โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน
Website : www.knowislamthailand.org
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/knowislam
วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม 2557
Posted by โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม , ผู้อ่าน : 754 , 01:52:14 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน

บทความ: ปมเขื่อง

ผู้เขียน : อาจารย์บรรจง บินกาซัน

ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

www.knowislamthailand.org

ที่มา : คอลัมน์สันติธรรม หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

“ปมเขื่อง” เป็นลักษณะอย่างหนึ่งของอารมณ์ที่ต้องการแสดงออกให้เห็นว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นหรือคนอื่นด้อยกว่าตน

อารมณ์นี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนผู้นั้นเชื่อว่า ตัวเองมีอะไรบางอย่างที่เหนือกว่าคนอื่น เช่น วัยรุ่นบางคนเชื่อว่าพ่อของตัวเองมีอำนาจที่จะช่วยเหลือตัวเองให้พ้นผิดได้เมื่อทำผิด หรือความเชื่อว่าชนชาติของตัวเองเหนือกว่าชนชาติอื่น เช่น ฮิตเลอร์ เป็นต้น ดังนั้น การแสดงอารมณ์ปมเขื่องออกมาจึงมักเป็นไปในทางที่เสียหาย

                ชาวยิวเป็นอีกชนชาติหนึ่งที่มีปมเขื่องขนาดใหญ่ เพราะชาวยิวถูกสอนมาให้เชื่อว่าชนชาติยิวเป็นชนชาติที่พระเจ้าทรงเลือกให้เหนือกว่าชนชาติอื่น ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าชาวยิวไปอยู่ที่ไหน ชาวยิวจึงมักจะสร้างปัญหาขึ้นที่นั่น และถูกต่อต้านหรือไม่ก็ถูกขับไล่จนต้องเร่ร่อนไร้แผ่นดินถิ่นอาศัยของตัวเองนับเป็นพันๆปี

ค.ศ. 70 เมืองเยรูซาเลม ถิ่นฐานของศาสดาคนสำคัญๆของชาวยิวและคริสเตียน ถูกกองทัพโรมันบุกมาทำลายจนสิ้นซาก ชาวยิวจำนวนมากถูกทหารโรมันเข่นฆ่าสังหารอย่างเหี้ยมโหด ชาวยิวส่วนหนึ่งจึงหลบลี้หนีภัยกระจายไปอาศัยอยู่ในส่วนต่างๆของโลก ในจำนวนนี้มี 3 เผ่าหลบหนีลงมาทางใต้เข้าไปในแผ่นดินอาหรับและมาอาศัยอยู่ในบริเวณชานเมืองยัษริบ (หรือเมืองมะดีนะฮฺในปัจจุบัน) ก่อนที่นบีมุฮัมมัดจะอพยพไปที่นั่นนานนับร้อยปี

                แม้จะไร้แผ่นดินสิ้นชาติ แต่ปมเขื่องไม่ได้หมดไปจากหัวใจของชาวยิว เมื่อมาอยู่ในคาบสมุทรอาหรับ ชาวยิวยังถือว่าตัวเองเหนือกว่าชนชาติอาหรับเพราะคัมภีร์ศาสนาที่ธรรมาจารย์หรือแรบไบชาวยิวเขียนขึ้นหลังสมัยของโมเสสได้สอนให้ชาวยิวเชื่อว่าชาวยิวเหนือกว่ามนุษย์ชนชาติอื่น

ปมเขื่องของชาวยิวเกิดขึ้นจากการที่ชาวยิวถือว่าชนชาติของตนมีบรรพบุรุษที่เป็นศาสดาผู้ยิ่งใหญ่หลายคน เช่น โมเสส ดาวิด โซโลมอน เป็นต้น และชาวยิวมีความรู้ทางศาสนามากกว่าชนชาติอื่นเพราะชาวยิวได้รับคัมภีร์ทางศาสนาผ่านทางศาสดาที่กล่าวมา เช่น คัมภีร์โตราห์ เป็นต้น

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต้นฉบับคัมภีร์โตราห์ที่ถูกประทานมายังโมเสสได้สูญหายไปหรือไม่ได้อยู่ในสภาพเดิมแล้ว แรบไบหรือธรรมาจารย์ชาวยิวจึงเขียนคัมภีร์ขึ้นมาใหม่เล่มหนึ่งซึ่งมีเนื้อหาบิดเบือนไปจากคำสอนของพระเจ้าที่ประทานแก่โมเสส คัมภีร์ดังกล่าวมีชื่อว่า “คัมภีร์ตัลมูด” ลองดูข้อความบางตอนของคัมภีร์เล่มนี้แล้ว ท่านผู้อ่านจะเข้าใจว่าทำไมชาวยิวจึงเป็นที่ถูกเกลียดชังและแสดงความโอหังอย่างเหี้ยมโหด

“ยิวถูกเรียกว่ามนุษย์ แต่ผู้ที่มิใช่ยิวมิใช่มนุษย์ พวกเขาเป็นสัตว์เดรฉาน” (Talmud : Baba mezia,114b)

“อากุม (ผู้ที่มิใช่ยิว) เป็นเหมือนหมา ใช่ คัมภีร์สอนให้เราให้เกียรติสุนัขมากกว่าผู้ที่มิใช่ยิว” (Ereget Raschi Erod.22 30)

“ยิวทุกคนที่หลั่งเลือดของคนที่ไม่ใช่ยิวกำลังทำสิ่งเดียวกับการบูชายัญต่อพระเจ้า” (Talmud : Bammidber raba c 21& Jalkut 772)

“หญิงมีครรภ์ที่มิใช่ชาวยิวไม่มีอะไรดีกว่าสัตว์ที่ตั้งท้อง” (Coschen hamischpat 405)

คำสอนจากคัมภีร์ตัลมูดดังกล่าวติดตัวชาวยิวมายังเมืองยัษริบด้วย แต่นั่นมิได้หมายความว่าชาวยิวทุกคนจะมีความคิดความเชื่อเช่นนั้นเหมือนกันหมด เพราะยังมีชาวยิวบางคนที่มีบันทึกคำสอนของโมเสสติดตัวมาด้วยเช่นกัน และชาวยิวส่วนนี้เองซึ่งมีอยู่น้อยมากได้หันมารับอิสลามหลังจากได้พบท่านนบีมุฮัมมัด

เมื่อนบีมุฮัมมัดอพยพจากมักกก๊ะฮฺไปยังเมืองยัษริบและเผยแผ่อิสลามในหมู่ชาวยิวที่นั่น ท่านเห็นว่าชาวยิวที่อพยพมาเป็นลูกหลานของยาโกบหรืออิสราเอล ท่านจึงให้เกียรติเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “บนีอิสรออีล” (ลูกหลานอิสราเอล) บางครั้งท่านก็เรียกคนกลุ่มนี้ว่า “ชาวคัมภีร์”

ท่านนบีมุฮัมมัดได้บอกคนกลุ่มนี้ว่า คำสอนที่ท่านนำมาเผยแผ่สั่งสอนนั้นเป็นคำสอนเดียวกับที่อับราฮัมและโมเสสที่เป็นบรรพบุรุษของพวกเขาสั่งสอน

แต่เพราะ “ปมเขื่อง” ที่ฝังลึกอยู่ในหัวใจ คนกลุ่มนี้ได้ปฏิเสธและต่อต้านท่านนบีมุฮัมมัดเพียงเพราะท่านเป็นชาวอาหรับที่ชาวยิวดูถูกว่าเป็นชนชาติไร้การศึกษาและป่าเถื่อน ด้วยเหตุนี้ท่านนบีมุฮัมมัดจึงเรียกกลุ่มคนที่ต่อต้านท่านว่า “ยะฮูด” ซึ่งหมายถึง “ยิว”

เนื้อหาบางตอนของคัมภีร์กุรอานที่ถูกประทานลงมายังท่านนบีมุฮัมมัดในตอนนั้นได้เปิดโปงพฤติกรรมของชาวยิวว่าเหมือนกับพฤติกรรมของมารร้ายที่ทะนงตนในต้นกำเนิดของตนเองจนไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของพระเจ้าเมื่อมันถูกบัญชาให้ก้มกราบต่ออาดัม เหตุผลของการฝ่าฝืนคำบัญชาของพระเจ้าก็คือ “ฉันถูกสร้างมาจากไฟ แต่อาดัมถูกสร้างมาจากดิน”

ชาวยิวในเวลานั้นอ้างว่าศาสนาของพวกตนเป็นศาสนาที่ถูกต้องแท้จริง และอับราฮัมก็เป็นยิว คัมภีร์กุรอานจึงโต้แย้งชาวยิวว่า “อิบรอฮีมไม่ใช่ยิวและไม่ใช่คริสเตียน แต่เขาเป็นผู้หันออกจากความเท็จสู่ความจริง เป็นผู้ยอมจำนนต่อพระเจ้าและเขาไม่เคยอยู่ในหมู่ผู้เคารพกราบไหว้สิ่งอื่นควบคู่กับพระเจ้า” (กุรอาน 3.67)

ความขัดแย้งระหว่างชาวยิวกับมุสลิมในแผ่นดินอาหรับจึงเกิดขึ้นนับตั้งแต่นั้น และเมื่อชาวยิวทั้งสามเผ่าบ่อนทำลายสังคมมุสลิมในเมืองยัษริบด้วยการคบคิดเป็นไส้ศึกให้แก่ชาวอาหรับยกกำลังมารุกรานมุสลิมครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดท่านนบีมุฮัมมัดก็ส่งกำลังคนไปขับไล่ชาวยิวเหล่านี้ออกจากแผ่นดินอาหรับ

นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ความอาฆาตแค้นมุสลิมยังคงฝังอยู่ในจิตใจของชาวยิวมาจนถึงปัจจุบัน





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

TVC:โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

แนะนำโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

View All
<< สิงหาคม 2014 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]