โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน
Website : www.knowislamthailand.org
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/knowislam
วันพุธ ที่ 24 เมษายน 2556
Posted by โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม , ผู้อ่าน : 1284 , 01:17:26 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ฤทธิ์มหันต์ของดอกเบี้ย

บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

การยืมและการให้ยืมเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์มานานแล้ว เพราะมนุษย์ในสังคมมีไม่เหมือนกันและมีไม่เท่ากัน ในสมัยก่อนหรือแม้แต่ในสมัยนี้ เมื่อขาดสิ่งใด มนุษย์จะยืมสิ่งนั้นจากคนที่มี ถ้ายืมเครื่องมือหรืออุปกรณ์มาใช้ เมื่อใช้เสร็จแล้ว ผู้ยืมก็จะคืนอุปกรณ์นั้นให้แก่เจ้าของ หากนำไปใช้แล้วเกิดความเสียหาย ผู้ยืมจะรับผิดชอบในการซ่อมแซม ถ้ายืมข้าวปลาอาหารมาบริโภคเพราะขาดแคลน เมื่อถึงเวลาที่มี ผู้ยืมก็จะนำข้าวปลาอาหารอย่างเดียวกันไปคืนแก่เจ้าของ ถ้าไม่สามารถคืนได้ ผู้ให้ยืมก็จะผ่อนปรนให้หรือไม่ก็ยกให้เป็นการทำบุญทำทาน สังคมเช่นนี้เป็นสังคมเอื้ออาทรที่ผู้คนอยู่กันอย่างมีความสุข

          เมื่อมนุษย์เริ่มใช้เงินเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน หากใครต้องการเงิน แต่ไม่มีเงิน คนผู้นั้นก็ต้องไปยืมหรือไปกู้จากคนมีเงิน แต่เนื่องจากคนมีเงินเห็นเป็นโอกาสที่จะใช้ความต้องการของคนอื่นสร้างเงินจากเงินของตัวเอง จึงเรียกร้องผลประโยชน์จากผู้ยืมในรูปของดอกเบี้ย การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการขูดรีดซ้ำเติมคนจนให้จนยิ่งขึ้นไปอีก ดอกเบี้ยที่คนรวยเรียกเก็บจากคนจนนี้ในภาษาอังกฤษเรียกว่า usury และการกระทำเช่นนี้ถูกนักปรัชญาเมธีและศาสนาประณามสาปแช่งมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์

          อริสโตเติลกล่าวว่าเงินเหมือนกับแม่ไก่ที่ไม่สามารถออกไข่ได้และเขากล่าวว่า“ไม่มีอะไรจริงมากไปกว่าคำพูดที่ว่าดอกเบี้ยเป็นสิ่งน่าเกลียดเพราะมันสร้างเงินจากเงิน”

          ส่วนเพลโต ปรัชญาเมธีกรีกอีกคนหนึ่งกล่าวว่า  “ไม่อนุญาตให้ใครให้เงินแก่พี่น้องของเขายืมโดยคิดดอกเบี้ย”

          นั่นแสดงว่าดอกเบี้ยเป็นสิ่งที่ถูกประณามมาตั้งแต่สมัยกรีกแล้ว

          ในคัมภีร์ไบเบิลมีข้อความหลายตอนที่ห้ามเรื่องดอกเบี้ย ตัวอย่างเช่น “ถ้าเจ้าให้ประชากรของเราคนใดที่เป็นคนจนและอยู่กับเจ้ายืมเงินไป จงอย่าถือว่าตนเป็นเจ้าหนี้และอย่าคิดดอกเบี้ยจากเขา (อพยพ 22:25) และ “บุคคลที่เพิ่มทรัพย์ศฤงคารของตนด้วยดอกเบี้ยและเงินเพิ่ม พระเจ้าจะทรงเอาทรัพย์นั้นไปจากเขา”(สุภาษิต 28:8)

          เนื่องจากข้อห้ามเรื่องดอกเบี้ยเป็นคำบัญชาจากพระเจ้า เมื่อนบีมุฮัมมัดประกาศคำสอนอิสลาม ท่านได้ยืนยันคำสั่งห้ามเรื่องดอกเบี้ยเหมือนศาสดาคนก่อนๆเช่นกัน และท่านได้พูดถึงลักษณะอันหลากหลายและโทษอันรุนแรงของดอกเบี้ยว่า “ดอกเบี้ยมีเจ็ดสิบประเภทด้วยกัน ความรุนแรงของมันอย่างน้อยที่สุดเท่ากับชายคนหนึ่งผิดประเวณีกับแม่ของตัวเอง”

          เมื่อการค้าของโลกขยายตัวในศตวรรษที่ 13 ความต้องการเงินเพื่อทำการค้าจึงมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว แม้โลกจะประณามดอกเบี้ย แต่เพราะความโลภ นายทุนเงินกู้จึงอ้างเหตุผลว่าพ่อค้าและนักธุรกิจกู้เงินไปทำกำไร เขาควรที่จะได้รับส่วนแบ่งจากกำไรแก่ตนบ้าง ส่วนพ่อค้าก็ยินยอมที่จะจ่ายดอกเบี้ยให้เพราะตัวเองสามารถนำเงินไปทำกำไรได้ เมื่อต่างฝ่ายต่างเห็นว่าเป็นเรื่องยุติธรรม ดอกเบี้ยจึงเป็นที่ยอมรับและได้ถูกเรียกด้วยคำใหม่ในภาษาอังกฤษว่า interest

          เมื่อคริสตจักรอ่อนแอในขณะที่พ่อค้าและนายทุนเงินกู้มีความเข้มแข็งจากความมั่งคั่ง ในที่สุด คริสตจักรจึงยอมรับและอนุมัติให้ธุรกรรมดอกเบี้ยเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ที่สำคัญคือกฎหมายยอมรับดอกเบี้ยได้ถูกนำไปใช้กับการกู้เพื่อการบริโภคด้วย ตรงจุดนี้จึงเท่ากับว่าคริสตจักรได้มอบเช็คเปล่าให้นายทุนเงินกู้นำไปใส่จำนวนเงินเอาเองตามใจชอบ เพราะหลังจากนั้น เมื่อการกู้ยืมกลายเป็นสถาบันธนาคารขึ้นมา นายธนาคารได้กลายเป็นผู้มีอำนาจที่แท้จริงและถาวรอยู่เบื้องหลังรัฐบาลในประเทศต่างๆที่เป็นลูกหนี้ของตน

          เมื่ออำนาจของชาติตะวันตกแผ่ขยายไปทั่วโลก ประเทศต่างๆได้รับเอาระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมของตะวันตกมาใช้ ดอกเบี้ยได้ติดมากับระบบด้วยและผู้คนเสพติดดอกเบี้ยกันถึงขั้นที่เชื่อว่าหากไม่มีดอกเบี้ย เศรษฐกิจจะเดินไปไม่ได้ ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในหลายประเทศที่เสพติดการกู้เพราะการกู้เป็นเรื่องง่ายในการได้เงิน แต่คนที่ใช้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยไม่ใช่คนกู้ หากแต่เป็นประชาชนและคนรุ่นหลังอีกหลายชั่วโคตร

          ถ้าใครไม่รู้ว่าดอกเบี้ยมีฤทธิ์เป็นพิษภัยอย่างไร ขอให้ย้อนดูอดีต ในยุคที่รัฐบาลต้องการเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า มีข่าวว่านักธุรกิจและนักลงทุนจากญี่ปุ่น ไต้หวันและฮ่องกงจะแห่กันมาลงทุนในประเทศไทย การตีข่าวท่ามกลางความโลภเป็นการสร้างฟองสบู่เศรษฐกิจเพราะมันทำให้ผู้คนคิดจะเก็งกำไรจากที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ สภาพเช่นนี้ทำให้ความต้องการเงินเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ฉุดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้สูงขึ้นจนนักธุรกิจบางส่วนทนอัตราดอกเบี้ยไม่ไหว จึงหันไปกู้เงินต่างประเทศที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า

ในตอนที่นักธุรกิจไทยกู้เงินจากต่างประเทศเวลานั้น อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 1 ดอลล่าร์สหรัฐเท่ากับ 26 บาท แต่เมื่อมีการประกาศลอยตัวค่าเงินบาทในวันที่ 2 กรกฎคม พ.ศ.2540 โศกนาฏกรรมทางเศรษฐกิจก็เกิดขึ้นกับประเทศไทยทันทีเพราะอัตราแลกเปลี่ยนดอลล่าร์กับเงินบาทไทยได้กลายเป็น 1/28 และสูงขึ้นไปจนถึง 1/42 อัตราแลกเปลี่ยนนี้ทำให้คนที่กู้เงินเป็นสกุลดอลล่าร์มาต้องใช้เงินไทยมากกว่า 26 บาทไปแลก 1 ดอลล่าร์เพื่อใช้คืนเจ้าหนี้ วันรุ่งขึ้น ธุรกิจต่างๆจึงล้มระเนระนาดเป็นโดมิโนส่งผลสะเทือนไปถึงประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงจนเข็ดขยาดรสชาติวิกฤติต้มยำกุ้งจากไทยจนถึงทุกวันนี้

เหล้าเป็นบาป กินแล้วเมาเสียสติ อาจเป็นอันตรายต่อตัวเองและคนอื่น แต่ฤทธิ์ของมันจำกัดอยู่ในวงแคบ ผิดกับดอกเบี้ย ฤทธิ์ของมันสร้างความหายนะได้กว้างขวางและยาวนาน





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

TVC:โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

แนะนำโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

View All
<< เมษายน 2013 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]