โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน
Website : www.knowislamthailand.org
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/knowislam
วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม 2557
Posted by โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม , ผู้อ่าน : 1727 , 15:44:08 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทความ: ชาวคัมภีร์

ผู้เขียน : อาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

ที่มา : คอลัมน์สันติธรรม หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

www.knowislamthailand.org

เมื่อเราไม่ได้เป็นผู้สร้างเครื่องยนต์กลไกลหรือเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ แต่เราเป็นผู้ใช้ เราจึงต้องอาศัยคู่มือใช้งานที่วิศวกรเขียนขึ้นหรือไม่ก็ให้ผู้รู้สอนวิธีการใช้เพื่อที่เครื่องยนต์กลไกและเครื่องใช้ของเราจะได้ไม่เสียหายและใช้งานได้นานวัน

ชีวิตก็เป็นสิ่งหนึ่งที่มนุษย์ไม่ได้สร้างทั้งร่างกายและวิญญาณ ดังนั้น ถ้าต้องการใช้ชีวิตอย่างถูกต้องเพื่อชีวิตจะปลอดภัยและไม่เสียหาย มนุษย์จึงจำเป็นต้องมีคู่มือใช้ชีวิต แล้วใครเล่าที่เป็นผู้สร้างชีวิต ถ้าไม่ใช่พระเจ้า

ด้วยเหตุนี้เมื่อพระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมา พระองค์จึงได้ประทานคู่มือการใช้ชีวิตแก่มนุษย์ในรูปของคัมภีร์ศาสนาที่ถูกส่งมายังบรรดานบีของพระองค์เพื่อนำไปสั่งสอนมนุษย์ ดังนั้น มนุษย์ส่วนใหญ่บนโลกใบนี้จึงมีคัมภีร์ทางศาสนาในการใช้ชีวิตของตน

นบีมุฮัมมัดบอกให้เราได้รู้ว่าก่อนหน้าท่านย้อนขึ้นไปจนถึงอาดัมมนุษย์คนแรกบนโลกใบนี้ มีมนุษย์ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนบีทำหน้าที่เผยแผ่คำสอนการใช้ชีวิตของมนุษย์ในชุมชนต่างๆทุกยุคทุกสมัยเป็นจำนวนถึง 124,000 คน ในจำนวนนบีทั้งหมดนี้มี 313 คนที่ได้รับคัมภีร์จากพระเจ้า นบีที่ได้รับคัมภีร์จากพระเจ้าถูกเรียกว่า“รอซูล” (Messengers) หมายถึง ผู้นำสาสน์จากพระเจ้ามายังมนุษย์หรืออาจจะเรียกว่า “ศาสนทูต” ก็ได้

ในศาสนทูตจำนวน 313 คน เราทราบชื่อจากคัมภีร์ไบเบิลและคัมภีร์กุรอานประมาณ 25 ท่าน และทราบชื่อของคัมภีร์ประมาณ 5 เล่ม เช่น คัมภีร์โตราห์ซึ่งถูกประทานแก่โมเสส แต่หลังจากสมัยโมเสส ต้นฉบับของคัมภีร์โตราห์ได้หายไป พระเจ้าจึงได้ประทานคัมภีร์ที่เรียกว่า Psalms แก่ดาวิดกษัตริย์แห่งอาณาจักรอิสราเอลอีกครั้ง หลังจากอาณาจักรอิสราเอลล่มสลาย ลูกหลานอิสราเอลต้องแตกกระจัดกระจายเหมือนแกะหลงฝูง พระเจ้าจึงได้ส่งพระเยซูมาต้อนฝูงแกะเหล่านั้นให้เข้าฝูงและพระองค์ได้ประทานคัมภีร์แก่พระเยซูอีกครั้งหนึ่งเพื่อเป็นคู่มือและแผนที่เดินทางชีวิตของลูกหลานอิสราเอล

การศรัทธาในคัมภีร์ดังกล่าวถือเป็นหลักศรัทธาข้อหนึ่งในอิสลามที่มุสลิมต้องยึดมั่นเพราะคัมภีร์คือวจนะของพระเจ้า ผู้นับถือคัมภีร์ดังกล่าวถูกเรียกในคัมภีร์กุรอานว่า “ชาวคัมภีร์”

แต่เนื่องจากต้นฉบับในภาษาดั้งเดิมของคัมภีร์ดังกล่าวได้สูญหายหรือถูกทำลายและฉบับที่มีอยู่หลังสมัยพระเยซูมีการแปลที่ผิดพลาดไปหรือไม่ก็ถูกตัดเสริมเติมแต่งหลายครั้งตลอดประวัติศาสตร์ พระเจ้าจึงประทานคัมภีร์กุรอานมายังนบีมุฮัมมัดในฐานะเป็นวจนะครั้งสุดท้ายที่มีต่อมนุษชาติทั้งหมดเพื่อยืนยันวจนะที่ถูกต้องก่อนหน้านี้ของพระองค์

คัมภีร์กุรอานกล่าวถึงเรื่องพฤติกรรมของชาวยิวไว้ตอนหนึ่งว่า “พวกเขาละเมิดพันธะสัญญาของพวกเขา ดังนั้น เราจึงงดความเมตตาแก่พวกเขาและทำให้จิตใจของพวกเขากระด้าง พวกเขาบิดเบือนถ้อยคำของคัมภีร์และเพิกเฉยส่วนหนึ่งที่พวกเขาได้ถูกเตือนให้รำลึก และเจ้าจะไม่วายเว้นได้เห็นการทรยศอย่างใดอย่างหนึ่งจากหมู่พวกเขา ยกเว้นเพียงบางคนเท่านั้น” (กุรอาน 5:13)

แน่นอน เมื่อมีคัมภีร์ ย่อมต้องมีผู้ศึกษาและผู้รู้คัมภีร์ ชาวยิวคนหนึ่งชื่ออัลฮุเซน บินสะลาม เป็นผู้รู้คัมภีร์ วันหนึ่ง เมื่อได้ยินข่าวว่ามุฮัมมัดประกาศตัวเป็นศาสนทูตของพระเจ้า เขาจึงมาสอบถามเพื่อพิสูจน์คำกล่าวอ้าง ทั้งนี้เพราะเขาอ่านพบในคัมภีร์ที่เขามีอยู่ว่าจะมีนบีคนหนึ่งเกิดขึ้นในคาบสมุทรอาหรับ เมื่อสอบถามจนได้คำตอบชัดเจนเป็นที่พอใจแล้ว เขาได้เข้ารับอิสลามและนบีมุฮัมมัดได้ตั้งชื่อให้เขาใหม่ว่า อับดุลลอฮฺ บินสะลาม หลังจากนั้นเขาก็กลับไปยังครอบครัวของเขาและให้สมาชิกในครอบครัวของเขาทุกคนเข้ารับอิสลามโดยไม่เปิดเผยให้ใครรู้

หลังจากนั้นอับดุลลอฮฺ บินสะลาม ต้องการจะให้นบีมุฮัมมัดรู้ว่า ชาวยิวมีพฤติกรรมอย่างไร เขาได้มาหาท่านนบีมุฮัมมัดและขอให้ท่านเชิญชาวยิวคนสำคัญในเมืองยัษริบมาพบเพื่อสอบถามเกี่ยวกับตัวของเขาโดยเขาจะซ่อนตัวอยู่ในบ้านของท่าน

เมื่อชาวยิวมาถึง ท่านนบีมุฮัมมัดได้ถามชาวยิวว่า “พวกท่านรู้จักอัลฮุเซน บินสะลาม ไหม? เขามีสถานะอย่างไรในหมู่พวกท่าน”

ชาวยิวคนหนึ่งกล่าวว่า “เขาเป็นผู้นำของเราและเป็นลูกผู้นำของเรา เขาเป็นแรบไบของเราและเป็นผู้รู้ศาสนาของเรา”

ท่านนบีจึงถามว่า “ถ้าพวกท่านรู้ว่าเขาเข้ารับอิสลาม พวกท่านจะรับอิสลามด้วยไหม”

ชาวยิวจึงกล่าวด้วยความตกใจว่า “ไม่มีทาง ไม่มีวันที่พระเจ้าจะให้เป็นเช่นนั้น เขาไม่มีวันรับอิสลามเป็นอันขาด ขอพระเจ้าปกป้องเขามิให้เข้ารับอิสลามด้วยเถิด”

พอมาถึงตรงนี้ อับดุลลอฮฺ บินสะลาม จึงได้ออกมาปรากฏตัวให้พวกพ้องชาวยิวของเขาได้เห็นและพูดกับพวกเขาว่า “ชาวยิวทั้งหลาย จงระลึกถึงอัลลอฮฺและยอมรับสิ่งที่มุฮัมมัดได้นำมาเถิด ขอสาบานด้วยอัลลอฮฺ พวกท่านก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเขาเป็นศาสนทูตของอัลลอฮฺ และพวกท่านก็สามารถพบคำพยากรณ์ที่พูดถึงการมาของเขา รวมทั้งชื่อและลักษณะของเขาได้ในคัมภีร์โตราห์ ในส่วนของฉันแล้ว ฉันขอประกาศว่าเขาเป็นศาสนทูตของอัลลอฮฺ ฉันศรัทธาในเขาและเชื่อว่าเขาเป็นความจริง ฉันรู้จักเขา”

พอ พูดมาถึงตรงนี้ พวกยิวก็ตะโกนขึ้นมาว่า “แกโกหก ขอสาบานด้วยพระเจ้า แกมันชั่ว แกมันโง่ ลูกของคนชั่ว ลูกของคนโง่” ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังด่าทออับดุลลอฮฺ บินสะลาม ด้วยคำหยาบคายต่างๆนานาอีก

นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่นิสัยของชาวยิวได้ถูกเปิดโปงด้วยชาวยิวที่รู้คัมภีร์





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

TVC:โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

แนะนำโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

View All
<< สิงหาคม 2014 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]