โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน
Website : www.knowislamthailand.org
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/knowislam
วันอังคาร ที่ 9 กันยายน 2557
Posted by โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม , ผู้อ่าน : 1304 , 18:46:38 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทความ: ตาแทนตา ฟันแทนฟัน ชีวิตแทนชีวิต

ผู้เขียน : อาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

ที่มา : คอลัมน์สันติธรรม หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

www.knowislamthailand.org

ก่อนที่นบีมุฮัมมัดจะเผยแผ่อิสลามในคาบสมุทรอาหรับ ชาวยิวมีกฎหมายลงโทษผู้ก่ออาชญากรรมไว้ชัดเจนในคัมภีร์โตราห์ว่า “ถ้าผู้ใดกระทำให้เพื่อนบ้านเสียโฉม เขากระทำให้เสียโฉมอย่างไร ก็ให้กระทำแก่เขาอย่างนั้น กระดูกหักแทนกระดูกหัก ตาแทนตา ฟันแทนฟัน และผู้ใดที่ฆ่าคน ให้ผู้นั้นถูกลงโทษถึงตาย เจ้ามีกฎหมายอย่างเดียวกันสำหรับคนต่างด้าวและสำหรับชาวเมือง เพราะเราคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า” (เลวีนิติ 24:22)

ข้อความดังกล่าวบอกให้เรารู้ว่า ศาสนาไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ในการสั่งสอนศีลธรรมแก่มนุษย์เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นกฎหมายจัดระเบียบสังคมเพื่อทำให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างสันติและได้รับความปลอดภัยก่อนที่โลกใบนี้จะมีรัฐสภาทำหน้าที่ออกกฎหมายเสียอีก

แน่นอนถ้าศาสนามีบทบาทเป็นกฎหมาย ศาสนาก็จำเป็นต้องมีบทลงโทษสำหรับผู้ละเมิดกฎ เพื่อให้ศาสนามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือและไม่มีใครกล้าล่วงละเมิด

ถ้าศาสนาใดที่บุคลากรผู้ทำหน้าที่รักษาศาสนาอ่อนแอหรือทุจริต การละเมิดคำสอนก็จะเกิดขึ้นและอาชญากรรมจะแพร่ระบาดออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่ต่างอะไรไปจากสังคมที่ผู้รักษากฎหมายอ่อนแอและประพฤติมิชอบ เมื่อผู้ทุจริตและมีอิทธิพลขึ้นมามีอำนาจ คนเหล่านี้จะหาทางแก้ไขกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พวกตนและเปลี่ยนแปลงบทลงโทษความผิดที่พระเจ้ากำหนดไว้ให้เบาบางลง เพื่อที่ตนเองจะได้ไม่ถูกลงโทษอย่างหนักเมื่อทำความผิด

ไม่เพียงเท่านั้น คนเหล่านี้ยังออกมารณรงค์ว่า การลงโทษฆาตกรด้วยการประหารเป็นความล้าสมัยและโหดร้ายทารุณ ฟังดูเผินๆแล้วเหมือนมีมนุษยธรรม แต่ถ้าคิดให้ลึกลงไป คนเหล่านี้กำลังกล่าวหาพระเจ้าผู้เป็นเจ้าของชีวิตและเป็นผู้ออกกฎหมายว่าเป็นผู้โหดร้ายทารุณ

ต่างไปจากสังคมชาวยิว สังคมอาหรับก่อนหน้าอิสลามเป็นสังคมที่ไม่มีกฎหมาย แต่ชาวอาหรับมีประเพณีกำหนดค่าเลือดหรือค่าชีวิตของคนในตระกูลหรือในเผ่าของตัวเองไว้ต่างกัน เมื่อใครถูกฆ่า คนในบางตระกูลหรือบางเผ่าของผู้ถูกฆ่าจะเรียกร้องเอาชีวิตของคนที่อยู่ในระดับเดียวกันคนหนึ่งจากตระกูลของผู้ฆ่า

บางเผ่าถือว่าชีวิตของชายที่เป็นไทจากตระกูลที่ต่ำกว่ามีค่าเท่ากับชีวิตทาสในตระกูลของตนที่มีฐานะสูงกว่า บางเผ่าถือว่าชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งมีค่าเท่ากับผู้ชายคนหนึ่ง บางเผ่าถือว่าชีวิตของชายที่เป็นอิสระในเผ่าตนคนหนึ่งมีค่าเท่ากับผู้ชายที่เป็นอิสระในเผ่าอื่น 2 คน

บางเผ่าเรียกร้องเอาชีวิตของคนจำนวนนับสิบคน หรือแม้แต่ร้อยคนจากเผ่าของผู้ฆ่ามาชำระค่าเลือดของผู้ถูกฆ่า บางครั้งถ้าหากว่าผู้ฆ่าอยู่ในตระกูลหรือมีสถานะที่สูงกว่าผู้ถูกฆ่า การตัดสินก็คือ ผู้ฆ่าไม่จำเป็นต้องชดใช้ชีวิตของตนให้แก่ผู้ถูกฆ่า

ความไม่เท่าเทียมกันในการกำหนดค่าเลือดและชีวิตนี้มิได้มีอยู่แต่ในยุคโง่เขลาไร้อารยธรรมเท่านั้น แม้แต่ในปัจจุบัน หลายชาติที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้เจริญแล้วก็ยังไม่อายที่จะประกาศอย่างเปิดเผยว่าถ้าคนในชาติของตนคนหนึ่งถูกฆ่า พวกเขาก็จะเอาชีวิตคน 50 คนจากชาติของผู้ฆ่า นี่คือการตีค่าชีวิตคนที่ไม่เป็นธรรมในยุคป่าเถื่อน

ก่อนหน้าสมัยของท่านนบีมุฮัมมัด ชาวอาหรับสองเผ่าต่อสู้กันซึ่งทำให้คนของแต่ละเผ่าต่างได้รับบาดเจ็บและสูญเสียชีวิตไปหลายคน ต่างเผ่าจึงต่างเรียกร้องให้มีการชดใช้ค่าเลือดและชีวิตตามมาตรฐานของเผ่าตน แต่ก็ยังไม่อาจหาข้อยุติที่ทั้งสองเผ่าพอใจได้

จนกระทั่งเมื่อสองเผ่านี้ได้หันมารับความศรัทธาในอิสลามและเป็นมุสลิม 2 เผ่านี้จึงได้นำกรณีพิพาทของพวกตนมาให้ท่านนบีมุฮัมมัดตัดสิน ด้วยเหตุนี้พระเจ้าจึงได้ประทานบทบัญญัติการลงโทษอย่างเท่าเทียมกัน (ซึ่งเรียกว่า “กิศอศ”) ลงมาเพื่อตัดสินกรณีดังกล่าวว่า

“บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย กฎหมายการลงโทษอย่างเท่าเทียมกันในกรณีของการฆาตกรรมได้ถูกกำหนดสำหรับสูเจ้าแล้ว ถ้าหากชายที่เป็นอิสระคนใดกระทำฆาตกรรม ชายที่เป็นอิสระนั้นก็จะต้องถูกลงโทษสำหรับการกระทำนั้น และทาสต่อทาส ในทำนองเดียวกัน ถ้าหากหญิงกระทำฆาตกรรม หญิงนั้นก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำ แต่ถ้าหากพี่น้องของผู้ถูกทำร้ายเต็มใจที่จะผ่อนปรนต่อฆาตกร เงินทำขวัญก็จะต้องถูกตัดสินตามกฎหมาย และฆาตกรก็จะต้องจ่ายเงินนั้น นี่เป็นข้อผ่อนปรนและความเมตตาจากพระผู้อภิบาลของสูเจ้า ทีนี้ ผู้ใดที่ละเมิดขอบเขตหลังจากนี้ เขาผู้นั้นก็จะต้องได้รับการลงโทษอันเจ็บปวด”

“โอ้ผู้มีความเข้าใจทั้งหลาย ในกฎหมายแห่งการตอบแทนที่เท่าเทียมกันนั้นมีความมั่นคงปลอดภัยแห่งชีวิตสำหรับสูเจ้า หวังว่าสูเจ้าจะละเว้นจากการละเมิดกฎหมายนี้” (กุรอาน 2:178-179)

โชคดีที่ชาวอาหรับ 2 เผ่าที่เป็นคู่กรณีกันได้หันมาเป็นผู้ศรัทธาในพระเจ้าแล้ว ทั้งสองเผ่าจึงยอมรับบทลงโทษอย่างเท่าเทียมกันตามที่พระเจ้ากำหนดซึ่งทำให้คู่กรณีทั้งสองพอใจและมีมาตรฐานการลงโทษอย่างเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อคดีฆาตกรรมถูกนำขึ้นสู่กระบวนการพิพากษา กฎหมายอิสลามอนุญาตให้ทายาทของผู้ถูกฆ่ามีสิทธิขอให้ศาลใช้บทลงโทษประหารหรือไว้ชีวิตฆาตกรก็ได้ หากทายาทต้องการให้ศาลตัดสินตามบทลงโทษที่เท่าเทียมกัน ศาลก็จะดำเนินการตัดสินไปตามนั้น แต่ถ้าหากทายาทของผู้ถูกฆ่าไม่ประสงค์ให้ฆาตกรถูกลงโทษด้วยการประหาร ศาลก็จะไว้ชีวิตและกำหนดค่าสินไหมที่ฆาตกรต้องชดใช้ให้ทายาทของผู้ถูกฆ่า

ด้วยบทลงโทษที่เท่าเทียมกันนี้เองที่ทำให้สังคมอาหรับที่ปกครองด้วยกฎหมายอิสลาม (ชะรีอ๊ะฮ์) ในอดีตได้รับความปลอดภัยและอยู่ร่วมกันอย่างสงบ





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

TVC:โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

แนะนำโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

View All
<< กันยายน 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]