โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน
Website : www.knowislamthailand.org
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/knowislam
วันพฤหัสบดี ที่ 20 กันยายน 2555
Posted by โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม , ผู้อ่าน : 1144 , 11:49:45 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พิษ‘ดอลลาร์กงเต๊ก”!

บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

ในสมัยโบราณ มนุษย์ซื้อขายโดยการนำสินค้ามาแลกเปลี่ยนกันตามความพอใจของทั้งสองฝ่ายซึ่งมีปัญหามากมายหลังการแลกเปลี่ยน เช่น เมื่อเอาข้าว 1 ถังไปแลกไก่ 10 ตัว แต่เมื่อแยกจากกัน ไก่ที่แลกไปเกิดวิ่งหนีหรือตายลงสักตัว คนที่แลกเอาไก่ไปก็ขาดทุน ดังนั้น มนุษย์จึงอยากจะหาวัตถุมีค่ามาใช้แทนค่าสินค้าและเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน

ในตอนแรก มนุษย์ใช้วัตถุหรือแร่ธาตุต่างๆ เช่น เปลือกหอย เหล็ก ทองแดง เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน แต่ในที่สุดเมื่อมีการพบแร่ทองคำและเงิน มนุษย์จึงหันมายอมรับทองคำและเงินเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน แม้โลหะเงินจะมีความสำคัญน้อยลงไปในปัจจุบัน แต่ทองคำยังทรงคุณค่าของมันและเป็นที่ปรารถนาของมนุษย์จนทุกวันนี้ ถึงขั้นมีคำเปรียบเปรยว่า “มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่” (ปัจจุบันน่าจะนับเป็นพ่อไปแล้ว)

ในยุคที่อาณาจักรโรมันและอาณาจักรเปอร์เซียเป็นมหาอำนาจเมื่อประมาณ 2 พันปีก่อน ทองคำและเงินได้ถูกนำมาทำเป็นเหรียญกษาปณ์เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนแล้ว เมื่อชาวอาหรับเดินทางไปค้าขายกับพ่อค้าในอาณาจักรทั้งสอง ชาวอาหรับเรียกเหรียญกษาปณ์ทองคำว่าดีนาร์และเรียกเหรียญกษาปณ์เงินว่าดิรฺฮัม

ในตอนเป็นหนุ่ม นบีมุฮัมมัดเคยเดินทางไปค้าขายที่ชามหรือซีเรียในปัจจุบันซึ่งในตอนนั้นเป็นดินแดนของอาณาจักรโรมัน ท่านจึงรู้จักสกุลเงินดีนาร์และดิรฺฮัมเป็นอย่างดี แต่เมื่อท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนบีประมาณ ค.ศ. 610 ท่านได้พูดถึงเรื่องการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนไว้ว่า

“ทองคำกับทองคำ เงินกับเงิน (ทั้งโลหะและเหรียญกษาปณ์) แลกกันต้องเท่ากันในน้ำหนัก ข้าวสาลีกับข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์กับข้าวบาร์เลย์ อินทผลัมกับอินทผลัม เกลือกับเกลือแลกเปลี่ยนกันต้องมีจำนวนเท่ากัน ถ้าใครให้มากหรือขอมากกว่า เขาผู้นั้นก็เกี่ยวข้องกับดอกเบี้ย แต่ไม่มีโทษอันใดในการขายทองคำเพื่อเงินและขายเงินเพื่อทองคำในน้ำหนักที่ไม่เท่ากัน แต่ต้องจ่ายกันทันที อย่าขายมันถ้าหากท่านต้องจ่ายทีหลัง ไม่มีโทษอันใดในการขายข้าวสาลีเพื่อข้าวบาร์เลย์และขายข้าวบาร์เลย์เพื่อข้าวสาลีในจำนวนที่ต่างกัน การจ่ายต้องทำทันที ถ้าหากต้องจ่ายทีหลัง จงอย่าขายมัน”

ในตอนนั้นไม่มีใครสงสัยอะไร แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปนับเป็นพันปี ผู้คนจึงเริ่มเข้าใจว่าคำพูดดังกล่าวของท่านคือรากฐานของระบบการเงินที่ยุติธรรม ทำความเข้าใจได้ง่ายๆก็คือเมื่อสองฝ่ายเอาของที่มีมูลค่าเท่ากันมาแลกกันโดยที่อีกฝ่ายหนึ่งได้มากกว่า เช่น สิบบาทไป ยี่สิบบาทมา ส่วนที่เกินกว่าสิบบาทนั้นคือความไม่เป็นธรรมเพราะมันคือดอกเบี้ย

เมื่อโลกเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจสมัยใหม่ที่มนุษย์หันมาใช้ธนบัตรแทนทองคำเพื่อความสะดวกในการพกพาและแลกเปลี่ยน ถ้าประเทศใดต้องการจะพิมพ์ธนบัตรออกมาแทนค่าทองคำ ประเทศนั้นต้องมีทองคำสำรองและต้องกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนให้ชัดเจน เช่น สมมุติว่าถ้ากำหนดค่าทองคำหนึ่งออนซ์เท่ากับ 1,000 บาท ก็ต้องพิมพ์ธนบัตรออกมาตามนั้น เพื่อที่ธนบัตรจะได้แทนค่าที่แท้จริงของทองคำ ถ้าพิมพ์ธนบัตรออกมาอีก 1,000 บาท โดยไม่มีทองคำหนุนหลัง มูลค่าของธนบัตรก็เสื่อมค่าลง ยิ่งพิมพ์ออกมามาก ธนบัตรก็ยิ่งกลายเป็นเศษกระดาษ

ระหว่าง ค.ศ. 1833-1935 ทองคำ 1 ออนซ์มีราคา 20.67 ดอลลาร์สหรัฐ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐเริ่มเป็นชาติมหาอำนาจที่ประเทศต่างๆทั่วโลกต้องการค้าขายด้วย เงินดอลลาร์สหรัฐจึงได้กลายเป็นสกุลเงินสำคัญของโลก แต่การจะพิมพ์ธนบัตรดอลลาร์ออกมา รัฐบาลสหรัฐจำเป็นต้องมีทองคำหนุนหลัง ประเทศใดต้องการดอลลาร์ก็ต้องเอาทองคำไปแลก ด้วยเหตุนี้ประเทศต่างๆจึงได้ร่วมประชุมกันที่เมืองเบรตตันวูดที่สหรัฐอเมริกาใน ค.ศ. 1935 เพื่อตกลงกันในการกำหนดมูลค่าดอลลาร์

ในการประชุมครั้งนั้น ที่ประชุมตกลงกันว่าทองคำ 1 ออนซ์มีมูลค่า 35 ดอลลาร์ นั่นหมายความว่าถ้ารัฐบาลสหรัฐต้องการจะพิมพ์ธนบัตรออกมา 35 ดอลลาร์ก็ต้องมีทองคำหนุนหลัง 1 ออนซ์ แต่หน่วยงานที่พิมพ์ธนบัตรคือธนาคารเฟดเดอรัล รีเสิร์ฟ ซึ่งมิใช่ธนาคารของรัฐ แต่เป็นบรรษัทการเงินเอกชนที่ควบคุมโดยนายธนาคารระหว่างประเทศที่ทรงอิทธิพลของโลก

ใน ค.ศ. 1971 รัฐบาลสหรัฐเลิกใช้ระบบเบรตตันวูดเพียงฝ่ายเดียว พูดง่ายๆก็คือต่อจากนี้ไปสหรัฐจะพิมพ์ธนบัตรดอลลาร์ออกมาโดยไม่ต้องมีทองคำหนุนหลัง ในปีนั้นเองราคาทองคำได้พุ่งพรวดขึ้นไปเป็น 850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้เพราะมีการแอบพิมพ์ธนบัตรดอลลาร์ออกมามากเกินกว่าที่กำหนดไว้ในตอนแรก

จากคำพูดของท่านนบีมุฮัมมัดดังกล่าวข้างต้น นักวิชาการอิสลามจึงถือว่า ธนบัตรดอลลาร์ที่พิมพ์เกินกว่าที่ตกลงกันไว้ 35 ดอลลาร์ต่อ 1 ออนซ์ จึงเป็นส่วนเกินที่เป็นดอกเบี้ยสร้างความมั่งคั่งให้แก่นายธนาคารระหว่างประเทศที่ควบคุมเศรษฐกิจของสหรัฐอยู่

นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมประชาคมยุโรปจึงหันมาใช้สกุลเงินยูโรและชาติที่ผลิตน้ำมัน เช่น เวเนซูเอลา อิรัก ลิเบีย และอิหร่าน ต้องการจะเลิกใช้เงินสกุลดอลลาร์ซึ่งทำให้ค่าของเงินดอลลาร์ดิ่งลงทุกวัน ส่งผลให้อำนาจการยึดครองของผู้ถือดอลลาร์สหรัฐลดน้อยลงไปด้วย

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เมื่อใช้ดอลลาร์ยึดครองทรัพย์สินของชาติอื่นไม่ได้ รัฐบาลสหรัฐจึงต้องสร้างเหตุการณ์บางอย่างเพื่อใช้เป็นเหตุผลในการส่งกำลังทหารไปยึดครองประเทศที่มีทรัพยากรน้ำมันโดยหวังจะบังคับโลกให้ซื้อน้ำมันด้วยเงินกงเต๊กที่เรียกว่าดอลลาร์ต่อไป





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

TVC:โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

แนะนำโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

View All
<< กันยายน 2012 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]