• sweetietiger
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2020-11-11
  • จำนวนเรื่อง : 15
  • จำนวนผู้ชม : 4965
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
รู้ไหมอะไรดี
แบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารปลอดภัย การดูแลสุขภาพ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/knowwhatsgoodforyou
วันพฤหัสบดี ที่ 4 มีนาคม 2564
Posted by sweetietiger , ผู้อ่าน : 321 , 17:18:06 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

จากวิกฤติโควิด-19 ที่ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญอย่างเข้มข้น และเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสนใจอย่างมาก จนทำให้อาจละเลยภัยมืดที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน นั่นคือ การบริโภคอาหารที่มีรสจัด อาทิ รสเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม และส่งผลให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs: Non-Communicable Diseases) เช่น โรคหัวใจ โรคไต โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน เป็นต้น

 

ผลวิจัยล่าสุด โดยเครือข่ายลดบริโภคเค็ม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสาร Journal of Clinical Hypertension โดยความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า คนไทยบริโภคโซเดียมเกินเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำถึงเกือบ 2 เท่า โดยเฉลี่ยสูงที่สุดในภาคใต้, ภาคกลาง, ภาคเหนือ, กรุงเทพมหานคร และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามลำดับ

 

โดยปกติ โซเดียมหรือเกลือแกง (NaCl) นิยมใช้ในการถนอมอาหารตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น การดองเกลือ โดยโซเดียมคลอไรด์จับกับน้ำที่จำเป็นต่อการเจริญของจุลินทรีย์ส่งผลยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ ทำให้สามารถเก็บอาหารได้นานขึ้น ซึ่งการใช้เกลือในอุตสาหกรรมเพื่อการถนอมอาหารรวมทั้งการปรุงรสผลิตภัณฑ์อาหาร เกลือที่ใช้ในการปรุงอาหารแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ เกลือสมุทร (เกลือจากทะเล) เกลือสินเธาว์ (เกลือจากบ่อเกลือภูเขา) เกลือบริโภคเสริมไอโอดีน (เกลือที่มีการเสริมแร่ธาตุไอโอดีน)

 

การบริโภคเกลือหรือโซเดียมมากเกิน สามารถส่งผลเสียต่อร่างกายคือ ส่งให้ไตทำงานเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากต้องกรองที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น และเกี่ยวข้องต่อการเกิดโรคหัวใจ เช่น ความผิดปกติของการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจรวมถึงการเต้นของหัวใจ การบริโภคโซเดียมมากเกินไปอาจส่งผลต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน เนื่องจากโซเดียมเร่งการขับแคลเซียมมาใช้ แต่อย่างไรการตามผู้ที่ออกกำลังกายและมีการสูญเสียเหงื่อมาก อาจต้องการโซเดียมที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากโซเดียมสามารถสูญเสียออกจากร่างกายในรูปของเหงื่อ

 

ปัจจุบันมีตัวช่วยในการส่งเสริมการบริโภคอาหารที่สมดุลและเหมาะสมสำหรับผู้บริโภค ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกผลิตภัณฑ์อาหารได้อย่างเหมาะสม เช่น ฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ (GDA: Guideline Daily Amount) หรือฉลากหวาน มัน เค็ม ที่ระบุไว้ด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ ซึ่งแสดงปริมาณของ “สารอาหารสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพ 3 ชนิด” และปริมาณพลังงาน (พลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม) นอกจากนี้ ยังมีฉลากทางเลือกเพื่อสุขภาพ (Healthier Choice Logo) เป็นฉลากที่แสดงให้ผู้บริโภคทราบว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้ผ่านการพิจารณาแล้วว่ามีปริมาณ น้ำตาล ไขมัน และโซเดียมที่เหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) สำหรับอาหารที่ได้รับสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” ไม่ใช่อาหารเพื่อสุขภาพทั้งหมด ควรเลือกบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพและต้องควบคุมปริมาณการกินให้เหมาะสม ต้องไม่บริโภคมากจนเกินความต้องการของร่างกาย รวมถึงออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ

 

ผศ.ดร.กิติพงศ์ อัศตรกุล

ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน