โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน
Website : www.knowislamthailand.org
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/knowislam
วันอาทิตย์ ที่ 21 ตุลาคม 2555
Posted by โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม , ผู้อ่าน : 1290 , 08:08:52 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ขอให้วันศุกร์เป็นวันสุข

บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

ถึงแม้มุสลิมให้ความสำคัญแก่วันศุกร์ เพราะท่านนบีมุฮัมมัดกล่าวว่า “วันที่ดีที่สุดที่ดวงอาทิตย์ขึ้นคือวันศุกร์ วันนั้นเป็นวันที่อาดัมถูกสร้าง วันที่ท่านได้ถูกนำเข้าสวรรค์ วันที่ท่านถูกส่งออกมาจากที่นั่น และยามอวสานจะเกิดขึ้นในวันศุกร์” แต่ในอิสลามก็ไม่มีบทบัญญัติที่กำหนดว่าวันศุกร์ต้องเป็นวันหยุดทำงาน

แม้วันศุกร์เป็นวันที่อิสลามกำหนดให้เป็นหน้าที่สำหรับมุสลิมต้องไปชุมนุมกันที่มัสยิดในตอนบ่ายเพื่อฟังศาสนธรรมและละหมาดร่วมกัน แต่เมื่อละหมาดเสร็จแล้ว บทบัญญัติจากคัมภีร์กุรอานได้สั่งมุสลิมให้แยกย้ายกันไปทำมาหากินเพื่อแสวงหาความโปรดปรานจากพระเจ้า

“โอ้บรรดาผู้ศรัทธา เมื่อมีการประกาศให้ไปละหมาดในวันศุกร์ ดังนั้น สูเจ้าจงรีบเร่งไปสู่การรำลึกถึงอัลลอฮและจงทิ้งการค้าขายทั้งหลายเสีย นั่นเป็นการดีกว่าสำหรับสูเจ้าถ้าหากสูเจ้ารู้ และเมื่อการละหมาดเสร็จสิ้นแล้ว สูเจ้าก็จงแยกย้ายกันไปบนหน้าแผ่นดินเพื่อแสวงหาความโปรดปรานของอัลลอฮฺ และจงรำลึกถึงอัลลอฮฺอย่างสม่ำเสมอเพื่อที่สูเจ้าจะประสบผลสำเร็จ” (กุรอาน 62:9-10)

ดังนั้น การออกมาข่มขู่มุสลิมให้หยุดทำมาหากินในวันศุกร์จึงเป็นสิ่งที่ขัดต่อคำสอนของคัมภีร์กุรอาน

ความจริงแล้วการยึดถือวันหนึ่งวันใดในสัปดาห์เป็นวันห้ามทำงานมีอยู่ในหมู่ชาวยิวมาก่อน ในคัมภีร์ไบเบิล พันธะสัญญาเก่ามีข้อความว่า “เจ้าทั้งหลายจงรักษาวันสะบาโตของเราไว้ เพราะนี่จะเป็นหมายสำคัญระหว่างเรากับเจ้าตลอดชั่วชาติพันธุ์ของเจ้า ผู้ใดกระทำให้วันนั้นเป็นมลทินจะต้องถูกลงโทษถึงตาย ถ้าผู้ใดกระทำการงานในวันนั้น ผู้นั้นต้องถูกกำจัดออกเสียจากพรรคพวกของตน เหตุฉะนี้ชนชาติอิสราเอลจึงถือวันสะบาโตตลอดชั่วชาติพันธุ์ของเขาเป็นพันธะสัญญาเนืองนิตย์” (เอ็กโซโด 31:12-16)

วันสะบาโต หรือวันซับบาธ คือวันเสาร์ซึ่งลูกหลานอิสราเอลถูกกำหนดให้หยุดทำงานมาตั้งแต่สมัยโมเสสเพื่อเป็นการลงโทษคนพวกนี้ที่มีนิสัยงกงานและงกเงิน จากบทบัญญัติในคัมภีร์ไบเบิลดังกล่าวข้างต้น การทำงานในวันนั้นมีโทษถึงตาย

คัมภีร์กุรอานเล่าว่าในสมัยของโมเสส ชนชาติอิสราเอลได้ถูกทดสอบว่าจะเชื่อฟังคำบัญชาของพระเจ้าหรือไม่ โดยพระองค์ได้ทรงทำให้ฝูงปลาขึ้นมาว่ายอยู่บนผิวน้ำในวันเสาร์ แต่ในวันอื่นๆอีก 6 วัน ฝูงปลากลับไม่ปรากฏให้เห็นเลย สำหรับคนโลภ สภาพเช่นนี้ทำให้ชาวอิสราเอลกลุ่มหนึ่งมีความรู้สึกเหมือนกับเด็กที่เหน็ดเหนื่อยเห็นแอ่งน้ำใสเย็นอยู่ข้างหน้า แต่พ่อแม่ไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำอย่างไรอย่างนั้น

ด้วยความโลภและคิดว่าตัวเองฉลาดพอที่จะหลอกพระเจ้าได้ ดังนั้น ก่อนวันเสาร์ ชาวอิสราเอลกลุ่มนี้จึงได้ขุดบ่อล่อปลาไว้ริมแม่น้ำในวันเสาร์ เมื่อฝูงปลาว่ายหลงเข้ามาในบ่อที่ขุดล่อไว้ คนพวกนี้จึงปิดกั้นทางออกไว้เพื่อไม่ให้ปลาว่ายกลับออกไปสู่แม่น้ำ วันรุ่งขึ้นเป็นอาทิตย์ คนพวกนี้จึงพากันมาจับปลา แต่เนื่องจากการกระทำของคนพวกนี้เป็นการล้อเล่นกับพระเจ้าและคนพวกนี้คิดว่าพระองค์ไม่รู้ถึงแผนการของพวกตน ในที่สุดคนกลุ่มนี้จึงถูกพระเจ้าลงโทษในเวลาต่อมา

เมื่อท่านนบีมุฮัมมัดอพยพออกจากเมืองมักก๊ะฮฺไปยังเมืองยัษริบหรือมะดีนะฮฺในปัจจุบัน ที่นั่นมีชุมชนชาวยิวสามเผ่าใหญ่อาศัยอยู่นอกเมืองมานานแล้ว ชาวยิวเหล่านี้ยังยึดถือวันเสาร์เป็นวันหยุดทำงาน ส่วนชาวคริสเตียนในแผ่นดินอาหรับถือวันอาทิตย์เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์เพื่อไปโบสถ์ ทั้งนี้เพราะทั้งชาวยิวและชาวคริสเตียนเชื่อเหมือนกันว่าพระเจ้าสร้างฟ้าและแผ่นดินเสร็จสิ้นในหกวัน และวันที่เจ็ดเป็นวันที่พระเจ้าทรงพักการงาน แต่เพื่อไม่ให้เหมือนชาวยิว ชาวคริสเตียนได้กำหนดวันอาทิตย์เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ของตน

ความจริงขณะที่ท่านนบีมุฮัมมัดเผยแผ่อิสลามอยู่ในเมืองมักก๊ะฮฺ ท่านต้องการหาช่วงเวลาที่จะให้มุสลิมที่มีอยู่จำนวนน้อยได้มีโอกาสมาชุมนุมกันเพื่อฟังคำเทศนาและละหมาดร่วมกันเป็นประจำทุกสัปดาห์ แต่เพราะถูกต่อต้าน สถานการณ์จึงไม่เอื้ออำนวยให้ทำเช่นนั้น แต่เมื่อท่านอพยพไปถึงเมืองยัษริบ ท่านจึงได้สั่งบรรดาสาวกของท่านให้มารวมตัวกันในตอนบ่ายวันศุกร์ที่มัสยิดเพื่อฟังเทศนาธรรมและละหมาดร่วมกัน

ขณะที่มุสลิมกำลังนั่งฟังท่านนบีมุฮัมมัดกล่าวเทศนาธรรมประจำวันศุกร์ตอนบ่ายครั้งแรกนั้น มีกองคาราวานสินค้าเข้ามาในเมือง มุสลิมที่นั่งฟังเทศนาธรรมส่วนใหญ่ได้รีบลุกขึ้นไปยังกองคาราวานจนเหลือเพียง 12 คนเท่านั้นที่ยังฟังคำเทศนาธรรมจากท่าน

ด้วยเหตุนี้คำสั่งเกี่ยวกับการละหมาดประจำวันศุกร์ดังกล่าวข้างต้นจึงได้ถูกประทานมาและท่านนบีได้กำหนดมารยาทบางอย่างในการปฏิบัติตัวในวันศุกร์ไว้สำหรับมุสลิม เช่น

-มุสลิมต้องอาบน้ำชำระล้างร่างกายทุกส่วนและใส่เสื้อผ้าที่สะอาดไปมัสยิด

-เมื่อได้ยินเสียงประกาศ(อะซาน)ให้ไปละหมาดวันศุกร์ มุสลิมเพศชายที่บรรลุวัยผู้ใหญ่ทุกคนต้องละทิ้งการงานต่างๆเพื่อไปยังมัสยิด

-ขณะที่นั่งฟังอิหม่ามหรือผู้ทรงความรู้กล่าวปาฐกถาธรรมหรือคำเทศนา ต้องนิ่งฟังอย่างสงบ การพูดกันในขณะที่มีการกล่าวคำเทศนามีผลทำให้การละหมาดไร้ผล

วัตถุประสงค์อย่างหนึ่งในการประทานเรื่องราวของชาวยิวที่ละเมิดวันสะบาโตก็เพียงเพื่อเตือนมุสลิมว่า อย่างงกงานหรืองกเงินจนลืมนึกถึงพระเจ้า มิเช่นนั้นแล้วจะถูกลงโทษเหมือนชาวยิว แต่มิได้ห้ามทำงาน

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

TVC:โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

แนะนำโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

View All
<< ตุลาคม 2012 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]