอาดัมต้องการเอาลมหรือกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากมาทำไฟฟ้า ลม และกระแสน้ำ ต้องยอมทำตามลูกหลานของอาดัม แต่เพราะกลัวว่ามนุษย์จะใช้สิ่งที่พระเจ้าประทานมายังผิดๆ เป็นผลเสียต่อมนุษย์เอง

พระเจ้าจึงให้มีนบีเกิดขึ้นในหมู่มนุษย์ เพื่อนำศาสนามาสอนมนุษย์ให้มีศิลปะในการใช้ชีวิตและทรัพยากรที่มีอยู่ในโลกอย่างสร้างสรรค์





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

TVC:โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

แนะนำโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

View All
<< มิถุนายน 2011 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]