โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน
Website : www.knowislamthailand.org
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/knowislam
วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม 2554
Posted by โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม , ผู้อ่าน : 1100 , 21:06:21 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

‘ชีวิต’สิ่งมีค่าที่ต้องร่วมกันรักษา
บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

เราไม่อาจปฏิเสธว่าสิ่งมีค่าที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับมนุษย์คือชีวิต

ดังนั้น ทุกวันนี้มนุษย์จึงพยายามที่จะรักษาชีวิตไว้ด้วยมาตรการต่างๆ เช่น มาตรการทางกฎหมาย ทางการแพทย์และสาธารณสุข เป็นต้น ตัวอย่างของหน่วยกู้ภัยต่างๆที่เข้าไปกู้ชีพคนที่ติดอยู่ในกองเพลิง คนที่ประสบอุทกภัยและคนที่กำลังจะตายแสดงให้เราเห็นว่า ทุกคนเห็นความสำคัญของชีวิตแม้ใครบางคนกำลังจะสิ้นชีวิตก็ตาม

แต่เป็นเรื่องน่าแปลกที่ขณะไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต มนุษย์กลับไม่เข้าใจและไม่เห็นคุณค่าของชีวิตจนถึงกับทำลายชีวิตกันเป็นผักปลา ชาติมหาอำนาจบางชาติทุ่มงบประมาณมหาศาลส่งยานอวกาศไปยังดาวดวงอื่นเพื่อหาร่องรอยของชีวิต แต่ขณะเดียวกันกลับใช้งบประมาณอีกนับแสนล้านบาทเข่นฆ่าสังหารชีวิตของมนุษย์บนโลกใบนี้นับหลายแสนคน

นอกจากนี้มีมนุษย์อีกมากมายที่ทำร้ายและทำลายของชีวิตของตนเองโดยที่คนอื่นไม่ได้มาทำอันตรายชีวิตของตนแต่ประการใด จะอย่างไรก็ตาม ทุกศาสนาจึงถือว่าการฆ่าผู้อื่นและการฆ่าตัวเองล้วนเป็นบาปเหมือนกัน เพราะมันเป็นการทำลายชีวิต

คนที่ทำร้ายและทำลายชีวิตของตนเองมักอ้างว่า “ชีวิตเป็นของผม ผมจะใช้ชีวิตอย่างไรก็ได้เรื่องของผม ผมจะทำร้ายหรือทำลายชีวิตอย่างไรก็ได้เรื่องของผม เพราะชีวิตเป็นของผม”

จริงหรือที่ว่าชีวิตเป็นของคุณ? คุณสร้างชีวิตของคุณเองตั้งแต่เมื่อใด? ถ้าชีวิตเป็นชามหรือกะละมังที่คุณสร้างขึ้นเองหรือซื้อหามา คุณจะทุบหรือโยนมันทิ้งอย่างไรก็ได้ ไม่มีใครว่า เพราะมันเป็นสมบัติของคุณ แต่ชีวิตของคุณมิใช่ชามหรือกะละมังที่จะมาทุบทิ้งกันเป็นว่าเล่น

ชีวิตมิได้เป็นของมนุษย์ แต่ชีวิตเป็นของพระเจ้าต่างหาก ดังนั้น ทุกศาสนาจึงถือว่าชีวิตเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจล่วงละเมิดได้ ไม่ว่าบุคคลภายนอกหรือตัวตนที่มีชีวิตอยู่ก็ตาม เมื่อท่านนบีมุฮัมมัดทำพิธีแต่งงานให้แก่สาวกของท่าน ท่านได้นำเอาข้อความจากคัมภีร์กุรอานตอนหนึ่งมากล่าวเป็นโอวาทตักเตือนแก่เจ้าบ่าวเจ้าสาวและเผื่อแผ่ไปถึงคนที่มาร่วมงานว่า :

“โอ้มนุษย์เอ๋ย จงเกรงกลัวพระเจ้าผู้ทรงสร้างสูเจ้ามาจากชีวิตหนึ่ง และจากชีวิตนั้น พระองค์ได้ทรงสร้างคู่ครองให้มัน และจากคู่ชีวิตนั้นเองที่พระองค์ได้สร้างผู้คนขึ้นมาอย่างมากมาย...” (กุรอาน 4:1)

คำว่า “ชีวิต” ในภาษาอาหรับในคัมภีร์กุรอานดังกล่าวข้างต้นหมายถึง ชีวิตที่ประกอบด้วยวิญญาณที่ถูกเป่าเข้าไปในก้อนเลือดและพัฒนาเป็นตัวตนจนมีเนื้อหนังและกระดูกอย่างสมบูรณ์แล้ว

ชีวิตจึงเป็นของพระเจ้า พระองค์ทรงมอบชีวิตให้มนุษย์มาดูแลเป็นการชั่วคราวบนโลกใบนี้ ใครที่สำคัญผิดคิดว่า “ชีวิตเป็นของกู” และถือว่า “กูจะใช้ชีวิตอย่างไรก็ได้ เรื่องของกู กูจะทำร้ายทำลายชีวิตอย่างไรก็ได้ เรื่องของกู เพราะชีวิตเป็นของกู” ต้องคิดเสียใหม่ให้ถูกต้อง

ถ้าสังคมใดมีมนุษย์สำคัญผิดในเรื่องชีวิตเช่นนี้สักสิบเปอร์เซ็นต์ สังคมนั้นก็จะกลายเป็นป่าดงดิบที่เต็มไปด้วยอันตรายจากสัตว์ร้ายเดินสองขาที่เรียกว่ามนุษย์ เพราะถ้าหากมนุษย์ทำร้ายหรือทำลายชีวิตอันมีค่าที่พระเจ้าให้มาได้ ทำไมมนุษย์จะทำร้ายหรือทำลายชีวิตของคนอื่นไม่ได้? ด้วยเหตุนี้เองที่พระผู้เป็นเจ้าจึงได้กล่าวไว้ในคัมภีร์กุรอานว่า :

“ผู้ใดฆ่าชีวิตใด เว้นเสียแต่ว่าคนผู้นั้นเป็นฆาตกรหรือเป็นผู้ก่อความเสียหายบนหน้าแผ่นดิน คนผู้นั้นถูกถือว่าเหมือนกับเขาได้ฆ่ามนุษยชาติทั้งมวล และผู้ใดที่ได้รักษาชีวิตหนึ่งไว้ เขาจะถูกถือว่าเหมือนกับผู้ให้ชีวิตแก่มนุษยชาติทั้งมวล” (กุรอาน 5:32)

ใครที่ต้องการทราบว่าอิสลามให้คุณค่าแก่ชีวิตเพียงใดก็สามารถได้คำตอบจากข้อความในคัมภีร์กุรอานดังกล่าวข้างต้น

เมื่อชีวิตเป็นของพระเจ้า พระองค์เท่านั้นจึงเป็นผู้มีอำนาจที่จะเอาชีวิตของมนุษย์ และพระองค์อีกเช่นกันที่เป็นผู้กำหนดว่าใครที่ต้องถูกลงโทษด้วยการเอาชีวิต เพราะการเอาชีวิตของตนเองหรือของคนคนอื่นเป็นการล่วงละเมิดสิ่งที่เป็นของพระองค์

ดังนั้น จึงต้องมีโทษเหมือนกับกฎหมายทั่วไปที่ต้องมีบทลงโทษคนล่วงละเมิดทรัพย์สินของคนอื่น คนที่ฆ่าตัวตาย กฎหมายอาญาบนหน้าแผ่นดินไม่สามารถลงโทษได้ ศาสนาจึงถือว่าคนผู้นั้นต้องไปถูกลงโทษในโลกหน้า ส่วนคนที่ฆ่าคนอื่นก็ต้องถูกลงโทษในโลกนี้ด้วยการถูกประหารให้ตายตกไปตามกันเพราะพระเจ้าผู้เป็นเจ้าของชีวิตทรงอนุญาต

โทษประหารชีวิตจึงมิใช่ความโหดร้าย แต่เป็นความเมตตาต่อชีวิตอื่น การไว้ชีวิตฆาตกรจึงไม่ใช่ความเมตตา หากแต่เป็นความโหดร้ายทารุณต่อเหยื่อฆาตกรรมและส่งเสริมการฆาตกรรม กฎหมายลงโทษแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน มีกล่าวไว้ในคัมภีร์ไบเบิลมาก่อนคัมภีร์กุรอานและชาวตะวันตกรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่เนื่องจากผู้นำชาติตะวันตกก่อกรรมทำเข็ญสังหารผู้คนในชาติต่างๆไว้เป็นจำนวนมาก ตะวันตกจึงต้องการยกเลิกกฎหมายของพระเจ้าเพื่อให้ตัวเองไม่ต้องรับโทษที่พระเจ้ากำหนดไว้

ไม่เพียงแต่ชีวิตของมนุษย์เท่านั้น แม้แต่ชีวิตสัตว์และพืชก็เป็นของพระเจ้าด้วยเช่นกัน มนุษย์จะเข่นฆ่าสัตว์เพื่อความสนุกสนานไม่ได้ ถ้าใครต้องการจะกินเนื้อสัตว์ ก็ต้องขออนุญาตต่อพระองค์เสียก่อนด้วยการกล่าวคำว่า “บิสมิลลาฮฺ อัลลอฮุอักบัรฺ” (ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ พระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่) ก่อนลงมือเชือด เนื้อของสัตว์นั้นจึงเป็นที่อนุมัติสำหรับมุสลิม หากเชือดสัตว์โดยไม่กล่าวนามพระเจ้า เนื้อนั้นก็ถูกถือว่าเป็นที่ต้องห้าม เพราะไม่ได้ขออนุญาตต่อพระเจ้า





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

TVC:โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

แนะนำโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

View All
<< ตุลาคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]